บทที่ 25 ถือดีเพราะได้รับความรัก
เธอไม่ได้เดินลึกเข้าไปข้างในต่อ แต่หยุดยืนอยู่ที่มุมกำแพง ยื่นมือออกไปััผนังที่ให้ความรู้สึกอ่อนนุ่มเล็กน้อย
"ไอเซอร์ออกมาสิ"
[ว้าว! ภรรยาเท่มากเลย]
[ฉันตัดสินใจจะเอาเื่ราวของดันเจี้ยนนี้ไปเขียนเป็เื่สั้นลงในฟอรัม คิดชื่อไว้แล้ว จะตั้งชื่อว่า 'หลังจากขโมยจูบภรรยา ฉันกลายเป็สุนัขที่เธอเรียกมาเมื่อไหร่ก็ได้' ทุกคนคิดว่ายังไงบ้าง?]
[เพื่อนที่อยู่ข้างบน สู้ ๆ นะ เขียนออกมาเมือไหร่ฉันจะให้แต้มดาวคุณเอง]
[จุ๊ เนื้อเื่มันดำเนินไปแปลก ๆ นะ ตัวละครไร้ความสามารถที่เป็แค่ตัวประดับกล้าออกไปต่อสู้คนเดียวเนี่ยนะ]
[นายไม่เข้าใจหรอก นี่เรียกว่าได้รับความรักเลยเลิกถ่อมตัว]
[ฮึ พวกนายก็เก่งแต่โม้ไป รอให้บอสออกมาฉีกร่างตัวละครตัวประดับนี่ให้ละเอียด แล้วดูว่าพวกนายจะยังเชียร์อะไรได้อีกมั้ย]
[นั่นแหละ คิดจริง ๆ เหรอว่าดันเจี้ยนบอสจะเป็อะไรที่ง่าย ๆ? ที่ผ่านมาเขาแค่ปล่อยเธอไป ยังคิดว่าตัวเองเก่งซะงั้น]
[บางครั้งบอสของดันเจี้ยนก็ต้องมีการทริกเกอร์เนื้อเื่ด้วย เห็นแรก ๆ ดูใจดี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็แบบนั้นตลอด]
[ใช่แล้ว ฉันเห็นแล้วว่าไม่ใส่ใจกฎ ยังคิดว่าตัวเองจะเป็คนพิเศษในเกมได้จริง ๆ เหรอ]
[ในเกมมีคนจำนวนมากที่ทุกข์ทรมานจากบอสของดันเจี้ยน ตอนนี้พวกเขาไม่คิดหรอกว่าจะมีบอสที่ยอมทำข้อยกเว้นให้กับผู้เล่นเพียงเพราะหน้าตาดี]
อย่างไรก็ตาม ความสนใจของอวี้เจียวตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ข้อความในช่องแชตแล้ว เธอวางมือไว้บนกำแพง เพื่อป้องกันกรณีที่ไอเซอร์ไม่ให้ความร่วมมือ
ด้วยวิธีนี้ อย่างน้อยเธอก็จะสามารถออกจากเขตแดนภาพลวงตาได้โดยตรง
ในขณะที่เธอกำลังรู้สึกกังวลใจ มีลมหอบหนึ่งพัดมาจากด้านหลังอย่างกะทันหัน
ความรู้สึกนั้นช่างนุ่มนวลเบาบาง แต่หลังจากที่ลมพัดผ่านไป กลับรู้สึกถึงความเย็นะเืที่ยากจะบรรยาย
อวี้เจียวรู้ดี เขามาแล้ว
และแล้ว ไม่ถึงสองวินาทีหลังจากนั้น ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นด้านหลังเธอ
"ตามหาผมเหรอ?"
เสียงทุ้มเ็าของไอเซอร์ดังขึ้นจากด้านหลัง อวี้เจียวไม่ได้รู้สึกประหลาดใจแต่อย่างใด
เธอเพียงแค่ส่งเสียงตอบรับเบา ๆ แล้วหันไปมองคนที่อยู่ด้านหลัง
ไอเซอร์ยังคงสวมผ้าคลุมสีดำตัวเดิม ไม่รู้ว่าเพราะรีบออกมาหรือด้วยเหตุผลอะไร ตอนนี้หมวกคลุมศีรษะไม่ได้คลุมอยู่อย่างเรียบร้อย ทำให้มองเห็นเส้นผมสีทองโผล่ออกมาสองสามเส้น
ลักษณะของเขาในตอนนี้ดูน่ากลัวน้อยกว่าปกติ และมีความน่ารักมากขึ้น
อวี้เจียวรู้สึกสะดุดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร เธอได้แต่ถามว่า
"คุณรู้ไหมคะว่าสโนว์ไวท์อยู่ที่ไหน?"
ไอเซอร์หลังจากได้ฟังแล้ว ดวงตาสีแดงเข้มของเขาวาบขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มบาง "ก็อยู่ตรงหน้าผมไม่ใช่เหรอ?"
"อะไรนะคะ?"
อวี้เจียวชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นรอยยิ้มในดวงตาของเขาก็เข้าใจว่าเขากำลังล้อเล่น เธอจึงทำได้แค่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา
"คุณอย่าล้อเล่นเลยค่ะ ฉันกำลังคุยกับคุณอย่างจริงจังนะ"
แต่ไอเซอร์เพียงแค่จ้องมองเธออย่างเงียบงัน ผ่านไปพักใหญ่เขาก็เอ่ยตอบด้วยท่าทางรำคาญใจเล็กน้อย "ไม่รู้จัก ใครล่ะ?"
อวี้เจียวดูโกรธเล็กน้อย "ก็คนที่อยู่ชั้นสองนั่นไงคะ คนที่ผูกโบไว้บนหัวน่ะ สโนว์ไวท์ไงล่ะ"
"โอ้" ไอเซอร์ดูเหมือนเพิ่งจะรู้ว่าเธอหมายถึงใคร พูดอย่างไม่ใส่ใจนัก "เธอไม่ได้อยู่ในปราสาทแล้ว"
"หมายความว่าอะไร?" อวี้เจียวขมวดคิ้วด้วยความไม่อยากเชื่อ "แต่ว่า..."
"คุณเรียกผมมาเพื่อถามเื่นี้เหรอ?" ไอเซอร์เริ่มไม่พอใจอย่างชัดเจน ดวงตาสีแดงเข้มฉายแววโกรธออกมา
อวี้เจียวรู้สึกหวิวในใจ
ใน่เวลาชั่วขณะนั้น เธอเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า คนตรงหน้านี้คือบอสใหญ่ของดันเจี้ยน และยังมีสถานะเป็ปีศาจอีกด้วย
เธอไม่สามารถห้ามใจได้ที่จะถอยหลังไปเล็กน้อย มือที่กดอยู่บนผนัง ออกแรงเล็กน้อย ปลายนิ้วของเธอจมลงไปบนผนังแล้ว
เดิมทีเธอคิดว่าตัวเองจะออกไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่คาดคิดว่า การเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอจะไม่รอดพ้นสายตาของไอเซอร์
เขาก้าวเข้ามาข้างหน้าอย่างรวดเร็ว คว้าข้อมือของอวี้เจียวเอาไว้ แล้วดึงตัวเธอเข้าสู่อ้อมอกของเขาโดยตรง
อวี้เจียวร้องอุทานด้วยความใ ยังไม่ทันได้พูดอะไร เธอก็รู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนคว้างไปหมด
ภาพในหัวมีความพร่าเลือน กว่าเธอจะรู้สึกตัวและตอบสนอง ก็พบว่าตัวเองอยู่บนเตียงที่เคยนอนตอนพบไอเซอร์เป็ครั้งแรก
"คุณ... คุณจะทำอะไรน่ะ?"
อวี้เจียวยังไม่ทันหายงงจากเื่ที่เกิดขึ้นบนเตียงนี้ เมื่อเห็นไอเซอร์ยืนอยู่ข้างเตียง ก็ยิ่งรู้สึกกลัวขึ้นมา
ไอเซอร์กลับยิ้มมุมปาก เผยให้เห็นฟันเขี้ยวคมสองซี่
"คุณคิดว่ายังไงล่ะ? หรือคิดจะใช้เสร็จแล้วก็โยนทิ้ง"
อวี้เจียวพยายามรักษาความสงบ ตอนนี้เงยหน้ามองเขา อดไม่ได้ที่จะเริ่มแก้ตัว "ฉันไม่ได้..."
"จริงเหรอ?" ไอเซอร์ค่อย ๆ โน้มตัวลงมา เกือบจะกอดเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างสมบูรณ์
กลิ่นอายที่คุ้นเคยนั้นแผ่ซ่านมาอีกครั้ง ราวกับมีกลิ่นเย้ายวนใจ ทำให้อวี้เจียวรู้สึกว่าสมองเริ่มมึนงงขึ้นมา
ไม่นาน เสียงกระซิบที่ราวกับมาจากห้วงลึกก็ดังเข้ามาในหู
"คุณยินดีที่จะอยู่เคียงข้างผมตลอดไปไหม?"
"ฉันจะอยู่เคียงข้าง...ปีศาจ"
อวี้เจียวไม่รู้ว่าตอนนี้เธอกำลังคิดอะไรอยู่ สมองของเธอเหมือนถูกบางสิ่งควบคุม
เธอค่อย ๆ อ้าริมฝีปากแดงนุ่มสวยงามของเธอออก
"ฉัน..."
ในความพร่าเลือน ปีศาจเหมือนจะขยับเข้ามาใกล้ตัวเธอมากขึ้น
กลิ่นหอมเข้มข้นนั้นยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ในสมองของอวี้เจียวมีแต่ความสับสน
"ฉัน...ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่"
ไม่รู้ว่าทำไม อวี้เจียวในวินาทีสุดท้ายเหมือนได้สติกลับมา
เธอพูดคำตอบที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงจากสิ่งที่ปีศาจพยายามกดดันให้เธอพูด
และในชั่วขณะนั้น ความคิดที่หยุดชะงักของอวี้เจียวก็เริ่มไหลลื่นขึ้นทันที
ตอนนี้เธอนั่งอยู่บนเตียง มองดูไอเซอร์ที่มีสีหน้าเ็าอยู่ฝั่งตรงข้าม
เธอเข้าใจทันทีว่าตัวเองเกือบจะพูดอะไรออกไป
"คุณ"
ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปาก ไอเซอร์ก็หัวเราะเยาะเบา ๆ "ทำไมไม่อยู่ในปราสาทล่ะ?"
"ฉันไม่ใช่คนที่นี่สักหน่อย!"
อวี้เจียวได้ยินคำถามที่ไร้ความปราณีในน้ำเสียงของเขา
ความน้อยใจั้แ่ตอนเข้าดันเจี้ยนถูกระบายออกมาอย่างเต็มที่ในชั่วขณะนี้
ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว เธอไม่กล้าที่จะมองหน้าไอเซอร์อีกต่อไป ได้แต่พึมพำเบา ๆ
"ฉันไม่ใช่คนที่นี่ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่สักนิด"
บรรยากาศรอบตัวไอเซอร์พลันเ็ายิ่งขึ้น แต่อวี้เจียวกลับไม่สนใจเขาอีกต่อไป
ตอนนี้เธอขดตัวอยู่ที่มุมเตียง พยายามกลั้นน้ำตาไว้สุดความสามารถ
สองคนยังคงกระอักกระอ่วนกันอยู่ตรงนั้น ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ จนในที่สุดอวี้เจียวก็นึกขึ้นได้ถึงจุดประสงค์ที่เธอมาที่นี่
เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเขาหนึ่งครั้ง ตอนนี้เห็นไอเซอร์ยืนอยู่ข้างเตียงโดยไม่ขยับเขยื้อน เธอจึงรู้สึกใจเสียขึ้นมา
"006 คุณคิดว่าตอนนี้ถ้าฉันพูดกับเขา เขาจะสนใจฉันไหม?"
น่าเสียดายที่หลังจากพูดออกไปแล้ว เธอถึงนึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้เธอเข้าสู่เขตแดนภาพลวงตาแล้ว และ 006 ก็ไม่สามารถได้ยินเธอพูดได้ด้วย
แต่กลับเป็ไอเซอร์ที่ได้ยินเสียงพึมพำเบา ๆ ของเธอ
ตอนนี้เขาขมวดคิ้วหันมา ดวงตาสีแดงเข้มลึกลับจ้องมองเธอ
"คุณพูดอะไรเมื่อกี้นี้"
อวี้เจียวเงียบไปชั่วขณะ คิดไปคิดมาแล้วอยู่ ๆ ก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว จึงถามว่า
"ถ้าฉันยินดีที่จะอยู่ต่อ คุณจะช่วยฉันไหม"
พอเธอพูดจบ ดวงตาของไอเซอร์ก็เปล่งประกายขึ้นทันที ดูเหมือนสุนัขโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่เพิ่งเห็นเ้าของของมัน