บทที่ : 7
“จะเอายังไงต่อดีละทีนี้”
เสียงบ่นของหญิงสาวหลังจากที่กลับมาจากทานมื้อเช้า ซึ่งเป็มื้อเช้าที่กินแรงกินเวลาไม่น้อยเลยทีเดียว ยังดีที่นางยังมีความทรงจำและประสบการณ์ในการใช้ชีวิตมาไม่น้อย ถึงจะมีความอ่อนไหวในอารมณ์ตามร่างกายที่อ่อนวัยลง จึงอาจจะทำให้อารมณ์และความรู้สึกมันอาจจะมีการสั่นไหวไปบ้าง
แต่ความทรงจำของนางที่อยู่ในโลกอันโหดร้ายมาตลอดหลายปี มันก็ทำให้นางสามารถรอดพ้นจากาแทางใจที่ไม่จำเป็มาได้...
ถึงจะไม่ทั้งหมดก็เถอะ
“คุณหนูเ้าคะ วันนี้คุณหนูจะรับของว่างไหมเ้าคะ ตอนนี้ก็เข้าปลายยามซื่อแล้วเ้าคะ” เสียงสาวใช้คนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาในตอนที่นางกำลังพยายามคิดว่าจะทำอะไรต่อไปดี
“ของว่าง?”
และนางก็ต้องทวนคำเมื่อได้ยินคำว่าของว่าง เพราะเท่าที่นางจำได้ไม่เคยมีเลยสักครั้ง ที่นางได้รับของว่างระหว่างมื้อ ไม่สิต้องบอกว่าตามปกติแม้แต่มื้ออาหารหลักเองนางก็แทบจะได้กินแค่น้ำข้าวกับผักเหี่ยวๆ โง่ๆ เท่านั้น ไม่อย่างนั้นร่างกายนี้จะผอมแห้งแรงน้อยแบบนี้หรือ
แต่วันนี้กลับมาสาวใช้มาเรียกแถมยังจะเอาของว่างมาให้?
‘เดี๋ยวนะ’
“ดีดีดี เอาสิไปข้าหิวอยู่พอดี” เมื่อนึกถึงบางอย่างขึ้นได้นางก็บอกสาวใช้คนนั้นให้ไปนำของว่างมาทันที
“คุณหนูไปทำอะไรมาเ้าคะ ทำไมวันนี้บ่าวเรือนฮูหยินรองถึงได้นำของหวานมาให้” หลิงหลินหรือสาวใช้คนสนิทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของเยว่ฮวาเอ่ยขึ้นมาอย่างแปลกใจ เพราะปกติแล้วพวกนางสองนายบ่าวแทบจะแทะเปลือกไม้ปรทังชีวิตอยู่รอมร่ออยู่แล้ว ไหนเลยวันนี้ถึงมีเื่ดีๆ แบบนี้ขึ้นมาได้
ในฐานะคนที่ผ่านอะไรมาไม่น้อย และรับใช้นายหญิงใหญ่หรือมารดาของเยว่ฮวามาก่อน ย่อมจดจำและได้พบเคยเจออะไรมาไม่น้อย นางจึงอยากที่จะตักเตือนนายหญิงน้อยของนาง
“พี่หลินอยากจะดูอะไรสนุกๆ ไหม”
“พี่หลิน? ทำไม่เรียกบ่าวอย่างนั้นเล่าเ้าคะ...” หลิงหลินเอ่ยถามออกมาอย่างแปลกใจ เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่คุณหนูของนางเอ่ยเรียกชื่อของนางเต็มปากเต็มคำเช่นนี้
ก็จริงอยู่ที่หลายครั้งหลายหนที่นางจะเกรียกว่าพี่บ้าง แต่เท่าที่จำได้หญิงสาวไม่เคยถามหรือรู้ชื่อของนางมาก่อนเลย แล้วทำไมในครั้งนี้นางถึงเรียกชื่อออกมาแบบนี้ได้
“มันอาจจะฟังดูไม่เหมือนกับคนสติดีเท่าไหร่นัก แต่อาจจะเพราะข้าเฉียดใกล้ความตายมามากเกินไป ความทรงจำสมัยเด็กๆ ก็เลยกลับมา และนิสัยของข้าเองก็คงจะเปลี่ยนไปมาก” หญิงสาวที่กำลังนึกเื่สนุกๆ อยู่ในห้วก็ยิ้มกว้างออกมา ต่างกับคนฟังที่ไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย
“...คุณหนู”
“พี่...ตลอดชีวิตของข้าที่ผ่านมาข้าคิดว่าข้าพยายามที่จะเป็เด็กดีมามากพอแล้ว ข้าทำดีและยอมทุกอย่างหมายที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจและมองข้าเป็ส่วนหนึ่งของครอบครัว แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าพวกเขากลับตอบแทนความพยายามทุกอย่างั้แ่ท่านแม่เสียไป ด้วยการพยายามที่จะฆ่าข้าเสีย”
“คุณหนูรู้!”
หลิงหลินถึงกับเบิกตากว้างขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา หลังจากที่นายหญิงตายไปแล้วนางก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้ ในวันที่คุณหนูของนางจะหลุดพ้นจากความไร้เดียงสา เพราะั้แ่เล็กๆ นางซึมซับแต่สิ่งดีๆ เพราะมีมารดาที่คอยปกป้อง
ทำให้หลังจากที่ฮูหยินใหญ่เสียไป คุณหนูของนางแทบจะกลายเป็ไข่ที่ถูกเอาออกมาจากหิน แล้วรอวันแตกสลายไปเพียงเท่านั้น
แต่นี่กลับ!!
“ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าข้าไม่รู้ เพียงแต่ว่าข้าอาจจะติดอยู่ในโลกที่สวยงามมากเกินไป จนลืมไปว่าตัวข้าเองเท่านั้นที่ยังเป็เด็ก กลับกันพวกเขาทุกคนต่างก็เป็ผู้ใหญ่ที่มีชีวิตมานานยิ่งกว่าข้า...”
“...”
“ถ้าหากคนสักคนจะเปลี่ยนแปลงเพราะใครบางคน อย่างน้อยพวกเขาคงไม่มาเปลี่ยนแปลงเพราะคนไร้ค่าอย่างข้าในสายตาของพวกเขาหรอก...”
“คุณหนู...” หญิงวัยยี่สิบปลายๆ ถึงกับมีน้ำตาซึมออกมา ไม่รู้เป็เพราะว่านางเสียใจหรือเพราะดีใจกันแน่ แต่อย่างน้อยก็เหมือนบางอย่างที่หนักอึ้งได้ถูกยกออกไป หลิงหลินรู้สึกโล่งอกเป็ครั้งแรกในรอบเจ็ดปี
“เราหยุดรำลึกเื่แย่ๆ กันเถอะเ้าค่ะ ก่อนอื่นข้ามีเื่ที่อยากจะถามพี่ก่อน”
“อะไรหรือเ้าคะ?”
“เท่าที่ข้าจำได้ พี่เป็สาวใช้ที่มากับท่านแม่ใช่หรือไม่เ้าคะ”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ข้าตามฮูหยินใหญ่มาจากต่างเมืองเ้าค่ะ คุณหนูมีอะไรหรือเ้าคะ”
“เท่าที่ข้าจำได้ท่านแม่เคยเล่าให้ข้าฟังว่าพวกเรานั้นมาจากตระกูลถาน พี่พอจะมีหนทางติดต่อกับท่านตาหรือญาติๆ ของท่านแม่บ้างไหม เพราะขืนเรายังคงรอความเมตตาจาก์หรือรอให้ท่านพ่อช่วยเหลือ ข้าไม่รู้ว่าพวกเราจะรอดไปถึงตอนนั้นไหม”
“ก็พอมีหนทางอยู่เ้าค่ะ” นางถึงกับแปลกใจที่คุณหนูนั้นกล่าวสิ่งที่ไกลแสนใจจากเด็กหญิงอย่างนางออกมา หากบอกว่าโลกนี้จะมีใครเข้าใจคุณหนูเยว่ฮวามากที่สุดในโลก ก็คงจะหนีไม่พ้นนางแน่นอน เพราะั้แ่เด็กหญิงถือกำเนิดมาบนโลก นางก็เป็คนคอยดูแลอีกฝ่ายมาโดยตลอด
สิบห้าปี
นั่นคือเวลาทั้งหมดที่พวกนางใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน
แต่ตอนนี้นางรู้สึกราวกับว่าหญิงสาวตรงหน้าต่างออกไปเป็คนละคนเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะเป็รอยยิ้มที่เคยหายไปนานแล้วกลับมาประดับอยู่บนใบหน้า ดวงตาที่เคยหม่นหมองจากการถูกทำร้ายทั้งกายและใจ หรือแม้แต่คำพูดคำจาที่แต่ก่อนควีจะเรียกว่าเป็ประโยครายวันเสียด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!
โดยเฉพาะความคิดอ่านที่ยากจะเปลี่ยนได้ในวันเดียว แต่ตอนนี้คนตรงหน้าของนางกลับเปลี่ยนราวกับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน...
“ถ้าอย่างนั้นรบกวนพี่ติดต่อกลับไปขอความช่วยเหลือจากทางนั้นให้ข้าที ยังไม่ต้องบอกอะไรมาก ขอแค่สืบดูว่าข้าพอจะมีน้ำหนักพอที่พวกเขาจะเคลื่อนไหวเพื่อข้าได้ไหม” เยว่ฮวากล่าวอย่างใช้ความคิด เพราะจะอย่างไรก็ต้องมีแผนสองสามสี่มาสำรองเอาไว้ก่อน
เพราะนางไม่รู้เลยว่าในโลกนี้กฎหมายมีความเข้มแข็งมากแค่ไหน เพราะในความจำของเด็กน้อยไม่มีเื่อะไรพวกนี้อยู่เลย จึงจำเป็ต้องพยายามหาทุกทางเท่าที่จะทำได้เพื่อให้อยู่รอดต่อไป
“ได้เ้าค่ะ ข้าจะติดต่อไปให้ไวที่สุด”
“เยี่ยม!”
“ไปเยี่ยมใครหรือเ้าคะ?”
“เปล่าๆ ข้าหมายถึงดีมาก ถ้าอย่างนั้นเรามารอพวกนั้นมากันเถอะ ข้าอยากดรู้นักว่าพวกนางจะมาไม้ไหน” เยว่ฮวารีบเปลี่ยนเื่ทันทีหลังจากที่หลุดปากคำที่คุ้นเคยออกไป
“และถ้าข้าเดาไม่ผิดวันนี้เราจะมีอะไรสนุกๆ ให้ดูกันอีกเื่”
......................
ยามซื่อ (巳:sì) คือ 09.00 – 10.59 น.