ชีิเยว่?หล่อนมาทำไมที่นี่? ไม่ต้องเสียเวลาคิดก็รู้ว่าคงไม่ใช่เื่ดีแน่
“ขอบคุณมากนะคะพี่สะใภ้หลี่ ความจริงเธอไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ ของฉันหรอกค่ะเป็แค่ลูกบุญธรรมที่บ้านน่ะค่ะ”
“เป็แค่ลูกบุญธรรมแต่กล้ากำเริบเสิบสานขนาดนี้เลยเหรอ?”
เมื่อนึกถึงท่าทางจองหองวางอำนาจของชีิเยว่เมื่อครู่พี่สะใภ้หลี่ก็ถึงกับเบิกตาโพลงด้วยความประหลาดใจ
“ตอนพวกเรายังเด็ก มีการอุ้มสลับตัวกันค่ะ...”
ระหว่างที่เดินมุ่งหน้าไปยังประตูใหญ่ชีชีก็เล่าเื่ราวความสัมพันธ์ภายในบ้านให้พี่สะใภ้หลี่ฟังจนหมด
ที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อให้คนอื่นๆไม่เข้าใจเธอผิด หากต้องมีการปะทะอารมณ์กันเกิดขึ้น
“อย่าหาว่าพี่สะใภ้ปากมากเลยนะ พ่อแม่ของเธอนี่ก็เหลือเกินจริงๆหน้ามืดตามัวไปหมด เด็กบ้านอื่นยังไงมันก็เลี้ยงเสียข้าวสุกใจคนเรามันมีระยะห่างอยู่แล้ว จะไปดีเท่าลูกในไส้ได้ยังไง?”
“ใครว่าไม่จริงล่ะคะ? แต่พ่อแม่ฉันท่านคิดไม่ได้ฉันเองก็จนปัญญาค่ะ”
“คอยดูเถอะ สักวันพวกท่านต้องเสียใจยัยหนูคนนั้นดูปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่พวกเคี้ยวง่าย พี่สะใภ้มองคนไม่เคยพลาดหรอก”
ชีชีลอบยิ้มกริ่มในใจเมื่อบรรลุวัตถุประสงค์แล้วเธอจึงไม่เอ่ยอะไรต่อ
มองไปแต่ไกลก็เห็นชีิเยว่ยืนรออยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าบูดบึ้งรำคาญใจ
หล่อนดูผอมลงกว่าตอนอยู่ที่บ้านมากผิวพรรณที่เคยเปล่งปลั่งอมชมพูก็ซูบซีดลง ทำให้ใบหน้าดูจิกกัดและใจแคบขึ้นหลายส่วน
เมื่อเห็นชีชีเดินทอดน่องมาอย่างไม่รีบร้อนแววตาของหล่อนก็วาวโรจน์ด้วยความโกรธ “ทำไมถึงเพิ่งมา?ฉันยืนรอจนขาแข็งแล้วนะ”
“เธอมาหาฉันมีธุระอะไร?”
“เอาเงินมาให้ฉันยี่สิบหยวน ฉันมีธุระด่วนต้องใช้”
“ฉันไม่มีเงิน”
“ลู่เหย่บ้านเธอมีไม่ใช่เหรอ?”
“เงินของลู่เหย่ แล้วมันเกี่ยวอะไรที่จะต้องให้เธอ?”
“พ่อแม่สั่งให้พวกเธอคอยดูแลฉัน พวกเธอหาเงินได้ก็ต้องเอามาให้ฉันใช้สิ”
“พ่อแม่ไม่ได้ส่งเงินมาให้เธอเหรอ?” มุมปากของชีชีหยักขึ้นเป็รอยเยาะหยัน
“ส่งมาสิ ส่งมาให้เดือนละห้าสิบหยวนเลยล่ะ อิจฉาล่ะสิ?” ชีิเยว่เลิกคิ้วขึ้นอย่างลำพองใจ
แววตาหยันของชีชีเข้มขึ้นอีกหลายส่วน“อิจฉาจริงๆ นั่นแหละ เพราะท่านไม่เคยให้เงินฉันแม้แต่เฟินเดียว”
“เพราะอย่างนั้น เธอเป็ลูกในไส้แล้วมีประโยชน์อะไร? รีบเอาเงินมาให้ฉันเร็วเข้าฉันยังมีธุระต้องไปทำอีก”
พวกพี่สะใภ้และป้าๆที่ยืนมุงดูเหตุการณ์รอบข้างถึงกับตะลึงจนอ้าปากค้าง
ตรรกะแบบนี้มันคืออะไร?บิดเบี้ยวจนกู่ไม่กลับจริงๆ
“ฉันมีชีวิตมาจนปูนนี้เพิ่งจะเคยเห็นลูกบุญธรรมที่อวดดีขนาดนี้เป็ครั้งแรก”
“พ่อแม่บ้านนั้นหัวใจทำด้วยอะไรกันนะ? ให้เงินลูกบุญธรรมเดือนละห้าสิบหยวนแต่ลูกในไส้ไม่ได้สักเฟิน คิดอะไรอยู่เนี่ย?”
“ไม่แน่หรอกนะ ยัยลูกบุญธรรมคนนี้อาจจะไม่ใช่แค่ลูกรับมาเลี้ยงก็ได้”
“หมายความว่าไง? ขยายความหน่อยสิ”
“จะหมายความว่าไงล่ะ ยัยเด็กนี่ต้องเป็ลูกนอกสมรสแหงๆ”
“ฉันก็ว่างั้น ไม่อย่างนั้นคงไม่ลำเอียงออกนอกหน้าขนาดนี้หรอก”
“จิ๊ๆๆ รู้อย่างนี้ก่อนมาฉันน่าจะหยิบเมล็ดทานตะวันมาแทะด้วยนะเนี่ย”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนรอบข้างไม่ได้อยู่ในสายตาของชีชีเลยเธอถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า
“ฉันบอกไปแล้วว่าไม่มีเงิน เธอฟังภาษาคนไม่รู้เื่เหรอ?”
ชีิเยว่โกรธจนจมูกแทบเบี้ยวแอบด่ากราดในใจว่า 'พวกยายแก่หนังเหี่ยวเอ๊ยพวกหล่อนสิที่เป็ลูกเมียน้อย พวกหล่อนเป็ลูกเมียน้อยกันทั้งบ้านนั่นแหละ!’
แน่นอนว่าหล่อนไม่กล้าพ่นคำเ่าั้ออกมาตรงๆเพราะกลัวจะโดนรุมประชาทัณฑ์
หล่อนจึงสาดโทสะทั้งหมดมาที่ชีชีแทน“ฉันอุตส่าห์ยอมใช้เงินของเธอก็ถือว่าให้เกียรติมากแล้วอย่ามาทำตัวได้คืบจะเอาศอกนะ”
‘เพียะ!’
ชีชีเหวี่ยงแขนสุดแรงตบเข้าที่ใบหน้าของหล่อนหนึ่งฉาดใหญ่
“ชีิเยว่ อยู่ในกองพลเธอไม่ทำงานทำการเลยหรือไง?
พ่อแม่ส่งเงินมาให้เดือนละห้าสิบหยวนมากกว่าเงินเดือนคนงานในเมืองเสียอีก
แค่นั้นยังไม่พอใช้จนต้องมาขูดรีดเอาจากฉันอีก เธอคิดว่าตัวเองเป็คุณหนูบ้านนายทุนหรือยังไง?”
ชีิเยว่ถูกตบจนหน้าหันเธอมึนงงไปพักใหญ่กว่าจะตั้งสติได้ “แกกล้าตบฉันเหรอ?ฉันจะฆ่าแก!”
ชีิเยว่แผดเสียงลั่นพร้อมกับโถมตัวเข้ามาหมายจะจิกหัวชีชี
ทว่าชีชีฝึกหมัดมวยทหารมาแล้วชีิเยว่ยังไม่ทันเข้าถึงตัวก็ถูกลูกถีบของชีชีซัดเข้ากลางลำตัวจนกระเด็นออกไป
พวกพี่สะใภ้และบรรดาป้าๆที่เตรียมจะเข้ามาห้ามทัพต่างพากันยืนอึ้งสนิท
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าร่างกายเล็กๆ ของชีชีจะทรงพลังได้ถึงขนาดนี้
“ชีิเยว่ จำใส่หัวไว้ว่าฉันไม่ได้ติดค้างอะไรเธออย่ามาคิดลองดีกับฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันไม่ไว้หน้าแน่”
ชีิเยว่พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นสายตาที่มองชีชีนั้นเต็มไปด้วยพิษสง “ชีชีแกคอยดูเถอะ เื่นี้ไม่จบง่ายๆ แน่”
“จะทำอะไรก็เชิญ” ชีชีไม่ยอมถอยพลางชูนิ้วกลางส่งให้หล่อนหนึ่งที
ชีิเยว่โกรธจนอกสั่นขวัญแขวนหล่อนแค่นเสียงฮึดฮัดแล้วสะบัดหน้าเดินหนีไป
ส่วนชีชีถูกพวกพี่สะใภ้และป้าๆรุมล้อมปลอบขวัญกันยกใหญ่
ความจริงแล้วชีชีมองเื่นี้เป็เื่เล็กน้อยมาก
เธอเป็คนข้ามมิติมาจึงไม่ได้มีความผูกพันลึกซึ้งกับใครที่นี่
สำหรับพ่อแม่ถ้าทำดีด้วย เธอก็จะกตัญญูแทนเ้าของร่างเดิม
แต่ในเมื่อพวกเขาไม่เห็นเธอเป็คนในครอบครัวก็ทางใครทางมัน อย่ามาขวางหูขวางตากันเป็พอ
ทว่าเธอประเมินความหน้าด้านของชีิเยว่ต่ำไปเพราะในคืนนั้นเอง เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากเหมียวหง
“ชีชี ตอนนี้ิเยว่เงินขาดมือ ลูกเอาเงินให้พี่ไปก่อนยี่สิบหยวนนะ”
ชีชีโกรธจนขำออกมา“ฉันมีเหตุผลอะไรที่ต้องให้เงินหล่อนกันคะ? พวกคุณส่งให้เดือนละห้าสิบหยวนยังไม่พอใช้คุณไม่ถามหล่อนบ้างล่ะคะว่า เอาเงินไปทำอะไรหมด?”
“ิเยว่ต้องไปลำบากอยู่ในกองพล พวกเราดูแลพี่ของลูกให้มากหน่อยจะเป็ไรไป?อย่ามาทำเป็คนใจแคบหน่อยเลย”
“เหอะ” ชีชีไม่อยากฟังคำพูดไร้สาระอีกต่อไป “ฉันไม่มีเงินค่ะ ถ้าไม่มีธุระอื่นฉันจะวางสายแล้วนะคะ”
“เดี๋ยวก่อน! ชีชี ถ้าเธอไม่มีก็ไปหยิบยืมคนอื่นมาสิยังไงก็ต้องหามาให้ิเยว่ให้ครบยี่สิบหยวน ไม่อย่างนั้นพ่อเธอจะโกรธมากนะ”
“คุณเคยนึกสงสัยในตัวตนของชีิเยว่บ้างไหมคะ? ทำไมพ่อถึงลำเอียงไปหาหล่อนขนาดนั้น?”
ปลายสายเงียบไปนานพักใหญ่ก่อนที่เสียงของเหมียวหงจะดังลอดมา “ิเยว่ก็คือลูกสาวของพ่อเขานั่นแหละเื่ที่อุ้มพวกเธอสลับตัวกันแต่แรก พ่อเขาก็เป็คนจัดฉากเองทั้งหมด”
โลกทัศน์ของชีชีพังทลายลงทันทีนี่มันเื่บ้าอะไรกัน? ละครน้ำเน่าสั้นๆยังไม่กล้าเขียนบทได้อุบาทว์ขนาดนี้เลย
“ในเมื่อเขาไม่้าฉัน แล้วจะตามตัวฉันกลับมาทำไมแต่แรก?”
“ผู้อำนวยการโรงงานไช่มีหลานชายที่เป็ปัญญาอ่อนอยากได้เมียพ่อของแกเลยกะจะยกแกให้แต่งงานไปเพื่อที่เขาจะได้มีโอกาสเลื่อนตำแหน่งเป็หัวหน้าแผนกไงล่ะ”
“อ้อ? แล้วเื่นี้ทำไมฉันถึงไม่รู้ล่ะคะ?”
“แกกลับมาช้าไปหน่อย มีคนชิงตัดหน้ายกลูกสาวให้แต่งไปก่อนแล้วในเมื่อแกไม่มีวาสนาเอง ก็อย่าไปโทษที่พ่อเขาไม่เอ็นดูแกเลย”
“หึพูดเหมือนกับการได้แต่งกับคนปัญญาอ่อนมันเป็เื่น่าภาคภูมิใจนักหนาอย่างนั้นแหละ”
“ก็ใช่น่ะสิ อย่างน้อยเขาก็ได้เป็หัวหน้าแผนก”
“แล้วคุณล่ะคะ? คุณเต็มใจช่วยคนอื่นเลี้ยงลูกขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ฉันจะทำอย่างไรได้? ถ้าฉันไม่ดีกับิเยว่พ่อของแกก็จะหย่ากับฉัน” เสียงของเหมียวหงแหลมสูงขึ้นทันที“ถ้าแกเกิดมาเป็ผู้ชาย ฉันต้องมานั่งอดทนอดกลั้นแบบนี้ไหม? ทั้งหมดมันเป็เพราะแกนั่นแหละ!”
“สรุปคือ เพื่อรักษาชีวิตสมรสของคุณไว้คุณถึงขนาดไม่เอาลูกในไส้ของตัวเองเลยงั้นเหรอ?”
“จะไปโทษใครได้? ถ้าแกเป็ลูกชาย ฉันจะทิ้งแกไหมล่ะ?”
“ชีิเยว่ก็เป็ผู้หญิงเหมือนกันนะคะปัญหานี้มันแก้ได้ด้วยการเกิดเป็ผู้ชายงั้นเหรอ? คุณจะหลอกตัวเองไปถึงเมื่อไร?”
“มันจะไปเหมือนกันได้ยังไง! แม่ของิเยว่คือยอดดวงใจของพ่อแกเขารักเขาถนอมสองแม่ลูกนั่นจะตายไป แล้วฉันจะทำยังไงได้?” เหมียวหงแผดเสียงร้องไห้โฮ“ถือว่าแม่ขอร้องเถอะนะ ทำดีกับิเยว่หน่อยเถอะชีวิตแม่จะได้พอลืมตาอ้าปากได้บ้าง”
“ไม่มีทางค่ะ”
“แกพูดว่าอะไรน่ะ? ทำไมถึงเป็เด็กไม่รู้จักความแบบนี้?หัดเห็นใจความลำบากของแม่บ้างไม่ได้หรือไง? ต้องรอให้แม่ตายไปต่อหน้าแกก่อนใช่ไหมถึงจะพอใจ?”
“ตอนนี้คุณไม่ได้กำลังบีบคั้นฉันอยู่หรือไงคะ? เกิดฉันมาแล้วก็ทิ้งขว้างตอนนี้ยังจะมาบากหน้าให้ฉันไปประจบประแจงผู้ชายคนนั้นเพื่อคุณอีกคุณคู่ควรจะเรียกตัวเองว่าแม่ของฉันเหรอคะ?”
“ไม่ว่ายังไง แกก็เกิดมาจากท้องฉัน ถ้าไม่ช่วยฉัน แกมันก็คือลูกอกตัญญู!”เหมียวหงแผดเสียงะโจนเสียงแหบพร่า
ชีชีเพียงแต่กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเ็า“คุณก็คิดซะว่าไม่เคยมีฉันก็แล้วกันค่ะ เพราะลูกสาวของคุณน่ะ...ตายไปนานแล้ว”