trigger warning : มีฉากใช้ความรุนแรง (abuse)
หัวหน้าหมู่บ้านมองท่าทางอันน่ากลัวของหนิงเฟิ่งแล้วก็อดจะตัวสั่นไม่ได้ ไม่รู้เพราะเหตุใดนังหนูผู้นี้ถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ ดูจากที่ทำให้ชายบ้านหวังล้มขาชี้ฟ้าเป็ระนาบแล้ว เขาคิดว่านางเป็คนที่ไม่ควรทำให้โมโหมากที่สุด คิดเช่นนั้นหัวหน้าหมู่บ้านก็ตัดสินใจ “ยายหวัง เ้าคืนของให้นางเถอะ เ้าทำเช่นนี้ไม่ถูกต้องนะ”
ยายเฒ่าหวังที่ร้องไห้อยู่เผลอแสดงความโกรธออกมา ปากหนาเหมือนไส้กรอกของนางเหยียดออกเพิ่มความน่ารังเกียจไปอีก หนิงเฟิ่งมองปฏิกิริยาของยายเฒ่าด้วยสายตานิ่งๆ “ข้าจะคืนให้! แต่ว่าไก่หนึ่งตัวถูกต้มกินไปแล้ว!”
“คืนให้ข้าเป็เงิน!” หนิงเฟิ่งกล่าวอย่างไม่ยอม
“ได้อย่างไร” ยายแก่เอ่ยเสียงสูง ให้ตายนางก็ไม่ยอมเสียเงินให้นังแพศยาผู้นี้หรอก นั้นคือความคิดก่อนหน้า แต่พอมองตาต่อตากับหนิงเฟิ่งชัดๆ แล้ว ยายแก่ก็พูดอ้อนวอนเสียงเบา “เ้าทำร้ายลูกหลานของข้าไปแล้ว ยังจะเรียกเงินคืนอีกหรือ?”
หนิงเฟิ่งยิ้มเยาะ “ได้ ข้ามอบไก่ให้เป็ค่าทำขวัญแก่พวกเ้า แต่อย่างอื่น เอามา!”
ยายแก่หวังได้ยินอย่างนั้นได้แต่คิดว่านังผู้นี้โง่งมนัก พูดแค่นี้ก็ยกไก่ให้แล้ว นางแสร้งทำตัวน่าสงสารต่อไป ทั้งที่ภายในใจยิ้มเบิกบาน “ต้าจื่อเ้าไปเอาของมาคืนให้นาง”
หวังต้าจื่อเข้าไปเอากระต่ายและไก่รวมถึงของใช้ที่นำมาจากบ้านของหนิงเฟิ่งมาวางไว้ด้วยความไม่ยินยอมนัก ขโมยไก่ไม่สำเร็จ ตนยังต้องมาเจ็บตัวอีกต่างหาก*
(*มาจากสำนวน ขโมยไก่ไม่สำเร็จ ยังต้องเสียข้าวสารล่อ = คิดจะเอาเปรียบผู้อื่น แต่กลับต้องเป็ฝ่ายเสียผลประโยชน์เอง)
หนิงเฟิ่งทำทีก้มลงไปหยิบของเ่าั้ขึ้นมา เธอเอาใบหน้าไปใกล้ๆ กับยายหวัง แล้วเอ่ยออกมาอย่างโเี้ “หากกล้าทำลูกข้าอีก ข้าจะทำให้เ้าเดินไม่ได้พูดไม่ได้ นั่งดูลูกชายถูกตัดแขนตัดขา มองลูกสาวถูกจับไปขายเป็โสเภณี ข้าจะทำให้เ้าตายทั้งเป็ซะ!”
ยายเฒ่าหวังมีสีหน้าบิดเบี้ยวแสดงความโกรธเกลียดระคนหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด นางไม่เคยเสียท่าขนาดนี้มาก่อน
หนิงเฟิ่งเหยียดหลังตรงยืนขึ้น “ข้าวของพวกเ้าข้าไม่ชดใช้ ต่อไปอย่ามายุ่งกับครอบครัวข้า ไม่เช่นนั้น...” เธอกวาดสายตามองไปยังคนบ้านหวังเรียงตัว ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงยายเฒ่าหวังที่นั่งตัวสั่นระริกอยู่
หนิงเฟิ่งพูดไม่มีเสียง ‘ข้าจะฆ่าพวกเ้าซะ!’
ความไม่ยินยอมเกิดขึ้นอยู่ภายในใจของยายเฒ่าหวัง ขณะที่หนิงเฟิ่งกำลังหันหลังก้าวออกจากบ้าน นางก็วิ่งไปคว้าจอบตรงหน้าประตูขึ้นมา “อีสารเลว! วันนี้ข้าจะแลกชีวิตกับเ้า!”
ยายเฒ่ายกด้ามจอบขึ้นฟ้าด้วยแรงทั้งหมด ยังไม่ได้เหวี่ยงลงหนิงเฟิ่งก็หันมาคว้าไม้แล้วถีบลงหน้าท้องของยายเฒ่าหวังจนหงายหลัง...
เสียงยายแก่ร้องโอดโอยเจ็บจนร้องไห้ออกมา หญิงชราตระกูลหวังตะเกียกตะกายอยู่บนพื้นดิน ขยับหนีให้ไกลจากหนิงเฟิ่งที่ก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ ในมือของนางมีด้ามจอบอยู่
“อีสารเลว! อย่าเข้ามานะ”
“เ้าบอกว่าจะแลกชีวิต?” หนิงเฟิ่งกล่าวเสียงเย็น “ชีวิตของเ้า มีค่าไม่เท่าไก่ตัวหนึ่งเลย!”
เคร้ง!!
หนิงเฟิ่งขว้างจอบใส่พื้นดินอย่างแรงก่อนจะหันหลังไปเก็บข้าวของแล้วเดินออกไป ด้ามจอบกระแทกหินจนหักเป็ 2 ท่อน หัวหน้าหมู่บ้านกับคนบ้านหวังมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าตัวแข็ง
นะ นี่พวกเขาเพิ่งผ่านเหตุการณ์ความเป็ความตายมาใช่หรือไม่?
หวังต้าจื่อได้สติก่อนเพื่อน “แม่! แม่เป็อย่างไรบ้าง!”
ยายเฒ่าหวังร้องห่มร้องไห้น้ำตานองหน้า หัวหน้าหมู่บ้านแสร้งทำเป็ไม่เห็น เขาหันมาตำหนิบ้านหวังเพิ่มอีก 2-3 คำแล้วรีบเดินออกไป
ไม่ๆ เหตุการณ์นี้เขาไม่ควรยุ่ง!!
หนิงเฟิ่งกลับมาก็เห็นว่าเด็กทั้งสามคนช่วยกันเก็บกวาดบ้านให้ดูดีขึ้นเล็กน้อย เ้าหนูโก่วเซิ่งเห็นมารดาย่างเข้ามาก็รีบวิ่งไปหา สายตาสอดส่องดูว่านางาเ็หรือไม่ “แม่ เป็ยังไงบ้าง”
“แม่เอาของบ้านเรากลับมาแล้ว” หนิงเฟิ่งยิ้มอ่อนให้ลูกชาย เธอปล่อยไก่และกระต่ายในอ้อมแขนลง
เ้าหนูเห็นแล้วก็ยิ้มกว้าง “แม่ ท่านเก่งมาก”
“อือ แม่เก่ง” มองแก้มบวมแดงของเ้าหนูแล้วเธอก็เอ่ยถาม “เจ็บมากหรือไม่”
หนิงโก่วเซิ่งส่ายหน้า “ไม่เจ็บหรอก”
“ไม่ต้องขยับปากบ่อย เดี๋ยวแม่ประคบให้” กล่าวจบก็จูงมือเ้าหนูเดินไปหากงไห่และกงต๋า เ้าหนูกงต๋านอนอยู่ในห้องนอน เพราะพี่ชายคอยเช็ดตัวให้เป็ระยะใบหน้าจึงดูดีขึ้น หนิงเฟิ่งเอามือไปคลำหน้าผากของหนูน้อย ก่อนจะเอ่ยกับกงไห่ “พรุ่งนี้เอาหมูไปขาย วันต่อไปค่อยพากงต๋าไปหาหมอ”
กงไห่รับคำ เขานัดแนะเวลาเข้าเมืองกับหนิงเฟิ่ง ก่อนจะพากงต๋าลากลับบ้าน
“แม่ หมูป่าตัวใหญ่มาก” เ้าหนูกล่าวชมใบหน้าแสดงความภูมิใจในตัวแม่อย่างมาก
“อือ พรุ่งนี้อยู่บ้านหรือไม่? แม่ต้องแบกหมู อุ้มเ้าไม่ได้”
“ข้าเดินเองก็ได้ ให้ไปด้วยนะ” เขาไม่อยากอยู่บ้าน เขาอยากอยู่แม่ของเขา
“เอางั้นหรือ?”
“อือ เอางั้นสิ!”
สุดท้ายหนิงเฟิ่งพยักหน้า หนูน้อยเผลอยิ้มกว้างจนเจ็บมุมปาก เขาถูกมารดามองตาดุ ระหว่างที่แม่กำลังประคบร้อนให้เขา เ้าหนูก็เอ่ยขึ้น “แม่ ข้ารู้สึกดีจัง”
หนิงเฟิ่งเลิกคิ้วขึ้น อะไรของเ้าเด็กนี่...ถูกทำร้ายร่างกายแล้วรู้สึกดี?
“หืม รู้สึกดีอะไร”
“รู้สึกดีที่ได้อยู่กับแม่” ดวงตาหนูน้อยแวววาวเป็ระยิบระยับขณะที่กำลังมองแม่ของตน เขาไม่เจ็บหรอก แค่แม่ปลอบโยน เขาก็ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว
หนิงเฟิ่งยิ้มออกมา “อื้อ แม่ก็รู้สึกดี”
วันต่อมาหนิงเฟิ่งก็แบกหมูป่าเข้าเมืองพร้อมกับกงไห่ มีเ้าหนูโก่วเซิ่งเดินตามอยู่ด้านหลัง ชาวบ้านต่างพากันมองตามอย่างอิจฉา
หนิงโก่วเซิ่งรู้สึกว่าชีวิตของเขาดียิ่งนักั้แ่แม่เปลี่ยนไป เกิดมายังไม่เคยมีใครมองเขาอย่างอิจฉาเลยนะ มีแต่เขาอิจฉาคนอื่น ดูตอนนี้สิ...
หนูน้อยเดินอกผายไหล่ผึ่งไปตามมารดา เส้นทางเข้าเมืองไกลมาก แบกหมูมาได้ครึ่งทางกงไห่ก็ไม่ไหว หนิงเฟิ่งจึงให้เขาเดินถือไม้คาน ส่วนตัวเองแบกหมูป่าเดินไปอย่างสบาย
ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องอ้าปากค้าง ขนาดผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่กว่าหญิงนางนี้ 2 เท่าก็ยังไม่สามารถแบกหมูเดินตัวปลิวได้อย่างนาง นี่มันเกินไปแล้ว!
เสี่ยวเอ้อร์เหลาอาหารจำหนิงเฟิ่งได้ แม้จะใกับเรี่ยวแรงอันมหาศาลของนาง แต่เขาก็ไม่ลืมตัวรีบวิ่งไปเรียกหลงจู๊ออกมา
หลงจู๊ตัวเล็กเดินเร็วออกมาเอ่ยทักหนิงเฟิ่งอย่างเป็กันเอง
“เ้ามาอีกแล้ว”
หนิงเฟิ่งพยักหน้า “ข้ามีหมูป่ามาขาย ท่านช่วยตีราคาหน่อย”
ชายชราตาเป็ประกาย แค่ดูขนาดตัวเขาก็รู้แล้วว่าหมูป่าตัวนี้ต้องหนักเกินกว่า 500 ชั่งแน่ “20 ตำลึง เ้าพอใจหรือไม่”
“พอ!”
การเจรจาเกิดขึ้นไวมาก หนิงเฟิ่งไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยว่าหลงจู๊จะให้เงินเธอชั่งละเท่าใด พอรับเงินมาเธอก็แบ่งเงิน 5 ตำลึงให้แก่กงไห่
“มากเกินไปแล้ว ข้ารับไม่ได้หรอก” กงไห่ขยับตัวหนีโบกไม้โบกมือ เขาไม่ได้ช่วยอะไรนางมากมาย อย่างไรก็ไม่กล้ารับหรอก
“ค่ายาของกงต๋า เ้าไม่เอา?”
เ้าหนูรู้ว่ายาสำหรับชาวบ้านอย่างพวกเขาเป็ของแพงมาก พี่กงไห่ล่ากระต่ายมาได้เรื่อยๆ แต่ความเป็อยู่แย่กว่าบ้านเขาเสียอีก เงินที่แม่ให้อาจจะทำให้เขาพาหมอมารักษากงต๋าจนหายขาดก็ได้ เขาจึงเอ่ยร่วมด้วยอีกแรง “พี่กงไห่ รับไว้สิ ท่านก็ไปช่วยแม่ข้าล่าสัตว์นะ”
ว่าจบก็ยิ้มให้แม่ของตน
แม่ ข้าทำดีหรือไม่!
หนิงเฟิ่งอมยิ้มให้แก่ท่าทางของลูกชาย เธอยัดตั๋วเงินใบละ 5 ตำลึงให้กับกงต๋า ก่อนจะเอ่ย “ข้าจะพาโก่วเซิ่งไปซื้อของ ยามอู่*ค่อยมาเจอกัน” ว่าเสร็จก็เดินหนีไป
(ยามอู๋ = 11.00 – 12.59 น.)
กงไห่มองตั๋วเงินที่อยู่ในมือสั่นๆ ของตัวเอง เขาตื้นตันจนแทบจะร้องไห้ ะโตามหลังแม่ของโก่วเซิ่งไป “ท่านน้า ข้าขอกลับบ้านก่อน ข้าจะไปพากงต๋ามาหาหมอ!”
“ได้!”