ยอดชายาหัตถาโลหิต [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 56 หานซินกลายเป็นบ้า


            "โฮก......"

            เสียงตะโกนด้วยความอัดอั้นของหานเยว่ราวกับน้ำที่กระเด็นใส่น้ำมันร้อนๆ ในกระทะ เหล่าสัตว์อสูรเดือดดาลขึ้นมาทันที

            สัตว์อสูรพวกนี้ไม่ได้ล้อมรอบพวกเขาแล้ว แต่พวกมันพุ่งเข้าหาทุกคนพร้อมเขี้ยวอันแหลมคมและเสียงคำรามดังลั่นป่า

            "กรี๊ด......" เสียงกรีดร้องของหานเยว่ดังขึ้นหานเทียนกับหานหมิงซึ่งยืนอยู่ด้านหน้าของนางนั้นหลบออกไปอีกด้านข้างตั้งแต่ตอนไหน ทำให้หานเยว่เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรตรงๆ โดยไร้เกราะกำบัง

            พวกสัตว์อสูรมีนิสัยโหดเหี้ยมเป็นทุนเดิม ทันทีที่มันเห็นเหยื่อก็พุ่งเข้ามาฝังเขี้ยวลงไปทันทีหานเยว่ตกใจจนลืมใช้พลังลมปราณโจมตีกลับ นางถูกสัตว์อสูรตัวหนึ่งเหวี่ยงลงกับพื้น เมื่อคนที่เหลือเห็นว่าสัตว์อสูรตัวนั้นกำลังจะก้มลงมากัดคอของหานเยว่ หานเทียนก็ได้สติเขาพุ่งเข้ามาใช้กระบี่ฟันไปที่คอของสัตว์อสูรตัวนั้นและช่วยหานเยว่เอาไว้ได้

            สัตว์อสูรโหดเหี้ยมก็จริง แต่ระดับวรยุทธ์ของพวกเขาทุกคนตรงนี้ไม่ได้แย่ หลังจากที่ตื่นตระหนกกันไปในคราแรก ไม่นานทุกคนก็สามารถตั้งสติจัดการสัตว์อสูรหลายตัวตรงหน้าได้อย่างราบรื่น

            ส่วนหานโม่นั้นหลบหลีกไปมาท่ามกลางสัตว์อสูรได้อย่างกับคมดาบมากเหลือ [1] นางใช้ประโยชน์ในช่วงเวลานี้ลอบสังเกตฝีมือของทุกคนไปด้วย

            ฝีมือของหานเทียนและหานหมิงไม่จำเป็นต้องพูดถึง ในฐานะดาวเด่นของตระกูลหานทั้งสองคนผ่านเข้าสู่ระดับเสวียนซือไปแล้วเรียบร้อยส่วนหานเยว่เองก็อยู่ที่จุดสูงสุดของระดับเสวียนเจ่อและกำลังจะก้าวข้ามไปสู่ระดับเสวียนซือเช่นกัน

            ชายหนุ่มจากตระกูลอื่นที่คู่กับหานหมิงมีระดับพลังวรยุทธ์อยู่ประมาณระดับเสวียนซือและฝีมือการต่อสู้ของเขายังแข็งแกร่ง

            แต่หานซินกลับแตกต่างออกไป หานโม่ขมวดคิ้วแน่น

            พลังปราณในร่างกายของหานซินนั้นแปลกมากมันผันผวนไปมาจนหานโม่มองไม่ออกไปครู่หนึ่งแต่สัญชาตญาณของนางบอกว่าหานซินในเวลานี้อันตรายมาก

            "เป็นเช่นนี้ไม่ดีแน่ พวกเราต้องแยกกัน!" เมื่อหานเทียนเห็นว่ามีพวกเขาบางคนถูกสัตว์อสูรโจมตีจนเพลี่ยงพล้ำแทบจะเอาตัวเองไม่รอดแล้วเขาจึงกัดฟันตะโกนออกมา

            หานหมิงและชายหนุ่มจากตระกูลอื่นแยกตัวออกไปทันที

            หลังจากที่พวกเขาแยกออกไป หานเทียนและหานเยว่ก็วิ่งหนีไปในทิศทางตรงกันข้ามทันที

            หานโม่และเซวียอีเฉินก็เลือกที่จะแยกตัวไปอีกทางเช่นกัน

            เห็นได้ชัดว่าสัตว์อสูรไม่ได้คาดว่าพวกเขาจะเคลื่อนไหวไปคนละทิศคนละทางเช่นนี้หลังจากที่พวกมันมึนงงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็วิ่งตามพวกเขาไปทันที

            ตอนที่พวกมันหยุดชะงักไปครู่หนึ่งก็ถือว่าได้ให้เวลาหลบหนีแก่หานโม่และคนอื่นมากมายแล้ว

            หานโม่และเซวียอีเฉินหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นว่าด้านหลังไม่มีสัตว์อสูรวิ่งตามมา

            "เกือบไปแล้ว"

            เซวียอีเฉินหายใจเหนื่อยหอบพลางเอนกายพิงต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

            หานโม่เหลือบมองมาทางเขาและกำลังจะเอ่ยพูด แต่รูม่านตาของนางหดตัวลงเล็กน้อย

            ไม่ไกลจากพวกเขา หานซินกับหลินเฟยกำลังวิ่งตรงมาอย่างรวดเร็ว

            "บ้าจริง วิ่งไปทางไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น!" เซวียอีเฉินมองเห็นพวกนางสองคนเช่นกัน แถมยังมีสัตว์อสูรหลายตัววิ่งตามหลังพวกนางมาด้วย ไม่ทันได้พักเขาก็ต้องวิ่งไปพร้อมหานโม่อีกครั้ง

            ทั้งสี่คนมารวมตัวกันโดยที่ไม่มีใครเอ่ยพูดอะไรและสัตว์อสูรที่อยู่ข้างหลังพวกเขาก็วิ่งตามมาอย่างไม่ยอมแพ้ ไม่รู้ว่าวิ่งมานานเท่าไหร่แล้วในที่สุดพวกเขาก็เข้ามาสู่พื้นที่ป่าที่มีต้นไม้ขึ้นอย่างหนาแน่นเบื้องหน้า

           บริเวณนี้ช่องว่างระหว่างต้นไม้แคบมาก เพียงพอให้คนผ่านไปได้แค่คนเดียว

            ดวงตาของหานโม่เป็นประกายทันที นางพุ่งตัวเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วราวกับดาวตก

            ด้วยความเร็วของพวกเขาที่มากเป็นทุนเดิมประกอบกับมีพื้นที่ว่างน้อยเกินไป พวกสัตว์อสูรจึงไม่สามารถแทรกตัวตามเข้ามาได้ ไม่ช้าพวกมันก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

            รอจนไม่มีเสียงของสัตว์อสูรข้างหลังแล้ว ทั้งสี่คนก็ลดความเร็วและถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

            "ระวัง!" ทันทีที่หานโม่หยุดนิ่งเซวียอีเฉินก็ดึงแขนนางออกมาจากตำแหน่งที่ยืนอยู่

            เมื่อหานโม่เอาแขนออกมาจากมือของเซวียอีเฉิน นางก็หันหน้ากลับไปมองทันที

            ปรากฏว่าข้างหลังของนางเป็นหลุมกับดัก

            ภายในหลุมมีความลึกกว่าสิบจั้ง [2] ไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังส่องประกายอยู่ก้นหลุมเป็นมีดหรือว่าหัวลูกศรกันแน่

            "ขอบคุณ" หานโม่ชำเลืองมองเซวียอีเฉินพลางพยักหน้าเอ่ยขอบคุณ

            เซวียอีเฉินโบกมือคล้ายไม่ใส่ใจ "เรื่องเล็กน้อย"

            หลินเฟยและหานซินยืนอยู่ตรงข้ามคนทั้งสอง การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วทำให้พวกเขากระหายน้ำมาก หลังจากที่ดื่มน้ำเสร็จแล้วหลินเฟยก็จึงเอ่ยทักทายหานโม่ นางเป็นศิษย์ของถังชิงจง

            หานโม่ไม่ได้รู้สึกดีกับคนที่เกี่ยวข้องกับถังชิงยุ่นนัก นางจึงทำเพียงพยักหน้ารับรู้เบาๆ

            หลินเฟยไม่ได้รู้สึกเขินอายเลยที่โดนเมิน นางพูดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นด้วยความตื่นเต้น

            หานโม่ไม่ได้สนใจที่จะฟัง นางหันไปสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ

            ตอนที่หานโม่หันกลับมา หานซินที่เงียบมาตลอดอยู่ๆ ก็หงุดหงิดขึ้นมา......

            หานโม่สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกสายหนึ่งจากทางด้านหลัง นางระวังตัวอยู่ก่อนแล้วพอหมุนตัวกลับไปจึงเผชิญหน้ากับหานซินที่มีใบหน้าบึ้งตึงและหงุดหงิดราวกับว่าถูกครอบงำด้วยพลังงานชั่วร้ายบางอย่าง ความตกใจปรากฏขึ้นในดวงตาของหานโม่

            นี่ไม่ใช่พลังของหานซิน!

            “เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?” หานโม่เอ่ยถามอย่างเย็นชา

            ทว่าหานซินกลับทำเพียงแสยะยิ้มและไม่สนใจคำถามของหานโม่ นางพุ่งตัวเข้าหาหานโม่ด้วยความเร็วสูง

            "เจ้าคิดจะทำอะไร?"

            "ระวัง......"

            ตอนที่หลินเฟยกับเซวียอีเฉินตั้งใจจะเข้าไปหยุดหานซิน หานโม่ก็ถูกฝ่ามือของหานซินซัดเข้าใส่อย่างแรงและตกลงไปในหลุมกับดักราวกับว่าวที่เชือกขาด

            "หานโม่!" เซวียอีเฉินสะกิดเท้ากับพื้นแล้วพุ่งเข้าไปหาหานโม่ เขาคว้าแขนของหานโม่ไว้ได้ ทว่าก็พ่ายแพ้ต่อแรงโน้มถ่วงอยู่ดีทั้งสองคนจึงตกลงไปในหลุมกับดักด้วยกัน

            เมื่อหานซินเห็นว่าทั้งคู่ตกลงไปในหลุมกับดักแล้วนางก็หัวเราะออกมาเสียงดัง

            “นางสารเลว นี่คือหลุมศพของเจ้า!”

            นางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง จนทำให้หลินเฟยตกตะลึงจนพูดไม่ออก

            นางมองไปยังใบหน้าด้านข้างของหานซิน พริบตาเดียวก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังฝันอยู่

            คุณหนูห้าของตระกูลหานเป็นคนเช่นนี้เองหรือ?

            ก่อนที่ความคิดในหัวของหลินเฟยจะประกอบกันเป็นรูปเป็นร่าง ภาพตรงหน้าก็ทำให้นางตกใจขึ้นมาอีกครั้ง

            หานซินล้วงหยิบถุงสีดำใบหนึ่งออกมาจากในสาบเสื้อ

            หลินเฟยที่ยืนอยู่ห่างๆ มองเห็นเพียงว่าภายในถุงสีดำนั้นมีบางสิ่งกำลังขยับ แต่นางดูไม่ออกว่ามันคือสิ่งใด

            จนกระทั่งหานซินเปิดปากถุงออก หลินเฟยก็แทบจะเป็นลมด้วยความตกใจ

            แมงป่องดำ!

            ที่ปลายหางของพวกมันนั้นเป็นส่วนของเหล็กในที่โปร่งใส มองเพียงครู่เดียวก็รู้ว่าเต็มไปด้วยพิษร้ายแรง!

            “หานโม่ คราวนี้เจ้าตายแน่!”

            หานซินหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ นางโยนถุงที่ใส่แมงป่องดำลงไปในหลุมกับดัก

            หลินเฟยมองหานซินที่กลายเป็นเช่นนี้แล้วภายในใจก็เกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุนางขยับตัวไปมาเพราะต้องการหนีจากหานซิน แต่มันก็สายเกินไป

            ในตอนนั้นเองที่หานซินเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ มองหลินเฟยอย่างน่ากลัว จากนั้นจึงโยนแมงป่องดำที่เหลืออยู่ใส่นางทันที

            "กรี๊ด......"

             ……

            ภายในกับดัก

            แม้ว่าหานโม่จะได้รับบาดเจ็บจากฝ่ามือของหานซินก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่ได้สาหัสมากนักระหว่างที่หล่นลงมาในกับดักนางก็หมุนตัวกลางอากาศในท่าเตรียมจู่โจม เมื่ออยู่เหนือหนามแหลมราวสามชุ่น [3] นางใช้มีดสั้นกำจัดความแหลมคมออกอย่างรวดเร็ว

            เมื่อมีพื้นที่ให้ยืนได้อย่างปลอดภัยแล้ว ทั้งสองคนก็รีบหาที่ปลอดภัยนั่งหลบมุมอย่างรวดเร็ว

            หลังจากที่ทั้งสองคนหลบในพื้นที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว แมงป่องดำจำนวนหนึ่งก็ตกลงมาจากด้านบนมีดสั้นของหานโม่ถูกดึงออกจากฝักอีกครั้งแล้วฟันแมงป่องพวกนั้นจนขาดเป็นท่อนอย่างรวดเร็ว

            เซวียอีเฉินที่อยู่ข้างๆ มองดูด้วยความประหลาดใจ

            หลังจากทุกอย่างสงบลง เซวียอีเฉินก็เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มว่า "ข้าเป็นตัวถ่วงของเจ้าใช่หรือไม่? เจ้าแข็งแกร่งเช่นนี้มิใช่ว่าการที่ตกลงมาในนี้เป็นเพราะเจ้าจงใจถูกหานซินผลักลงมาหรอกหรือ?"

            หานโม่ชำเลืองมองไปยังเซวียอีเฉินอย่างเฉยเมย เมื่อควบคุมลมหายใจให้คงที่แล้วแต่ภายในทรวงอกยังคงรู้สึกร้อนผ่าวและเจ็บแปลบอยู่นางพูดเสียงเย็นว่า "ข้าไม่ได้ว่างขนาดนั้น"

            ........................................................................

             

            เชิงอรรถ

            [1] คมดาบมากเหลือ หมายถึง มีฝีมือชำนาญ จัดการได้อย่างสบาย

            [2] จั้ง เป็นหน่วยวัดระยะทาง โดย 1 จั้ง = 3.3 เมตร / 10 จั้ง = 30 เมตร

            [3] ชุ่น เป็นหน่วยวัดระยะทาง โดย 1 ชุ่น = 3.3 เซนติเมตร / 3 ชุ่น = 10 เซนติเมตร

     

    คล้ายกับเรื่องยอดชายาหัตถาโลหิต [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390