วันรุ่งขึ้น ลานประลองสำนักเทพอัสนีย์เต็มไปด้วยผู้คน ศิษย์ใหม่หลายร้อยคนต่างจับจ้องเวทีใหญ่ที่มี เทพแห่งพายุ มหาเทพระดับ 20 ยืนตระหง่าน แสดงพลังราวกับพายุที่พร้อมจะโหมกระหน่ำ
เสียงของเขาดังกึกก้อง “วันนี้มีข้อเสนอให้ศิษย์ที่ผ่านรอบแรกทั้ง 20 คน เข้าสำนักโดยไม่ต้องสอบต่อ”
เสียงโห่ร้องยินดีดังสะท้อน ลานประลองแทบสั่นะเื ทว่าแววตาของเทพแห่งพายุกลับกร้าวแข็ง ความพ่ายแพ้ของศิษย์รัก เทพกรีฑา เมื่อวานยังคงเป็เงาแค้นในใจ
“แต่…” เสียงคำรามของเขาตัดความยินดีจนขาดสะบั้น “ข้อเสนอนี้มาจากศิษย์หญิงผู้มีนามว่า… สุทธินี ใช่หรือไม่!”
ทุกสายตาหันขวับไปยังเด็กสาววัยสิบแปดที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน “ถ้าเ้ากล้าพอ ข้าขอท้า! หากเ้าชนะ ข้าจะให้เ้าเข้าตำหนัก โดยไม่ต้องทดสอบอีกแม้แต่ขั้นเดียว”
บรรยากาศพลันเงียบงัน ดวงตาหลายร้อยคู่เบิกกว้าง มหาเทพระดับ 20 ท้าสาวน้อยผู้เพิ่งสร้างชื่อในวันเดียว…นี่ไม่ใช่การประลองธรรมดา แต่คือการข่มขวัญต่อหน้าทุกคนในสำนัก!
ก่อนที่สุทธินีจะเอ่ยคำตอบ เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างเยือกเย็น
“ท่านผู้คุมกฎ จะทำเช่นนี้ได้อย่างไร”
เทพนที จอมเทพระดับ 10 แห่งตำหนักน้ำ ก้าวออกมา สายตานิ่งสงบแต่เปี่ยมอำนาจ
“ตามกฎการคัดเลือกศิษย์เข้าตำหนักระบุชัดว่า ผู้เข้าทดสอบจะต้องมีพลังถึงขั้นจอมเทพ สุทธินียังไม่ถึง ท่านคิดจะให้เด็กสาวสู้กับมหาเทพหรือ”
เทพแห่งพายุหันขวับ แววตาเหยียดหยาม
“จอมเทพอย่างเ้า…คิดว่าต้านข้าได้หรือไม่ หากกล้า ก็ขึ้นมาสู้เองสิ!”
เสียงคำท้าดังก้องไปทั่ว บรรยากาศตึงเครียด เทพนทีเพียงยิ้มบางๆพลางถอนหายใจแล้วถอยหลังออกไป บรรยากาศกลับคืนสู่ความเงียบงันและแรงกดดันมหาศาลอีกครั้ง
สายตาผู้คนนับร้อยจับจ้องไปยัง สุทธินี เด็กสาววัยสิบแปดผู้ยืนอยู่ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาล ทว่าแววตาของนางยังคงเ็าและเด็ดเดี่ยว
“ข้ารับคำท้า” เสียงของนางดังก้องชัด บาดลึกในหัวใจทุกคน
ความเงียบปกคลุมทั้งลานประลอง ก่อนที่เสียงหัวเราะเย้ยหยันของ เทพแห่งพายุ จะดังขึ้น “ฮ่าๆๆ เ้าจะได้ลิ้มรสความยิ่งใหญ่ของพลังที่แท้จริง!”
ปราณในกายมหาเทพหมุนวนอย่างเกรี้ยวกราด พายุหมุนสี่ลูกปรากฏรอบกาย เขี้ยวลมแหลมคมแหวกอากาศราวสัตว์ร้ายกระหายเื เสียงหึ่งสะท้อนกึกก้องจนผู้คนที่อยู่รอบๆ ต่างขยับกายถอยออกไปหลายก้าวด้วยความหวาดหวั่น
“จงตายเสียเถอะ!” เขาตวาด พร้อมปล่อยพายุทั้งสี่พุ่งตรงเข้าหาสุทธินี
ทว่าเด็กสาวกลับยืนนิ่งราวภูผา นางยกมือขึ้นช้าๆ วาดวงกลมขึ้นกลางอากาศ เพียงอึดใจเดียว ก็บังเกิดพายุหมุนั์ที่ผสาน กันระหว่างน้ำแข็งและสายฟ้า ลอยอยู่เหนือศรีษะนาง และแน่นอน…. มันมีขนาดใหญ่โตกว่าของมหาเทพสิบเท่า!
สุทธินีสะบัดมือเบาๆ พายุน้ำแข็งสายฟ้าก็พุ่งปรู๊ดปร๊าดได้อย่างใจนึก กระแทกเข้ากับพายุของเทพแห่งพายุที่เคลื่อนเข้ามาอย่างอ้อยอิ่ง แรงปะทะทำให้เกิดการะเิดังตูม!! สนั่นสั่นสะท้านไปทั่วทั้งผืนฟ้าและแผ่นดิน พายุทั้งสี่ถูกฉีกสลายหายไปราวเศษธุลี!
ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง ทุกสายตาตื่นตะลึงเมื่อเห็นเด็กสาวยืนหยัดท่ามกลางพลังเกรี้ยวกราดโดยไม่หวั่นไหว
รอยยิ้มเหยียดของมหาเทพค่อยๆ จางหาย แทนที่ด้วยความตระหนก ดวงตาของเขาเบิกกว้างยามที่พายุน้ำแข็งสายฟ้าของสุทธินีหมุนวนรอบร่างตน เพียงพริบตา ร่างเขาถูกพันธนาการด้วยน้ำแข็งหนาทึบ ความหนาวเย็นกัดกินถึงไขกระดูก ก่อนที่เสียงฟ้าฟาดจะดังสนั่น!
สายฟ้าสีเงินอมฟ้าฟาดลงตรงกลางลาน ร่างของเทพแห่งพายุทรุดฮวบ นอนแน่นิ่งไร้สติ!
ผู้ชมทั้งลานประลองเงียบงัน ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ศิษย์ใหม่ผู้เพิ่งก้าวเข้าสำนักกลับล้มมหาเทพระดับ 20 ได้ในชั่วพริบตา
เสียงซุบซิบดังขึ้นท่ามกลางความหวาดหวั่น
“นาง…เป็ใครกันแน่”
“พลังระดับนี้…ไม่อาจเป็เพียงศิษย์ใหม่ได้”
เหล่าอาจารย์รีบประกาศยุติการประลอง และสั่งประชุมด่วนในอีกครึ่งชั่วยามเพื่อหารือเื่ “เด็กสาวลึกลับ” ผู้นี้
สุทธินีหันหลัง เดินลงจากเวทีอย่างสง่างาม ทุกก้าวของนางเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้ผู้คนต้องหลีกทาง เงียบงันและน่ายำเกรง ราวกับได้เห็นการก้าวเดินของเทพธิดา ผู้ที่ไม่มีผู้ใดสามารถแตะต้องได้
ในห้องประชุมใหญ่ของสำนักเทพอัสนีย์ เงียบสงัดลงจนแม้แต่เสียงลมหายใจก็แทบจะได้ยิน สภาอาจารย์ทั้งแปดนั่งเรียงรายเป็ระเบียบตามตำแหน่งอย่างองอาจ ทุกคนล้วนเป็เทพผู้ทรงพลัง โดยมีเทพอัคคี มหาเทพระดับ 80 ผู้เป็เ้าสำนักและประธานสภา นั่งหัวโต๊ะด้วยท่าทางสุขุมและทรงอำนาจ
"ครบกำหนดครี่งชั่วยามแล้ว ข้าขอเปิดการประชุม" เทพอัคคีกล่าวเปิดการประชุมสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เขา "จงเรียกตัวสุทธินีเข้ามา"
เสียงประตูบานใหญ่เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างอรชรของเด็กสาวอายุราว 18 ปีผู้หนึ่ง ในชุดสีขาวสะอาดตาก้าวเข้ามา ดวงตาคมสงบวาววับราวสายน้ำยามราตรี
สุทธินีก้าวเข้ามาในห้องประชุมใหญ่ นางก้าวเดินเข้ามาอย่างช้าๆและหนักแน่น แต่รัศมีไอเย็นแห่งพลังเหมันต์ที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของนางนั้น ทำเอาบรรดาอาจารย์ทั้งแปดต่างพากันนั่งเงียบกริบ
“ศิษย์สุทธินี คารวะท่านเ้าสำนัก และท่านอาจารย์ทั้งแปด” นางเอ่ยเสียงเรียบเย็น แต่แฝงพลังจนทุกสายตาไม่อาจละไปจากนางได้
ทุกคนรู้เพียงว่านางเป็เด็กเร่ร่อนกำพร้าจากอาณาจักรน้ำแข็งทางทิศเหนือของพิภพอัสนี ที่เ้าสำนักเทพอัคคีเก็บมาเลี้ยง แต่การประลองล่าสุดที่นางโค่นมหาเทพแห่งพายุได้ในพริบตา ทำให้วันนี้สายตาทั้งสภาจับจ้องมาที่นางแต่เพียงผู้เดียว
มหาเทพพายุ ผู้คุมกฎ ลุกขึ้นด้วยสีหน้าขุ่นเคือง “เ้า…เล่าประวัติของเ้ามา ข้าไม่อาจเชื่อว่าเด็กเช่นเ้าจะทำได้ถึงเพียงนี้ เว้นเสียแต่ว่าเ้าจะเป็ภูติ มาร หรือปีศาจแปลงตัวมา!”
สุทธินีเงยหน้าขึ้น ตอบสั้นๆ “ข้าก็แค่เด็กกำพร้า ที่ท่านอาจารย์เทพอัคคีฝึกสอนมาเท่านั้น”
“โกหก!” เทพพายุคำราม แต่ก่อนที่เสียงจะดังไปกว่านี้ เทพีแห่งอากาศก็ลุกขึ้น “เช่นนั้น ข้าจะตรวจสอบเอง”