เวลาผ่านไปหลินตงตอนนี้ก็ได้แต่นั่งเงียบอย่างเขินอาย ร้องไห้ต่อหน้าอาจารย์เช่นนี้สำหรับเขาแล้วมันไม่ดีเลย ถ้าเกิดอาจารย์เห็นว่าลูกศิษย์สืบทอดของเขาเป็เพียงเด็กขี้แยขึ้นมาและไม่สอนจะทำยังไงละ ขณะเดียวกันเขาก็พูดขึ้นพลางเปลี่ยนเื่ออกมา
"ท่านอาจารย์ ท่านจะสอนอะไรข้าหรอขอรับ? วิชาที่จะทำให้ฟื้นคืนชีวิตได้รึเปล่าแต่ว่า เอ่อ ผมไม่มีจิตยุทธ ถ้าไม่มีมันก็ฝึกฝนพลังยุทธไม่ได้"
เด็กหนุ่มพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นแต่เมื่อเขาคิดได้ว่ามีบางสิ่งขาดหายไปก็ถึงก้มหน้าลง ใบหน้าของเขาเริ่มเศร้าสร้อยขึ้นทีละนิด เขาลืมไปซะสนิทเลยตราบใดที่ไม่มีจุดิญญายุทธเขาก็ไม่สามารถร่ำเรียนสิ่งต่างๆจากผู้ทรงพลังคนนี้ได้
ชายหนุ่มเมื่อเห็นถึงความหวังของเ้าหนูนี่ก็หัวเราะร่าออกมา เขาลุกขึ้นและเคลื่อนไหวไปโผล่หน้าของเด็กหนุ่มชั่วพริบตา หลินตงถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นว่าอาจารย์ก็ปรากฏตัวขึ้น นัตน์ตาสีแดงเพลิงจ้องมองไปยังเด็กน้อยที่สูงเพียงครึ่งนึงของเขาพร้อมกับยกมือลูบเส้นผมสีเงินนั้น
ดูเหมือนว่าจะเป็โชคชะตาจริงๆ เด็กหนุ่มคนนี้มีเส้นผมสีเงินแบบเดียวกับเขา มันยิ่งทำให้ชายหนุ่มถูกใจมากขึ้นไปอีก
"เ้าหนู จิติญญายุทธอะไรนั้นสำหรับข้าแล้วมันไร้สาระ การที่มีจิตยุทธระดับสูงระดับต่ำนั้นถือว่าอ่อนหัด สำหรับข้าแล้วการฝึกฝนพลังนั้นไม่มีที่สิ้นสุด ข้าที่สามารถฟื้นคืนชีวิตคนตายได้ทำไมจะทำให้เ้าฝึกฝนพลังไม่ได้ ข้าจะมอบพลังที่เหนือกว่าทุกสิ่งให้เ้าเอง..!!"
หลินตงมองไปยังอาจารย์ของตนอย่างตื่นเต้น ประโยคที่เขากล่าวออกมาทำให้ความหวังของเขาต้องลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
"ก่อนอื่นข้าจะเปลี่ยนแปลงสภาพของเ้าให้เหมาะสมสำหรับการฝึกฝนวิชาของข้าก่อน ซึ่งข้อนี้มันก็ถือว่าเป็เื่ที่ดีที่เ้านั้นไม่ได้มีจิตยุทธ"
ชายหนุ่มพูดจบก็เริ่มลงมือในทันที กลางหน้าผากของเขาตอนนี้เริ่มเปล่งแสงขึ้น หยดโลหิตสีแดงเพลิงขนาดเท่าเมล็ดถั่วลอยออกมาจากหน้าผาก ของเหลวนั่นมีคลื่นลมปรานที่แหวกว่ายราวกับัที่คดเคี้ยว
เวลานั่นเขาผลักดันมันให้เข้าไปยังหน้าผากของเด็กหนุ่ม หยดโลหิตมันเริ่มผสานเข้้าไปยังหน้าผากอยางช้าๆจนกระทั่งหายวับไป
วินาทีต่อมาร่างกายของเขาก็ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน เนื้อหนังมังสาต่างๆรวมถึงอวัยวะเริ่มถูกเผาไหม้และสูญสลายหายไป แม้แต่ส่วนต่างๆของร่างกายทั้งหมดก็เริ่มแตกสลายลงทว่าชายหนุ่มไม่รู้สึกเ็ปเลยแม้แต่นิด เปลวเพลิงสีแดงฉานนี้มันเหมือนกับว่าเป็ส่วนนึงของเขา
หลินตงเริ่มประหลาดใจขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งดวงตาของเขาก็เริิ่มถูกเผาไหม้ การมองเห็นของเขาดับวูบไปในทันที พริบตาต่อมาเปลวเพลิงสีแดงฉานก็เริ่มก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาใหม่ มันเริ่มแพร่กระจายไปทั่วทุกหนแห่งและเริ่มสร้างร่างกายขึ้นจากความว่างเปล่า เสียงักู่ร้องดังก้องออกมาเป็่ๆตามเนื้อหนังที่ถูกสร้างขึ้น
เวลาต่อมาหลินตงก็พลันรู้สึกตัว เขาััได้ว่าแขนและขาหรือดวงตากลับมามองเห็นเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เด็กหนุ่มสังเกตได้เลยว่าเขาตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวง ตามร่างกายอัดแน่นไปด้วยพลังที่เต็มเปี่ยมและเขายังััได้อีกว่าตรงบริเวณหัวใจที่ก่อตัวขึ้นมาใหม่นั้นมีจุดพลังสีขาวบริสุทธ์ผุดขึ้นมา ระหว่างที่เด็กหนุ่มสำรวจตัวเองอยู่นั้น เสียงของอาจารย์เขาก็ดังขึ้นอีกรอบ
"ข้าได้สืบทอดต้นกำเนิดสายเืเทพัะให้กับเ้าแล้ว ด้วยสายเืระดับเทพผู้สร้างนี้จะทำให้กายาแปรเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง สายเืนี้เรียกได้ว่าเป็จุดสูงสุดของจักรวาลนับไม่ถ้วน มันจะมอบพลังกายและพละกำลังที่มากมายพอจะถล่มจักรวาลให้กับเ้าและเผ่าพันธุ์ัทั้งมวลจะมีความรู้สึกสนิทสนมกับเ้าอีกด้วย พวกเขาจะไม่รู้สึกรังเกียจเ้าเลยแม้แต่นิดหรือแม้แต่สายพันธุ์สัตว์อสูรที่มีระดับต่ำกว่าสายเืของเราก็สามารถพูดคุยได้"
เมื่อได้ฟังที่เขาพูดออกมาก็ถึงกับกำหมัดแน่น อาจารย์บอกว่าเผ่าพันธุ์ัหรอ สัตว์อสูรในตำนานที่มีพลังในการทำลายทวีปหรือผืนแผ่นดินได้ เขาจะสามารถพูดคุยกับเผ่าพันธุ์ระดับนั้นได้ง่ายๆอย่างงั้นหรอ ยิ่งเขาคิดก็ยิ่งตื่นเต้นนัก
ชายหนุ่มเมื่อเห็นความคิดที่เด็กน้อยของลูกศิษย์ตนก็พูดเบรกออกมาก่อน
"เหอะๆ ตอนนี้เ้ายังไม่สามารถใช้มันได้ ข้าได้ผนึกสายเืเทพัะและสร้างผนึกม่านพลังสิบห้าขั้นให้กับเ้า ในตอนนี้สายเืเ้าอยู่เพียงแค่ระดับหนึ่งเท่านั้นและในอนาคตเมื่อพลังของเ้าสูงขึ้นไปเรื่อยๆ สายเืที่ถูกผนึกไว้ก็จะเริ่มคลายผนึกของมันทีละขั้นเอง ถ้าข้าไม่ทำเช่นนี้ร่างกายของเ้าคงจะะเิตายซะก่อน เพราะถึงยังไงสายเืนี้ก็เป็ระดับเทพผู้สร้าง หลังจากนี้เ้าจะเริ่มเข้าถึงพลังัะที่ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ"
เขาััได้ว่าอาจารย์พูดขึ้นอย่างจริงจังก็พยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง การที่มีพลังกายที่ทรงพลังเช่นนี้ได้ก็เป็เพราะอาจารย์ เขาบอกได้เลยว่าตอนนี้เพียงแค่หมัดเดียวของเขาก็สามารถโค่นต้นไม้ได้อย่างแน่นอน
เด็กหนุ่มเชื่อมั่นเช่นนั้นจริงๆ แล้วเขาลองคิดไปอีกว่าถ้าเกิดในอนาคตสายเืของท่านอาจารย์ที่ถ่ายทอดมาให้มันเริ่มคลายผนึกละ ถึงตอนนั้นตัวของเขาคงจะมีพลังหมัดที่ะเิูเาเลยมั้ง ยิ่งเด็กหนุ่มคิดก็ยิ่งตื่นเต้นอยู่ยกใหญ่
ความคิดเช่นนั้นก็ถือว่าดีแต่ทว่ามันยังไม่จบ ต่อให้มีสายเืเทพัะของข้าแล้วแต่ใช่ว่าเ้าจะสามารถฝึกฝนพลังที่ไร้เทียมทานได้
"มา สายเืของพวกเราจะต้องมีวิชาบ่มเพาะนี้ด้วย ถ้ามิเช่นนั้นมันจะไม่สมบูรณ์..!!"
อาจารย์ของหลินตงเริ่มยกมือขึ้นอย่างช้าๆและจรดนิ้วไปยังหน้าผากของชายหนุ่ม ลำแสงสีแดงเพลิงขนาดเล็กพุ่งออกจากนิ้วของเขาและผสานเข้าไปยังหน้าผาก หลินตงเมื่อถูกลำแสงนี้เข้าไปก็รู้สึกปวดหัวอย่างหนัก เขาใช้มือทั้งสองข้างกุมขมับของตนไว้แน่นและวินาทีนั้นเสียงคำรามของัก็ดังขึ้นจากร่างกายของเขา ข้อมูลมหาศาลของวิชาบ่มเพาะปรากฏขึ้นในหัวของเขาทีละนิด ยิ่งมันมากขึ้นเท่านั้นกายาของเขาก็เริ่มคำรามเสียงดุร้ายออกมาเท่านั้น ขณะเดียวกันตามเนื้อตัวของเขาก็เริ่มมีลวยลายโบราณสีแดงเพลิงขึ้น
"โฮกกกกกกกกกกกกกก"
ทันใดนั่นเสียงคำรามของัก็ดังสนั่นไปทั่วทุกหนแห่ง มันดังออกมาจากเหวลึกจนทำให้ทั่วทั้งทวีปชิงหลงนี้ต้องสั่นะเื ผู้ฝึกยุทธที่ทรงพลังทั้งหมดถึงกับมองไปยังท้องฟ้าอย่างหวาดกลัว เพราะว่าในตอนนี้บนหมู่เมฆที่กว้างใหญ่ปรากฏัเพลิงสีแดงฉานที่ลำตัวยาวไร้ที่สิ้นสุด มันกู่ร้องจนผืนทวีปสั่นไหวจากนั้นมันก็เริ่มจางหายไป
หลินตงเหงื่อแตกพลักเมื่อััได้ถึงข้อมูลมหาศาล ในหัวของเขาเ็ปไปหมด ภายในหัวของเขาตอนนี้ปรากฏภาพร่างเงานับไม่ถ้วนที่กำลังกู่ร้องกันด้วยน้ำเสียงที่ดังสะท้านโลกา ภายในภาพนั้นร่างเงาอสูรขนาดั์นับไม่ถ้วนเข้าบดขยี้คนที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าเป็ชิ้นๆ
เด็กหนุ่มเมื่อเห็นมันก็หวาดสะพรึงกลัว ขณะนั่นเขาพูดขึ้นอย่างเหม่อลอยโดยที่ยังมีชายหนุ่มผู้เป็อาจารย์จ้องมองมาอย่างภูมิใจ
<ศาสตร์จักรพรรดิัครองภพ บงการทุกสรรพสิ่ง ควบคุมใต้หล้า พลิกผืนฟ้าด้วยมือเดียวเป็เ้าสรรพสิ่งของทุกชีวา>