ตอนที่4
“พวกคุณได้ค้นหาข้อมูลกันมาก่อนรึเปล่า”
คำถามของคิมทำให้พวกโระกะต้องเงียบไปพักหนึ่งเพราะการหาข้อมูลเกี่ยวกับพวก Microzard นั้น ต้องได้รับอนุญาตในการเข้าถึงแม้จะมีหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับคนพวกนี้แต่วิธีการก่อเหตุหรือแรงจูงใจของพวกเขานั้นจะถูกลบออกไปจากฐานข้อมูล เหมือนจงใจปกปิดไม่ให้รู้
“ก็......”
โระกะได้แต่อ้ำอึ้งเพราะเธอหาข้อมูลพวกนั้นไม่ได้จริงๆคิมมองหน้าทั้งคู่ที่ยืนนิ่งเหมือนกำลังโดนครูดุเลยเปลี่ยนเื่เพื่อไม่ให้เป็การกดดันพวกเขาเกินไป
“เอาเถอะ เวลาผมมีไม่มาก แล้วพวกคุณ....ฝันกันบ่อยแค่ไหน”
เป็คำถามที่ทำให้ทั้งคู่แปลกใจ เพราะพวกเขาคิดว่าจะได้รับคำอธิบายเกี่ยวกับการใช้ความฝันฆ่าคนแต่กลับกลายเป็ถามเกี่ยวกับการฝันของพวกเขา
“ฉันไม่ค่อยได้นอนจำไม่ได้ว่าฝันอะไรบ้าง แต่ก็คิดว่าเคยฝันนะ”
“ฉันจำไม่ได้เลยว่าเคยฝัน หรือฝันอะไร”
หลังจากมาซาตอบคิมก็ทำท่าครุ่นคิดนิดหน่อย
“ถ้าอย่างนั้นนายก็เป็เคสยากสินะแล้วส่วนใหญ่หลับกัน่ไหนบ้าง”
“ไม่เป็เวลา ว่างก็นอนส่วนใหญ่ต้องทำงานแทบ 24 ชั่วโมง”
โระกะตอบเพราะงานตำรวจแทบจะต้องสแตนบายตลอดเวลาทำให้ไม่ค่อยมีเวลานาน มาซาพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่โระกะพูดเพราะตัวเขาเองแทบไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ
“การตื่นในความฝันนั้นมันจำเป็ต้องมีการฝึกฝน อย่างแรกเลย พวกเธอต้องนอนให้เป็เวลาเพื่อให้ร่างกายรับรู้ถึง่เวลาพักผ่อน และเมื่อสมองผ่อนคลายจะเข้าสู่่หลับลึกถึงจะเกิดการฝันขึ้น ถ้าพวกเธอยังไม่เริ่มฝันมันก็เป็เื่ยากที่จะสอนให้รู้ตัวในความฝันได้”
“มันยากสำหรับอาชีพอย่างพวกเรามีทางลัดมั้ย เราทำทีละขั้นตอนแบบนั้นไม่ได้”
โระกะใจร้อนและ้าวิธีที่ได้ผลเร็วกว่าการฝึกทีละขั้นและทั้งสองก็เริ่มรู้ตัวบางอย่างและหันมามองหน้ากัน
“เดี๋ยวนะคุณจะฝึกการตื่นในฝันให้เรางั้นเหรอ?”
คิมที่มีสีหน้าดูจริงจังขึ้นก็พูดขึ้นมาว่า
“ถ้าอยากรู้วิธีและเหตุผลก็จำเป็ต้องทำให้ได้เสียก่อน ผมไม่ใช่ตำรวจจะให้นั่งสันนิษฐานให้คงทำไม่ได้เอาเป็ว่าเื่แรกเริ่มจาก จำให้ได้ก่อนแล้วกันว่าตัวเองฝันอะไร ทุกครั้งที่ตื่นบันทึกไว้ว่าตัวเองเห็นอะไรในความฝัน ครั้งหน้าค่อยมาเจอฉัน”
เหมือนการสนทนาจะจบลงเพียงเท่านี้ทั้งคู่ต้องกลับไปมือเปล่าอีกครั้ง แต่มาซายังคงคาใจกับสิ่งที่เห็นในห้องอยู่
“แล้วจะไม่บอกหน่อยเหรอว่าโต๊ะกับเตียงนี่มีไว้ทำอะไร?”
“ครั้งหน้านายจะได้ใช้มัน....หวังว่านะ”
คิมตอบสั้นๆก่อนจะลงมาส่งทั้งคู่ที่หน้าบ้าน
หลังจากนั้นทั้งมาซาและโระกะก็ปฏิบัติตามคำแนะนำของคิมทุกครั้งที่หลับไม่ว่าจะงีบในรถ บนโต๊ะทำงาน หรือที่บ้าน พวกเขาจะบันทึกใส่ Watch Record ไว้เสมอ
· Watch Record เป็ฟังก์ชันหนึ่งของนาฬิกาที่นิยมกันมากในอนาคต มันเป็สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทุกคนมีใช้บันทึกเสียงหรือข้อความที่ตัวเอง้าจำไว้ได้ หรือบทสนทนากับคนอื่น ซึ่งก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขความเป็ส่วนตัวด้วยและไม่เพียงแค่บอกเวลา บันทึกข้อความ มันยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อย่างอื่นได้อีกในกรณีของตำรวจมันจะตรวจจับการเต้นของหัวใจ อารมณ์ เพื่อตอบสนองการใช้ปืน เช่นถ้าตรวจพบว่าคนนั้นมีความโกรธและหยิบปืนขึ้นมายิง นาฬิกาจะส่งผลวิเคราะห์ไปยังปืนทำให้ปืนไม่สามารถปลดล็อกและยิงได้
สามวันหลังจากนั้นมาซากับโระกะ ก็ไปหาคิมที่บ้านอีกครั้งหลังจากที่ได้นัดหมายกันแล้วมาซาที่ดูหนักใจกับเื่การฝัน
“เธอฝันรึเปล่า?”
“ก็ฝันอยู่นะ” โระกะที่ตอบอย่างมั่นใจทำให้มาซายิ่งรู้สึกแย่
“ฉันไม่ฝันอะไรเลยอ่ะสิพอโดนกดดันแล้ว ดันหลับสนิทซะงั้น T_T”
พอไปถึงที่บ้านของคิมพ่อบ้านก็พาไปหาคิมมาซากับโระกะนั่งอยู่ที่เก้าอี้ในห้องฝึกนั่น เหมือนกำลังโดนครูดุเพราะคิมยืนจ้องมาที่เขาทั้งคู่ด้วยสายตากดดัน
“ฝันมั้ย?”
มาซาได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความอับอายที่ตัวเองทำไม่ได้โระกะที่ฝันจึงได้เล่าให้คิมฟังว่าฝันอะไรบ้าง
“ฉันฝันว่าโดนคนไล่ล่าและฉันก็หยิบปืนยิงมันหัวกระจุยไปเลย”
เมื่อโระกะเล่าความฝันให้คิมฟังเขาก็นิ่งไปครู่หนึ่ง
“งั้นก็คงมีแค่เธอสินะที่จะฝึกขึ้นต่อไปได้ขึ้นเตียงเลย”
โระกะที่ตั้งตัวไม่ทันตอนที่คิมบอกให้ขึ้นเตียงก็ทำท่าเลิ่กลักมาซาใกับคำพูดนั้นเช่นกันจึงเดินเข้ามาหา
“เดี๋ยวก่อนนายจะทำอะไร?”
มาซาเริ่มโวยวายแต่โระกะก็เดินเข้ามาห้ามเสียก่อน
“ไม่เป็ไร ฉันจะฝึก”
ถึงจะไม่เห็นด้วยแต่มาซาก็ต้องยอมรับในการตัดสินใจของเธอ
“ถ้านายทำอะไรที่ไม่เข้าท่าฉันจะอัดนายให้เละเลยจำไว้”
เขาหันไปขู่คิมก่อนจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการต่อไป
“ไม่ต้องห่วงผมไม่ได้จะจั้มฝันเธอหรอก แค่อยากรู้ว่าเธอทำได้ในระดับไหน”
คิมหยิบยาขึ้นมาและบอกให้โระกะกิน
“ทำไมต้องใช้ยา เพื่ออะไร”มาซาถามด้วยความสงสัย
“จะให้นอนเล่นจนกว่าจะหลับมันเสียเวลานะคุณ”
โระกะกินยาและนอนลงที่เตียงเธอจ้องมองเชิงเทียนที่จุดอยู่ปลายเท้าและค่อยๆพล่อยหลับไป
ที่ บช.น (กองบัญชาการตำรวจนครบาล):-
โระกะเดินไปเดินมาในสำนักงานสักพักก็มีชายคนหนึ่งพุ่งเข้ามาหาโระกะ เธอจึงจับชายคนนั้นทุ่มลงจากนั้นก็เหลือบเห็นปืนวางอยู่บนโต๊ะ เธอวิ่งไปหยิบปืนนั้นยิงใส่ชายคนนั้นทันที
ภาพตัดมาที่เมืองอีกแห่ง โระกะยังคงเดินไปมาบนถนนจากนั้นฝนก็เริ่มตกลงมา แต่สิ่งที่มาพร้อมฝนคือกลีบกุหลาบสีแดงจากนั้นกลีบกุหลาบนั้นก็เปลี่ยนกลายเป็เื เปื้อนเสื้อผ้าเธอหมด โระกะรู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัยเธอจึงหยิบปืนที่เหน็บที่ขาขึ้นมาและปลดล็อกปืนทันที เธอเดินไปอย่างระมัดระวังมองซ้ายและมองขวา เพื่อหาคนที่ซ่อนอยู่ โระกะ! โระกะ!
“เสียงมาซานิ”
แต่คนทียืนอยู่ตรงหน้ากลับเป็คิมในชุดสีแดงเปื้อนเืเธอเดินเข้าไปใกล้ๆ พอใกล้มากขึ้นก็รู้สึกถึงบางอย่าง “กลิ่น”
“มีอะไรงั้นเหรอทำไมทำหน้าแบบนั้นหล่ะ” คิมพูดขึ้นมา
โระกะมองขึ้นไปบนฟ้าและมองไปรอบๆ
“นิฉันอยู่ในความฝันสินะ”
“โร๊ค โร๊ค โระกะ”เสียงมาซาะโเรียกขึ้นมา
เธอตื่นขึ้นทันทีหลังจากที่ได้ยินเสียงะโและยังรู้สึกมึนนิดหน่อย อาจเพราะฤทธิ์ของยาที่กินเข้าไป และรีบหันไปมองคิมที่ยืนอยู่อีกข้าง
“ฉันหลับไปนานแค่ไหนเนี้ย”
มาซาก้มดูนาฬิกา “20 นาทีได้ล่ะมั้ง”
“20 นาทีเลยเหรอ ฉันนึกว่าแค่ 2-3นาทีเท่านั้นเอง ฉันฝันได้นิดเดียวเองนะ”
“แล้วเธอฝันเห็นอะไรบ้าง?รู้ตัวมั้ยว่าฝัน?”
“ฉันฝันเห็นผู้ชายเข้ามาทำร้ายและฉันก็ต่อสู้จากนั้นจู่ๆก็กลายมายืนอยู่กลางถนนในเมืองหนึ่งที่ไม่คุ้น แล้วฝนก็ตกลงมาเป็เืและก็เจอด็อกเตอร์คิมยืนอยู่”
“ไม่ต้องเรียกผมเต็มยศขนาดนั้นก็ได้แค่คิมก็พอ แล้วรู้ตัวรึเปล่าว่าฝัน”
“พอเดินเข้าไปใกล้ๆคุณก็รู้เลยว่ากำลังฝันเพราะในฝันคุณไม่ได้ใส่น้ำหอม”
“น้ำหอมงั้นเหรอ”คิมก้มลงดมกลิ่นตัวเอง
“ฉันไม่ชอบผู้ชายใส่น้ำหอมน่ะเลยแต่จะว่าไปตอนเืนั่นตกก็ไม่ได้กลิ่นเหมือนกันนะ”
“ััในความฝันนะจะชัดเจนและเหมือนจริงทุกอย่าง ทุกอย่างที่กระทบร่างกาย ความรู้สึกร้อน หนาว เจ็บรวมถึงเสียงของมันด้วย มีเพียงแค่กลิ่นเท่านั้นที่ไม่สามารถััได้ถ้าคุณรู้ตัวว่ากำลังฝันเพราะไม่ได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวผม นั่นแปลว่าคุณเข้าสู่ layer1 ได้แล้ว”
มาซาหันไปมองหน้าโระกะที่สามารถทำได้สำเร็จั้แ่การฝึกครั้งแรกก็รู้สึกอิจฉาเล็กน้อยเขาหันกลับมาถามคิม
“แล้วหลังจากนี้ล่ะ จะทำอะไรต่อ?”