ข้างหัวใจ_End

    บทที่ 1 พบเจอกัน (อีกครั้ง).... 25%

            “เฮื่อออ!!....”


            ชมพูนิกข์ถอนหายใจออกมาดังๆ แรงๆ ขณะที่ยืนอยู่ตรงหน้าตึกของบริษัท เทรนซิท เรียล คอปเปอเรชั่น เธอไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มาทำงานร่วมกับบริษัทซึ่งเป็๲บริษัทของ กฤษกร พงษ์กมลวิจิตร ซึ่งเป็๲พี่ชายของเพื่อนรักของเธอ


            แต่แทนที่เธอจะดีใจที่ได้มาเจอและร่วมงานกับคนรู้จัก กลับเปล่าเลย เธอไม่อยากมาเจอและอยู่ใกล้เขาด้วยซ้ำ หากเป็๲ไปได้อยากหนีให้ไกลห่าง ไม่เจอหน้า ไม่รู้ข่าวกันได้ยิ่งดี แต่ก็เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งหรืออย่างไรกันนะ ที่บริษัทที่เธอทำงานอยู่ ได้มาลงทุนร่วมกันกับบริษัทนี้ และส่งตัวเธอมาเป็๲ผู้ประสานงานและทำงานร่วมกัน เธอปฏิเสธว่าไม่๻้๵๹๠า๱มาได้ที่ไหนกันล่ะ งานก็คืองาน และก็ต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุด


            “เอาวะงานก็คืองาน ต้องทำให้ดีที่สุด เราต้องไม่เอาเ๱ื่๵๹ส่วนตัวมาปนกับเ๱ื่๵๹งาน”


            ชมพูนิกข์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนเต็มปอด ให้กำลังใจตัวเอง และทำใจให้กล้า ที่จะต้องพบเจอหน้ากับกฤษกรอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะเดินตรงเข้าไปภายในตึก อย่างมั่นคงและไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งใดๆ


            “สวัสดีค่ะ ฉันชมพูนิกข์ จากบริษัทเวลคัม เรียล มาประชุมกับคุณกฤษกรค่ะ”


            ชมพูนิกข์แจ้งกับพนักงานต้อนรับที่อยู่ที่เคาน์เตอร์ เมื่อเธอได้เดินเข้าภายในตึกของบริษัท เทรนซิท เรียล คอปเปอเรชั่นแล้ว


            “สวัสดีค่ะ ถ้ายังไงรบกวนขึ้นไปชั้นแปดนะคะ”

            พนักงานต้อนรับส่งยิ้มทักทาย และแจ้งแก่ชมพูนิกข์ ให้ขึ้นไปยังชั้นแปดซึ่งเป็๲ชั้นที่กฤษกรทำงานอยู่


            “ขอบคุณค่ะ” ชมพูนิกข์กล่าวขอบคุณ ก่อนจะเดินตรงไปยังลิฟต์


            เมื่อประตูลิฟต์ที่ชมพูนิกข์โดยสารขึ้นมายังชั้นแปดเปิดออก ชมพูนิกข์ก็ก้าวเดินออกจากลิฟต์ ตรงไปยังเลขานุการที่นั่งทำงานอยู่ที่หน้าห้องทำงานของกฤษกร


            “สวัสดีค่ะ ฉันมาประชุมกับคุณกฤษกรค่ะ” ชมพูนิกข์แจ้งแก่เลขานุการให้รับทราบเมื่อเดินเข้าไปใกล้แล้ว


            “สวัสดีค่ะคุณชมพูนิกข์ จากบริษัทเวลคัม เรียล นะคะ?”


            พรรณวดี เลขานุการกล่าวทักทายพร้อมกับ ถามชื่อเพื่อยืนยันว่าใช่คนที่จะมาประชุมกับกฤษกรจริงๆ ไม่ผิดตัว


            “ใช่ค่ะ” ชมพูนิกข์กล่าวตอบรับด้วยรอยยิ้มบางๆ


            “เดี๋ยวเชิญทางนี้เลยค่ะ” เลขานุการลุกจากโต๊ะทำงานพาเดินไปยังห้องประชุมทันที


            “รบกวนรอสักครู่นะคะ ไม่ทราบว่าจะรับน้ำชากาแฟไหมคะ?”


            พรรณวดีเปิดประตูห้องประชุมให้ ชมพูนิกข์ เข้าไปนั่งรอ พร้อมกับถามความ๻้๵๹๠า๱ในการดื่มเครื่องดื่ม


            “ขอน้ำเปล่าก็แล้วกันค่ะ ขอบคุณค่ะ”


            เมื่อพรรณวดีได้ยินอย่างนั้นแล้ว ก็ปล่อยให้ชมพูนิกข์รออยู่ภายในห้องนั้น ส่วนตัวเธอก็ไปแจ้งแก่ผู้เป็๲เ๽้านายให้รับทราบ และไปแจ้งให้แม่บ้านจัดหาน้ำดื่มมาให้แขกผู้มาประชุม


            ชมพูนิกข์นั่งรออยู่ภายในห้องประชุมด้วยหัวใจเต้นรัวเร็ว สองมือเรียวเล็กประสานกันอยู่ที่ตัก เธอรับรู้ได้ว่ามือเธอเย็นมากเลยตอนนี้ กี่ปีแล้วนะที่ไม่ได้เจอเขา ผู้ชายคนที่เธอแอบรัก เขาจะยังจำเธอได้หรือเปล่านะ ชมพูนิกข์คิดได้แค่นั้นประตูห้องประชุมก็เปิดออก และคนที่เดินเข้ามาภายในห้องนั้น ก็คือผู้ชายที่เธอตั้งหน้าตั้งตารอประชุมด้วยนั้นเอง


            ชมพูนิกข์หันไปมองคนที่เดินเข้ามาภายในห้องประชุม


            ‘เขายังคงเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนไปเลย’ และพูดบอกกับตัวเองอยู่ภายในใจ


            “สวัสดีค่ะ”


            ชมพูนิกข์ลุกขึ้นยืน ยกมือเรียวเล็กขึ้นไหว้ชายหนุ่มผู้มีอายุอานามมากกว่าเธอเกือบๆ สี่ปี ซึ่งเธอไม่รู้ว่าเขาจะจำเธอได้หรือเปล่า เธอจะทำเพียงแค่กล่าวสวัสดีออกไปเฉยๆ


            “สวัสดีครับน้องนิกข์ สบายดีนะครับ เราไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”


            กฤษกรกล่าวทักทายพร้อมกับถามสารทุกข์สุกดิบ อย่างคนรู้จักกันมาก่อน ซึ่งกฤษกรทำไมจะจำผู้หญิงตัวเล็กๆ รูปร่างบอบบางกลมกลึงน่าทะนุถนอมคนนี้ไม่ได้ล่ะ ก็เธอเป็๲เพื่อนรักกับน้องสาวของเขานี่ และเธอก็ยังมาที่บ้านของเขาบ่อยๆ ตอนที่ยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย


            “นิกข์สบายดีค่ะ พี่กรละคะสบายดีหรือเปล่า?” ชมพูนิกข์รู้สึกดีใจอยู่ลึกๆ ที่เขายังจำเธอได้


            “พี่สบายดีครับ พี่ยินดีมากเลยนะที่รู้ว่าเราจะมาเป็๲ผู้ติดต่อประสานงานน่ะ”


            กฤษกรพูดบอกพร้อมกับมีรอยยิ้มบางเปื้อนอยู่บนใบหน้า ทั้งยังมองสบประสานสายตากับดวงตากลมโตราวตากวางนั้นด้วย


            ซึ่งก็เป็๲ชมพูนิกข์เอง ที่ต้องแสร้งหลบสายตาคู่นั้น เพราะทานทนต่อแรงพลังภายในไม่ไหว


            “เรามาเริ่มงานกันเลยนะคะ” ชมพูนิกข์กล่าวตัดบท เพื่อจะได้ทำงานที่รับผิดชอบนี้ให้เสร็จๆ ไปโดยเร็ว เพื่อเธอจะได้ออกไปจากความรู้สึกอึดอัดนี้สักที


            “โอเคครับ เรามาเริ่มกันเลย”


            กฤษกรพูดทั้งที่ยังคงมองจ้องใบหน้าสวยหวานนั้นอยู่ ซึ่งการมองเช่นนั้นไม่มีใครคาดเดาความหมายนั้นออกนอกจากตัวเขาเอง


    ๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗



    ฝากผลงานเ๹ื่๪๫นี้กันด้วยนะคะรีดขา.......................................................................... :)​