หลี่หว่านชิง… ชื่อนี้ ใครได้ยินก็ต้องรู้จัก เธอคือนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จั้แ่อายุยังไม่ถึงสามสิบ
หญิงสาวผู้ก่อตั้งบริษัทนำเข้า-ส่งออกสินค้า ที่เติบโตเร็วราวติดปีก จากธุรกิจผ้าทอพื้นบ้านในโรงงานเล็ก ๆ เธอขยับขยายสู่การผลิตเครื่องใช้ภายในบ้าน
จากนั้นก็เริ่มดีลกับบริษัทต่างชาติ จนกลายเป็หนึ่งในชื่อที่นักลงทุนระดับประเทศให้ความสนใจ
บ้านหลังใหญ่บนเนินเขา รถยนต์หรูราคาเจ็ดหลัก แบรนด์เนมจากหัวจรดเท้า...นั่นคือชีวิตที่เธอสร้างมาด้วยสองมือ
ไม่มีใครรู้ว่าเื้ัความสำเร็จนี้ หลี่หว่านชิงไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง...เธอเป็แค่เด็กกำพร้าที่ไม่มีแม้แต่บ้านให้อยู่
พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุั้แ่เธอยังจำความไม่ได้ ญาติพี่น้องก็ไม่มีใครยอมรับเธอ เธอถูกส่งไปอยู่ที่สถานสงเคราะห์เด็ก ได้กินข้าววันละสามมื้อก็ถือว่าโชคดีแล้ว
ชีวิตเธอในวัยเด็กไม่ได้สวยหรูเหมือนคนอื่น ๆ ในโรงเรียน เธอไม่มีข้าวกล่องดี ๆ ไปกินกลางวัน ไม่มีเสื้อผ้าใหม่ใส่ในวันเปิดเทอม ขนาดดินสอกับสมุดยังต้องขอรับบริจาคจากสถานสงเคราะห์
แต่ถึงจะลำบากแค่ไหน เธอก็ไม่เคยร้องไห้ขอความเห็นใจจากใคร
หลี่หว่านชิงเรียนเก่งที่สุดในชั้น เธอทำงานพิเศษทุกอย่างที่ทำได้ ั้แ่ล้างจาน เสิร์ฟอาหาร ไปจนถึงแบกของในตลาด เพื่อเก็บเงินเรียนต่อระดับ มหาวิทยาลัย เธอท่องเอาไว้ในใจทุกวัน
ไม่มีใครช่วยฉันได้… ฉันต้องรอดด้วยตัวเอง และเธอก็ทำได้จริง ๆ
หลี่หว่านชิงเรียนจบมหาวิทยาลัยด้วยทุนการศึกษา ก่อนจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยสองมือของตัวเอง เธอสร้างธุรกิจจากศูนย์ ไล่ั้แ่ขายเสื้อผ้าออนไลน์ ขยายเป็นำเข้าสินค้า และกลายเป็เ้าของบริษัทส่งออกระดับประเทศในที่สุด
ในโลกของธุรกิจ หลี่หว่านชิงเป็ที่รู้จักในฐานะฉลามสาวผู้ไร้ความปรานี ต่อให้เป็คู่แข่งผู้ชายที่ใหญ่แค่ไหน เธอก็ล้มได้ไม่มีเหลือ
เธอฉลาด มั่นใจ ไม่เคยพึ่งพาใคร ชีวิตเธอมีเป้าหมายชัดเจน …คือเงิน และความสำเร็จ
แต่ถึงจะเป็ผู้หญิงเก่งแค่ไหน…เธอก็มีมุมอ่อนโยนที่ไม่เคยให้ใครรู้ งานอดิเรกเล็ก ๆ ที่เธอหลงใหลมาตลอดก็คือ "การอ่านนิยายย้อนยุค"
ทุกคืนก่อนนอน ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน หลี่หว่านชิงจะต้องหยิบโทรศัพท์มาเปิดแอปอ่านนิยาย เธอชอบเื่ราวในยุคสมัยเก่า ๆ ผู้ชายใส่ชุดทหารเขียวขี้ม้า ผู้หญิงใส่ผ้าคลุมผมลูกไม้ นั่งรอสามีกลับบ้านหลังจากไปรบเพื่อชาติ.... มันเป็เสน่ห์ที่โลกปัจจุบันให้เธอไม่ได้
แต่แน่นอน… เธอไม่ได้ชอบทุกเื่ นิยายบางเื่ก็ทำให้เธอหงุดหงิดจนอยากจะะโเข้าไปเปลี่ยนตอนจบเองเลย
คืนนี้ก็เหมือนกัน เธอเจอนิยายเื่หนึ่งที่ขึ้นหน้าหนึ่งแนะนำอยู่ เนื้อเื่เกี่ยวกับพระเอกหนุ่ม นายทหารอนาคตไกลที่ได้รับาเ็ระหว่างทำภารกิจ แล้วได้พยาบาลสาวแสนดีช่วยไว้ พระเอกตกหลุมรักนางเอกเพราะความบริสุทธิ์อ่อนหวานของเธอ แต่ปัญหาคือ…เขามีเมียอยู่แล้ว
หลี่หว่านชิงอ่านไปพลางกัดฟันกรอด เมียของพระเอกเป็ตัวละครที่ถูกตราหน้าว่าเป็ “นางร้าย” นางร้ายที่แต่งเข้าบ้านพระเอกเพราะคลุมถุงชนจากครอบครัว แถมยังดูร้ายกาจ คอยกลั่นแกล้งนางเอกพยาบาลสาวสารพัด เพื่อไม่ให้พระเอกได้สมหวังกับรักแท้
“รักแท้บ้านแกสิ เขามีเมียอยู่แล้วยังมีหน้ามาเรียกผู้หญิงอีกคนว่ารักแท้อย่างนั้นเหรอ” หลี่หว่านชิงหงุดหงิดสุดขีด จนต้องโยนโทรศัพท์ลงเตียง
ที่ทำให้เธอเดือดดาลที่สุดไม่ใช่เพราะสงสารนางร้าย แต่เพราะความจริงในเนื้อเื่บอกว่า...นางร้ายคนนี้แหละที่เป็คนสนับสนุนพระเอกมาตลอด ั้แ่เขายังไม่มีอะไร
สินเดิมที่พ่อแม่นางร้ายให้มา ถูกยกให้พระเอกเอาไปใช้เรียนสอบทหาร ค่าชุด ค่าติว ค่าเดินทาง เธอจ่ายหมด แถมยังยื่นสินบนลูกพี่ลูกน้องพระเอกให้ช่วยดันตำแหน่งจนเขาได้เป็นายพัน
แต่สุดท้ายพอพระเอกสอบติด เจอพยาบาลสาวหน้าซื่อแอ๊บใสซื่อแสนดี ก็ทิ้งเมียตัวจริงไปหาเมียใหม่
ยังไม่พอ เขายังเชื่อใจพยาบาลนั่นอย่างโงหัวไม่ขึ้น มองเมียของตัวเองเป็คนใจร้าย กลั่นแกล้งผู้หญิงคนอื่น จนสุดท้ายขอหย่า แล้วก็แต่งงานใหม่กับพยาบาลคนนั้นแบบแฮปปี้เอนดิ้ง
“แฮปปี้บ้านแกสิ”
หลี่หว่านชิงโกรธจนลุกขึ้นยืน ชีวิตเธอทำธุรกิจมาเจอแต่คนทรยศ เธอไม่เคยยอมให้ใครเอาเปรียบ ไม่เคยยอมให้ใครมาขโมยผลงานเธอไปกินฟรี ๆ แล้วนี่อะไร?
นางร้ายลงทุนให้พระเอกจนประสบความสำเร็จ พอมีเงินมีอนาคตกลับทิ้งเมียไปหาผู้หญิงคนใหม่?
“ถ้าฉันเป็นางร้าย ฉันไม่มีวันยอมอยู่เฉยๆ ให้โดนทิ้งแน่ สามีเฮงซวยแบบนี้ ฉันขอบาย หย่าไปเลยให้มันจบๆ จะเอาของเงินฉันไปแต่งเมียใหม่เหรอ? ฝันไปเถอะ ฉันจะไถเงินพวกแกให้หมดตัวเลยคอยดู”
เธอไม่รู้เลยว่า... คำพูดนี้กำลังจะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล...
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นขัดความหงุดหงิดใจของเธอ
"ท่านประธานคะ โกดังเก็บของของเรามีปัญหาใหญ่แล้วค่ะ มีคนลอบวางเพลิง"
เสียงปลายสายคุ้นเคย นั่นคือ "ซูมี่" เลขาสาวคนสนิทของเธอ เสียงของอีกฝ่ายร้อนรนจนหลี่หว่านชิงรู้สึกใจคอไม่ดี
"ว่าไงนะ? ใครมันช่างกล้าทำแบบนั้น"
"ตอนนี้ไฟกำลังลุกลามหนักเลยค่ะ ท่านประธานรีบมาด่วนเลยนะคะ"
"ฉันจะไปเดี๋ยวนี้"
หลี่หว่านชิงคว้าเสื้อคลุมตัวบางมาสวมอย่างเร่งรีบ คว้ากุญแจรถแล้วพุ่งออกจากห้องทันที โดยไม่รู้เลยว่า...
นี่ไม่ใช่เื่บังเอิญ แต่มันเป็ "แผนการ" ของเลขาสาวคนสนิทที่เธอไว้ใจที่สุด ร่วมมือกับศัตรูทางธุรกิจของเธอ แผนทุกอย่างถูกวางเอาไว้อย่างแยบยล...จนเธอไม่อาจจับสังเกตได้
หลี่หว่านชิงขับรถฝ่าความมืดด้วยความเร็ว ถนนตอนดึกโล่งจนเธอเหยียบคันเร่งจนเกือบสุด ทางโค้งข้างหน้ามีเปลวไฟลุกโชนจากโรงงานที่เห็นอยู่ ไกล ๆ
“ฉันต้องไปช่วยลูกน้องให้ได้”
หัวใจเธอเต้นรัว ความร้อนใจทำให้เธอไม่ทันระวังว่ากำลังมีบางอย่างรอเธออยู่ข้างหน้า... ทันใดนั้น เธอเห็นร่างของใครบางคนยืนขวางถนน
“เฮ้ย”
เธอเหยียบเบรกสุดแรง รถเสียหลักหมุนคว้าง เสียงล้อเสียดสีกับพื้นถนนดังลั่น รถหมุนไปสองรอบก่อนพุ่งลงข้างทางอย่างแรง
“โครม” หัวเธอกระแทกกับพวงมาลัย ความเจ็บแปลบแล่นไปทั่วร่าง
เธอหอบหายใจถี่ พยายามเรียกสติกลับคืนมา ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้าง เมื่อเห็นภาพที่ไม่คาดคิด...
ซูมี่... เลขาสาวคนสนิทที่เธอไว้ใจที่สุด ยืนอยู่กลางถนนใต้แสงไฟรถของเธอ แทนที่จะดูใหรือเป็ห่วง ซูมี่กลับยืนกอดอก ยิ้มบาง ๆ แบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
หลี่หว่านชิงรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาทั้ง ๆ ที่ตัวเองเหงื่อชุ่ม
“ซูมี่... ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?”
ซูมี่ไม่ได้ตอบ เธอกลับยกมือขึ้นแล้วโบกให้ใครบางคน
เสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นมาจากข้างหลังหลี่หว่านชิง ก่อนที่เธอจะรู้ตัว รถบรรทุกคันใหญ่พุ่งมาด้วยความเร็วสูง ชนท้ายรถเธออย่างแรงจนทั้งคันกระแทกกระดอน
หลี่หว่านชิงกรีดร้อง ร่างกระเด็นไปกระแทกกับกระจกด้านข้าง เืไหลซึมจากหน้าผาก
เธอหอบหายใจแรง พยายามฝืนลืมตา แล้วภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้หัวใจของเธอเย็นวาบไปถึงกระดูก...
ชายคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถบรรทุกอย่างเชื่องช้า
ไป๋เจิ้งหาว... ศัตรูธุรกิจคนสำคัญของเธอ
ชายหนุ่มรูปร่างสูงในชุดสูทสีดำ ดวงตาคมกริบและแฝงความเหยียดหยามบนใบหน้า เขาเดินมาหยุดข้างซูมี่ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ
"แหม ดูสิ ซูมี่… ท่านประธานของเธอยังรอดอยู่อีกนะ"
ซูมี่หัวเราะคิกคัก ยกมือปิดปากทำท่าเหมือนสาวน้อยไร้เดียงสา แต่แววตากลับเ็า
"ก็น่าทึ่งดีเหมือนกันนะคะ ฉันคิดว่าเธอจะตายไปแล้วซะอีก"
หลี่หว่านชิงกัดฟันแน่น ความเจ็บจากาแไม่เท่ากับความเจ็บในใจ... เธอไว้ใจซูมี่ทุกอย่าง ให้โอกาสผู้หญิงคนนี้เติบโตมาข้าง ๆ เธอจากเลขาเล็ก ๆ จนกลายเป็มือขวา แต่สุดท้าย...หญิงสาวกลับเลือกทรยศเธอ
“ทำไม… ซูมี่ ทำไมต้องทำแบบนี้...” เสียงของหลี่หว่านชิงแหบแห้ง
ซูมี่ยักไหล่ ก่อนจะโน้มตัวลงมามองเธอใกล้ ๆ
"ก็เพราะว่าฉันเบื่อจะเป็แค่เงาของคุณแล้วน่ะสิคะ ท่านประธาน"
หลี่หว่านชิงรู้สึกเหมือนโดนมีดกรีดใจ
"ฉันไว้ใจเธอ... ซูมี่"
"แหม ก็ฉันไว้ใจตัวเองมากกว่านี่คะ"
ซูมี่ยิ้มเยาะ ก่อนจะหันไปสบตาไป๋เจิ้งหาว ทั้งคู่หัวเราะออกมาพร้อมกัน
"ลาก่อนนะคะ ท่านประธานหลี่"
ไป๋เจิ้งหาวหัวเราะเสียงต่ำ พร้อมพูดกล่าวทิ้งท้าย
"คนอย่างเธอ ไม่สมควรได้ยืนอยู่ในวงการนี้ั้แ่แรกแล้ว หลี่หว่านชิง ทรัพย์สมบัติของเธอฉันกับซูมี่จะดูแลอย่างดีเธอไม่ต้องเป็ห่วงนะ ฉันขอให้เธอหลับสบายในปรโลกก็แล้วกัน"
หลี่หว่านชิงพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ความเ็ปแล่นพล่านไปทั้งร่าง เธอรู้สึกเหมือนลมหายใจถูกดึงออกไปเรื่อย ๆ
ดวงตาเริ่มพร่ามัว เสียงหัวเราะของทั้งคู่ยังดังแว่วอยู่ในหัว...
ทุกอย่างค่อย ๆ มืดลง...

ไรท์ฝากนิยายเื่ใหม่ด้วยนะคะ ไรท์เขียนนิยายเื่นี้เพราะคิดเล่น ๆ ว่า...
"ถ้ามีผู้หญิงเก่งจัด และไม่อินกับพล็อตนิยายรักโลกสวยที่เขาเขียนมันจะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าหากเธอโดนดึงเข้าไปอยู่ในเื่ที่เธอเกลียดเข้ากระดูกดำล่ะ...จะเป็ยังไง?"
ก็เลยเกิดเป็ หลี่หว่านชิงนางเอกนิยายเื่นี้ เธอเป็นักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จ
แต่ดันซวย เพราะโดนคนใกล้ตัวหักหลัง แล้วยังไม่พอ… ตื่นมาอีกที ดันกลายเป็
“นางร้าย” ที่โดนพระเอกทิ้งในนิยายที่เธอเคยด่าไว้ว่า แฮปปี้บ้านแกสิ
...แล้วคิดว่าเธอจะยอม?
ไม่ค่ะ ไรท์เขียนหว่านชิงคนนี้จะไม่ยอมเป็แค่บทประกอบโลกสวยแน่นอน
เธอจะขอเล่นบทใหม่เอง พร้อมทวงทุกอย่างที่ควรเป็ของตัวเองคืนมา
ไรท์ขอฝากนิยายเื่ใหม่ของไรท์ด้วยนะคะ ฝากดใจกดติดตามให้ไรท์ด้วยค่ะ