อวี๋จื่ออวี๋ส่ายหน้าสลัดความกังวลที่ผุดขึ้นในใจแล้วกลับมาสำรวจความเปลี่ยนแปลงหลังจากข้ามระดับแรกเริ่มขั้นที่เก้ามาแล้วอีกครั้ง
ไม่เพียงแต่ส่วนต่างๆของร่างหลักที่แข็งแกร่งขึ้น แต่รวมถึงการมองเห็นด้วย
ตอนนี้สายตาของอวี๋จื่ออวี๋สามารถแยกจากร่างหลักได้ไกลอย่างน้อยสองพันเมตร!
ในขณะเดียวกัน หากเขายกกิ่งก้านขึ้นและมองลงไปยังพื้นดินด้วยความสูงที่ได้เปรียบเขาสามารถมองเห็นได้กระทั่งมดตัวเล็กๆ ที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร
ทั้งขอบเขตการมองเห็นและความสามารถในการจับภาพล้วนมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพ
หากอวี๋จื่ออวี๋เปิดใช้การมองเห็นเต็มที่เขารู้สึกราวกับได้เปิดใช้ ‘มุมมองของพระเ้า’ ชั่วขณะหนึ่งก็มีความรู้สึกผิดๆ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในกำมือของตน
นี่เป็เื่ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามอวี๋จื่ออวี๋ก็พึงพอใจเป็อย่างมาก
สำหรับเขาแล้วยิ่งแข็งแกร่งขึ้นก็ยิ่งเป็เื่ดี
เมื่อพูดถึงเื่นี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวถึงความเร็วในการดูดซับพลังิญญาในอากาศของตนเองในปัจจุบัน
ตอนนี้ความเร็วในการดูดซับพลังิญญาในอากาศของอวี๋จื่ออวี๋นั้นประเมินว่าเร็วกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าและด้วยความเร็วในการดูดซับพลังิญญาที่น่ากลัวเช่นนี้ทำให้ทุกด้านของอวี๋จื่ออวี๋ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็วโดยไม่มีวี่แววว่าจะหยุดชะงักลง
แน่นอนว่าพลังิญญาเป็เพียงส่วนประกอบที่มาพร้อมกับยุคเหนือธรรมชาติและสามารถเร่งการวิวัฒนาการของเขาได้
สิ่งที่อวี๋จื่ออวี๋ให้ความสนใจอย่างแท้จริงคือแต้มวิวัฒนาการ
มันคือสูตรโกงของเขาแต้มวิวัฒนาการสามารถได้มาจากการล่าสัตว์อื่น หรือสกัดจากแสงอาทิตย์
และตอนนี้การสกัดแสงอาทิตย์ทั้งวันของเขาสามารถเก็บเกี่ยวแต้มวิวัฒนาการได้ 1 แต้มแล้ว
เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนที่ต้องใช้ความพยายามทั้งวันเพื่อได้มาเพียงแต้มวิวัฒนาการ0.1แต้ม ถือว่าเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่าซึ่งเป็เื่ที่น่าเหลือเชื่ออยู่เหมือนกัน
กล่าวอีกนัยหนึ่งแม้ว่าอวี๋จื่ออวี๋จะไม่ล่าสัตว์อื่น การเติบโตของเขาก็จะไม่หยุดลงแน่นอนอย่างมากที่สุดก็เพียงแค่ชะลอลงเท่านั้น
“คิดดูแล้ว ฉันนี่มีโชคชะตาเป็ใจจริงๆ”
อวี๋จื่ออวี๋ยิ้มเล็กน้อย เขารู้สึกโล่งใจ
การทันยุคสมัยเช่นนี้เป็เื่ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
วิวัฒนาการ...
การวิวัฒนาการที่ไร้ขีดจำกัด!
สักวันหนึ่งเขาจะสามารถหลุดพ้นจากร่างต้นไม้และบรรลุ‘การกลายร่างเป็มนุษย์’ ที่แท้จริงได้
เขามักจะจมดิ่งลงไปในจินตนาการแฟนตาซีแต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
มีทั้งสัตว์ต่างๆ และิญญาชิงเอ๋อร์สิ่งที่สามารถทำลายจินตนาการของอวี๋จื่ออวี๋ได้นั้นมีมากมายนัก
และแล้วเสียงไพเราะน่าฟังก็ดังก้องขึ้นในหัวของอวี๋จื่ออวี๋
“นายท่านฉันรู้สึกว่าตัวเองเก่งขึ้นมากเลยค่ะ”
“ข้าคิดว่าเ้าควรจะใส่เสื้อผ้า”
อวี๋จื่ออวี๋พยายามเค้นถ้อยคำออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเคร่งขรึม
แม้ว่าชิงเอ๋อร์ซึ่งเป็จิติญญาจะไม่มีร่างกายแต่ภาพเงาที่จับต้องได้นั้นราวกับได้ชมภาพยนตร์สามมิติซึ่งไม่ใช่เื่ที่คนทั่วไปจะทนรับไหว
“เสื้อผ้าเหรอคะ?”
ชิงเอ๋อร์กะพริบตาอย่างใสซื่อ แล้วค่อยๆหลบไปอยู่ใต้กิ่งไม้ของเขา เท้าคางแล้วเริ่มครุ่นคิด
‘ดูเหมือนว่าแสงแดดจะไม่ทำอันตรายชิงเอ๋อร์แต่ความไม่ชอบใจนั้นย่อมมีแน่นอน’
‘เพราะเส้นทางที่ชิงเอ๋อร์บินมานั้นล้วนเป็เส้นทางหลีกเลี่ยงแสงแดดและผ่านมาตามที่มืด’
เมื่อเห็นเช่นนี้อวี๋จื่ออวี๋ก็คาดเดาอยู่ในใจ
และในขณะนั้นเองเหมือนชิงเอ๋อร์จะเข้าใจอะไรบางอย่าง และเริ่มค่อยๆ หันกลับมา
จากนั้น พลังบางอย่างก็ปะทุขึ้น
ไม่นานนักหญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาวท่าทางสง่างามก็ปรากฏกายขึ้นตรงหน้าอวี๋จื่ออวี๋
“อืม ไม่เลว”
อวี๋จื่ออวี๋พยักหน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นการแต่งกายของชิงเอ๋อร์ในตอนนี้ก็รู้สึกพอใจอยู่บ้าง
กระโปรงสีขาวพลิ้วไหว ราวกับนางฟ้าถ้าไม่มีกลิ่นอายความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมา เธอก็คงจะเหมือนเอลฟ์จริงๆ
และหญิงสาวคนนี้ก็ทำให้อวี๋จื่ออวี๋อดไม่ได้ที่จะนึกถึงหญิงงามคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังเธอคือเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน ิญญาสาวผู้โดดเดี่ยว
เธอเป็ผีเหมือนกันสวมชุดกระโปรงสีขาวเหมือนกัน
อาจมีเพียงความว่างเปล่าและความงดงามของเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนเท่านั้นที่เปรียบเทียบไม่ได้
อย่างไรก็ตามอวี๋จื่ออวี๋ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก
ตอนนี้เป็ยุคแห่งวิวัฒนาการทุกสิ่งทุกอย่างกำลังพัฒนาไปสู่ความสมบูรณ์แบบ
ชิงเอ๋อร์ หญิงสาวคนนี้ก็เช่นกัน
บางที หากให้เวลามากขึ้นชิงเอ๋อร์ก็อาจจะกลายเป็ ‘เนี่ยเสี่ยวเชี่ยน’ ผู้เปี่ยมเสน่ห์คนต่อไปก็เป็ได้
เพราะท้ายที่สุดเธอก็ได้รับการคุ้มครองจากต้นไม้เทพอวี๋จื่ออวี๋จึงอดไม่ได้ที่จะอวดความสามารถของตนอีกครั้ง
แน่นอนว่า เมื่อชิงเอ๋อร์สวมเสื้อผ้าอวี๋จื่ออวี๋ย่อมรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
น่าเสียดายที่เกิดมาเป็ต้นไม้
ทำได้เพียงมองดูเท่านั้นไม่สามารถทำอะไรได้เลย เป็เื่ที่น่าเบื่อเสียจริง
ยิ่งกว่านั้นตอนนี้เขาก็ไม่ได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนเพศชาย จึงไม่ค่อยสนใจหญิงสาวมากนัก
คงมีเพียงความรู้สึกชื่นชมในความงามเท่านั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเห็นผีเป็ครั้งแรกความงามที่พร่าเลือนนั้นช่างน่าหลงใหลอย่างแท้จริง
พร่าเลือนราวกับถูกปกคลุมด้วยผ้าคลุมบางเบาให้ความรู้สึกว่าสามารถมองได้จากระยะไกล แต่ไม่สามารถท้าทายได้
......
ไม่นานหลังจากนั้นดวงตาของหญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาวตัวจิ๋ว ขนาดฝ่ามือก็เปล่งประกายคล้ายแสงดาว
“ขึ้นสิ เร็วเข้า ขึ้นสิ!”
เธอกำหมัดเล็กๆ เหมือนกำลังให้กำลังใจตัวเองดวงตาของชิงเอ๋อร์จ้องเขม็งไปที่กิ่งไม้ที่อยู่ห่างออกไปห้าเมตร
ครู่หนึ่งท่ามกลางสายตาที่มองด้วยความประหลาดใจของอวี๋จื่ออวี๋ กิ่งไม้นั้นเริ่มสั่นะเืโยกเยกไปมา ราวกับได้รับอิทธิพลจากพลังที่มองไม่เห็นบางอย่าง
จากนั้น กิ่งไม้นี้ก็ค่อยๆ ลอยขึ้นไปในอากาศสูงกว่าหนึ่งเมตรทีละน้อย ทีละน้อย...
“ทำได้แล้ว ฉันทำได้แล้ว!”
ชิงเอ๋อร์ะโโลดเต้นอยู่บนยอดไม้แห่งหนึ่งของอวี๋จื่ออวี๋ท่าทางดูมีความสุขราวกับเด็กๆ
“ทำได้จริงด้วย”
อวี๋จื่ออวี๋พยักหน้า สายตาเปล่งประกาย
หญิงสาวคนนี้มีพร์ไม่เลวเลย
แม้ว่าพละกำลังยังไม่มากแต่การแสดงความสามารถพลังจิตแทรกแซงความเป็จริงนี้ถือเป็ความสำเร็จที่มีความหมายอย่างยิ่ง
กล่าวอีกนัยหนึ่งเธอคือเมล็ดพันธุ์ที่ดีอีกต้นหนึ่งนั่นเอง
ร่างจิตเผยยิ้มตำแหน่งของชิงเอ๋อร์ในใจของอวี๋จื่ออวี๋มีมากขึ้น