บทที่ 22 กลับตาลปัตร
ไม่ใช่แค่เสิ่นเจียคนเดียวที่สีหน้าเปลี่ยนไป เสิ่นจงเฉินเองก็เช่นกัน เขาไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่าพยานที่เขาและเสิ่นเจียหามาจะกลับมาเล่นงานพวกเขากลับแบบนี้!
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่คิดเลยว่าเสิ่นเจียจะพลาดท่าโดนถ่ายวิดีโอแบบนี้ได้!
และที่แย่ไปกว่านั้น ใน่ท้ายของวิดีโอนี้ ทั้งสองคนดูเหมือนจะพูดถึงเขาด้วย
นับั้แ่วิดีโอเริ่มเล่น นักข่าวที่อยู่ด้านล่างก็ต่างตกตะลึงกับเนื้อหาในวิดีโอ ทำให้่แรกภายในงานเเงียบสงัด แต่ความเเงียบสงัดนี้ก็หายไปอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยเสียงอุทานที่ดังะเิ!
“บ้าไปแล้ว! ผู้ชายในวิดีโอนั่นไม่ใช่เมิ่งเจียงอวี่ แฟนหนุ่มของคุณหนูเสิ่นหรอกเหรอ? เขามายุ่งเกี่ยวกับพี่สาวของแฟนตัวเองได้ยังไง?”
“ดูท่าทางและน้ำเสียงของทั้งคู่แล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าแอบคบกันมานานแล้ว!”
“บทมันช่างน่ารังเกียจจริง ๆ หมอนี่ก็แน่ไม่เบา เล่นซะพี่น้องตกเป็ของตัวเองทั้งคู่ สุดยอดไปเลย!”
“คนที่สุดยอดน่าจะเป็พี่สาวคนนี้มากกว่านะ ได้ยินมาว่าเธอยังเป็เพื่อนสนิทที่สุดของ คุณหนูเสิ่นอีก สามารถใช้ผู้ชายคนเดียวกันกับน้องสาวตัวเองได้ แถมยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คนธรรมดาเขาไม่ทำกันหรอก!”
“โอ้โห! สุดยอด! ะเิเถิดเทิง!”
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เหล่านี้ เสิ่นเมิ่งเป็คนที่เงียบที่สุดอยู่เสมอ สายลมยามเช้าเริ่มพัดพาเอาความหนาวเย็นมาเยือน เธอโอบกอดตัวเองไว้แน่น แต่หัวใจกลับเดือดพล่าน
วิดีโอนี้คือสิ่งที่เธอถ่ายเอง และเธอก็ติดสินบนพยาบาลจางให้ฉายวิดีโอนี้ในงานแถลงข่าว
ทุกอย่างเป็ไปตามที่เสิ่นเมิ่งวางแผนไว้ล่วงหน้า ดำเนินไปอย่างราบรื่นเป็พิเศษ ที่สามารถทำได้อย่างราบรื่นขนาดนี้ เป็เพราะเสิ่นเมิ่งได้วางแผนและเตรียมการอย่างละเอียดล่วงหน้า
เธอจงใจรีบกลับมาให้ทันเวลางานแถลงข่าวของตระกูลเสิ่น เพื่อปฏิเสธเื่ขโมยเงินและหนีตามผู้ชาย ซึ่งเป็สิ่งที่เสิ่นเจียคาดไม่ถึง แต่เสิ่นเจียจะไม่มีทางปล่อยให้แผนการเดิมของตัวเองล้มเหลวไปอย่างแน่นอน จึงต้องหาหลักฐานมายืนยันว่าเธอขโมยเงินและหนีตามผู้ชาย! และหลักฐานที่หามาต้องเป็หลักฐานที่ชัดเจนและตรงประเด็น
ผู้จัดการธนาคารหลิวชิงเป็เพื่อนของเสิ่นเจีย เสิ่นเจียเลยสามารถขอเทปบันทึกภาพจากธนาคารเป็หลักฐานได้ แต่เธอไม่สามารถดึงภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลออกมาได้ ดังนั้นเธอจึงสามารถหาพยานบุคคลได้เท่านั้น และพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ในตอนนั้นมีเพียงคนเดียว นั่นคือพยาบาลจางเชี่ยน
เสิ่นเมิ่งแสยะยิ้มมุมปากเล็กน้อย ‘จุดที่พีคที่สุดของวิดีโอนี้กำลังจะมาถึง ตราบใดที่เสิ่นเจียพูดประโยคที่ว่าออกมามันจะจุดกระแสความโกลาหลระลอกที่สองขึ้นมาในทันที ความจริงที่เสิ่นจงเฉินคิดจะฮุบสมบัติของตระกูลเสิ่นก็จะถูกเปิดเผยออกมาทั้งหมด’
บนหน้าจอ เสิ่นเจียกอดคอเมิ่งเจียงอวี่เอาไว้แน่น พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
[พ่อของฉันไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก! คุณก็แค่ถูกตัดออกไปข้างเดียว ไม่ได้ถูกตัดทิ้งไปทั้งหมดซะหน่อย อีกอย่าง…]
‘มาถึงแล้ว ถึงจุดสำคัญแล้ว!’ ลมหายใจของเสิ่นเมิ่งถี่ขึ้นเล็กน้อย เธอยืดตัวตรงรอคอย่เวลานี้
อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นเอง มีเงาดำพุ่งเข้าใส่เครื่องฉายภาพราวกับสายลม ตามมาด้วยเสียงดังโครมคราม จู่ ๆ หน้าจอก็ดับวูบลง
หัวใจของเสิ่นเมิ่งหยุดเต้นไปชั่วขณะ! เธอมองไปที่หน้าจอที่มืดสนิทอย่างงุนงง ใช้เวลาสักพักใหญ่ ๆ กว่าจะรู้สึกตัว
นักข่าวที่อยู่ด้านล่างต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน
“เอ๊ะ! ทำไมถึงหายไปล่ะ? ใครปิดเครื่องฉายภาพ?”
“เครื่องฉายภาพไม่ได้ปิด แต่เป็วิดีโอที่ถูกตัดไป”
“โอ้ย! พี่สาวคนนี้บ้าไปแล้วเหรอ? เธอกำลังทำอะไร?”
“เธอทุบโทรศัพท์ของนางพยาบาล แย่แล้ว! เธอ้าทำลายวิดีโอนั้น!”
ข้าง ๆ เครื่องฉายภาพ เสิ่นเจียกำลังกระทืบโทรศัพท์ของจางเชี่ยนอย่างบ้าคลั่ง หน้าจอโทรศัพท์แตกละเอียด
หัวของเสิ่นเมิ่งปรี๊ดขึ้น เืลมพุ่งขึ้นสู่ศีรษะ เธอกระโจนเข้าใส่เสิ่นเจียอย่างรวดเร็วราวกับสัตว์ร้ายที่โกรธแค้น บีบคอเสิ่นเจียเอาไว้แน่น! ลากเธอออกไปด้านข้าง!
“สารเลว! แกทำอะไรลงไป!”
‘แกทำลายแผนการที่สำคัญที่สุดที่ฉันเตรียมมาอย่างดีพังหมดแล้ว!’
จางเชี่ยนได้สติ จึงรีบเข้าไปดึงโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมา แต่ก็สายเกินไป โทรศัพท์มือถือถูกเหยียบพังไปแล้ว ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ เลย