เ้าหญิงเทย่าตัดสินใจให้บุญพาทุกคนเที่ยวเมืองเชียงใหม่ต่อจนถึงเวลาใกล้ห้าโมงเย็นแล้วจึงค่อยไปหารือกันต่อที่บ้านของบุญ เมื่อทุกคนนั่งรถตู้ออกมาจากบ้านของพลตำรวจเอกพิสุทธิ์แล้ว บุญซึ่งนั่งข้างองค์หญิงจึงกระซิบถามเธอเบาๆ
‘องค์หญิงไม่ทรงตามหาเด็กหญิงที่หายไปแล้วหรือเพคะ?’
‘แล้วเธอมีอะไรจะแนะนำเราอีกหรือเปล่าคะ?’
องค์หญิงขอความเห็นจากเธอ
‘ถ้าคำแนะนำ ตอนนี้หม่อมฉันยังไม่มีเพคะ แต่หม่อมฉันมีเื่มาทูลเล่าให้องค์หญิงฟังเพคะ’
บุญยังคงกระซิบเพื่อไม่ให้คนขับรถได้ยิน องค์หญิงไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแค่พยักหน้าและยื่นหูเข้าไปใกล้บุญเพื่อรอฟัง
บุญเล่าเื่ความฝันของเธอเมื่อคืนก่อนหน้านี้ให้องค์หญิงฟัง ซึ่งเธอได้ฝันเห็นเทพธิดาแห่งโชค และสิ่งที่เธอเล่านั้นทำให้องค์หญิงใจนอ้าปากค้างอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดออกมา
“เป็ไปไม่ได้”
‘เพคะ เพราะว่านี่เป็เพียงแค่ความฝันของหม่อมฉันเมื่อคืนนี้เพคะ’
‘เราไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เราหมายถึง เคยมีคนฝันแบบนี้มาแล้ว เหมือนกับเธอทุกอย่างเลย และความฝันนั้นก็กลายเป็เื่จริงขึ้นมาค่ะ’
องค์หญิงบอกเธอ ทำให้บุญมีสีหน้าสงสัยขึ้นมา
‘ใครกันเพคะ?’
‘ท่านพ่อของเราเองค่ะ เมื่อประมาณหนึ่งปีก่อนที่เราจะเกิด’
องค์หญิงเฉลยทำให้บุญเป็ฝ่ายใบ้าง
หนุ่มทั้งห้าคนที่มาด้วยต่างแปลกใจที่เห็นสองสาวกระซิบกันอยู่พักใหญ่แล้วผลัดกันทำสีหน้าท่าทางใ แต่ไม่มีใครกล้าถามพวกเธอ
‘ด้วยเหตุนี้จึงทรงเชื่อว่ามีเทพธิดามาจุติหรือเพคะ?’
บุญเริ่มเข้าใจความเป็มาของเื่ทั้งหมดนี้
‘ถูกต้องค่ะ แล้วเธอจำหน้าท่านเทพธิดาในความฝันได้หรือเปล่าคะ?’
องค์หญิงมีความหวังขึ้นมาอีกเพราะว่าบุญเป็คนที่สองต่อจากพระบิดาของเธอที่ได้เคยเห็นใบหน้าของเทพธิดาแห่งโชค
‘หม่อมฉันจำได้ติดตาเลยเพคะ’
บุญตอบอย่างมั่นใจ
เ้าหญิงเทย่าเชื่อในทุกคำที่บุญพูดเพราะท่าทีที่จริงใจของเธอ และผู้หมวดก็เคยเล่าให้ฟังว่าเธอเป็คนที่ไม่เคยโกหกใครมาั้แ่เด็กๆ แล้ว
‘แล้วหน้าตาท่านเทพธิดาเป็อย่างไรหรือคะ? เหมือนกับเธอหรือเปล่า?’
องค์หญิงกระซิบถามเธอโดยยิ่งรู้สึกมีความหวังมากขึ้น
‘ไม่เหมือนเพคะ หม่อนฉันทูลเ้าหญิงหลายครั้งแล้วเพคะว่าหม่อมฉันไม่ใช่เทพธิดา หากหม่อมฉันเป็เทพธิดาแห่งโชคจริงๆ หม่อมฉันก็ขอประทานโชคให้แก่พระองค์ ให้ได้ทรงทราบว่าใครคือเทพธิดาแห่งโชคภายในวันนี้เลยเพคะ โอม…โอม...เพี่ยง!’
บุญพูดทีเล่นทีจริง องค์หญิงจึงหัวเราะและหยิบม้วนภาพในกระเป๋าของเธอออกมา
‘เธอนี่ก็ตลกดีเหมือนกันนะ…แล้วท่านเทพธิดาในความฝันคล้ายกับผู้หญิงในรูปนี้หรือเปล่าล่ะคะ?’
เ้าหญิงเทย่าถามพร้อมกับคลี่ม้วนภาพให้บุญดู ซึ่งเป็ภาพเดียวกันกับภาพที่องค์หญิงมอบให้ชายหนุ่มทั้งสามเพื่อใช้สำหรับตามหาเทพธิดา
“ไม่มีส่วนคล้ายเลยเพคะ”
บุญยังคงตอบอย่างมั่นใจ
‘แล้วเธอเคยเห็นใครที่หน้าตาคล้ายกับหญิงในรูปนี้หรือเปล่าคะ?’
องค์หญิงถามทั้งๆ ที่รู้ว่าบุญเคยพาสามหนุ่มจอมโชคร้ายนำรูปนี้ไปถามชาวเมืองเชียงใหม่ด้วยคำถามเดียวกันนี้มาแล้ว
‘หม่อมฉันเคยเห็นเพคะ และเธอก็เหมือนหญิงผู้นี้มากด้วยเพคะ’
บุญตอบโดยไม่ลังเล ทำให้องค์หญิงแปลกใจที่บุญพาพวกเธอไปตามหาคนที่เหมือนผู้หญิงในรูปรอบเมืองเชียงใหม่ แต่กลับไม่เคยพาไปพบผู้หญิงที่เธอพูดถึง องค์หญิงจึง้าที่จะพบกับหญิงผู้นี้
‘พาเราไปพบคนที่เธอพูดถึงได้หรือเปล่าคะ?’
บุญจึงยิ้มแล้วกระซิบข้างหูองค์หญิง
‘ได้เพคะ ตอนเย็นวันนี้องค์หญิงจะได้ทอดพระเนตรว่า เธอเหมือนผู้หญิงในรูปนี้มากจริงหรือเปล่าเพคะ’
องค์หญิงรู้สึกราวกับว่าเทพธิดาแห่งโชคอยู่ใกล้เธอมากแล้ว
หลังจากที่บุญได้พาลูกทัวร์ทั้งหกคนไปเที่ยวชมเมืองเชียงใหม่กันจริงๆ ใน่บ่ายแล้ว องค์หญิงบอกให้คนขับรถตู้ไปส่งหนุ่มจอมโชคร้ายทั้งสามกลับโรงแรม แล้วจึงค่อยไปส่งคนอื่นที่เหลือที่บ้านของบุญก่อน จากนั้นคนขับรถจึงกลับบริษัทได้
ระหว่างที่ส่งสามหนุ่มที่โรงแรม การุณได้มอบจี้สร้อยคอขององค์หญิงให้กับบุญหนึ่งเส้นเป็การขอบคุณที่เธอทำหน้าที่ช่วยเหลือทั้งสามเป็อย่างดีตลอดเวลาสามวัน เนื่องจากพวกเขาต้องกลับประเทศซานเตียเรสทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น บุญนำสร้อยมาสวมด้วยความดีใจ ทำให้เ้าหญิงเทย่ารู้สึกปลื้มใจที่เห็นว่าบุญชื่นชอบเธอมากขนาดนั้น และการุณได้คืนจี้อีกหนึ่งเส้นที่เหลือและกำไลให้กับองค์หญิง