ภายในประตูอสูรโลกากว้างใหญ่ลึกล้ำสว่างด้วยแสงสีมลังเมลือง มวลมิติเคลื่อนไหวเป็นระลอกคลื่นส่งลำแสงนวลตา ร่างอุทัยลอยล่องเคว้งคว้างตามกระแสพลังสายหนึ่ง
เพียงสามลมหายใจกระแสพลังสายนั้นนำมันมาสู่ปลายทางอีกด้าน
.. พรวดดด ! .. อุทัยทะลุออกมา
ประตูมิติด้านนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับด้านที่เปิดออกภายในวิหาร ลักษณะเป็นจานทรงกลมพื้นผิวดังม่านน้ำกระเพื่อมพลิ้วไหวส่งลำแสงระยิบระยับ
อุทัยอยู่อีกด้านหนึ่งของประตูอสูรโลกาแล้ว !
พื้นที่โล่งกว้างใหญ่สุดลูกตาบรรยากาศคล้ายช่วงเวลาเย็นย่ำ ยังเหลือแสงสว่างเพียงรำไรจากเส้นขอบฟ้า
สถานที่โดยรอบเป็นพื้นที่โล่งขนาดใหญ่ถูกโอบล้อมด้วยหินเขา บรรยากาศอันมืดหม่นและหนักอึ้งกดทับร่างกายจนแทบทรงกายไว้ไม่อยู่
แรงดึงดูดของพื้นผิวช่างรุนแรง รุนแรงกว่าดินแดนมนุษย์นับสิบๆ เท่า !
อุทัยต้องโคจรพลังปราณทั้งสามสายเพื่อยืนหยัดต้านทาน การก้าวเดินไปเบื้องหน้าเพียงก้าวหนึ่งต้องใช้ความพยายามและพละกำลังอย่างยิ่งยวด
แสงสว่างจากประตูอสูรโลกาส่องฉายพื้นที่เบื้องหน้า ห่างไปกว่าห้าสิบก้าวเงาร่างสูงใหญ่ของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งยืนเรียงกันอยู่เป็นแถว พวกมันสะดุ้งจ้องมองกลับมาด้วยสายตาฉงน
ดวงตาอัคคีสีแดงฉานหกสิบสี่คู่เปล่งประกายกำลังจ้องมายังสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมที่หลุดออกมาจากประตูมิติ
ในความมืดที่ด้านหลังก็เกิดการเคลื่อนไหว ... ดวงตาอัคคีกว่าร้อยคู่ลืมตื่นขึ้นมาจ้องมองตาม
เกิดการตอบสนองขยายตัวต่อๆ กันไป ... ดวงตาอัคคีอีกนับพันนับหมื่นคู่กะพริบวิบวับราวเพิ่งตื่นจากนิทรา
.. ในความมืดสลัวยามสนธยา ดวงตาอัคคีลืมตาขึ้นเป็นจุดสีแดงกระจายตัวออกอย่างรวดเร็วปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดจนสุดลูกหูลูกตา
อุทัยอ้าปากค้าง ... ศีรษะว่างเปล่าเบาหวิว ... ราวลืมสมองทิ้งไว้หน้าประตูอสูรโลกาที่ฝั่งตรงข้าม
.. ล้วนเป็นสัตว์อสูรทั้งสิ้น !!!
ที่อุทัยสัมผัสได้คือลิงอสูรกว่าแสนๆ ตัว แต่ที่นอกเหนือปราณสัมผัสของมันก็ยังมีอีกในจำนวนมหาศาล
.. จากการคาดคะเน
.. บิดามัน ! ... สิบล้านตัวไม่ถือว่าน้อยเกินไป !!!
อุทัยหนังหัวชี้ชัน ... มันหายสงสัยแล้ว ... เหล่าสัตว์อสูรมีมากมายนัก มากมายจนเกินจินตนาการ
ขณะที่อุทัยตื่นตะลึงกับจำนวนสัตว์อสูรที่อยู่ตรงหน้านั้น เงาร่างสีแดงเพลิงเป็นรูปวิหคอัคคีตัวน้อยสายหนึ่งกระโจนออกมาจากประตูอสูรโลกา
.. ตุ๊บบบ ! เสียงฝีเท้ากระทบพื้น
“พี่ใหญ่ ! ข้ามาแล้ว ...” เสียงสตรีคุ้นหูกล่าวเรียก
ญานินดา ! เป็นนางเองที่ติดตามมา
“เจ้า ! .. ตามมาทำไมกัน ..” อุทัยถามอย่างแปลกใจ มันหันกลับมามองวูบหนึ่ง
“อิ อิ ...” ญานินดาส่งเสียงหัวเราะอันซุกซนราวเด็กน้อย
“เอ๋ .... !!!” ญานินดาอุทาน นางสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดอันรุนแรงจนแทบล้มลงกับพื้น
ญานินดาหยุดยืนแน่นิ่งเหลียวหน้ามองตามสายตาของอุทัย .. ภาพจุดสีแดงของดวงตาอัคคีนับแสนนับล้านที่เบื้องหน้าสะกดนางจนตัวแข็งทื่อ
.. ขณะที่ตกตะลึงอยู่นั้น เงาสีขาวอีกร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากประตูอสูรโลกาอีก
“นังตัวดีจะหนีไปไหน !” เสียงตวาดแว๊ดของสตรีดังขึ้น
.. ตุ๊บบบ ! สตรีปักษาวารีติดตามมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว นางจ้องมองญานินดาแทบจะกินเลือดกินเนื้อ
“!!!” สตรีปักษาวารีสัมผัสได้ถึงพลังกดทับและแรงดึงดูดของพื้นผิวอันรุนแรง .. ร่างกายและหัวเข่าของนางแทบทรุดลงพื้น
.. เพียงชั่วครู่ที่อุทัยกระโดดหายเข้าไปในประตูมิติ ญานินดาก็สะบัดหลุดจากการจับกุมของสตรีปักษาวารี พิษที่ได้รับไม่สามารถทำอันตรายใดแก่นางได้ พิษนั้นกลับถูกเผาผลาญด้วยปราณปักษาอัคคีอันร้อนแรงจนสูญสลายไป
ญานินดาพุ่งกายเข้าประตูอสูรโลกาติดตามมา ท่าร่างของนางที่แสดงออกกลับเปิดเผยพลังของปักษาอัคคีสวรรค์
สตรีปักษาวารีฉงนจนงงงวยรับรู้ถึงพลังดวงจิตในตัวญานินดา เมื่อตั้งสติได้จึงกระโจนติดตามมาอย่างรวดเร็ว พอมาถึงก็เห็นทั้งสองเหม่อมองไปเบื้องหน้าไม่สนใจนางแม้แต่น้อย
นางมองไปตามสามตาของญานินดาและอุทัย
“!!!” สตรีปักษาวารีตื่นตะลึงกับจุดสีแดงละลานตาอยู่เต็มไปหมด นางจ้องมองอย่างพิจารณาพบว่าจุดสีแดงนั้นคือดวงตาของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง !
.. เป็นดวงตาอัคคีของลิงอสูร !
.. ลิงอสูรจำนวนมากมายมหาศาล !!!
“อาาาาา ...” สตรีปักษาวารีตาค้างเบิกโพลง .. ใบหน้าซีดเผือดตัวสั่นระริก .. นางไม่สามารถสงบจิตใจเอาไว้ได้แล้ว
กรี๊ดดดดดดดด !!! .. สตรีปักษาวารีกรีดร้องสุดเสียง .. เสียงอันแหลมเล็กของนางทำลายความเงียบของสถานที่
.. กรรรรร !!! โอ๊กกกกกกกกก !!! .. คองอเวจีตัวที่อยู่ใกล้ตื่นตกใจกับเสียงกรีดร้องของนาง
.. กรรรรร !!! โอ๊กกกก !!! โอ๊กกกกกกกกก !!! .. พวกมันกว่าร้อยๆ ตัวพากันคำรามกึกก้อง ความแตกตื่นแผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ เหล่าสัตว์อสูรพุ่งความสนใจตรงมายังหน้าประตูอสูรโลกา
“พี่ใหญ่ ! .. ละ .. ละ .. ลิงยักษ์ !” ญานินดาอุทานอย่างตกใจ “มะ .. มะ ... มาก มาย นักกก ...” เสียงนางกล่าวอย่างตะกุกตะกัก
”มากมาย ... มากมายเกินไปแล้ว” อุทัยอุทาน
"รีบหนีกันเถิด ... พวกลิงบ้ามันโมโหใหญ่แล้ว" ญานินดากล่าว
“เจ้ารีบกลับออกไปก่อน” อุทัยตอบ ... มันอยากให้ญานินดารีบหนีจากไป
“ไม่ ! ข้าจะอยู่กับท่านพี่ .. กลับก็กลับด้วยกัน” ญานินดาตอบอย่างดื้อดึง ราวรู้ถึงความตั้งใจของอุทัย
“นี่เจ้า ! .. เจ้าอยากตายนักหรือไร” อุทัยเริ่มโมโห
“ฮึ ! อย่างไรข้าก็ไม่ไปไหนเด็ดขาด” ญานินดายังยืนยันคำเดิม
มาถึงตอนนี้ปรากฏสัตว์อสูรมากมายนับล้านๆ อยู่ตรงหน้า อุทัยไม่มั่นใจว่าจะมีชีวิตรอดกลับไปหรือไม่
ถึงแม้จะดูเหมือนว่ามันมีเพลงดาบเลิศภพจบแดน สามารถสังหารลิงอสูรสามสิบกว่าตัวในเวลาไม่กี่นาที แต่เหล่านั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวน้อยนิดเมื่อเปรียบเทียบจำนวนลิงอสูรอันมากมายมหาศาลที่อยู่เบื้องหน้า
.. อีกเรื่องหนึ่งที่อุทัยต้องทำความเข้าใจคือประตูมิติอันนี้จะเปิดไปอีกนานเท่าไร
ถ้าประตูมิติไม่ปิดลง สัตว์อสูรกว่าสิบล้านตัวเหล่านี้ยังคงพาเหรดเดินขบวนไปยังพิภพมนุษย์ใช่หรือไม่
หากเป็นเช่นนั้น ... คงถึงกาลอวสานของเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้ว !
หรืออีกกรณีหนึ่ง ... ประตูมิติจะปิดลงเองในไม่ช้า
ต้องเป็นเช่นนั้น ... อุทัยครุ่นคิด
.. ไม่มีพลังงานใดที่คงอยู่ได้ตลอดกาล ! .. มันต้องปิดลง ! .. แต่จะเป็นเมื่อใดเท่านั้น !
อุทัยสำนึกตัวดีว่า มันเองเหมือนดังเด็กน้อยที่เริ่มจับดาบ สำนึกแห่งดาบที่ตื่นขึ้นเป็นดั่งเมล็ดพันธุ์ที่เพียงแตกรากเพื่อเติบโต ความเข้าใจในวิถีแห่งดาบของมันยังมีเพียงผิวเผิน
ถึงกระนั้นมันตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะยับยั้งสัตว์อสูรไว้เพื่อรอจนประตูมิติปิดลง และจะไม่ให้สัตว์ดุร้ายเหล่านี้ผ่านประตูมิติเข้าไปได้
.. ทันใดนั้นเอง !
.. ตุ๊บบบบ ! .. เงาร่างอันใหญ่โตของคองอเวจีตัวหนึ่งกระโดดลงมาด้านหน้า
คองอเวจีตัวนี้สูงสิบกว่าศอก ตัวโตแข็งแรงกว่าตัวที่ผ่านๆ มา ดูท่ามันคงเป็นระดับจ่าฝูงแล้ว
ดวงตาทั้งคู่ส่องสว่างราวอัคคีพวยพุ่งจ้องมองผู้บุกรุกอย่างเกรี้ยวกราด มันยืนปักหลักยืดตัวสูงใหญ่แผ่พลังปราณรุนแรงเข้ากดทับ แล้วจึงแสดงท่าทีข่มขวัญนำมือทุบอกอันบึกบึน
.. ตุ๊บบบ ! .. ตุ๊บบบ ! .. ตุ๊บบบ ! .. กรรร !
.. โอ๊กกกกกกกกกกกกกกกกก !!!!!! .. มันแหงนหน้าอ้าปากกว้างส่งเสียงคำรามดังกึกก้อง
คองอเวจีนับหมื่นนับแสนตัวต่างคำรามตอบรับ
.. โอ๊กกกกก ! โอ๊กกกกก ! โอ๊กกกกกกกก !
.. กรรรรรรร ! โอ๊กกกกก ! โอ๊กกกกก ! โอ๊กกกกก !
.. กรรรรรรร ! โอ๊กกกกก ! โอ๊กกกกกกกกกกกกกกก !!!!!
เสียงคำรามดังสนั่นจนผืนแผ่นดินสั่นสะเทือน พลังปราณอันมหาศาลถูกส่งมากดทับมนุษย์ตัวน้อยทั้งสาม การบุกรุกถิ่นอาศัยของสัตว์อสูรชนิดนี้ไม่ต่างจาการฆ่าตัวตาย
“กรี๊ดดดดดดดดดดดด !!!” สตรีปักษาวารีกรีดร้องอย่างหวาดกลัว นางถึงกับแข้งขาไร้เรี่ยวแรงทรุดลงนั่งกับพื้น
“ละ ละ .. ลิงอสูร ... หะ หะ .. หนี ... ต้องหนี ...” สตรีปักษาวารีกล่าวราวสติแตก ค่อยๆ คืบคลานกลับสู่ประตูมิติ
“อ่าาาา !!!” ญานินดาตกใจจนดวงจิตสั่นสะท้าน นางทิ้งตัวคุกเข่าลงไม่สามารถต้านทานพลังของเหล่าสัตว์อสูรได้
“!!!” อุทัยยังจิตเข้มแข็ง ยืนจังก้าทำการโคจรพลังปราณเข้าต่อต้าน
.. อุทัยรู้สึกแปลกประหลาด !
.. เป็นความแปลกประหลาดอย่างไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน !
.. เมื่อทำการโคจรปราณ ‘อสูรบรรพกาล’ กระแสพลังกลับล้นทะลักพรั่งพรูออกมาดังม้าศึกพุ่งทะยานเข้าสู่สมรภูมิ พลังปราณอสูรของมันถูกกระตุ้นตื่นตัวถึงขีดสุด
นั้นเป็นเพราะพิภพแห่งนี้คือ ... พิภพอสูรพิภพหนึ่ง !
พิภพสัตว์อสูร ... เป็นที่อาศัยของสัตว์อสูรชนิดต่างๆ ที่มีมาแต่โบราณกาลในช่วงยุคต้นของการกำเนิดจักรพิภพ และคองอเวจีเป็นเผ่าพันธุ์ที่ครอบครองดินแดนแห่งนี้
ดังกลับคืนสู้ถิ่นฐานอันคุ้นเคย ปราณอสูรตอบสนองกับพิภพแห่งนี้ด้วยการขยายตัวระเบิดออกอย่างรุนแรง
.. เปรี้ยงงงงง !!!
พลังปราณสีดำสนิทแต่ใสกระจ่างกระจายออกรอบกายอุทัยอย่างฉับพลัน มาพร้อมพลังจิตอันแรงกล้ากดทับกลับคืนไปยังคองอเวจีที่ยืนขวางอยู่ด้านหน้า
.. กรรรรร ! .. คองอเวจีตกตะลึงกับพลังของมนุษย์ตัวน้อย พลังกดดันจนมันไม่สามารถขยับกายได้
.. ฝับบบ ! .. ฝับบบ ! .. ฝับบบ ! .. ดาบในมืออุทัยถูกกวัดแกว่ง
ตัวดาบสยบจักรภพยืดขยายยาวออกเป็นสามศอก พลังปราณอาถรรพ์สีดำแผ่กระจายจนชวนขนหัวลุก
ร่างอุทัยพุ่งทะยานไปด้านหน้า เพียงหนึ่งก้าวก็กระโดดผ่านระยะห้าวาลอยอยู่เบื้องหน้าคองอเวจี ดาบถูกเงื้อขึ้นเหนือศีรษะบรรจุพลังปราณอสูรบรรพกาลจนเต็มล้น
.. หนึ่งดาบผ่านสวรรค์ !!!
กระบวนท่าสังหารสุดรวดเร็วรุนแรง เป็นท่าสังหารหนึ่งในเก้ากระบวนท่าที่บันทึกอยู่ในความทรงจำ และเป็นเพียงกระบวนท่าเดียวที่อุทัยสามารถสำแดงได้ มันยิ่งใช้ออกยิ่งเข้าใจท่าดาบอย่างลึกซึ้ง
.. ควับบบ !!! ประกายดาบสีดำใสตัดผ่านลำตัวของคองอเวจีตัวที่ยืนขวางด้านหน้า
.. ตุ๊บบบ ! .. ร่างอุทัยเคลื่อนทแยงตามประกายดาบ .. เท้าสัมผัสพื้นหยุดย่อนิ่งสนิท
“!!!” คองอเวจีตกใจสุดขีดปากอ้าค้าง
ร่างกายของมันค่อยๆ ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน !
ตุ๊บบบ ! ร่างกายส่วนบนหล่นลงพื้น
โครมมม !!! ร่างกายส่วนล่างล้มหงายตามมา โลหิตอัคคีร้อนแรงฉีดพุ่งกระจายจนพื้นเจิ่งนอง
.. กรรรรร !!! ........... เพลงดาบนี้สะกดคองอเวจีรอบข้างจนตื่นตะลึง เพียงดาบเดียวผ่าแยกร่างกายสัตว์อสูรระดับจ่าฝูงออกเป็นสองส่วนราวมืดหั่นแตงกวา
แต่พวกมันชะงักเพียงชั่วครู่เท่านั้น หลังจากตั้งสติได้ก็แสดงความดุร้ายออกมา
.. กรรรรรรร ! กรรรรรรร ! โอ๊กกกกก ! โอ๊กกกกก ! โอ๊กกกกกกกก !!!!!
แผ่นดินแทบถล่มแผ่นฟ้าแทบทลาย .. เงาทะมึนและดวงตาอัคคีเคลื่อนไหวรวดเร็ววูบวาบดังภาพหลอน คองอเวจีนับพันๆ วิ่งกรูดาหน้ากันเข้าหาอุทัยในทันใด ...