“ฉันค่อยไปหาตอนค่ำอีกทีละกัน” เฉินอันหลานโยนกุญแจให้กับลานเซลอต “ของอยู่ในรถ รบกวนนายช่วยล้างทำความสะอาดด้วย ตอนค่ำฉันจะไปทำให้”
ลานเซลอตขยับกุญแจมือที่พันธนาการเขาเอาไว้เล็กน้อยจนเกิดเสียงและทำให้เท้าที่กำลังก้าวไปของเฉินอันหลานหยุดชะงักลงทันที หลังจากยืนอยู่ที่เดิมสักพัก นายตำรวจหนุ่มก็ย้อนกลับมาปลดกุญแจมือให้คนในรถ ในระหว่างที่ปลดพันธนาการนั้นเขาไม่ได้พูดอะไร หลังจากปลดกุญแจเรียบร้อยก็นำกุญแจมือประจำตัวเหน็บเข้าที่เอวด้านหลังตามเดิม ก่อนจะหมุนตัวแล้ววิ่งเข้าหากำแพงรั้ว กระโดดข้ามผ่านและหายลับกำแพงไปในที่สุดการเคลื่อนไหวที่กระฉับกระเฉงว่องไว ร่างกายและกำลังมือที่แข็งแกร่งเช่นนี้ น้อยมากที่จะมีโอเมก้าที่มีพละกำลังเหมือนกับเฉินอันหลาน อาจเป็นเพราะว่าเขาได้เข้าไปฝึกอยู่ในโรงเรียนตำรวจอยู่นานหลายปี การที่โอเมก้าคนหนึ่งมีความพยายามที่จะเปลี่ยนตัวเองให้แข็งแกร่งเหมือนกับอัลฟ่านั้นเทียบเท่ากับการบังคับผู้หญิงที่ไม่มีแรงแม้แต่จะมัดไก่มาจับปืนเข้าสู่สนามรบนั่นแหละ ขนาดจะเอาชีวิตรอดก็ยังยากเลย ไม่ต้องพูดถึงการคิดจะกลายเป็นทหารที่ยอดเยี่ยมเลย
แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้?
มีสิ
เฉินอันหลานก็คือหนึ่งในนั้น เขาทำมันได้ดีมากด้วย
“กลับมาแล้วเหรอครับ นายน้อย”
“อื้อ”
หมิงจวงเดินไปเปิดประตูรถให้กับลานเซลอต
“นายน้อยครับ เรื่องที่นายน้อยให้ผมไปตรวจสอบมามีความคืบหน้าแล้วครับ หลายปีมานี้เฉินเจิ้นถิงไม่ค่อยให้ความสนใจกับธุรกิจประจำตระกูลสักเท่าไร เขาได้มอบกิจการทั้งหมดของตระกูลให้กับเฉินหยิ่นหลินและเฉินหยินชิงสองพี่น้องเป็นผู้ดูแลไปแล้วครับ เขาพูดถึงลูกชายสองคนอย่างเฉินหยิ่นหลินและเฉินหยินชิงต่อสาธารณชน เขาไม่ยอมรับคุณชายเฉิน แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธครับ”
“สถานะของอันหลานล่ะ?”
“คุณชายเฉินเป็นลูกที่เกิดมาจากภรรยาจิ๋งหลานเหมือนกัน แต่เพราะเขาดันเกิดมาในสถานะโอเมก้า เฉินเจิ้นถิงจึงไม่เคยสนใจเขา ว่ากันว่าตอนแรก ๆ เฉินเจิ้นถิงเป็นกังวลว่าหลังจากที่คุณชายสามโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะสร้างผลกระทบให้กับลูกชายอีกสองคนของเขา ดังนั้นจึงตัดสินใจพาเขาออกไปอยู่ข้างนอก ต่อมาภรรยาของเขาจิ๋งหลานได้ขอร้องเขาไว้ ให้วางเรื่องนี้ลงก่อน แต่หลังจากนั้นคุณชายเฉินก็ย้ายออกจากบ้านไป และไปใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกคนเดียวจนถึงตอนนี้ครับ”
“เพราะเหตุผลแค่นี้เหรอ?”
“ดูจากตอนนี้แล้ว น่าจะแค่เหตุผลนี้ครับ”
“หาต่อไป”
“นายน้อยคิดว่าอาจจะมีความลับอื่นซ่อนอยู่ใช่ไหมครับ?”
ลานเซลอตหมุนแหวนที่อยู่บนนิ้วนาง หลังจากเงียบไปพักใหญ่ เขาก็พูดขึ้น
“สถานะโอเมก้าไม่ถึงขนาดทำให้เฉินเจิ้นถิงต้องปล่อยปละละเลยลูกชายคนนี้ได้ถึงขนาดนี้ นายไปหามาสิว่าก่อนที่อันหลานจะเกิดตระกูลเฉินเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง บางทีเรื่องนี้อาจจะมีคำตอบก็ได้”
“ครับ นายน้อย” หมิงจวงพยักหน้า
ลานเซลอตถอดผ้าปิดปากออก
“ทำไมไม่เห็นเชียนเฉินล่ะ?”
“ไอ้โง่นั่น...”
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ถูกคนเล่นงานครับ” หมิงจวงลังเลเล็กน้อย ก่อนจะขยายความเพิ่มเติม “เขากินไวอากราเข้าไปเป็นจำนวนมาก ตอนนี้นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลครับ”
เมื่อลานเซลอตได้ยินสีหน้าก็เปลี่ยนสีในทันใด เขาหรี่ตาทั้งสองมองไปทางหมิงจวง
“แต่คุณหมอบอกว่า พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วครับ” หมิงจวงรีบเล่าต่อทันที
“ใครให้เขากิน?
“พูด”
“คุณชายรองเฉิน เฉินหยินชิงครับ”
แววตาของลานเซลอตเคร่งขรึมลงอย่างฉับพลัน
เมื่อสังเกตเห็นท่าทางโกรธเคืองของนายน้อย หมิงจวงก็ขมวดคิ้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่พูดอะไร ได้แต่หวังว่าเจ้าโง่นั่นจะรอดพ้นจากหายนะครั้งนี้ไปได้ สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดคือเชียนเฉินเพิ่งจะรอดจากการตายมาได้ แต่อีกไม่นานก็จะกลับสู่เส้นทางเสี่ยงตายอีกครั้ง
“นายไปนอนโรงพยาบาล แล้วไปถามเรื่องนี้มาให้แน่ใจ”
“ครับ นายน้อย”
“เอาของที่อยู่ท้ายรถเข้าบ้านด้วย”
เมื่อลานเซลอตพูดจบก็เดินเข้าบ้านไปทันที
หมิงจวงโค้งคำนับให้กับแผ่นหลังของเจ้านาย จากนั้นก็ล้วงไปหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วโทรหาเว่ยเชียนเฉินที่นอนอยู่โรงพยาบาล ก่อนจะเดินไปหยิบของท้ายรถ เมื่อปลายสายกดรับ หมิงจวงก็ได้ยินเสียงตะโกนด้วยความโกรธของอีกฝ่าย ส่วนใหญ่ก็คือคำก่นด่าสาปแช่งทั้งนั้น หมิงจวงยกหูโทรศัพท์ห่างออกไปเล็กน้อย เมื่อความโกรธของอีกฝ่ายเบาบางลงแล้ว จึงได้บอกเรื่องที่ตัวเองจะต้องไปโรงพยาบาลให้เขาฟัง เว่ยเชียนเฉินเงียบลงในบัดดล เขาหยุดสบถด่าชั่วคราวแล้วเอาแต่ถามว่านายน้อยว่าอย่างไรบ้าง หมิงจวงไม่ได้สนใจ เขาตัดสายทิ้งแล้วเปิดท้ายรถทันที...
แทบจะในพริบตาเดียว หมิงจวงก็ถูกกลิ่นวัตถุดิบที่ยัดกันอยู่ข้างในปะทะเข้าหน้าจนเย็นวาบไปทั้งตัว
ผักสดเอย ผลไม้เอย อาหารทะเลเอย...
ทั้งหมดถูกยัดรวมกันอยู่ท้ายรถ กลิ่นตีกันยุ่งเหยิงจน...
เหม็นตลบอบอวล
หมิงจวงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ หิ้วของที่อยู่ท้ายรถเข้าไปในบ้าน
.
.
.
หลังจากที่กลับมาจากตลาดเกษตร เฉินอันหลานที่เหงื่อท่วมไปทั้งตัวรีบเข้าไปอาบน้ำ เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นภาพที่หมิงจวงกำลังหิ้วของเข้าไปในบ้านตรงข้ามพอดี ส่วนชั้นสองนั้น?
ดูเหมือนว่าลานเซลอตกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับใครบางคน
เฉินอันหลานยืนรินน้ำพร้อมกับสังเกตการเคลื่อนไหวบนชั้นสองของบ้านตรงข้ามบริเวณหน้าต่างต่อไป และก็เห็นว่าหลังจากที่ผู้นำตระกูลเอสเตคุยโทรศัพท์เสร็จอีกฝ่ายก็หายตัวไปจากสายตาของเขาทันที ยอดสายลับขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นก็ถือแก้วน้ำเดินไปนั่งในห้องรับแขก เปิดโน้ตบุ๊กเพื่อเจาะเข้าฐานข้อมูลของสถานีตำรวจ และแฮ็กเอาคลิปวิดีโอในขณะที่หรงอันชิ่งกำลังถูกสอบปากคำในห้องสอบสวนของกลุ่มต่อต้านลักลอบการค้าของเถื่อน ก่อนจะนั่งดูไปพลางดื่มน้ำไปพลาง
คนที่รับหน้าที่ในการสอบปากคำในครั้งนี้คือเจียงหยาง ไม่ว่าจะถามไปกี่คำถามหรงอันชิ่งก็ไม่ตอบอะไรออกมาทั้งนั้น พูดแค่เพียงว่าจะรอทนายของเขา ตามกฎแล้วหรงอันชิ่งมีสิทธิ์ที่จะรอทนายของเขามาก่อนแล้วค่อยตอบก็ได้ แต่ถ้าทนายของเขามาถึง นั่นหมายความว่าตำรวจจะไม่มีสิทธิ์สอบปากคำใด ๆ กับหรงอันชิ่งอีก หรงอันชิ่งสามารถหลีกเลี่ยงการตอบเบาะแสสำคัญบางอย่างได้ภายใต้การช่วยเหลือและการทักท้วงของทนาย
ดวงตาเย็นชานั้นหรี่ลงเล็กน้อย เขาวางแก้วน้ำลงก่อนจะหยิบโทรศัพท์โทรหาเจียงหยาง
“หัวหน้าเจียงครับ”
(อันหลาน มีเรื่องอะไรรึเปล่า?)
“ตอนนี้หรงอันชิ่งน่าจะอยู่กับกลุ่มต่อต้านการลักลอบค้าของเถื่อนแล้วใช่ไหมครับ?”
(ฉันเพิ่งสอบปากคำไป แต่ไอ้บ้านั่นไม่ยอมพูดอะไรเลย ยืนยันว่าจะรอทนายมาลูกเดียว ความคิดของเจ้าบ้านั่นโคตรแย่ ฉันกลัวว่าครั้งนี้ต่อให้เรามีหลักฐานก็เอาผิดกับเขาไม่ได้น่ะสิ ถึงอย่างไรคนที่ก่อคดีก็คือลูกน้องของเขา เขาก็เป็นได้มากสุดแค่คนที่ค่อยแนะนำ ซึ่งติดคุกไม่กี่ปีเท่านั้น ส่วนยาเสพติดที่เจอหน้าสถานีตำรวจเมื่อเช้านั้น ก็บอกได้แค่ว่าเขามีส่วนร่วม หัวหน้าเซี่ยตายแล้ว ไม่มีใครเป็นพยานว่าเขาเป็นผู้บงการในคดีค้ายาเสพติด)
“คุณงัดปากให้เขาพูดได้นี่ครับ?”
(ร่างกายของเจ้าบ้านั่นไม่ค่อยดี ทนได้ไม่นานหรอก ถ้าทนายความของเขามาไม่ได้ล่ะก็ ฉันคงจะงัดปากให้เขาสารภาพไปแล้ว... แต่จะว่าไปแล้ว พอบอกทนายทางโน้นก็รีบมาในทันที อีกอย่างฉันยังได้ยินมาว่าคนที่เขาเชิญมาเป็นทนายความที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองอวิ๋นกังด้วย รู้สึกเขาจะชื่อจางอวิ๋นชง เป็นทนายที่รับว่าความให้กับคนรวยโดยเฉพาะ ไม่เคยพลาดมาก่อนด้วย ฉันกลัวว่าเมื่อเขามาไอ้เจ้าบ้าหรงอันชิ่งจะไม่ยอมพูดแน่นอน)
“หรงอันชิ่งถูกจับมานานแค่ไหนแล้วครับ?”
(สองชั่วโมง ทำไมเหรอ?)
“งั้นก็ต้องตัดสินเขาภายในสี่สิบแปดชั่วโมง ด้านทนายเดี๋ยวผมจัดการเองครับ รับรองไม่มีทางที่เขาจะไปพบหรงอันชิ่งได้”
(อันหลาน นายอย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ ฉันรู้ว่าไอ้เจ้าบ้าหรงอันชิ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้เหลียงลั่วหยินต้องตาย แต่ถ้านายเอาทนายความของเขาไปแล้วมันจะเป็นยังไง...)
“คุณกำลังจะพูดอะไรครับ?”
เจียงหยางที่อยู่ปลายสายเงียบไปพักใหญ่ จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขึ้นมาอย่างฉับพลัน
(ฉันลืมไปว่านายเป็นคนตระกูลเฉิน...)
ยังไม่ทันที่เจียงหยางจะพูดจบ เฉินอันหลานก็วางสายไปทันที เมื่อเงยหน้ากลับไปยังหน้าจอโน้ตบุ๊กอีกครั้งนั้นก็เห็นว่าเจียงหยางผลักประตูเข้าไปในห้องสอบสวนแล้ว หลังจากที่ปิดประตูลงเขาก็บอกใบ้บางอย่างกับลูกน้องทั้งสองคนที่อยู่ในห้อง ไม่นานภาพจากกล้องวงจรปิดก็หายไป ยอดสายลับจ้องเขม็งไปทางหน้าจอสีดำนั้นอยู่นาน ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก จากนั้นก็ยืนขึ้นแล้วโทรศัพท์หาเฉินหยิ่นหลินทันที
.
.
.
บ้านตรงข้าม
หมิงจวงได้นำวัตถุดิบที่อยู่ท้ายรถเข้าไปเก็บแยกประเภทในครัวอย่างเรียบร้อย จากนั้นก็เดินขึ้นไปยังชั้นบนก่อนจะเคาะประตูห้องนอน แต่กลับพบว่านายน้อยของตนไม่ได้อยู่ในนั้น หมิงจวงรู้สึกแปลกใจจึงได้เดินไปยังห้องสุดท้ายของระเบียงทางเดิน
‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’
“นายน้อยครับ อยู่ในนี้รึเปล่าครับ?”
“เข้ามา”
เมื่อได้ยินเสียงของลานเซลอต หมิงจวงก็ผลักประตูเข้าไปทันที และก็เห็นว่านายน้อยกำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะทดลองที่เต็มไปด้วยน้ำยาทดลองและมิเตอร์ บนหน้าจอที่คล้ายกับโฮโลแกรมทางด้านซ้ายก็คือวิดีโอที่คอลอยู่กับผู้เชี่ยวชาญจากทางอิตาลีคนหนึ่ง ส่วนทางด้านขวาคือรายละเอียดของตัวยาระงับทั้งหมด… หมิงจวงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปทางด้านหลังของลานเซลอต
“นายน้อยครับ”
ลานเซลอตกำลังปรุงยาระงับด้วยตัวเอง
“นายน้อยครับ”
“ว่ามา”
“นายน้อยไม่ได้แตะของพวกนี้นานมากแล้วนะครับ”
“นายกล้าสั่งสอนฉันเหรอ?”
“ไม่กล้าครับ” หมิงจวงมองไปทางบรรดาขวดที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทดลอง จากนั้นก็มองไปทางลานเซลอตที่ไม่ได้ใส่แม้แต่หน้ากากป้องกันพิษ เขาขมวดปมคิ้วแน่นเข้าไปอีก “ของพวกนี้อาจจะสร้างผลกระทบให้ร่างกายของนายน้อยได้นะครับ นายน้อยสัญญากับนายหญิงที่จากไปแล้วว่าจะไม่แตะต้องมันอีก…”
“ถ้าไม่มีอะไรก็ไสหัวออกไป” ลานเซลอตออกคำสั่งโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมามองแต่อย่างใด
หมิงจวงตกใจไม่น้อย เขาไม่กล้าพูดอะไรต่อนอกจากยืนมองเจ้านายที่กำลังพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญจากอิตาลีต่อไป เขานำตัวยาระงับมาปรับสูตรและเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมิงจวงนั้นเป็นห่วงสุขภาพของลานเซลอตอยู่ไม่น้อย
ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่พวกเขาต่างทำในส่วนของตัวเองไป แล้วจู่ ๆ เสียงการเคลื่อนไหวดังขึ้นมาจากระเบียง
“ไปดูซิ”
“ครับ นายน้อย”
“พาเขาไปห้องครัวก่อน บอกเขาว่าเดี๋ยวฉันตามลงไป”
หมิงจวงโค้งคำนับ จากนั้นก็หมุนตัวแล้วเดินออกจากห้องไปทันที
เฉินอันหลานมาทำอาหารให้ลานเซลอตในเวลาสิบเก้านาฬิกา อย่างตรงเวลา เพื่อเลี่ยงการมาสายและไม่มีข้ออ้างให้อีกฝ่ายสร้างเงื่อนไขอะไรได้ เขาเดินวนอยู่บนชั้นสองอยู่พักใหญ่แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของลานเซลอต จึงเตรียมที่จะลงไปดูสถานการณ์ข้างล่าง แต่จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเปิดประตูดังมาจากระเบียงทางเดิน เขาไปตามเสียงนั้น และก็พบกับหมิงจวงที่เดินออกมาจากห้องพอดี
“คุณชายเฉิน”
หมิงจวงปิดประตู จากนั้นก็ก้มหน้าลงแสดงความเคารพ
วินาทีที่ประตูนั้นถูกปิดลง ดูเหมือนเฉินอันหลานจะเห็นแสงหน้าจอลอยออกมาจากช่องเล็ก ๆ ของประตูที่แง้มออก อีกทั้งยังได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันราง ๆ อีกด้วย แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ยินอย่างชัดเจน หมิงจวงก็ปิดประตูนั้นเสียก่อน คุณชายเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเงยหน้าไปมองอีกฝ่าย
“นายน้อยไม่อยู่เหรอ?”
“อยู่ครับ แต่นายน้อยมีเรื่องที่ต้องจัดการ เลยให้ผมพาคุณชายเฉินไปห้องครัวก่อนครับ”
“เขาอยู่ข้างในใช่ไหม?”
หมิงจวงมองไปทางเฉินอันหลาน หลังจากที่ลังเลอยู่เล็กน้อยเขาก็พยักหน้า
“ครับ”
เฉินอันหลานหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าหัวหน้าและลูกน้องสองคนนี้จะทำลับลมคมในทำซากอะไร แต่ในเมื่อเจ้าตัวปิดกั้นเขา ยอดสายลับก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปก้าวก่ายแต่อย่างใด หลังจากที่กวาดตามองไปทางประตูอีกครั้งแล้วเขาก็หมุนตัวแล้วเดินไปยังบันไดทันที
หมิงจวงดึงประตูเล็กน้อย เมื่อมั่นใจว่าปิดสนิทแล้วก็ค่อยเดินตามเฉินอันหลานลงไปชั้นล่าง