ลิขิตเลือด พันธการหลานสาว

    EP. 36: รุ่งอรุณแห่งพันธะใหม่

    แสงแรกแห่งรุ่งอรุณสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ไม่ได้ปิดม่านสนิท มันเป็นแสงสีทองอ่อนๆ ที่ดูอบอุ่นและนุ่มนวล ขับไล่ความมืดมิดและความหนาวเย็นของรัตติกาลให้จางหายไป แต่สำหรับผู้อยู่อาศัยทั้งสามในห้องนอนหรูแห่งนี้ แสงแดดกลับไม่ได้นำมาซึ่งความสดใสของวันใหม่ แต่มันคือสัญญาณเตือนที่โหดร้ายว่าค่ำคืนแห่งความฝันอันแสนวิเศษได้จบลงแล้ว

     

    เอลาร่าเป็นคนแรกรู้สึกตัว เปลือกตาของเธอหนักอึ้งราวกับมีเหล็กถ่วง ร่างกายทุกส่วนปวดร้าวและเมื่อยล้าเหมือนเพิ่งผ่านการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงมาทั้งคืน...ซึ่งมันก็ไม่ต่างกันนัก เธอขยับตัวเล็กน้อยและสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ยังคงโอบล้อมเธออยู่จากทั้งสองด้าน

     

    ทางขวาคือคาอิน เขายังคงหลับสนิท ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอและลึก ใบหน้ายามหลับของเขาดูผ่อนคลายและไร้ซึ่งความเย็นชาที่มักจะประดับอยู่เสมอ เขายังคงกอดเธอไว้หลวมๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน ส่วนทางซ้ายคืออิซาเบลล่า นางเองก็ยังไม่ตื่นเช่นกัน เรือนผมสีแดงเพลิงของนางกระจายอยู่บนหมอนราวกับเปลวไฟที่มอดดับลงชั่วคราว ริมฝีปากอิ่มของนางเผยอออกเล็กน้อยอย่างน่ารักน่าชัง ขัดกับภาพลักษณ์ของซัคคิวบัสผู้ร้อนแรงโดยสิ้นเชิง

     

    ภาพตรงหน้าทำให้แก้มของเอลาร่าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ความทรงจำจากเมื่อคืนไหลบ่ากลับเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก...ทุกสัมผัส...ทุกจูบ...ทุกแรงกระแทก...ทุกเสียงคราง...มันชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้ เธอไม่เคยคิดฝันเลยว่าชีวิตของเธอจะเดินทางมาถึงจุดนี้...จุดที่เธอนอนอยู่บนเตียงเดียวกันกับแวมไพร์ผู้เป็นลุงและซัคคิวบัสผู้เป็นศัตรูหัวใจ...และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ...เธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจมันเลยแม้แต่น้อย

     

    ตรงกันข้าม...หัวใจของเธอกลับรู้สึกสงบและสมบูรณ์อย่างน่าประหลาด ราวกับว่าชิ้นส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตของเธอได้ถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์แล้ว...ไม่ใช่แค่ชิ้นเดียว...แต่เป็นสองชิ้นพร้อมกัน

     

    เธอค่อยๆ ขยับตัวอย่างเบามือที่สุดเพื่อไม่ให้คนทั้งสองตื่น เธออยากจะลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายที่เหนียวเหนอะหนะจากหยาดเหงื่อและของเหลวแห่งความรักที่พวกเขาทั้งสามได้แลกเปลี่ยนกันมาตลอดทั้งคืน แต่ดูเหมือนว่าการขยับตัวของเธอจะไร้ผล

     

    "จะไปไหน...ที่รัก"

     

    เสียงแหบพร่าของอิซาเบลล่าดังขึ้นที่ข้างหู นางลืมตาขึ้นมาแล้วจ้องมองเอลาร่าด้วยดวงตาสีอำพันที่ยังคงฉ่ำเยิ้มจากนิทรา "เช้าวันแรกของเรา...อย่าเพิ่งรีบลุกไปไหนสิ" นางพูดพลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเล็กน้อย แล้วใช้จมูกโด่งๆ ของนางไซร้ไปตามซอกคอของเอลาร่าอย่างออดอ้อน สูดดมกลิ่นกายของเด็กสาวที่ผสมปนเปกับกลิ่นของนางและคาอินจนกลายเป็นกลิ่นใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์

     

    การสัมผัสของจมูกเย็นเฉียบที่ไซร้ไปตามผิวหนังอ่อนไหวทำให้เอลาร่าสั่นเครือ ความรู้สึกที่คุ้นเคยแต่ยังคงตื่นเต้นเริ่มปลุกร่างกายของเธอให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง แม้จะเพิ่งผ่านคืนที่เข้มข้นมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อน

     

    "ข้า...แค่จะไปเข้าห้องน้ำ" เอลาร่าตอบเสียงอ้อมแอ้ม พยายามกลั้นเสียงหัวเราะคิกคักเพราะความจั๊กจี้ที่อิซาเบลล่าสร้างขึ้น

     

    "เดี๋ยวสิ" เสียงทุ้มต่ำของคาอินดังตามมา เขาเองก็ตื่นแล้วเช่นกัน ดวงตาสีแดงฉานของเขาจ้องมองเธออย่างลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่กลับแสดงออกด้วยการกระทำ เขากระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นอีกเล็กน้อย ดึงร่างของเธอให้เข้าไปแนบชิดกับแผงอกที่แข็งแกร่งของเขามากขึ้น ก่อนจะก้มลงจูบที่ขมับของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสจากริมฝีปากเย็นๆ ของเขาช่างแตกต่างจากสัมผัสที่ร้อนแรงของอิซาเบลล่า แต่มันกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงได้ไม่แพ้กัน

     

    "มันยังเช้าเกินไป" คาอินกระซิบใส่หูเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดต้นคอทำให้เธอสั่นเครือ "และข้าก็ยังไม่อยากให้เจ้าไปไหน...อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้"

     

    มือใหญ่ของเขาเลื่อนลงมาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยของเธออย่างช้าๆ ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบสร้างเส้นทางที่ทำให้เธอสั่นสะท้าน การสัมผัสของเขาไม่ได้หยาบกระด้างเหมือนเมื่อคืน แต่เป็นการลูบไล้ที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก ราวกับเขากำลังสำรวจสมบัติล้ำค่าที่เพิ่งค้นพบ

     

    "ท่านทั้งสอง..." เอลาร่าพยายามประท้วง แต่เสียงของเธอออกมาเป็นเพียงเสียงกระซิบที่อ่อนแอ เพราะร่างกายของเธอเริ่มตอบสนองต่อการสัมผัสของทั้งคู่อีกครั้ง

     

    "ชื่อ" อิซาเบลล่าแก้ไขเสียงนุ่ม นางยกหน้าขึ้นมองเอลาร่าด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความรัก "เรียกชื่อเรา...เอลาร่า เราไม่ใช่ 'ท่าน' กับเจ้าอีกต่อไปแล้ว"

     

    คำพูดของอิซาเบลล่าทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงของคำเรียก แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ทั้งหมด จากผู้ปกครองกับผู้อยู่ในความดูแล กลายเป็นคนรักที่เท่าเทียมกัน

     

    "คาอิน..." เอลาร่าเรียกชื่อเขาเป็นครั้งแรกด้วยเสียงที่สั่นเครือ "และ...อิซาเบลล่า"

     

    การได้ยินชื่อของตัวเองจากริมฝีปากของเธอทำให้ทั้งคู่รู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด มันเป็นการยืนยันความสัมพันธ์ใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขา

     

    "ดีกว่านั้นมาก" คาอินยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาดูได้ยากของเขาทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดูอ่อนโยนขึ้น "และตอนนี้...เจ้าก็เป็นของเรา...อย่างสมบูรณ์"

     

    มือของเขาเลื่อนลงไปที่สะโพกของเธอ ปลายนิ้วลากเส้นที่ทำให้เธอสั่นสะท้าน ในขณะที่อิซาเบลล่าก็ใช้ริมฝีปากของนางจูบไปตามไหล่ของเธออย่างเบาๆ ทิ้งรอยจูบเล็กๆ ที่ร้อนผ่าวไว้บนผิวหนัง

     

    "เจ้ายังคิดถึงห้องน้ำอยู่หรือเปล่า?" อิซาเบลล่าถามเสียงเย้ายวน ขณะที่ริมฝีปากของนางเคลื่อนขึ้นไปตามต้นคอของเอลาร่า ทิ้งรอยจูบที่เปียกชื้นและร้อนแรงไว้เป็นเส้นทาง

     

    เอลาร่าไม่สามารถตอบได้ เพราะความรู้สึกที่ท่วมท้นจากการสัมผัสของทั้งคู่ ร่างกายของเธอเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะเพิ่งผ่านคืนที่เข้มข้นมา เธอรู้สึกประหลาดใจกับตัวเองที่ยังคงต้องการพวกเขาอีก

     

    "ข้าคิดว่า...เธอไม่ได้คิดถึงห้องน้ำแล้วล่ะ" คาอินกล่าวเสียงแหบพร่า มือของเขาเลื่อนขึ้นมาจับทรวงอกของเธอเบาๆ นิ้วโป้งของเขาลูบไล้จุดอ่อนไหวที่แข็งตัวขึ้นมาแล้ว ทำให้เธอครางเสียงเบา

     

    "อ่า..." เสียงครางเล็กๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของเอลาร่าโดยไม่รู้ตัว เสียงนั้นทำให้ทั้งคาอินและอิซาเบลล่ารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที

     

    "เสียงที่น่ารักจริงๆ" อิซาเบลล่ากระซิบใส่หู ลิ้นของนางแลบออกมาเลียใบหูของเอลาร่าเบาๆ "ข้าอยากได้ยินมันอีก"

     

    นางใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ต้นขาด้านในของเอลาร่า ปลายนิ้วที่อุ่นและนุ่มนวลเคลื่อนขึ้นไปอย่างช้าๆ แต่ไม่ไปถึงจุดที่เธอต้องการมากที่สุด ทำให้เธอต้องบิดตัวด้วยความใคร่

     

    "อิซาเบลล่า..." เอลาร่าเรียกชื่อนางด้วยเสียงอ้อนวอน

     

    "ใช่...ที่รัก?" นางตอบเสียงหวาน ขณะที่มือของนางยังคงลูบไล้อยู่ในบริเวณที่ทำให้เอลาร่าสั่นสะท้าน

     

    "ข้า...ข้าต้องการ..." เอลาร่าพูดไม่จบ เพราะความอายและความต้องการที่ขัดแย้งกัน

     

    "ต้องการอะไร?" คาอินถามเสียงเรียบ แต่มือของเขากลับเพิ่มแรงในการบีบเคล้นทรวงอกของเธอ "พูดออกมา...เอลาร่า"

     

    "ข้า...ข้าต้องการพวกท่าน...คาอินและอิซาเบลล่า" เธอพูดออกมาในที่สุดด้วยเสียงที่เบาจนแทบจะไม่ได้ยิน แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ทั้งคู่ยิ้มด้วยความพึงพอใจ

     

    "ดีมาก" คาอินกล่าวแล้วก้มลงจูบที่ริมฝีปากของเธออย่างลึกซึ้ง ลิ้นของเขาเข้าไปสำรวจโพรงปากที่อุ่นและหวาน ขณะที่มือของเขายังคงเล่นกับทรวงอกที่อ่อนไหว

     

    อิซาเบลล่าไม่ยอมแพ้ นางเลื่อนตัวลงไปด้านล่าง ริมฝีปากของนางจูบไปตามลำคอ หน้าอก และหน้าท้องของเอลาร่าอย่างช้าๆ ทิ้งรอยจูบที่เปียกชื้นและร้อนแรงไว้เป็นเส้นทาง

     

    "อิซาเบลล่า..." เอลาร่าครางชื่อนางเมื่อรู้สึกถึงลิ้นที่อุ่นเลียไปตามผิวหนังอ่อนไหว

     

    "ใช่...ข้าอยู่นี่" นางตอบขณะที่ริมฝีปากของนางเคลื่อนลงไปยังจุดที่เอลาร่าต้องการมากที่สุด

     

    เมื่อลิ้นของอิซาเบลล่าสัมผัส กับจุดอ่อนไหวที่สุดของเธอ เอลาร่าก็โค้งหลังขึ้นมาด้วยความเสียวซ่าน เสียงครางที่ดังขึ้นทำให้คาอินรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น

     

    "เจ้าชอบมันใช่ไหม?" เขาถามขณะที่ปากของเขาเคลื่อนลงไปที่ทรวงอกของเธอ ฟันของเขาแทะเล็กน้อยที่จุดสีชมพูที่แข็งตัว

     

    "ใช่...ข้าชอบ" เอลาร่าตอบด้วยเสียงหอบหายใจ ร่างกายของเธอเริ่มร้อนผ่าวและเปียกชื้น

     

    อิซาเบลล่าใช้ลิ้นของนางเลียและดูดจุดอ่อนไหวของเอลาร่าอย่างช่ำชอง ทำให้เธอสั่นสะท้านและครางอย่างไม่หยุด ในขณะที่คาอินก็ใช้ปากและลิ้นของเขาเล่นกับทรวงอกที่อ่อนไหว

     

    "อ่า...อ่า...ใช่...แบบนั้น" เอลาร่าครางด้วยความเสียวซ่าน มือของเธอไปจับผมของทั้งคู่ ดึงพวกเขาให้เข้าใกล้มากขึ้น

     

    ความรู้สึกจากทั้งสองทิศทางทำให้เธอรู้สึกเหมือนจะบ้าคลั่ง ลิ้นของอิซาเบลล่าที่เคลื่อนไหวอย่างช่ำชองระหว่างขาของเธอ และปากของคาอินที่ดูดดื่มทรวงอกของเธออย่างหิวกระหาย

     

    "ข้า...ข้าใกล้แล้ว" เธอกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ

     

    "ยังไม่ได้" คาอินกล่าวแล้วหยุดการเคลื่อนไหว ทำให้เธอครางด้วยความผิดหวัง

     

    "ทำไม?" เธอถามด้วยเสียงอ้อนวอน

     

    "เพราะเราต้องการให้เจ้าถึงจุดสุดยอดพร้อมกับเรา" อิซาเบลล่าตอบขณะที่ยกหน้าขึ้นมามองเธอ ริมฝีปากของนางเปียกชื้นจากของเหลวของเธอ

     

    คาอินเลื่อนตัวขึ้นมาแล้วจูบเอลาร่าอย่างหิวกระหาย ให้เธอได้ลิ้มรสตัวเองจากปากของเขา ขณะที่อิซาเบลล่าก็เลื่อนขึ้นมาจูบที่ต้นคอของเธอ

     

    "เราจะทำให้เจ้าได้รู้สึกดีที่สุด" คาอินกระซิบใส่หู

     

    "แต่คราวนี้...เราจะทำแบบที่แตกต่างออกไป" อิซาเบลล่าเสริม

     

    พวกเขาจัดท่าทางใหม่ คาอินนอนหงายบนเตียง ส่วนเอลาร่าก็ถูกให้นั่งทับเขา ขณะที่อิซาเบลล่าอยู่ด้านหลังของเธอ

     

    "คราวนี้...เจ้าจะได้ควบคุมจังหวะเอง" คาอินกล่าวขณะที่มือของเขาจับสะโพกของเธอ

     

    เอลาร่ารู้สึกตื่นเต้นและประหม่าในเวลาเดียวกัน เธอค่อยๆ ลดตัวลงมา รู้สึกถึงความแข็งแกร่งของเขาที่เข้าไปในร่างกายของเธออย่างช้าๆ

     

    "อ่า..." เธอครางเมื่อรู้สึกถึงความเต็มเปี่ยมภายใน

     

    "ขยับสิ...ที่รัก" อิซาเบลล่ากระซิบใส่หู ขณะที่มือของนางลูบไล้ทรวงอกของเธอจากด้านหลัง

     

    เอลาร่าเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงอย่างช้าๆ รู้สึกถึงความเสียวซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทุกการเคลื่อนไหวทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ

     

    "ดีมาก...แบบนั้นแหละ" คาอินคำรามด้วยความพึงพอใจ มือของเขาช่วยพยุงสะโพกของเธอ

     

    อิซาเบลล่าไม่ยอมเป็นแค่ผู้ชม นางใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ทรวงอกของเอลาร่า ขณะที่มืออีกข้างเลื่อนลงไปสัมผัสจุดอ่อนไหวที่อยู่ด้านหน้า

     

    "อิซาเบลล่า!" เอลาร่าร้องออกมาเมื่อรู้สึกถึงการสัมผัสจากหลายทิศทาง

     

    "ข้าอยู่นี่...ที่รัก" นางตอบขณะที่ริมฝีปากของนางจูบไปตามต้นคอและไหล่ของเธอ

     

    เอลาร่าเริ่มขยับเร็วขึ้น ความรู้สึกดีๆ ที่สะสมขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เธอลืมความอายไปหมด เธอเพียงแต่ต้องการความสุขสมที่กำลังจะมาถึง

     

    "ข้า...ข้าใกล้แล้ว" เธอกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ

     

    "เราก็เหมือนกัน" คาอินตอบขณะที่เขาเริ่มขยับสะโพกขึ้นมาสวนเข้ากับจังหวะของเธอ

     

    "มาถึงจุดสุดยอดพร้อมกันเถอะ" อิซาเบลล่ากล่าวขณะที่เพิ่มแรงในการสัมผัสจุดอ่อนไหวของเธอ

     

    ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งสามก็ถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน เอลาร่าร้องออกมาด้วยความสุขสมที่ท่วมท้น ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ขณะที่คาอินก็คำรามและปลดปล่อยความร้อนเข้าไปในร่างกายของเธอ อิซาเบลล่าก็ครางด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นคนที่เธอรักได้รับความสุขสม

     

    หลังจากนั้น พวกเขาก็ล้มลงนอนกอดกันอีกครั้ง ร่างกายที่เหนื่อยล้าแต่พึงพอใจ

     

    ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยคำถามที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยออกมา...แล้วยังไงต่อ?

     

    ความสัมพันธ์ของพวกเขาในตอนนี้คืออะไร? คนรัก? เจ้านายกับทาส? หรือเป็นเพียงแค่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความปรารถนา?

     

    ดูเหมือนว่าอิซาเบลล่าจะเป็นคนแรกที่ทนความเงียบไม่ไหว นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วพูดขึ้นว่า "ดูหน้าพวกท่านสองคนสิ...ทำอย่างกับว่าเราเพิ่งไปฆ่าใครตายมาอย่างนั้นแหละ"

     

    "มันก็ไม่ต่างกันนักหรอก" คาอินตอบเสียงเรียบ แต่ถึงกระนั้นนิ้วของเขาก็ยังคงลูบไล้แผ่นหลังของเอลาร่าเบาๆ อย่างปลอบประโลม "เราได้ทำลายกฎเกณฑ์ทุกอย่างที่เคยมีมา...ทั้งของเผ่าพันธุ์แวมไพร์...และของโลกใบนี้"

     

    "แล้วมันจะทำไมล่ะ?" อิซาเบลล่ายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ นางผละออกจากซอกคอของเอลาร่าแล้วเลื่อนขึ้นมาจูบที่แก้มของเด็กสาวฟอดใหญ่ "กฎเกณฑ์มีไว้ให้แหกไม่ใช่หรือ? โดยเฉพาะกฎที่น่าเบื่อและล้าสมัยพวกนั้น...ข้าว่าสิ่งที่เราทำเมื่อคืนนี้...มันคือการสร้างกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาต่างหาก...กฎของเราเอง"

     

    นางหันมามองเอลาร่าแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน "เจ้าคิดว่ายังไงล่ะ...เอลาร่า? เจ้ารู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไหม?"

     

    คำถามของอิซาเบลล่าเหมือนค้อนที่ทุบลงมากลางใจของเอลาร่า เธอเสียใจไหม? เธอควรจะเสียใจใช่ไหม? เธอควรจะรู้สึกผิดบาปและรังเกียจตัวเองที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น...แต่ทำไม...ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกแบบนั้นเลย?

     

    เอลาร่าสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วตอบออกไปตามความรู้สึกที่แท้จริงของเธอ "หนู...หนูไม่เสียใจค่ะ"

     

    คำตอบของเธอทำให้ทั้งคาอินและอิซาเบลล่าประหลาดใจเล็กน้อย

     

    "หนูไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออะไร...หนูไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราในตอนนี้เรียกว่าอะไร...แต่หนูรู้แค่ว่า...เมื่อคืนนี้...เป็นครั้งแรกในชีวิตที่หนูรู้สึกว่าตัวเองสมบูรณ์...รู้สึกว่าตัวเองมีค่า...และรู้สึกว่า...ตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป" น้ำตาเริ่มคลอหน่วยที่ดวงตาของเธอ "ท่านทั้งสอง...เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในตัวหนู...และหนู...หนูไม่อยากจะสูญเสียความรู้สึกนี้ไป"

     

    ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อบอุ่นและซาบซึ้ง คาอินถอนหายใจยาวๆ ราวกับปลดปล่อยความกังวลทั้งหมดที่แบกรับไว้ออกมา เขาโน้มตัวลงมาแล้วจูบที่หน้าผากของเอลาร่าอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมา

     

    "ข้าก็เหมือนกัน" เขากระซิบเสียงแหบพร่า "ข้าใช้ชีวิตอยู่กับความโดดเดี่ยวมานานหลายศตวรรษ...จนกระทั่งเจ้าเข้ามาในชีวิตของข้า...เจ้าคือแสงสว่างดวงแรกที่ส่องเข้ามาในความมืดมิดของข้า...และข้า...ก็ไม่อยากจะสูญเสียเจ้าไปเช่นกัน"

     

    "ส่วนข้า..." อิซาเบลล่าพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าปกติ "ข้าเคยรักคาอิน...ข้าเคยเกลียดเขา...และข้าเคยอยากจะแย่งชิงทุกอย่างไปจากเขา...แต่เมื่อข้าได้พบกับเจ้า...เอลาร่า...ข้าก็รู้ได้ทันทีว่า...สิ่งที่ข้าต้องการจริงๆ...ไม่ใช่การแก้แค้น...แต่คือการได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่พวกท่านมี...ความผูกพันที่ลึกซึ้งและซับซ้อนนี้...มันคือสิ่งที่ข้าโหยหามาตลอดชีวิต"

     

    นางยื่นมือออกมาแล้วจับมือของเอลาร่าและคาอินไว้พร้อมกัน "ข้าไม่สนว่าใครจะเรียกความสัมพันธ์ของเราว่าอะไร...แต่สำหรับข้า...นับจากนี้ไป...เราคือ 'ครอบครัว'"

     

    คำว่า "ครอบครัว" ทำให้หัวใจของเอลาร่าพองโตขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันคือคำที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต...และตอนนี้...เธอก็ได้มันมาแล้ว...ในรูปแบบที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

     

    แต่ความสุขและความอบอุ่นนั้นอยู่ได้ไม่นาน...

     

    ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

     

    เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้คนทั้งสามสะดุ้งสุดตัว พวกเขามองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก ใครกันที่มาเคาะประตูในเวลาเช้าตรู่แบบนี้?

     

    "ใคร?" คาอินถามเสียงเข้ม พลังเวทของเขาเริ่มแผ่กระจายออกมาจากร่างกายอย่างไม่รู้ตัว

     

    "ข้าเองขอรับ...นายท่าน" เสียงของเซบาสเตียนดังมาจากนอกประตู "มีเรื่องด่วนขอรับ...ด่วนที่สุด!"

     

    คาอินขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ "ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ารบกวนข้า...ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม"

     

    "ข้าทราบขอรับ...แต่เรื่องนี้...มันเกี่ยวกับ 'พวกเขา' ขอรับ...พวกเอลฟ์!"

     

    คำว่า "พวกเอลฟ์" ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในทันที ความอบอุ่นและความโรแมนติกหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดและอันตราย

     

    "เกิดอะไรขึ้น?" คาอินถาม

     

    "พวกเขา...พวกเขาส่งสาส์นมาขอรับ!" เสียงของเซบาสเตียนสั่นเครือเล็กน้อย "มันไม่ใช่สาส์นธรรมดา...แต่เป็น 'สาส์นท้า...ประลองชิงนาง' ขอรับ!"

     

    "ว่ายังไงนะ!" คาอินคำรามลั่น เขาลุกพรวดขึ้นจากเตียงโดยไม่สนใจว่าร่างกายของเขายังคงเปลือยเปล่าอยู่ เขาเดินตรงไปยังประตูแล้วกระชากมันเปิดออกอย่างแรง

     

    เซบาสเตียนยืนตัวสั่นงันงกอยู่หน้าประตู ในมือของเขาถือม้วนกระดาษที่ทำจากใบไม้สีเงินและถูกผนึกด้วยขี้ผึ้งสีเขียวมรกตที่มีตราสัญลักษณ์ของราชวงศ์เอลฟ์ประทับอยู่

     

    "พวกเขาบอกว่า...หากท่านไม่ยอมส่งตัวคุณหนูเอลาร่าคืนให้แต่โดยดี...พวกเขาจะถือว่าเป็นการประกาศสงคราม...แต่พวกเขาก็ได้เสนอทางออกสุดท้าย...นั่นคือการประลองตัวต่อตัวระหว่างตัวแทนของเผ่าพันธุ์แวมไพร์...และตัวแทนของเผ่าพันธุ์เอลฟ์...เพื่อตัดสินว่าใครคือผู้ที่เหมาะสมที่จะได้ครอบครอง 'สมบัติล้ำค่าแห่งสองเผ่าพันธุ์'...ซึ่งก็คือคุณหนูเอลาร่าขอรับ"

     

    อิซาเบลล่าและเอลาร่าที่ได้ยินทุกอย่างจากบนเตียงถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

     

    "การประลองจะมีขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า...ณ ทุ่งราบแห่งพันธสัญญา...สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างดินแดนของทั้งสองเผ่าพันธุ์" เซบาสเตียนกล่าวต่อ "และตัวแทนที่พวกเขาจะส่งมา...ก็คือ...องค์ชาย 'เลโกลัส'...นักรบที่เก่งกาจที่สุดของเผ่าพันธุ์เอลฟ์ในยุคนี้...และเป็น... 'คู่หมั้น' ของคุณหนูเอลาร่าตามพันธสัญญาโบราณขอรับ"

     

    สิ้นคำพูดของเซบาสเตียน...บรรยากาศในห้องก็เย็นเยียบลงในทันที...

     

    คาอินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาสีแดงฉานของเขาลุกโชนไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่ได้โกรธพวกเอลฟ์...แต่เขากำลังโกรธตัวเอง...ที่ปล่อยให้ความสุขเพียงชั่วข้ามคืนทำให้เขาลืมไปว่า...สงครามที่แท้จริง...มันยังไม่จบ

     

    อิซาเบลล่ามองหน้าคาอินและเอลาร่าสลับกันไปมา ก่อนที่รอยยิ้มที่ร้ายกาจและเจ้าเล่ห์จะปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง

     

    "ดูเหมือนว่า...เช้าวันแรกของ 'ครอบครัว' เรา...จะน่าสนุกกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะ" นางกล่าวเสียงเรียบ แต่แววตาของนางกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกระหายเลือด "การประลองชิงนางงั้นหรือ...น่าสนใจดีนี่...แต่ข้าสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง..."

     

    นางหันไปมองคาอินด้วยสายตาที่ท้าทาย

     

    "พวกเขาบอกว่าให้ส่ง 'ตัวแทนของเผ่าพันธุ์แวมไพร์' ไป...แต่พวกเขาไม่ได้ระบุว่าต้องเป็น 'ผู้ชาย' นี่นา...ใช่ไหม?"