สกุลเซียวจัดการงานแต่งงานให้กับเซียวซ่งและผิงจินเยว่อย่างเรียบง่ายเช่นกัน แต่ก็ยังมีน้ำใจทำตามพิธีการอย่างครบถ้วน เว้นเสียแต่ไม่มีการจัดงานเลี้ยงใดๆ ให้กับคู่บ่าวสาวทั้งสอง หนึ่งเป็เพราะเวลาค่อนข้างกะทันหัน และอีกเื่ก็คือทางฝ่ายเ้าสาวไม่ได้ส่งคนในสกุลมาร่วมงานมงคลด้วย หากจัดงานเลี้ยงไปก็รังแต่จะเป็ที่อับอายให้ผู้คนซุบซิบนินทาไปมากกว่าเดิม
พอส่งตัวเ้าสาวเข้าห้องหอไปแล้ว ก็เหลือเพียงผิงจินเยว่และชุ่ยอิงเพียงลำพังไม่มีบ่าวไพร่จากสกุลเซียวมาคอยรับใช้ดูแล ชุ่ยอิงสงสารคุณหนูของนางจับใจจนอดไม่ได้ที่จะต้องออกไปจัดการทำอาหารง่ายๆ มาให้นายหญิงของตนรองท้อง
“คุณหนู เมื่อครู่บ่าวเห็นแล้วว่าในจวนสกุลเซียวเหลือบ่าวรับใช้ไม่มากนัก ดูท่าเื่ที่ว่าสกุลเซียวกำลังจะตกต่ำอาจเป็ความจริงนะเ้าคะ” ชุ่ยอิงบอกเล่าสถานการณ์ภายในจวนที่ตนเพิ่งได้เห็นเมื่อครู่ให้นายหญิงของตนฟัง
ผิงจินเยว่ไม่ได้รู้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างสองสกุลอย่างแน่ชัด เท่าที่นางได้ยินผู้อื่นร่ำลือกันก็เพียงแค่สกุลเซียวบริหารกิจการผิดพลาดจนต้องเสียเงินทองจำนวนมากและสกุลเซียวกำลังตกต่ำลง ส่วนเื่ความขัดแย้งของสองสกุลนั้นเป็เหตุมาจากการทำการค้าที่ไม่ขัดผลประโยชน์กัน และยังมีปัญหาเื่ของนางและเซียวซ่งทำให้สกุลผิงไม่คิดจะคบค้ากับสกุลเซียวอีกต่อไป
“ดี พวกเขาตกต่ำลงเท่าไรก็ยิ่งเป็ผลดีกับข้าเท่านั้น ยามนี้ท่านปู่กับท่านพ่อคงยังโกรธข้าอยู่ ผ่านไปสักพักเมื่อพวกเขาหายโกรธก็คงจะส่งทรัพย์สินเงินทองมาให้ข้าใช้ดังเดิม คราวนั้นล่ะสกุลเซียวย่อมต้องพึ่งพาข้า ยังจะผู้ใดกล้าไม่ไว้หน้าข้าอีกกันเล่า”
“คุณหนู ยามนี้คุณหนูก็เป็คนสกุลเซียวแล้ว ถ้าหากว่านายท่านผู้เฒ่ากับนายท่านใหญ่คิดตัดขาดกับคนสกุลเซียวจริงๆ เล่าเ้าคะ คุณหนูไม่ควรคิดร้ายกับสกุลเซียวนะเ้าคะ ออกเรือนแล้วท่านต้องเชื่อฟังสามี คิดเห็นทุกอย่างดังเป็คนในสกุลจึงจะสมควร ท่านต้องช่วยเหลือตนเองก่อน อย่าเพิ่งคาดหวังไปว่าสกุลผิงจะออกหน้าช่วยเหลือตลอดไปเลย” ชุ่ยอิงแนะนำ
“พวกเขามีปัญหาขัดแย้งกันอยู่มิใช่หรือ ข้าย่อมมีวิธีหลอกล่อบิดาให้กลับมาเอ็นดูข้าอยู่แล้วพี่ชุ่ยอิง ท่านพ่อมีนิสัยอย่างไรข้ารู้ชัดแจ้ง” หญิงสาวแสยะยิ้มภายใต้ผ้าคลุม
สาวใช้ชุ่ยอิงได้แต่ลอบถอนหายใจเบาๆ ออกมาอย่างกังวล นางไม่รู้จริงๆ ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของคุณหนูผิดหรือถูกเพราะสกุลเซียวไม่ได้เต็มใจรับคุณหนูของนางเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด
ยามชวี (19.00-20.59) เซียวซ่งยังคงยืนนิ่งอยู่ในห้องหนังสือภายในสกุลเซียว สายตามองไปทางเรือนไผ่เขียวอันเป็เรือนหอของตนอย่างคาดเดาอารมณ์ไม่ออก ชายหนุ่มถอนหายใจอยู่หลายครั้งคล้ายมีเื่ที่หนักหนาอยู่ภายในใจ ก่อนจะก้าวเดินไปยังเรือนเล็กหลังนั้น
ชุ่ยอิงที่คอยดูสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เมื่อเห็นคุณชายรองเดินตรงมาที่นี่ก็รีบแจ้งนายสาว จัดการจัดเสื้อผ้าให้นางให้ดี ก่อนออกจากห้องหอไปอย่างรู้ความ
ผิงจินเยว่ใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล มือทั้งสองข้างบีบกระโปรงตัวเองเอาไว้จนแน่น สำหรับเซียวซ่งนางพึงพอใจในความหล่อเหลา รูปร่างกำยำ และความอ่อนโยนของเขาเป็ที่สุด แม้ใน่หลังเขาจะทำตัวเหินห่างและพยายามหลบหน้านาง แต่อย่างไรคืนนี้ก็เป็คืนแรกของการแต่งงาน นางย่อมตื่นเต้นและยังรู้สึกกลัวอยู่เล็กน้อย
เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มเดินมาหยุดที่เบื้องหน้านาง และหยุดอยู่เช่นนั้นอีกพักใหญ่ ก่อนที่เซียวซ่งจะใช้คันชั่งเปิดผ้าคลุมหน้าเ้าสาวออก เผยให้เห็นใบหน้าสตรีที่งดงามจนน่าตื่นตะลึงจนเขาลืมหายใจไป่หนึ่ง
ผิงจินเยว่ค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มผู้อย่างกล้าๆ กลัวๆ ทำอะไรไม่ถูก แต่ในใจก็อดดีใจอยู่ลึกๆ ไม่ได้ นั่นเป็เพราะั้แ่นางถูกส่งตัวออกจากสกุลผิงมา ขั้นตอน เครื่องใช้ทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่ได้เป็ไปตามจารีตประเพณีสักเท่าใดนัก แม้จะมีการคำนับฟ้าดินอย่างถูกต้อง แต่ก็เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ชวนอึดอัดและนางก็มองไม่เห็นสิ่งใดได้ถนัดนัก
แต่ครั้งนี้นางเห็นคันชั่งที่เซียวซ่งใช้เปิดผ้าคลุมให้นางอย่างชัดเจน ความหมายของการใช้คันชั่งเปิดผ้าคลุมหน้าก็คืือ “สมปรารถนา” ซึ่งการกระทำนี้อยู่เหนือความคาดหมายของนาง ที่คิดว่าเขาอาจจะใช้มือเปิดผ้าคลุมหน้านางขึ้นมาเท่านั้น
“ท่านพี่" หญิงสาวส่งเสียงร้องเรียกเอียงอาย
“อยู่นิ่งๆ ก่อนข้าจะปักปิ่นให้” เซียวซ่งล้วงปิ่นปักผมหยกขาวมันแพะแกะสลักเป็ลวดลายดอกโบตั๋น ออกมาจากอกเสื้อ บรรจงปักลงบนศีรษะให้ผิงจินเยว่ ปิ่นชิ้นนี้เขาเตรียมไว้ล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว สำหรับมอบให้นางในพิธีปักปิ่น
มือของชายหนุ่มสั่นเล็กน้อย นี่เป็ครั้งแรกที่เขาััร่างกายของหญิงสาว เส้นผมที่หอมและหนานุ่มมือทำให้เขายกยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจ นี่คงเป็ครั้งสุดท้ายที่เขาจะดีต่อนางแล้วกระมัง
สุดท้ายพิธีปักปิ่นของผิงจินเยว่ก็ล่มไม่เป็ท่า ผ่านมาไม่กี่วันนางก็ต้องเกล้าผมอย่างสตรีออกเรือนมาเสียั้แ่ยังไม่ทันได้ปักปิ่นเลยเสียด้วยซ้ำ นี่จึงปิ่นอันแรกที่นางได้รับและประดับไว้บนศีรษะ ทำให้หญิงสาวรู้สึกขอบตาร้อนผ่าวแสบจมูกขึ้นมาอยู่บ้าง
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
“เ้าอยู่ที่นี่ให้สบายใจ ยามนี้เ้าเป็คนสกุลเซียว จะคิดอ่านอันใดก็คิดให้มากขึ้นอีกหน่อย เชื่อฟังท่านพ่อท่านแม่ของข้า ถึงอย่างไรเ้าก็คือภรรยาข้าภายนอกข้าย่อมยกย่องให้เกียรติเ้า แต่เ้าก็รู้ดีว่าเ้าทำสิ่งใดไว้บ้างกับข้าและคนสกุลเซียว ระยะนี้ก็ลองทบทวนให้ดีหากไม่มีความจำเป็ยังไม่ต้องมาพบข้าก็แล้วกัน” ชายหนุ่มกล่าวรวดเดียวจบ และหันเดินออกจากห้องไปทันทีอย่างรวดเร็ว โดยไม่รอฟังเสียงกรีดร้องดังของหญิงสาวที่ไล่ตามมาข้างหลังแม้แต่นิด
“พี่ชุ่ยอิง เขาจงใจดูิ่ข้า!! เขาทำเช่นนี้ได้อย่างไร!! ข้าจะไปฟ้องท่านพ่อ" หญิงสาวอาละวาดขว้างปาสิ่งของกระจัดกระจายเต็มห้องไปหมด คืนแรกของการแต่งงานเ้าบ่าวกลับไม่นอนค้างในห้องหอ หยามเกียรตินางชัดๆ
“นายหญิง ใจเย็นๆ ก่อนเ้าค่ะ ท่านกลับไปสกุลผิงไม่ได้นะเ้าคะ ก่อนหน้านี้นายท่านก็โมโหมากอยู่แล้ว ถึงกับไม่ไยดีเื่การออกเรือนของท่านแม้แต่น้อย ท่านกลับไปยามนี้ยังไม่เป็มงคลกับตัวท่านอีกด้วยผู้คนจะหัวเราะเอาได้นะเ้าคะ คุณชายรองอาจจะมีเื่สำคัญจริงๆ ก็ได้เ้าค่ะ หรือไม่ก็อาจจะยังขุ่นเคืองใจกับนายท่านใหญ่อยู่ ท่านต้องค่อยๆ เอาชนะใจคุณชายรองให้ได้นะเ้าคะ”
“ได้พี่ชุ่ยอิง ข้าจะให้พี่ซ่งต้องมาขอโทษและสยบอยู่ใต้ชายกระโปรงข้าให้ได้”
“บุรุษอย่างไรก็เป็บุรุษ หากท่านยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ทำตัวเป็ภรรยาเป็สะใภ้ที่ดี ไม่นานคุณชายย่อมเห็นใจท่าน ท่านแม่นมก็อบรมท่านเื่สี่คุณธรรมสามคล้อยตามอยู่เสมอมิใช่หรือ คุณหนูต้องเอาชนะด้วยความดีนะเ้าคะ” ชุ่ยอิงพยายามตักเตือน เกรงว่านายสาวจะหาเื่ใส่ตัวเข้าไปอีก นางรู้อยู่เต็มอกว่าครั้งนี้นายท่านใหญ่เอาจริงแล้ว คุณหนูสมควรพึ่งพิงคุณชายรองผู้เป็สามีจึงจะถูก
“คุณธรรมอันใด คล้อยตามไปไย พี่เห็นท่านแม่หรือภรรยาของท่านพ่อคนใดมีความสุขบ้างเล่า หากข้ายินยอมง่ายๆ ต่อไปท่านพ่อท่านแม่สามีมิจิกหัวใช้ข้าราวกับเป็ทาสหรอกหรือ ข้าจะทำตามวิธีของข้า แต่พี่ไม่ต้องกังวลไปพี่ซ่งนั้นข้าจะทำให้เขาหลงรักข้าให้ได้” หญิงสาวมาดมั่น
“ใครอยู่ข้างนอก บ่าวไพร่หายไปไหนกันหมด ยังไม่เข้ามาเตรียมน้ำ เตรียมอาหารให้ข้าอีกหรือ” หญิงสาวเปิดประตูหน้าเรือนออกไปโวยวาย
สุดท้ายทั่วทั้งจวนสกุลเซียวก็เงียบสงบไม่มีผู้ใดโผล่หน้าออกมาในบริเวณเรือนไผ่เขียวเลยสักคน ซ้ำยังไม่มีผู้ใดจะมีทีท่าว่าสนใจนางที่ยังก่อกวนเสียงดังไม่เลิกไปจนครึ่งค่อนคืน มีเพียงชุ่ยอิงที่วิ่งเข้าวิ่งออกจัดเตรียมน้ำร้อนน้ำชา รับใช้หญิงสาวอย่างซื่อสัตย์ ยังดีที่นางคุ้นเคยกับสถานที่ภายในจวนดีอยู่แล้ว จึงจัดการทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง