ลากเถาเฮ่อกลับมาแล้วก็ต้องเริ่มแยกเส้นใยที่สามารถนำมาทอผ้าออกมาก่อน
ว่าแต่จะแยกอย่างไรแช่หรือต้ม การแช่ค่อนข้างเสียเวลา การต้มย่อมเร็วกว่า แน่นอนว่าต้องเลือกการต้ม
หลังกินไข่เจียวกากมันเลียงผาเป็นมื้อเที่ยงแล้วเซวียเสี่ยวหรั่นก็สดชื่นกระฉับกระเฉงขึ้นอีกครั้งเริ่มต้นจากใช้มีดตัดใบเฮ่อออกจากเถา แล้วเอามาม้วนเป็นก้อนกลมก่อนมัดติดกัน
"เหลียนเซวียน หม้อของพวกเราเล็กเกินกว่าจะเอามาต้มเถาเฮ่อ"
เซวียเสี่ยวหรั่นอุ้มหม้อดินด้วยสีหน้าหวั่นวิตกหม้อใบหนึ่งฝืนยัดลงไปสองมัดคือเต็มที่แล้ว แบบนี้มิต้องต้มไปถึงปีวอกเดือนมะเมีย[1] เลยหรือ
'เช่นนั้นก็ใช้สองหม้อต้มพร้อมกันไปเลยสิ' เหลียนเซวียนใช้ไม้เท้าชี้ไปที่ข้างเตาหิน
เซวียเสี่ยวหรั่นมองอยู่ครู่หนึ่งถึงเข้าใจความหมายของเขา
"ท่าทางคงมีแต่วิธีนี้แล้วล่ะ"
"ครืดๆ" เธอย้ายก้อนหินมาตั้งแต่เป็นเตาหินอีกชุด
หม้อสองใบใส่น้ำกับเถาเฮ่อใบละสองมัดแล้วต้มด้วยไฟแรง
เหลียนเซวียนรับหน้าที่ดูเตาให้เซวียเสี่ยวหรั่นอาศัยจังหวะที่ว่างวิ่งไปขุดต้นคาวมัจฉาที่เชิงเขาแล้วแวะตัดเถาวัลย์ทนทานที่เคยเอามาสานเป็นตะกร้าครั้งก่อนกลับมาด้วย
จากนั้นก็เอาต้นคาวมัจฉาไปวางไว้ด้านหนึ่งแล้วมานั่งข้างลิงน้อยเตรียมสานตาข่ายดักปลา
"รูตาข่ายสามารถเว้นให้ใหญ่หน่อยจะได้ไม่ดักเอาปลาเล็กที่ยังไม่ถึงคราวกินมาด้วย ถ้าจะจับก็ต้องจับปลาใหญ่" เธอสานไปพึมพำไป
ดวงตากลมโตของลิงน้อยจ้องเธอไม่กะพริบพอได้กินอิ่มท้องมันก็สดใสขึ้นมาก รู้ว่าตอนนี้ขาของมันขยับไม่ได้จึงยอมนั่งไม่ก็นอนแต่โดยดี
เซวียเสี่ยวหรั่นหันไปคุยหยอกกับมันอยู่เป็นพักๆอารมณ์ของลิงน้อยมั่นคงมากแล้ว เรี่ยวแรงก็พอมีอยู่บ้างยังหยิบเส้นเถาวัลย์มาทำท่าสานเลียนแบบเธอ
"ฮิๆ หากเจ้าสามารถสานได้แบบข้า ก็คงเป็นลิงอัจฉริยะแล้วล่ะ"
เซวียเสี่ยวหรั่นมองมันแล้วหัวเราะ
"เจี๊ยกๆ" แม้ลิงน้อยจะไม่เข้าใจที่เธอพูดแต่ก็เรียนรู้ที่จะตอบรับได้
หนึ่งคนหนึ่งลิงแม้คุยคนละภาษาเหมือนไก่สนทนากับเป็ด แต่กลับสื่อสารกันได้อย่างสนุกสนาน
ดูเหมือนว่าแม่นางผู้นี้มักพึงพอใจกับสิ่งที่ตนเองทำอยู่เสมอไม่ว่าต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำให้พูดไม่ออก หรือแม้แต่กับลิงน้อยที่ได้รับบาดเจ็บตัวหนึ่งนางก็ยังค้นหาความสุขกับมันได้เสมอ
เหลียนเซวียนยืนอยู่หน้าเตาสองใบรู้สึกถึงความร้อนที่ปะทะกับใบหน้า จนเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก
เซวียเสี่ยวหรั่นสานส่วนก้นของตาข่ายดักปลาเสร็จก็วิ่งเข้าไปในพงไม้หากิ่งไม้ที่มีความยืดหยุ่นแต่แข็งแรงทนทานมาบิดเป็นรูปวงรีแล้วนำเถาวัลย์ที่สานเป็นส่วนก้นของตาข่ายมามัดติดด้านบนสุดท้ายก็หาท่อนไม้ที่แข็งแรงมาผูกตรึงไว้เป็นด้ามจับตาข่ายดักปลาแบบเรียบง่ายก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทานเซวียเสี่ยวหรั่นยังผูกเงื่อนอีกหลายสายให้แน่นยิ่งขึ้น
"ฮิๆ เรียบร้อย"
เธอลองสะบัดตาข่ายดักปลาไปมาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
"ไม่ลองก็ไม่รู้พอลงมือทำดูถึงพบว่าที่แท้ความสามารถในเชิงปฏิบัติของตัวเองก็ไม่เป็นรองใครเหมือนกัน"
"เจี๊ยกๆ" ลิงน้อยก็ชูผลงานที่สานมั่วซั่วในมือโบกไปมาด้วยความตื่นเต้น
"อุ๊บ" เซวียเสี่ยวหรั่นขำพรืด "พอใช้ได้ แค่เจ้าร่าเริงสดใสก็ดีแล้ว แต่อย่าขยับไปโดนขาที่บาดเจ็บเข้าล่ะ
เธอชี้ไปที่ขาข้างที่หักของมัน
พอลิงน้อยก้มลงมองใบหน้าห่อเหี่ยวลง เหมือนว่าจะรู้สึกเจ็บขึ้นมากะทันหัน
โธ่เอ๊ยไม่น่าไปสะกิดบาดแผลของมันเลย เซวียเสี่ยวหรั่นวางตาข่ายดักปลาในมือลงแล้วเด็ดกล้วยน้ำว้าส่งให้มัน พอมีของกินแล้ว ลิงน้อยก็สดชื่นขึ้นมาอีกครั้ง
เซวียเสี่ยวหรั่นถอนหายใจอย่างโล่งอกเดินไปที่ข้างหม้อสองใบ เปิดฝาดู แล้วใช้กิ่งไม้เขี่ยไปบนเถาเฮ่อ ผิวของมันหลุดลอกออกอย่างง่ายดายเผยให้เห็นเส้นใยสีขาวดุจใยไหม
ความดีใจพลันปรากฏบนสีหน้า "ใช้ได้แล้ว เปลี่ยนอีกสองมัดมาต้มได้เลย"
เธอไปหยิบอ่างดินเผาแล้วใช้กิ่งไม้คีบเถาเฮ่อขึ้นมาใส่ หลังจากนั้นก็เติมน้ำในหม้ออีกเล็กน้อยแล้วใส่เถาเฮ่อชุดใหม่ลงไป
"ลำบากท่านแล้ว เหลียนเซวียน เยอะขนาดนี้ คงต้องต้มอีกนาน"
เหลียนเซวียนส่ายหน้าตอนนี้กำลังของเขามีจำกัด ทำได้แค่ช่วยดูเตาไฟให้เท่านั้น
เซวียเสี่ยวหรั่นคลี่เถาเฮ่อในอ่างใช้ไม้จิ้มๆ ผิวก็หลุดลอกออกแล้ว รู้สึกว่าอาจจะต้มนานเกินไป
"เหลียนเซวียน ครั้งต่อไปคงไม่ต้องต้มนานขนาดนั้นแล้ว ผิวของมันละลายหมดเลย"
เหลียนเซวียนพยักหน้า
เซวียเสี่ยวหรั่นเอาเถาเฮ่อในอ่างไปที่แม่น้ำ หลังจากเติมน้ำลงไปเล็กน้อย ก็ใช้มือขยำ ผิวของเถาเฮ่อทั้งหมดก็หลุดออกมาน้ำเปลี่ยนเป็นขุ่นคลั่กและเหนียวหนึบ ยางของเถาเฮ่อถูกต้มจนเปื่อยยุ่ยหมด
หลังจากเปลี่ยนน้ำไปสี่ห้ารอบในอ่างก็เหลือแค่เส้นใยสีขาวกลุ่มหนึ่ง
เซวียเสี่ยวหรั่นยิ้มกว้างจนมุมปากแทบฉีกไปถึงใบหู
แค่นำเส้นใยเหล่านี้มาฟั่นเป็นเกลียวก็สามารถนำมาใช้ทอผ้าได้แล้วแน่นอนว่าเธอทอผ้าไม่เป็น แต่เธอถักเสื้อสเวตเตอร์ได้
แค่มีเข็มถักให้เธอสี่อันเธอสามารถถักออกมาเป็นเสื้อกันหนาวได้ทุกรูปแบบ
เอ้อแน่นอนว่าไม่มีนุ่นกับขนเป็ด ความอบอุ่นของเสื้อชั้นเดียวย่อมมีจำกัดคงต้องพยายามถักให้ได้หลายๆ ตัวแล้วสวมทับหลายชั้นหน่อย
เซวียเสี่ยวหรั่นยกอ่างกลับถ้ำแล้วรีบทำชั้นวางเพื่อตากเส้นใยนอกถ้ำ
หลังทำเสร็จแล้วก็เอาเส้นใยไปตากให้แห้ง
"เหลียนเซวียน หม้อนี้เสร็จหรือยัง"
เธอก้าวฉับๆมาถึงข้างกองไฟ ถามเขาด้วยรอยยิ้ม
แม่นางผู้นี้เจ้าควรเปิดฝาหม้อดูเอง ไม่ใช่มาถามคนตาบอดอย่างเขา เหลียนเซวียนทำสีหน้าไร้อารมณ์
"ฮิๆ สองหม้อแรกเมื่อครู่นี้ต้มนานเกินไป ขอข้าดูก่อน" เซวียเสี่ยวหรั่นไม่ถือสาแม้แต่น้อย ยังหัวเราะคิกคักเปิดฝาหม้อแล้วใช้ไม้เขี่ยดู "อืม ไฟยังไม่ได้ที่ผิวยังไม่ลอก ต้องต้มอีกสักครู่"
เหลียนเซวียนผงกศีรษะตอบรับ
"เหลียนเซวียน เถาเฮ่อที่ต้มเสร็จเมื่อครู่ หลังจากล้างสะอาดแล้วข้างในเป็นเส้นใยสีขาวเหมือนเส้นไหมเลย รอตากให้แห้งแล้วนำมาฟั่นเป็นด้ายเส้นเล็กๆ ก็เอามาถักเป็นเสื้อผ้าสวมใส่ได้แล้ว คิกๆในที่สุดพวกเราก็จะมีเสื้อผ้าเปลี่ยนกันแล้วต่อไปไม่ต้องเดือดร้อนเสื้อผ้าของท่านอีกแล้วล่ะ" เซวียเสี่ยวหรั่นมองอาภรณ์ตัวยาวที่ถูกฉีกจนสั้นเต่อของเขาแล้วก็แอบหัวเราะอย่างอดใจไม่ได้
ข่าวนี้ควรค่าแก่การเฉลิมฉลองอย่างแท้จริง เหลียนเซวียนมุมปากกระตุกเล็กน้อย
"เจี๊ยกๆ" ทางด้านของลิงน้อยเริ่มบิดตัวไปมา
เซวียเสี่ยวหรั่นเห็นเช่นนั้นก็วิ่งเข้าไป "ลิงน้อย เจ้าปวดฉี่ใช่ไหม"
เธอชี้ไปจุดที่มันฉี่รดที่นอน "ถ้าปวดฉี่ พวกเราต้องออกไปฉี่ข้างนอก"
จากนั้นก็ชี้ไปนอกถ้ำ
"เจี๊ยกๆ" ลิงน้อยจะเข้าใจหรือเปล่าไม่อาจรู้ได้แต่ถึงอย่างไรมันก็ตอบรับเธอแล้ว
"งั้นข้าจะถือว่าเจ้าอยากไปฉี่แล้วกันนะ" เธอชี้ไปที่ที่มันฉี่รดที่นอนแล้วชี้ไปด้านนอกจากนั้นถึงจะลูบหัวของมัน "ข้าจะอุ้มเจ้าไป เจ้าอย่าขยับตัวส่งเดชไม่อย่างนั้นขาจะเจ็บนะ จำไว้ ห้ามขยับ ขาจะเจ็บ"
เซวียเสี่ยวหรั่นชี้ไปที่ขาของมันปากก็พูดซ้ำแล้วซ้ำอีก
แม้ว่าลิงจะเฉลียวฉลาดแต่มันก็ไม่เคยสัมผัสกับคนมาก่อน แม่นางผู้นี้พูดกับมันตลอดเวลาแม้ว่าหัวใจนางจะน่ายกย่อง แต่เหลียนเซวียนก็ไม่คิดว่าลิงน้อยจะเชื่อฟังที่นางพูด
"พี่สาวจะอุ้มแล้วนะ อย่าขยับล่ะ เชื่อฟังนะ ลิงน้อยต้องเป็นเด็กดี" หลังจากลูบตัวมันรอบแล้วรอบเล่า ก็ใช้มือหนึ่งโอบหัวไหล่อีกมือประคองบั้นท้ายของมัน แล้วค่อยๆ อุ้มขึ้นมา
"เจี๊ยกๆ" ชั่วขณะที่อุ้มขึ้นขาของมันห้อยลงเล็กน้อย ส่วนที่ดึงรั้งรู้สึกเจ็บจึงร้องออกมา
"โอ๋... เด็กดี อย่าขยับ ไม่ขยับก็ไม่เจ็บแล้ว" เซวียเสี่ยวหรั่นใช้น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน เดินช้าๆพลางปลอบประโลมด้วยความอดทน "ลิงน้อยเด็กดีพวกเราออกไปฉี่ ประเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว"
ทุกอย่างเป็นไปตามคาดหลังจากลิงน้อยร้องเจี๊ยกๆ สองคำ ก็เบิกตากลมโตจ้องมองเธอแต่ไม่มีปฏิกิริยาอะไรอีก
เซวียเสี่ยวหรั่นโล่งใจเล็กน้อยพอมาถึงปากถ้ำ ก็เลี้ยวไปยังข้างพงไม้ เธอย่อตัวลงให้ขาขวาของลิงน้อยแตะพื้นแล้วหาจุดรองรับ "เอาล่ะ ลิงน้อยฉี่ได้แล้ว ชู่... ชู่..."
เธอเลียนแบบอย่างที่ทำกับเด็กแล้วยังผิวปากออกมาอีกด้วย
เหลียนเซวียนได้ยินเสียงผิวปากของนางมาแต่ไกลพลันรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
...
[1] เป็นความเปรียบถึงเวลาที่นานมาก ไม่อาจคะเนได้