เทียนคง เห็นแล้วว่าวิคทอเรียเหมือนจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูก จึงไม่รีรอให้วิคทอเรียได้เอ่ยขอความช่วยเหลือ เขาพุ่งตรงไปยังวิคทอเรียทันที เนื่องจากเทียนคงทราบตำแหน่งของทุกคนทั้งวิคทอเรียและชายห้าคน จึงทำให้เขาถึงตัววิคทอเรียได้ก่อนช่วงเวลาหนึ่งแต่ก็คงไม่นานนักจากการที่คนทั้งห้าคนนี้มีอยู่หนึ่งคน ที่พลังอยู่ในระดับเชี่ยวชาญแม้จะขั้นต้นแต่ก็มากกว่าเทียนคงอยู่หลายเท่าตัว
เทียนคงสังเกตเห็นว่าบุคคลทั้งห้าคนนี้ลักษณะรูปร่างไม่เหมือนกับวิคทอเรีย ประกอบกับการที่พวกมันพยายามปิดบังตัวตนก่อนจะเปิดเผยเพื่อเร่งความเร็วเมื่อเข้าใกล้เป้าหมายจึงทำให้เขาคาดเดาว่าพวกมันคงไม่ได้มีเจตนาดีในการมาครั้งนี้
“เจ้าจะทำอะไรน่ะ”วิคทอเรีย พลันได้สติเมื่อเห็นเทียนคง
“ไม่เห็นรึไงว่าพวกมันไม่ได้มาดีน่ะ หนีก่อน ค่อยว่ากัน ไป” เทียนคงคว้าแขนของวิคทอเรียหลบหนีออกจากจุดที่วิคทอเรียถูกจับตำแหน่งได้ไปยังพื้นที่ในระยะลวงตาของหุ่นยนต์โดรนที่ตอนนี้กางม่านลวงตาให้กับหุ่นยนต์เก็บเกี่ยวทรัพยากร
กลุ่มชายทั้งห้าคนมาถึงก็พบว่าคนหายไปแล้ว ทั้ง ๆที่เมื่อราว 1 นาทีก่อนพวกเขามั่นใจว่าคนยังอยู่ตรงนี้แน่ ๆแต่เพียงครู่เดียวสัมผัสก็หายไปดื้อ ๆ จึงได้แต่ยืนงุนงง “เป็นไปได้ยังไง เมื่อครู่ยังอยู่ตรงนี้ชัด ๆ”ชายคนหนึ่งกล่าวอย่างหัวเสีย
“เอาไงดีหัวหน้าจะตามหาต่อหรือไม่” ชายอีกคนกล่าวเสริม
“ตอนนี้มันรู้ตัวแล้วจะตามจับตัวคงยาก พวกเรากลับไปรายงานผู้อาวุโส 5 กันก่อน” ผู้เป็นหัวหน้ากล่าวอย่างหงุดหงิด แต่ในเมื่ออีกฝ่ายรู้ตัวแล้วการจะควานหาตัวอีกฝ่าย อย่างน้อยต้องรู้ก่อนว่าอีกฝ่ายมีแนวโน้มจะไปที่ไหนบ้าง แต่ตอนนี้เขาไม่แน่ใจว่าจะไปตามหาที่ไหน เพราะเขตชายแดนใช่ว่าจะเล็ก ๆและยังเป็นเขตแนวเขาสูง หากมันหลบหนีไปยังถิ่นของสัตว์อสูร แล้วเขาสุ่มสี่สุ่มห้าตามเข้าไป ไม่แน่ว่าพวกเขาเองอาจจะกลายเป็นฝ่ายถูกล่าเสียเองโดยพวกสัตว์อสูร เขาจึงจำใจต้องกลับไปรายงานหัวหน้าของพวกเขาก่อนด้วยความเจ็บใจ
พวกเขาห้าคนไม่มีใครรู้ตัวเลยว่าแท้จริงแล้ววิคทอเรียกับเทียนคงนั้นอยู่ห่างออกไปไม่ถึง100 เมตร แต่ด้วยม่านลวงตา และชุดเกราะของเทียนคงทำให้ร่องรอยของทั้งสองคนถูกทำให้จางลงจนแทบหายไป โชคดีที่พวกเขามีระดับพลังไม่มากพอที่จะจับสัมผัสอันเล็กน้อยนี้ได้และเดินจากไปแบบไม่เต็มใจนัก
เมื่อชายห้าคนได้จากไปไกลแล้ว ความเงียบสงบก็ไม่มีอีกต่อไป เสียงหนึ่งดังขึ้น “เจ้า... ปล่อยข้าได้แล้ว” วิคทอเรียที่ถูกเทียนคงสวมกอดไว้ข้างกายกล่าวอย่างขวยเขินหน้าพลันแดงแปร๊ด
เพื่อช่วยนางลบร่องรอยกลิ่นอายเทียนคงแปรสภาพชุดเกราะที่สวม แปรสภาพให้เป็นทรงกระบอกห่อหุ้มทั้งสองคนไว้ ด้วยที่ชุดเกราะเป็นนาโนเทคโนโลยีทำให้การแปรสภาพทำได้อย่างรวดเร็ว แต่วิคทอเรียที่ไม่ทันตั้งตัวถูกเทียนคงสวมกอดไว้ก็อดที่จะเขินอายไม่ได้ถึงนางจะเติบโตมากับพี่น้องที่เป็นบุรุษล้วนแต่ก็ไม่เคยสัมผัสกับร่างของบุรุษเพศโดยตรงแบบนี้รวมทั้งตอนนี้เนื่องจากชุดเกราะถูกเปลี่ยนเป็นทรงกระบอก แล้วสิ่งที่เทียนคงสวมใส่อยู่ตอนนี้เป็นชุดรัดรูปโพลิเมอร์สังเคราะห์จึงทำให้การสัมผัสตัวเทียนคงนั้นไม่ต่างอะไรมากกับการที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลย
“หือออได้สิ” เทียนคงแปรสภาพชุดเกราะเป็นดั่งเดิมก่อนเอ่ยถามว่า “ข้าคิดว่าท่านน่าจะมีอะไรให้ข้าช่วยแล้วนะ”
“...นี่ไม่ใช่เป็นเพราะเจ้าหรือไง ถ้าข้าไม่หายตัวไปพี่ชายข้าก็จะไม่ออกไปตามหาข้าจนถูกสงสัยว่าเป็นกบฏ และตอนนี้ต้องเกิดเรื่องกับพี่ชายข้าอีกคนแน่ๆ ไม่เช่นนั้นต้องเป็นพี่ข้าที่มา”
“ก็เป็นไปได้แต่ข้าว่ามันแปลก จริงอยู่ว่าเรื่องที่ท่านหายตัวไป มันเกิดขึ้นเพราะข้า แต่ตอนนี้ข้าคิดว่าเรื่องที่เกิดหลังจากนั้นมันเหมือนกับว่าทั้งข้า ท่าน และแม้แต่พี่ชายของท่านจะกลายเป็นหมากของคนอื่นไปแล้ว”
“อะไรทำให้เจ้าคิดแบบนั้นกันล่ะกฏระเบียบของเผ่าข้าเข้มงวดมาก ใครก็ตามที่ฝ่าฝืนกฏ จะถูกตั้งข้อหาให้เป็นกบฏทันทีและดูเหมือนว่าพี่ชายข้าคนหนึ่งก็จะทำการฝ่าฝืนกฏนั้นไปด้วยจึงไม่เห็นแปลกที่ตัวข้าซึ่งหายตัวไปจะถูกตั้งข้อหาเช่นเดียวกัน”
“ที่ท่านพูดมันก็ถูกแต่ความรู้สึกข้าบอกว่ามันแปลก ๆทั้งช่วงเวลาและสิ่งที่เกิดขึ้นมาดูเหมาะเจาะเกินไป” ที่เทียนคงไม่สามารถอธิบายได้เพราะแท้จริงแล้วสิ่งที่เขาบอกว่าเป็นลางสังหรณ์นั้น เกิดจากชุดข้อมูลต่างๆที่เขาได้รับมา ได้ผ่านกระบวนการวิเคราะห์โดยอัตโนมัติภายในหัวของเขาโดยที่เขาไม่รู้ตัวว่าข้อมูลทุกอย่าง ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ถูกนำมาวิเคราะห์ด้วย แต่ด้วยที่ข้อมูลตอนนี้ยังคงไม่มากพอจึงยังไม่สามารถสรุปอะไรได้ จึงได้ออกเป็นความน่าจะเป็นต่าง ๆซึ่งผลลัพธ์ที่ส่งไปยังจิตใต้สำนึกของเทียนคงก็คือลางสังหรณ์นั่นเอง
“ยังไงก็แล้วแต่ข้าคิดว่าข้าจะกลับไป เพราะหากว่าพี่ชายข้าอีกคนถูกตั้งข้อหากบฏแล้วละก็อีกไม่นานเขาจะต้องถูกตัดสินโทษแล้ว ซึ่งข้าต้องไปช่วยเขา”
“แล้วท่านมีแผนหรือ”
“ข้าจะเอาเวลาที่ไหนไปคิดแผนคงต้องไปถึงก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
“... ถ้าท่านจะไปให้ได้ ข้าก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามอะไรได้ แต่ข้าไม่ได้ช่วยชีวิตท่านไว้เพียงเพื่อให้เอามาทิ้งขว้าง ดังนั้นข้าจะไปด้วย” ที่เทียนคงพูดกับวิคตอเรียนั่นเป็นเพียงเหตุผลส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งคือเขาต้องการไปสืบเรื่องราว ที่เซียนอินก็ไม่ทราบ หรือแม้แต่คนส่วนใหญ่ที่นครวิหคครามก็ไม่ทราบและไม่สามารถเล่าให้เขาฟังได้ ให้ได้มากที่สุด เพราะไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากที่ไหนตอนนี้ล้วนสามารถเป็นเบาะแสในการค้นหาตัวตนได้ทั้งนั้น
“เจ้าแน่ใจรึข้ามั่นใจว่าถ้าเจ้าถูกจับได้ เจ้าตายแน่ และก็จะไม่มีใครช่วยเจ้าได้ด้วย”
“ข้าเข้าใจดังนั้นข้าขอให้ท่านประเมินสิ่งที่ข้าจะทำต่อจากนี้ จะสามารถทำให้นักรบของเผ่าท่านตรวจจับข้าได้หรือไม่”เทียนคงที่กำลังพูดอยู่นั้น ทำมือเป็นท่าทางต่าง ๆ จากนั้นไม่นานร่างเทียนคงที่อยู่ตรงหน้าวิคตอเรีย ที่อยู่ห่างออกไปเพียงเมตรเดียวก็ค่อยๆหายไปจากสายตา และแม้แต่กลิ่นอายก็ยังหายไปด้วย
“... เอ่ออ นี่มัน เจ้าทำได้ยังไงกันเนี่ย”วิคทอเรียมั่นใจว่าระหว่างที่เทียนคงพูดเมื่อครู่ นางยังเห็นเทียนคงอยู่แน่ ๆ แต่จู่ๆเทียนคงก็หายไปเสียดื้อ ๆ นางตาลุกวาว และยื่นมือออกไปปรากฏว่ามือที่ยื่นออกไปนั้น เมื่อพ้นระยะประมาณช่วงแขนของนาง จู่ๆนิ้วมือนางก็ค่อย ๆหายไปจากสายตา และหายไปทั้งมือและเมื่อนางยื่นแขนออกไปจนสุดก็สัมผัสกับอะไรบางอย่าง
“ข้ายังอยู่ที่เดิมนั่นแหละนี่คือสิ่งที่ข้าบอกให้ท่านช่วยประเมินดูเมื่อสักครู่ ท่านคิดว่านักรบระดับไหนจึงจะสามารถตรวจจับข้าได้” เทียนคงคว้ามือวิคทอเรียที่กำลังยื่นเข้ามาไว้ และโผล่หน้าออกมาจากม่านพลัง
“อ๊ะ...” วิคทอเรียสะดุ้งโหยง ทันทีที่หน้าเทียนคงโผล่ออกมาเพราะในมุมมองของวิคทอเรียนั้น ใบหน้านี้กำลังลอยอยู่กลางอากาศ
“อย่ามัวแต่ตกใจสิท่านยังไม่ได้บอกข้าเลยนะ ที่ข้าถามไปน่ะ” เทียนคงปลดระบบม่านพลังลวงตานี้ลงร่างที่เคยหายไป ก็ปรากฏสู่สายตาของวิคทอเรียอีกครั้ง
“อืมม... ข้าไม่คิดว่าจะมีใครสามารถตรวจจับเจ้าได้นะ แม้แต่ท่านจ้าวเองก็เถอะก็ไม่แน่ว่าจะตรวจจับได้” ที่นางคิดแบบนั้นก็เพราะว่าความสามารถในการตรวจจับที่ดีที่สุดของเผ่าของนางอย่างการรับกลิ่นที่มีประสิทธิภาพดีกว่าการตรวจจับพลังเสียอีก และตัวนางเองที่ในเผ่านั้นความสามารถนี้ถือได้ว่าไม่เป็นรองใคร ยังไม่สามารถสัมผัสได้ก็คงไม่มีใครในเผ่าของนางสามารถทำได้อีกแล้ว
“งั้นรึถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วล่ะ หากข้าจะไปด้วย และแน่นอนว่าท่านก็ด้วยเอ้า เปลี่ยนใส่ชุดนี่สะ แล้วเราจะไปหาพี่ชายท่านกัน”เทียนคงยื่นชุดโพลิเมอร์สังเคราะห์ให้กับวิคทอเรีย
วิคทอเรียทำหน้าตาสงสัยนางไม่เข้าใจว่าเทียนคงให้นางใส่ชุดนี้ทำไม นางเห็นแล้วว่าชุดที่นี้เป็นชุดแบบเดียวกับที่เทียนคงใส่ แต่นางไม่รู้จุดประสงค์ของเทียนคงได้แต่รับมาอย่างงง ๆ
“อ้อโทษที ข้าลืมบอกไป ชุดนี้จะช่วยให้ท่านไม่รู้สึกระคายเคืองเวลาใส่ชุดเกราะนาโนเทคน่ะ นี่ไง” เทียนคงกล่าวพร้อมกับหยิบลูกเหล็กทรงกลมสีเงินที่ขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าฝ่ามือของเขาออกมาและเขายังพูดต่อไปว่า “พอท่านเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วก็บอกข้านะ
“...เดี๋ยวนะ ข้าไม่มีปัญหาเรื่องชุดหรอกนะ แต่เจ้าจะให้ข้าเปลี่ยนมันตรงนี้เรอะแล้วเจ้าก็อยู่ตรงนี้ด้วยอ่ะนะ” วิคทอเรียตัวสั่นหน้าแดง ดูแล้วไม่ใช่เพราะเขินแต่คงเป็นเพราะโกรธ รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาอย่างรุนแรง จนหนังตาเทียนคงกระตุก
“เอ่ออข้าก็ไม่ได้บอกให้ท่านเปลี่ยนตรงนี้เสียหน่อย พุ่มไม้ตรงนู้นก็เยอะแยะท่านก็ไปเปลี่ยนสิ หรือไม่ข้าก็แค่เดินไปตรงนู้นเสียเองก็ได้” เทียนคงเพิ่งนึกได้ว่าวิคทอเรียนั้นก็เป็นสตรี จู่ ๆบอกให้นางเปลี่ยนเสื้อผ้าในที่แจ้งเป็นใครก็คงโมโหอยู่บ้าง เทียนคงหันหลังเดินออกไปแต่ระหว่างเดินก็พลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้และพูดไปว่า “จริงๆแล้วท่านก็ไม่เห็นต้องเขินอายอะไรข้าเลย ในเมื่อข้าก็เคยเห็นหมดแล้ว” !!!