บทที่ 16 คนพิการ
บทที่ 16 คนพิการ ภายในใจของหลินซานได้เรียกเร้นความโกรธแค้นออกมา ออร่าแห่งความโกรธมันได้แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายจนปกคลุมบรรยากาศรอบบริเวณ ผู้คนภายในโรงน้ำชาเรื่องสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่มันเปลี่ยนแปลงไป พวกเขาส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ที่รู้วรยุทธขั้นพื้นฐานอยู่บ้างเพราะว่ามีส่วนประกอบปราณทั้งสี่อยู่ภายในร่างกายมันเลยทำให้พวกเขาพอสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันผิดแปลกที่มันก่อกำเนิดขึ้นมา หลินซานไม่ล่วงรู้เลยว่าตอนนี้ความโกรธที่เขาเรียกเร้นออกมาจากจิตใจมันได้ถูกส่งผ่านออกมากลายเป็นพลัง ก่อนหน้านี้ที่เขามีรากเหง้าปราณระดับราชันย์เวลาที่ปลดปล่อยความโกรธออกมาเขาก็จะไม่มีออร่าเช่นนี้แผ่ซ่านออกมาในตอนนี้เด็กหนุ่มมิรู้เลยว่าเขากำลังปลดปล่อยบรรยากาศที่น่าเกรงขามออกมาปกคลุมรอบโรงน้ำชาแห่งนี้โดยที่ตนเองไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิด เหตุผลที่มันเป็นแบบนี้มันก็เพราะว่ารากเหง้าปราณระดับจักรพรรดิภายในร่างกายของเขาที่มันส่งผลออกมา ยามแรกที่โดนคำดูถูกของผู้คนถึงความโง่ของเขาและเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้หายตัวไปมันก็ยังพอทนแล้วข่มความโกรธที่อยู่ภายในใจให้มันซ่อนลึกเอาไว้เช่นนั้นได้ แต่เมื่อตัวของเขาได้ยินเรื่องของบิดาและมารดาที่โดนรถชั้นจากตระกูลสาขากลายเป็นตระกูลรับใช้มันก็ทำให้ความโกรธที่พยายามข่มอยู่ภายในใจมันเดือดพล่านออกมาโดยที่ตนเองนั้นไม่รู้ตัวสำหรับคนภายในตระกูลใหญ่ๆมันก็จะถูกแบ่งแยกออกมาเป็นประมาณ 3 ลำดับแม้ว่าจะใช้แซ่เดียวกันแต่ว่าฐานะของแต่ละลำดับของตระกูลมันจะแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว โดยตระกูลหลินเองก็เป็นหนึ่งในตระกูลที่ทรงอำนาจของเมืองหลอมนภา และภายในตระกูลมันก็ถูกแบ่งแยกย่อยออกเป็น 3 ลำดับเช่นเดียวกัน เริ่มแรกจากตระกูลใหญ่หรือเรียกอีกอย่างว่าตระกูลหลัก ตระกูลหลักจะเป็นตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุดในพวกเขาเองก็จะเป็นผู้นำตระกูลของตระกูลนั้นๆ ผู้ที่มีอำนาจรองลงมาคือตระกูลสาขา โดยตระกูลสาขาก็มีหน้าที่เป็นข้ารับใช้ของตระกูลหลัก พวกเขาก็มีฐานะระดับหนึ่งแม้ว่าจะโดนดูถูกไปบ้างแต่ว่าก็ยังพอจะมีบทบาทภายในตระกูล แต่ว่าอย่างสุดท้ายนั้นคือตระกูลรับใช้นี่จะเป็นจุดที่ต่ำที่สุดภายในตระกูล ตระกูลรับใช้แม้ว่าจะใช้แซ่เดียวกันแต่พวกเขาจะถูกมองอีกแบบไม่ต่างอะไรจากบ่าวไพร่ภายในจวนหรือว่าภายในตระกูลไม่คิดเลยว่าหลังจากที่ตัวเขาได้โดนสังหารตายไปในความคิดของผู้อื่นตอนนี้บิดาและมารดาของเขาจะถูกลดตำแหน่งลงมาให้เหลือเพียงแค่ตระกูลรับใช้เท่านั้นเมื่อได้รู้ความจริงเช่นนั้นภายในใจมันก็เกิดความโกรธออกมาทันทีจนเขาปล่อยออร่าแห่งความโกรธออกมาโดยที่ตนเองนั้นไม่รู้ตัวเลยสักนิด “ นี่มันอันใดกัน!! ”“ เหตุใดบรรยากาศทั่วทั้งร้านมันถึงรู้สึกอึดอัดแปลกๆ!! ”“ นั่นสิตั้งแต่เมื่อครู่แล้วข้ารู้สึกมันเหมือนกับมีบางอย่างเข้ามากดดันบริเวณหน้าอกของข้าไว้ ” เหล่าลูกค้าภายในโรงน้ำชาเริ่มสังเกตได้ถึงความผิดปกติภายในโรงน้ำชาที่มันเริ่มเปลี่ยนไปสักพัก หลินซานที่นั่งอยู่แล้วจิตใจของเขากำลังตกเข้าสู่ความโกรธเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยของเหล่าลูกค้าภายในร้านเขาก็ดึงสติของตัวเองกลับมาอย่างรวดเร็ว คำพูดของผู้คนรอบข้างมันทำให้เขารู้สึกตัวว่าตัวเขาเป็นผู้ที่ปล่อยให้ความโกรธออกมาจากร่างกายแล้วปกคลุมทั่วทั้งโรงน้ำชาแห่งนี้เขาเผลอปล่อยจิตใจของตนเองให้หลงระเริงไปกับความโกรธที่มันเข้ามาเย้าหยอกจิตใจของเขาจากคำพูดของทหาร 2 ผู้นั้นเลยกระทำเรื่องที่ไม่น่ากระทำออกไปจนได้ เขาตั้งใจมาที่โรงน้ำชาแห่งนี้เพื่อสืบข่าวเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากที่ตัวเขานั้นหายไปเท่านั้นและก็ไม่ได้อยากให้คนให้ความสนใจกับเขาด้วยหลินซานที่หลุดออกมาจากห้วงภวังค์แห่งความโกรธลองใช้สายตาของตัวเองกวาดมองดูบริเวณรอบข้างมันทำให้ตัวของเขาไม่รู้ว่ามีสายตาบางคู่ได้หันมาจับจ้องตัวของเขาเรียบร้อยแล้ว คนพวกนั้นน่าจะมีประสาทสัมผัสที่รวดเร็วกว่าคนธรรมดาทั่วไปมันเลยทำให้พวกเขาสามารถจับสัมผัสได้ว่าออร่าความโกรธที่มันทำให้บรรยากาศภายในโรงน้ำชาแห่งนี้เปลี่ยนไปมาจากตัวของเขา หลินซานรีบนำใบหน้าของตนเองหลบไปอีกทางนึงอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้อยากจะเปิดเผยตัวตนที่นี่มือข้างขวายกขึ้นมาแล้วก็ดึงผ้าที่คลุมหัวลงมาอีกระดับตึง!!! เสียงบางอย่างดังขึ้นมาดวงตาของหลินซานปรายสายตาไปมองที่ที่ต้นเสียงที่มันดังขึ้นมา มันดังมาจากโต๊ะข้างๆเขาทำให้ตัวของหลินซานก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเสียงการกระทำที่เกิดขึ้นมามันคือการกระทำของทหารสองผู้ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆของเขาเมื่อได้ปรายสายตาไปมองก็ได้เห็นอย่างชัดเจนว่าเสียงที่เกิดขึ้นมันคือเสียงที่ตัวของทหารผู้หนึ่งได้ใช้กระบี่ของมันฟาดลงไปที่โต๊ะด้านหน้าของมันอย่างรุนแรง ดวงตาของมันปรายตามามองที่เขาราวกับกินเลือดกินเนื้อ ทหารผู้นี้มันก็เป็นผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธ์เช่นเดียวกันภายในร่างกายของมันมีส่วนประกอบปราณทั้ง 4 อยู่ แม้ว่ายศของมันจะไม่ได้สูงส่งมากนักแต่ว่าตัวของมันก็มีประสาทสัมผัสที่ถือว่าเฉียบคมประมาณนึงน่าจะสัมผัสได้ถึงเขาที่ปลดปล่อยออร่าแห่งความเครียดแค้นออกมาได้ แต่สำหรับหลินซานแล้วคิดว่าการที่พวกมันสามารถสัมผัสได้ว่าออร่าที่มันเปลี่ยนแปลงบรรยากาศภายในโรงน้ำชาแห่งนี้ได้ก็เป็นเพราะว่าพวกมันนั่งอยู่ใกล้เขาดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองกลับไปดูเหมือนว่าพวกมันจะทำท่าไม่พึงพอใจกับการกระทำของเขา พวกมันลุกขึ้นพร้อมกับเดินตรงมาอยู่ที่โต๊ะของหลินซาน ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและความเย้ยหยันได้ก็มองต่ำลงมาที่หลินซาน หลินซานก็ใช้ดวงตาของตัวเองจ้องมองพวกมันกลับไป แน่นอนว่าเขาไม่รู้สึกเกรงกลัวพวกมันเลยสักนิดแม้ว่าขาทั้งสองข้างของเขาจะไม่มีความรู้สึกแล้วถูกทำให้กลายเป็นคนพิการ แต่ว่าเขาก็มั่นใจว่าตัวเขาสามารถต่อกรกับพวกมันได้และตัวตนของพวกมันก็ไม่ได้มีอันใดน่าเกรงกลัวเลยสักนิดระดับส่วนประกอบปราณทั้ง 4 ภายในร่างกายคนก็มีอยู่เพียงแค่เล็กน้อย เหล่าทหารยศต่ำพวกนี้แม้ว่าพวกมันจะอายุประมาณ 20 กลางๆแล้วแต่ว่าไม่มีโอสถช่วยในการฝึกฝนส่วนประกอบปราณทั้ง 4 ในร่างกายระดับของมันก็ไม่ได้แตกต่างจากเขาในตอนนี้สักเท่าใดนั้นเป็นส่วนที่ทำให้หลินซานมั่นใจว่าตัวเขาจะต้องต่อกรกับอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน มันเป็นเพราะว่าภายในร่างกายของเขาเขาหลอมรวมเข้ากับดวงจิตของเทพสงครามหวงอี้ทักษะการต่อสู้ของเทพสงครามที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในด้านวรยุทธเขาไม่มีทางจะแพ้ให้กับทหารขั้นต่ำเพียงแค่ 2 ผู้อย่างแน่นอน “ เจ้าเป็นผู้ที่ปลดปล่อยจิตสังหารนั้นออกมาอย่างงั้นรึ!!! ”“ กล้ามากนะที่เห็นทหารของกองทัพเมืองหลอมนภาอย่างพวกข้าแล้วกล้าปลดปล่อยจิตสังหารออกมาเช่นนั้น ” มันได้เปล่งเสียงเข้มพร้อมกับใช้ดวงตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายจ้องมองมาที่หลินซาน ในขณะที่พวกมันกำลังจ้องมองมาที่บุรุษปริศนาตรงหน้าที่นั่งอยู่พร้อมกับสวมใส่ผ้าคลุมผืนเก่าๆดวงตาของพวกมันก็ได้ปรายตาไปมองเห็นไม้เท้าไม้ไผ่ที่ถูกตั้งเอาไว้บริเวณข้างโต๊ะ “ อันใดกัน!! ก็แค่คนพิการอย่างงั้นหรอกหรือ ” มันเริ่มแสดงรอยยิ้มอันเย้ยหยันกันออกมามากขึ้น มุมปากข้างขวาแสยะยิ้มขึ้นพร้อมกับมองต่ำลงที่บุรุษปริศนาด้านหน้าราวกับว่าจะดูถูกเหยียดหยามทหารผู้นี้เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นคนพิการมันก็ยิ่งกว่าอำนาจบาตรใหญ่ขึ้นมาอีกระดับ มองดูจากออร่าจิตสังหารเมื่อคู่ที่ปล่อยออกมาตอนแรกพวกมันก็คิดว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวที่ไหนได้เป็นเพียงแค่คนพิการพวกมันก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวอีกแล้ว “ ไสหัวไปซะ.. ” หลินซานเปล่งเสียงตอบกลับ“ ไสหัวอย่างงั้นรึ!!! ” มันหรี่ดวงตาเล็กลงพร้อมกับจ้องด้วยสายตาที่เพิ่มความอาฆาตมาดร้ายมากขึ้น“ เจ้าคนพิการปากดีวันนี้ข้าจะตีเจ้าให้ตายตรงนี้ ” มันได้ยกกระบี่ที่ยังคงอยู่ในฝักกระบี่ของมันขึ้นพร้อมกับจะใช้กระบี่ที่ไร้คมนั้นฟาดตีคนพิการด้านหน้าแต่ทว่าชั่วพริบตาที่มันง้างกระบี่ที่อยู่ภายในฝักกระบี่ของมันขึ้นชั่วพริบตานั้นการโจมตีของหลินซานก็ได้ตอบโต้กลับไปทันที มือของหลินซานไปคว้าจับไม้เท้าไม้ไผ่ 1 อันที่ตั้งอยู่ข้างกายขึ้นมา ก่อนที่จะใช้มันพุ่งทะลวงออกไปกระแทกเข้าที่หน้าอกของทหารผู้นั้นอย่างเต็มแรงตรึง!!! ไม้เท้าไม้ไผ่ถูกใส่ไปด้วยพลังปราณเมื่อมันอัดกระแทกเข้าที่บริเวณกลางหน้าอกแม้ว่าจะเป็นไม้ไผ่เล็กๆ แต่ว่ามันก็กระแทกเข้าไปก็ให้ความรู้สึกราวกับว่าโดนท่อนซุงขนาดใหญ่กระแทกเข้าสู่หน้าอก ร่างของทหารวัยฉกรรจ์ร่างกายผอมสูงผู้นั้นได้กระเด็นออกไปเกลือกกลิ้งไปกับพื้น ตู้บ!!! ตู้บ!!! ตู้บ!!! ร่างของมันเกลือกกลิ้งไปก่อนที่จะกระแทกเข้ากับโต๊ะที่มันเคยนั่งอยู่แล้วก็หยุดลง สหายของมันที่ยืนอยู่ข้างๆหันไปมองสหายของตนเองที่โดนการโจมตีเข้าไปแล้วกลิ้งไปกับพื้นพร้อมกับทำใบหน้าประหลาดใจเมื่อมันหันกลับมา ฟิ้ว!!! ผัวะ!!! ด้ามของไม้ไผ่ได้ฟาดเข้าที่ใบหน้าของมันอย่างรุนแรง “ อึก!! ” ทหารผู้นั้นได้ล้มสลบลงไปกับพื้นในทันที “ ชิ!! เจ้าพวกเก่งแต่ปากคิดว่าจะมาทำร้ายคนพิการอย่างข้าได้อย่างงั้นรึ! ” ตอนนี้ภายในร้านเต็มไปด้วยความเงียบเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นมันทำให้ผู้คนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะต่างตกตะลึง ทหารของกองทัพเมืองหลอมนภา 2 ผู้สามารถโดนจัดการลงไปได้อย่างง่ายดายทหารคนแรกที่มันกลิ้งกระเด็นไปติดอยู่กับโต๊ะได้ค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ ตอนนี้ใบหน้าของมันแดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธมือข้างขวาเอื้อมไปจับด้ามกระบี่ในมือข้างซ้ายแล้วชักกระบี่ของมันออกมาอย่างรวดเร็ว กระบี่สีเงินได้ถูกชักออกมาจากฝักด้วยความโกรธ ดวงตาของมันแดงก่ำตอนนี้ทั้งความอับอายทั้งความโกรธเกรี้ยวที่อยู่ภายในใจมันก่อกำเนิดขึ้นแล้วกำลังผลักดันให้ตัวของมันพุ่งเข้าไปแต่ทว่า!! ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเลยสักนิดหลินซานได้ใช้ 2 นิ้วของตนเองสะบัดไปที่ถ้วยน้ำชาปลายนิ้วมือสะบัดให้มันกระเด็นพุ่งตรงเข้าไปอัดกระแทกที่หน้าอกของทหารผู้นั้นอย่างรุนแรง ตรึง!!! เพล้ง!!! ถ้วยน้ำชาแตกออกแต่แรงอัดกระแทกได้อัดเข้าไปราวกับว่าเป็นลูกเหล็กที่ถูกยิงออกมาแล้วอัดกระแทกเข้าที่หน้าอกทหารผู้นั้นถึงกับกระอักอากาศออกมาพร้อมกับค่อยๆล้มหมดสติลงไปกับพื้นอย่างรวดเร็ว ตู้บ!!! “ ข้าแข็งแกร่งขึ้นจริงๆด้วย.. ”จบตอน