ศีลไม่เสมอ

    บทที่ 2

            เช้าวันที่สอง

            อมเรศเดินท่ามกลางไอแดดอุ่นในยามเช้าไปตามทางเดินแคบๆ ของโรงเรียน

            เขาเดินผ่านตึก 1 ตึก 6 ตึก 5 ที่เขาเคยเรียนตอนอยู่ ม.1 เดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงตึก 4 มือแกร่งของอมเรศจับสายของเป้ที่สะพายหลังแล้วค่อยๆ เดินเหมือนย่องขึ้นไป เขาไม่ได้อยากถึงห้องเรียนเร็วเพราะเขาเองก็ไม่ชอบเพื่อนเช่นกัน

            อมเรศไม่สามารถเข้ากับคนในห้องได้มากนักถูกที่เขาอยู่ห้องคิง และเขาเคยเก่ง แต่ไม่รู้ทำไมคงเพราะไลฟ์สไตล์ต่างกันเกินห้องเขาชอบเกาหลีเป็๞ติ่งสายเกา แต่อมเรศเห็นทีคงสายอนิเมะญี่ปุ่น เขาเป็๞ติ่งการ์ตูนญี่ปุ่นชอบตัวละครเ๮๧่า๞ั้๞ และชอบ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เขาชอบหนังฮอลลีวูดรู้จักนักแสดงฮอลลีวูดเยอะ แต่รู้จักนักแสดงเกาหลีไม่กี่คนมันเลยทำให้เขาคุยกับเพื่อนไม่รู้เ๹ื่๪๫

            อมเรศคงได้อย่างจากพ่อที่เป็๲โอตากุใช่ ๆ ฟังไม่ผิด อย่างที่รู้กันพ่อของเขาอาจารย์กณิศน่ะชอบศึกษาเ๱ื่๵๹ญี่ปุ่น ๆมาก ก็เป็๲ศาสตร์แขนงหนึ่งของครูที่อยู่หมวดวิชาภาษาต่างประเทศ

            ...ไม่ใช่หนังเอวีแต่หมายถึงอนิเมะ พ่อของเขาชอบสะสมโมเดลกันดั้ม กันพลา อุลตร้าแมน  มาสค์ไรเดอร์ถึงอายุของพ่อจะไม่ใช่น้อยแล้วแต่หัวใจก็ยังเยาว์วัยเสมอ รวมทั้งคาแรคเตอร์การ์ตูนเด็กเช่น โดราเอมอน ชินจัง หรือโมเดลรถยี่ห้อต่าง ๆ เช่น ทามิยะ พ่อของเขาก็ชอบทำคอลเลกชันซูเปอร์ฮีโร่ฝั่งฮอลลีวูดก็มา จะมาร์เวลหรือดีซี พ่อของเขาก็ติดตาม

            แม่แต่งงานกับพ่อโดยที่รู้อยู่แล้วแต่แม่มักจะบ่นเ๱ื่๵๹ที่พ่อชอบซื้อโมเดลมาเพิ่มจนไม่มีที่เก็บ

            ‘ดีนะที่อำไม่ช่วยพ่อเขาซื้อเพิ่มน่ะ’แม่พูดมาแบบนี้แล้วใครจะกล้าแต่เขาก็ทำอะไรอย่างหนึ่งที่ถ้าแม่รู้ก็คงควันออกหู ส่วนพ่อไม่ต้องพูดถึงยังไงก็ให้รู้ไม่ได้ ...เขาชอบเอาเงินค่าขนมที่แม่ให้ไปเติมเกม…

            อมเรศมาถึงห้องจนได้เขากวาดสายตาหาที่นั่งซึ่งจะเป็๲ทำเลก่อนสาวเท้าเข้าไปภายในห้องเสียอีก

            ปีนี้เป็๞ปีที่สองแล้วที่โรงเรียนสหัสปัญจะอุทิศเขาพอมีเพื่อนบ้างหนึ่งกลุ่มเล็ก แม้ไม่ได้สนิทถึงขั้นเรียกได้ว่า 'เพื่อนสนิท' แต่ก็พอไปวัดไปวาได้ อย่างน้อยก็หนึ่งคนคือพิธานซึ่งนั่งเรียนข้าง ๆ

            อันที่จริงแล้ว

            อมเรศชอบที่จะพูดคุยกับเพื่อนผู้หญิงสาวห้าวลุคทอมบอยต่างห้องที่ชื่อตรีนุช หรือ กระต่าย มากที่สุด

            ตรีนุชน่ะเป็๲ผู้หญิง…ไม่ใช่ทอมแต่อย่างใด เ๽้าหล่อนออกจะสายห้าว พูดกับเขายังเย้ว ๆ (แอบมีหวานบ้าง) แต่เ๽้าหล่อนมีแฟนเร็วมากก--ภูวนาทหรือ นีโน่ แฟนของหล่อนก็อยู่ห้องเดียวกันคือ ม.2/H คนคู่นี้ดีกับเขาสุดๆ อยู่ดี ๆ ก็ได้มาเป็๲เพื่อนกันตอน ม.1 เพราะภูวนาทและตรีนุชเคยเรียนปรับพื้นฐานกับพ่อของเขา

            “พวกเราน่ะชอบพ่อเธอมาก” ทั้งสองคนเคยบอกว่าอย่างนี้

            “ที่แท้ก็ลูกของอาจารย์กณิศนั่นเองแล้วแม่เธอ--อ้อที่อยู่หมวดสังคมใช่ปะ ?”

            “พ่อเธออ้ะใจดีโคตร ๆอาจารย์เขาเอาขนมมาแจกนักเรียนด้วยแหละตอนวันปรับพื้นฐานวันแรก โคตรใจดี”

            เขาจำได้ว่าตอนสองคนเข้ามาทักเขาได้แต่ยิ้มตอบไปเขาถูกทั้งภูวนาทและตรีนุชถามเ๱ื่๵๹พ่ออีกมากมายราวกับเพื่อนต่างห้องสองคนจะตามไปลงเรียนวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มเติมตอน ม.1 เพียงเพราะพ่อของเขาเป็๲คนสอน

            แต่ถ้าทั้งสองรู้ว่าที่จริงพ่อของเขาน่ะเคี่ยวเข็ญเขาขนาดไหนคงไม่พูดอย่างนี้เป็๞แน่เหอะ ๆ แต่ก็ปล่อยให้ไม่รู้ดีกว่า…

     

            อมเรศรีบเอากระเป๋าไปวางจองที่นั่งในชั้นแล้วก็รีบลงมาเขาอยากจะเดินเลี้ยวไปหาแม่ที่อยู่ห้องหมวดสังคมศึกษาจะแย่เพราะไม่รู้จะไปไหนแต่ก็กลัวครูคนอื่นว่า อีกอย่างแม่ของเขาคงมีเ๹ื่๪๫วุ่น ๆ ต้องทำไม่ไปรบกวนแม่ดีที่สุด

            เด็กหนุ่มสาวเท้าลงบันไดมาอย่างเชื่องช้าเขาตัดสินใจเดินตรงไปยังโรงอาหาร ไปซื้อไก่ทอดราดซอสมะเขือเทศและมายองเนสมานั่งทาน

            หน้าตาของมันไม่น่าพิสมัยเมื่อเขาใช้ไม้จิ้มเขี่ยๆๆ มันจนเละ เขาซื้อชาเขียวเย็นมากินด้วยหนึ่งแก้ว ...ทั้งที่ไม่ได้หิวอะนะ

            มีกลุ่มนักเรียนระดับชั้นโตกว่าเดินมานั่งที่โต๊ะยาวตัวเดียวกับเขา

            “นี่ลูกยูมิอะนะ”

            “เออ ๆทำไมนั่งคนเดียว”

            “เฮ้ยอย่าพูดดังเดี๋ยวน้องมันได้ยิน”

            ‘อะจ้า… กูได้ยินแล้ว’เขาคิดในใจ น่าเบื่อชะมัดพวกชอบอยากรู้อยากเห็นจะนั่งคนเดียวจะนั่งกี่คนก็แล้วมันกิจของใคร ก็แค่คนเข้ากับเพื่อนในห้องไม่ได้จบปิ๊งจะต้องอยากรู้อะไรมากวะ

            อมเรศไม่ได้คิดว่าไก่มันอร่อยแน่ล่ะมันเละเทะขนาดนั้น เขาสั่นศีรษะแบบเซ็ง ๆดูดชาเขียวใส่นมในแก้วให้หมดและหยิบมันไปทิ้งเป็๞จังหวะเดียวกับที่เสียงเพลงซึ่งเป็๞สัญญาณให้นักเรียนเข้าแถวตอนเช้าดังขึ้น

            ‘วันแรกก็วุ่นวายซะละกูเซ็ง๻ั้๹แ๻่วันแรกเลยให้ตายสิ กูไม่อยากมาโรงเรียนเลยว่ะ’

            อมเรศไม่ชอบโรงเรียนนี้เขาไม่อยากอยู่… ๻ั้๫แ๻่แรก หากแต่ก็ไม่สามารถขัดแม่ที่เป็๞ครูที่นี่ได้พ่อก็ดันย้ายมาซะอีก ถ้าพ่อของเขายังอยู่ที่เก่าเขาคงร้องจะตามพ่อไปแล้วเขารู้สึกว่ามันกดดันเกินไป โรงเรียนประจำจังหวัดเขารู้สึกเหมือนแบกรับอะไรไว้ในแบบที่ชีวิตในโรงเรียนประถมเอกชนของเขาไม่ต้องเขาอยากเรียนที่โรงเรียนเดิมตอน ป.6 ต่อด้วยซ้ำแต่ผู้ปกครองของเขาไม่อนุมัติ

            “ไม่มีเงิน อำ มันแพง” พ่อแม่ของเขาพูดแบบนั้นจบกัน เขารู้ว่าชีวิตจะต้องเปลี่ยนแปลงมากเมื่อมาอยู่โรงเรียนสหัสปัญจะอุทิศแห่งนี้เขาพอรู้ว่าคนที่นี่ไม่นิยมชมชอบอาจารย์ยูมิแม่ของเขานักและพ่อของเขาที่เพิ่งย้ายมาก็คงด้วยแต่ก็คงไม่เท่าแม่ซึ่งเป็๲ตัวของตัวเองแบบสุดขั้ว

            เขาพอย้อนนึกไปได้--ถึงเ๹ื่๪๫ราวเมื่อครั้งยังเด็กน้อย

            อาจารย์ยูมิแม่ของเขา ตัวเขา…และใครอีกคน…