หลังการเผชิญหน้ากับกลุ่มนักล่าเวทมนตร์ ทั้งสามคน—กล้า, ทศพล และชาลี—ตัดสินใจร่วมทางกันโดยมีเป้าหมายเดียวกัน: ตามหาความจริงเกี่ยวกับพลังโบราณและศัตรูที่อยู่เื้ัจักรวรรดิเทวาธิราช
ชาลีเล่าให้ฟังถึง “หมู่บ้านที่ถูกผนึก” ในหุบเขาลึกของเขตอาคมต้องห้าม หมู่บ้านแห่งนั้นเคยเป็สถานที่ฝึกของนักรบผู้พิทักษ์วิชาลับ ทั้งมวย, เวท, และพลังสายเืผสม ทว่าหลังาเมื่อสิบกว่าปีก่อน พื้นที่ทั้งหมดถูกสาปให้จมหายไปจากสายตาของโลก
“ข้าเคยเห็นมันจากบนฟ้า...แม้จะไม่มีใครเชื่อว่ามันยังอยู่” — ชาลีพูดขึ้นขณะใช้กรงเล็บพลังเวทตัดเถาวัลย์เปิดทาง
ระหว่างการเดินทาง ทั้งสามเริ่มแสดงทักษะเฉพาะของตนมากขึ้น
กล้าฝึกฝนท่ามวยโบราณกับต้นไม้และหิน ทำให้ทศพลเริ่มตระหนักว่าวิชานี้มีพลังทำลายล้างไม่น้อยกว่าขวานของเขา
ชาลีสำรวจทางล่วงหน้าและเตือนพวกเขาถึงกับดักอาคมโบราณที่กระจายอยู่ทั่วเส้นทาง
ทศพลเริ่มเล่าเื่าเก่าที่เขาเคยร่วมรบ และเอ่ยถึง “อาจารย์สุริยา” ว่าเคยเป็บุรุษในตำนานของยุคก่อน
ในคืนนั้นเอง พวกเขาถึง “หน้าผาไร้เงา” จุดที่หมอกสีเทาไหลรินไม่หยุด และเข็มทิศใดๆ ต่างไร้ทิศทาง กล้ารู้ทันทีว่าที่นี่คือทางเข้าสู่หมู่บ้านที่สาบสูญ
แต่ก่อนจะก้าวเข้าไป—เสียงดนตรีโบราณดังก้องในสายลม และร่างหญิงสาวในชุดคลุมสีดำปรากฏตัว
“ผู้ที่ไม่ใช่สายเื...จงถอยกลับไป”
เสียงนั้นกังวานด้วยอาคมบางอย่าง ทั้งกล้าและชาลีถึงกับชะงัก
ตอนจบของบทนี้คือแววตากล้าที่ยังคงแน่วแน่
“ถ้าวิชานี้คือความหวังสุดท้าย...ไม่ว่าใครจะขวาง ข้าก็ต้องก้าวต่อไป”