ในจวนตระกูลเฉิงที่ดูเหมือนจะสงบเงียบ บัดนี้กลับคุกรุ่นไปด้วยกระแสคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะซัดสาดให้ทุกอย่างพังทลาย หลินชิงเหยาในคราบ "เซี่ยอวี้" เริ่มรุกคืบเข้าสู่ใจกลางอำนาจฝ่ายในอย่างแยบยล ทว่ากางเขนที่ขวางทางนางอยู่คือ "ฮูหยินเหยา" สะใภ้ใหญ่ผู้เป็ภรรยาเอกของเฉิงจื่ออี้ นางเป็สตรีที่มีสายตาคมกริบและสัญชาตญาณที่ว่องไว เริ่มระแคะระคายถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของสามีและพ่อสามี รวมถึงกลิ่นกาย "บุปผาอาวรณ์" ที่มักจะลอยมาติดตัวบุรุษทั้งสองเสมอ
ฮูหยินเหยาเป็สตรีผู้มาจากตระกูลขุนนางที่มีอิทธิพลไม่น้อย นางได้รับการอบรมมาอย่างดีในเื่การจัดการครัวเรือนและการสังเกตพฤติกรรมของคนในจวน ด้วยประสบการณ์หลายปีในการเป็ภรรยาหลัก นางจึงสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ
ใน่สองสัปดาห์ที่ผ่านมา นางสังเกตเห็นว่าเฉิงจื่ออี้สามีของนางเริ่มมีพฤติกรรมแปลกๆ เขามักจะออกจากห้องนอนในยามดึกโดยอ้างว่าไปดูงานในสวน และเมื่อกลับมาก็จะมีกลิ่นหอมแปลกๆ ติดตัว กลิ่นนั้นไม่ใช่กลิ่นของดอกไม้ในสวนที่นางคุ้นเคย แต่เป็กลิ่นที่หวานหอมและเย้ายวนใจ ที่สำคัญกว่านั้น เขาเริ่มเฉยเมยต่อนางในเื่บนเตียง ซึ่งแตกต่างจากที่เคยเป็อย่างสิ้นเชิง
ส่วนเฉิงกวางพ่อสามีของนางก็เช่นกัน ท่านที่เคยเป็คนเคร่งขรึมและไม่ค่อยแสดงอารมณ์ออกมา กลับเริ่มมีสีหน้าที่ผ่อนคลายและดูอ่อนเยาว์ลงกว่าเดิม บ่อยครั้งที่นางเห็นท่านยิ้มเล็กๆ โดยไม่มีเหตุผล และที่น่าสงสัยที่สุดคือท่านเริ่มใส่ใจในเื่การแต่งกายมากขึ้น แม้กระทั่งการเลือกน้ำหอมที่จะใช้ก็ใส่ใจกว่าเดิม
ฮูหยินเหยาไม่ได้นิ่งนอนใจ นางเริ่มสั่งให้บ่าวคนสนิทจับตาดูเซี่ยอวี้ทุกฝีก้าว การสอดแนมครั้งนี้ทำให้นางค้นพบสิ่งที่น่าสงสัยมากมาย เซี่ยอวี้ที่ควรจะเป็เพียงสาวใช้ซักล้างธรรมดา กลับมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ นางมักจะปรากฏตัวในบริเวณที่ไม่ควรจะเป็หน้าที่ของนาง โดยเฉพาะห้องทำงานของเฉิงกวางและห้องพักของเฉิงจื่ออี้
ยิ่งไปกว่านั้น บ่าวคนสนิทยังรายงานว่าเซี่ยอวี้มักจะอาบน้ำด้วยน้ำหอมที่มีกลิ่นแปลกๆ และใช้เครื่องสำอางที่ดูแพงกว่าที่สาวใช้ธรรมดาควรจะมี สิ่งเหล่านี้ทำให้ฮูหยินเหยาเริ่มสงสัยว่าเซี่ยอวี้อาจจะไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่แสดงออกมา
ในเช้าวันหนึ่งที่อากาศเย็นเยียบ หลังจากที่นางได้รับรายงานจากบ่าวคนสนิทว่าเซี่ยอวี้เข้าไปในห้องทำงานของเฉิงกวางเป็เวลานานกว่าปกติ นางจึงตัดสินใจเรียกเซี่ยอวี้เข้าไปพบที่เรือนพักส่วนตัว
เรือนพักของฮูหยินเหยาตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักประณีต ผ้าไหมสีทองและเครื่องเงินเครื่องทองมากมาย บรรยากาศในห้องดูเป็ทางการและน่าเกรงขาม เหมาะสำหรับการสอบสวนคนใต้บังคับบัญชา
"เ้าเป็เพียงสาวใช้ซักล้าง เหตุใดจึงมักจะไปปรากฏตัวในห้องทำงานของท่านพ่อและห้องพักของคุณชายใหญ่อยู่บ่อยครั้ง?" ฮูหยินเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบ พลางจ้องมองเซี่ยอวี้ด้วยสายตาที่พร้อมจะฉีกกระชากนางเป็ชิ้นๆ
สายตาของฮูหยินเหยาเป็สายตาของผู้หญิงที่มีประสบการณ์ในการจัดการกับสาวใช้ที่พยายามจะเกินตัว นางเคยเจอสาวใช้หลายคนที่พยายามจะใช้ความงามล่อลวงผู้ชายในจวน และนางก็จัดการกับพวกนั้นมาแล้วอย่างไม่ปราณี
เซี่ยอวี้แสร้งทำเป็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว นางก้มหน้าต่ำและบีบมือตนเองจนขาวซีด การแสดงของนางในครั้งนี้ต้องใช้ความชำนาญสูง เพราะนางต้องทำให้ดูเหมือนสาวใช้ที่หวาดกลัวจริงๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องปลุกความสงสารในใจของคนที่อาจจะมาช่วยนาง
"ข้าน้อย... ข้าน้อยเพียงแค่ไปทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายเ้าค่ะฮูหยิน ข้าน้อยไม่ได้มีเจตนาอื่นใดจริงๆ" นางตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ พลางแอบสังเกตปฏิกิริยาของฮูหยินเหยา
"โกหก!" ฮูหยินเหยาตบโต๊ะดังสนั่น เสียงตบโต๊ะกึ่งก้องไปทั่วห้อง ทำให้บ่าวไพร่ที่อยู่ข้างนอกต่างใ "กลิ่นกายของเ้า... มันไม่ใช่กลิ่นของสาวใช้ทั่วไป เ้าใช้มนต์ดำหรือยาเสน่ห์อันใดล่อลวงบุรุษในจวนนี้กันแน่? หากข้าจับได้ว่าเ้าทำเื่อัปยศ ข้าจะสั่งให้โบยเ้าจนตายและโยนศพให้สุนัขกิน!"
คำขู่ของฮูหยินเหยาไม่ใช่คำพูดเล่นๆ นางเคยทำแบบนี้กับสาวใช้คนหนึ่งที่พยายามจะล่อลวงเฉิงจื่ออี้เมื่อสามปีก่อน สาวใช้คนนั้นถูกโบยจนตายจริงๆ และศพก็ถูกโยนให้สุนัขกินตามที่นางขู่ไว้ เื่นี้กลายเป็บทเรียนสำหรับสาวใช้คนอื่นๆ ในจวน
คำขู่ที่รุนแรงและสายตาที่อาฆาตของฮูหยินเหยากลับเป็สิ่งที่เซี่ยอวี้รอคอย นางไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย ทว่าในใจกลับยิ้มหยัน นี่คือโอกาสทองที่นางจะใช้ "คมดาบ" ของสะใภ้ใหญ่หันกลับมาทิ่มแทงตระกูลเฉิงเอง
เซี่ยอวี้รู้ดีว่าเฉิงกวางเป็คนที่ใส่ใจในเกียรติยศและหน้าตาของตระกูล การที่ลูกสะใภ้จะมาขู่คุกคามคนที่เขาปกป้องต่อหน้าบ่าวไพร่นั้นจะทำให้เขาโกรธมาก นางจึงแสร้งร้องไห้โฮและวิ่งหนีออกจากเรือนของฮูหยินเหยาไปในทิศทางที่นางรู้ดีว่า "เฉิงกวาง" กำลังเดินเล่นอยู่ในสวนพอดี
การวิ่งของนางดูเหมือนการหนีอย่างตื่นตระหนก แต่จริงๆ แล้วเป็การคำนวณที่แม่นยำ นางวิ่งผ่านบริเวณที่มีบ่าวไพร่หลายคนเห็น เพื่อให้พวกเขาเป็พยานถึงสภาพของนางที่ดูน่าสงสาร น้ำตาที่ไหลลงมาตามแก้มและเสียงสะอื้นที่ดังออกมาทำให้ทุกคนที่เห็นต่างรู้สึกสงสาร
เซี่ยอวี้วิ่งไปชนเข้ากับอกของเฉิงกวางอย่างจัง การชนครั้งนี้ดูเหมือนอุบัติเหตุ แต่จริงๆ แล้วนางคำนวณแรงและมุมการชนมาอย่างดี เพื่อให้ดูน่าสงสารที่สุด นางทรุดลงแทบเท้าของเขาและร้องไห้อย่างหนักจนตัวโยน น้ำตาที่ไหลออกมาเป็น้ำตาจริง เพราะนางนึกถึงความเ็ปในอดีตที่ตระกูลเฉิงสร้างให้
"นายท่าน... ได้โปรดช่วยข้าน้อยด้วยเ้าค่ะ ฮูหยินใหญ่... ฮูหยินใหญ่จะฆ่าข้าน้อย!" นางร้องไห้พลางกอดขาของเฉิงกวางไว้แน่น ร่างกายที่สั่นเทาและเสียงร้องไห้ที่เศร้าโศกทำให้เฉิงกวางรู้สึกเหมือนมีใครมาบีบหัวใจ
เฉิงกวางที่กำลังหลงใหลในกลิ่นกายและเสน่ห์ที่เย้ายวนของเซี่ยอวี้อยู่แล้ว เมื่อเห็นนางในสภาพที่น่าสงสารเช่นนี้ถึงกับหน้ามืดตามัวด้วยความโกรธ ความรักที่เขามีต่อนางทำให้เขาไม่สามารถยืนดูนางถูกข่มเหงได้ เขาโอบกอดร่างกายที่สั่นเทาของนางไว้แนบอก ความอุ่นจากร่างกายของเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัย แม้ว่าจะเป็เพียงการแสดงก็ตาม
"ใครบังอาจจะทำร้ายเ้า? บอกข้ามา เซี่ยอวี้ ข้าจะจัดการให้เ้าเอง" เสียงของเฉิงกวางเต็มไปด้วยความโกรธและความมุ่งมั่นที่จะปกป้องนาง การที่เขาเรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนท่ามกลางความโกรธทำให้บ่าวไพร่ที่อยู่ใกล้ๆ ต่างใ
"ฮูหยินเหยาเ้าค่ะ... นางหาว่าข้าน้อยล่อลวงท่านและคุณชายใหญ่ นางขู่จะโบยข้าน้อยให้ตาย... ข้าน้อยกลัวเหลือเกินเ้าค่ะนายท่าน" เซี่ยอวี้ซุกหน้าลงกับอกของเฉิงกวาง พลางสะอื้นไห้อย่างน่าสงสาร เสียงร้องไห้ของนางดังพอที่จะให้บ่าวไพร่ที่อยู่ใกล้ๆ ได้ยิน
การที่เซี่ยอวี้กล่าวหาฮูหยินเหยาต่อหน้าบ่าวไพร่เป็การกระทำที่คำนวณมาอย่างดี นางรู้ว่าเื่นี้จะแพร่กระจายไปทั่วจวนในไม่ช้า และจะสร้างความอับอายให้กับฮูหยินเหยาอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น การที่นางกล่าวถึงทั้งเฉิงกวางและเฉิงจื่ออี้ในคำเดียวกันจะทำให้เกิดความสงสัยในความสัมพันธ์ของนางกับบุรุษทั้งสองคน
พยัคฆ์เฒ่าอย่างเฉิงกวางที่บัดนี้กลายเป็เพียงเบี้ยในมือกามารมณ์ ไม่รอช้า เขาจูงมือเซี่ยอวี้บุกไปยังเรือนของฮูหยินเหยาทันที ความโกรธที่เขารู้สึกทำให้เขาไม่คิดถึงผลที่ตามมา เขา้าจะปกป้องผู้หญิงที่เขารักจากการถูกข่มเหง
ท่ามกลางสายตาของบ่าวไพร่ที่ยืนดูด้วยความตกตะลึง การที่หัวหน้าตระกูลจูงมือสาวใช้เดินไปหาลูกสะใภ้ด้วยท่าทีที่ดูเป็การปกป้องนั้นเป็เื่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บ่าวไพร่หลายคนเริ่มกระซิบกันเบาๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดนี้
เฉิงกวางตวาดใส่ลูกสะใภ้อย่างรุนแรงต่อหน้าทุกคน "เหยาซื่อ! เ้าบังอาจนักที่คิดจะทำร้ายคนของข้า! เซี่ยอวี้เป็สาวใช้ที่ข้าไว้วางใจ เ้ามีสิทธิ์อันใดมาข่มขู่นาง?" เสียงตวาดของเขาดังก้องไปทั่วจวน ทำให้คนที่อยู่ไกลๆ ก็ได้ยิน
การที่เฉิงกวางเรียกฮูหยินเหยาว่า "เหยาซื่อ" แทนที่จะเรียกด้วยคำที่สุภาพกว่านั้นเป็การดูิ่อย่างสาสม ยิ่งไปกว่านั้น การที่เขาพูดว่า "คนของข้า" เมื่อหมายถึงเซี่ยอวี้นั้นทำให้ทุกคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่
ฮูหยินเหยาถึงกับหน้าซีดเผือดด้วยความอัปยศ การถูกพ่อสามีตวาดต่อหน้าบ่าวไพร่เพื่อปกป้องสาวใช้คนหนึ่งเป็ความอับอายที่นางไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้น นางพยายามจะอธิบายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ท่านพ่อ... สตรีผู้นี้มีพิรุธจริงๆ นะเ้าคะ นางกำลังทำให้จวนของเราปั่นป่วน... ข้าเป็ห่วงชื่อเสียงของตระกูล..."
ฮูหยินเหยาพยายามจะอธิบายด้วยเหตุผลที่สมเหตุสมผล นางกล่าวถึงชื่อเสียงของตระกูลเพื่อให้เฉิงกวางเข้าใจว่านางทำเพื่อความดีของทุกคน แต่ความพยายามของนางกลับไม่ได้ผล
"หุบปาก!" เฉิงกวางตวาดซ้ำด้วยความโกรธที่เพิ่มขึ้น "หากข้าได้ยินว่าเ้าแตะต้องนางแม้เพียงปลายเล็บ ข้าจะสั่งให้จื่ออี้หย่าขาดกับเ้าและส่งเ้ากลับบ้านเดิมทันที!" คำขู่ของเขารุนแรงมากจนฮูหยินเหยาต้องถอยหลังไปสองสามก้าว
การขู่ให้หย่าขาดเป็การขู่ที่รุนแรงที่สุดสำหรับผู้หญิงในยุคนั้น การถูกหย่าแล้วส่งกลับบ้านเดิมจะทำให้นางกลายเป็ที่อับอายของตระกูลตัวเอง และจะไม่มีตระกูลใดยอมรับนางอีก นี่เป็การขู่ที่จะทำลายชีวิตของนางโดยสิ้นเชิง
คำประกาศกร้าวของเฉิงกวางเปรียบเสมือนดาบที่ฟันลงบนกลางใจของฮูหยินเหยา ความอัปยศที่ถูกพ่อสามีต่อว่าต่อหน้าบ่าวไพร่เพื่อปกป้องสาวใช้คนหนึ่งนั้นรุนแรงเกินกว่าที่สตรีผู้สูงศักดิ์เช่นนางจะรับได้ น้ำตาเริ่มคลอเบ้าตา แต่นางก็ไม่กล้าที่จะร้องไห้ออกมา เพราะกลัวว่าจะทำให้เฉิงกวางโกรธมากขึ้น
ในขณะที่เฉิงกวางกำลังโอบไหล่เซี่ยอวี้เดินออกไปจากเรือนนั้น เซี่ยอวี้ได้แอบเหลียวหลังกลับมามองฮูหยินเหยาเพียงครู่เดียว นางส่งสายตาเยาะหยันและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสะใจให้สะใภ้ใหญ่ที่บัดนี้ตัวสั่นด้วยความแค้น รอยยิ้มนั้นเป็รอยยิ้มของผู้ชนะที่ได้เห็นศัตรูพ่ายแพ้
รอยยิ้มที่เซี่ยอวี้ส่งให้ฮูหยินเหยาเป็การเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงเพียงชั่วครู่ มันเป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเ็าและการคำนวณ ไม่ใช่รอยยิ้มของสาวใช้ที่ไร้เดียงสา ฮูหยินเหยาเห็นรอยยิ้มนั้นและรู้ทันทีว่าตัวเองตกอยู่ในกับดักของใครบางคน
การกระทำของเฉิงกวางในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความร้าวฉานระหว่างพ่อสามีและลูกสะใภ้เท่านั้น ทว่ายังส่งผลกระทบไปถึงเฉิงจื่ออี้ด้วย ข่าวเื่ที่เกิดขึ้นแพร่กระจายไปทั่วจวนในเวลาไม่นาน บ่าวไพร่ต่างกระซิบกันเกี่ยวกับการที่หัวหน้าตระกูลปกป้องสาวใช้คนหนึ่งอย่างออกนอกหน้า
เมื่อเฉิงจื่ออี้รู้เื่ที่บิดาออกหน้าปกป้องเซี่ยอวี้อย่างออกนอกหน้า ความหึงหวงและสัญชาตญาณความเป็เ้าของในตัวเซี่ยอวี้ก็เริ่มปะทุขึ้นในใจเขาเช่นกัน เขารู้สึกเหมือนมีคนมาแย่งสิ่งที่เขาคิดว่าเป็ของเขา "ทำไมท่านพ่อถึงต้องทำถึงขนาดนี้? หรือว่าท่านพ่อเองก็คิดจะนางเหมือนกัน?" ความคิดนี้ทำให้เขารู้สึกโกรธและหึงหวงอย่างมาก
ความสงสัยของเฉิงจื่ออี้ไม่ใช่เื่ที่ไร้เหตุผล การที่บิดาของเขาปกป้องสาวใช้คนหนึ่งจนถึงขั้นขู่จะให้ลูกชายหย่าภรรยานั้นผิดปกติมาก เขาเริ่มสงสัยว่าบิดาอาจจะมีความสัมพันธ์พิเศษกับเซี่ยอวี้ ความสงสัยนี้ทำให้เขารู้สึกหึงหวงและโกรธแค้น
ความร้าวฉานในครอบครัวที่มิอาจประสานได้เริ่มขยายวงกว้างขึ้นทีละน้อย ฮูหยินเหยาที่รู้สึกอับอายและโกรธแค้นเริ่มวางแผนแก้แค้น เฉิงจื่ออี้ที่รู้สึกหึงหวงบิดาเริ่มมีความคิดที่ไม่ดีต่อพ่อของตัวเอง ส่วนเฉิงกวางเองก็เริ่มระแคะระคายที่ลูกชายมักจะมาป้วนเปี้ยนใกล้เซี่ยอวี้
เซี่ยอวี้ใช้ความขัดแย้งนี้เป็เกราะคุ้มกันตนเองและเริ่มดึงเอาอำนาจฝ่ายในมาไว้ในมือ การที่เฉิงกวางปกป้องนางอย่างเปิดเผยทำให้สถานะของนางในจวนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นางไม่ใช่เพียงสาวใช้ธรรมดาอีกต่อไป แต่กลายเป็คนที่มีอำนาจแอบแฝง
นางเริ่มเข้าไปวุ่นวายกับการจัดสรรงานในจวนและการดูแลความเรียบร้อย โดยอ้างคำสั่งของเฉิงกวาง บ่าวไพร่ที่เคยกลั่นแกล้งนางบัดนี้ต่างพากันก้มหัวให้ด้วยความเกรงกลัว พวกเขารู้ว่าหากทำร้ายเซี่ยอวี้ เฉิงกวางจะไม่ปล่อยให้รอด
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในไม่กี่วัน เซี่ยอวี้ก็กลายเป็คนที่มีอิทธิพลในจวน นางสามารถสั่งการบ่าวไพร่ได้โดยอ้างอิงคำสั่งของเฉิงกวาง และไม่มีใครกล้าขัดขืน แม้แต่ฮูหยินเหยาก็ไม่กล้าทำอะไรนาง เพราะกลัวว่าเฉิงกวางจะทำตามคำขู่
ในคืนนั้น เซี่ยอวี้กลับมาที่ห้องพักของนางและมองดูกระจกเงาที่สะท้อนใบหน้าที่งดงามทว่าเ็า ในกระจกเงา นางเห็นใบหน้าของหลินชิงเหยา ไม่ใช่เซี่ยอวี้สาวใช้ผู้ไร้เดียงสา นางถอดหน้ากากที่สวมใส่มาตลอดและปล่อยให้ความเ็าที่แท้จริงปรากฏออกมา
"อีกไม่นานหรอก... ความล่มจมของพวกเ้าจะเริ่มต้นจากภายในจวนแห่งนี้เอง" นางพึมพำกับตนเอง พลางนึกถึงหมากตัวต่อไปที่นางจะวางซ้อนลงไปในกระดานแห่งความแค้นนี้
นางเดินไปที่หน้าต่างและมองออกไปยังจวนที่กำลังหลับใหล ในความมืดมิด นางสามารถเห็นแสงไฟที่ยังคงติดอยู่ในห้องของฮูหยินเหยา นางรู้ว่าสะใภ้ใหญ่คงนอนไม่หลับเพราะความโกรธและความอับอาย นี่เป็สิ่งที่นาง้า
ความเ็ปที่นางเคยได้รับจากการสูญเสียครอบครัว การถูกข่มเหงและทำร้าย บัดนี้นางกำลังส่งคืนให้พวกมันอย่างสาสม แต่นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของการทำลายล้างที่แท้จริงเท่านั้น นางยังมีแผนการอีกมากมายที่จะทำให้ตระกูลเฉิงต้องจ่ายราคาสำหรับสิ่งที่พวกเขาทำ
นางนึกถึงเถี่ยเฟิงที่บัดนี้กลายเป็หมากสำคัญในมือของนาง จอมยุทธหนุ่มผู้ที่เคยเ็าและไร้ความรู้สึกบัดนี้กลายเป็คนที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อนาง นางยังมีแผนการที่จะใช้เขาในการทำลายระบบป้องกันของจวนจากภายใน
นอกจากนี้ นางยังคิดถึงความขัดแย้งที่เพิ่งเกิดขึ้นระหว่างเฉิงกวางและฮูหยินเหยา ความขัดแย้งนี้จะเป็จุดเริ่มต้นของการแตกแยกในตระกูลเฉิง นางจะใช้ความขัดแย้งนี้เป็เครื่องมือในการทำลายพวกเขาจากภายใน
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเฉิงกวางและเฉิงจื่ออี้ที่เริ่มมีปัญหาเพราะนางนั้น นางจะทำให้มันแย่ลงไปอีก นางจะทำให้พ่อลูกคู่นี้กลายเป็ศัตรูกันเพราะความหึงหวงและความปรารถนาที่มีต่อนาง
นางยิ้มเ็าเมื่อนึกถึงแผนการทั้งหมด ทุกอย่างดำเนินไปตามที่นางวางแผนไว้ ตระกูลเฉิงกำลังถูกทำลายจากภายในโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว พวกเขาคิดว่านางเป็เพียงสาวใช้ที่ไร้เดียงสา แต่จริงๆ แล้วนางคือปีศาจที่มาเพื่อล้างแค้น
"พวกเ้าทำลายครอบครัวของข้า บัดนี้ข้าจะทำลายครอบครัวของพวกเ้าเช่นกัน" นางกระซิบกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้น "และข้าจะทำให้พวกเ้าทำลายกันเองด้วยมือของพวกเ้าเอง"
แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างมาตกกระทบใบหน้าของนาง ทำให้ใบหน้าที่งดงามดูเ็าและน่าเกรงขาม นี่คือใบหน้าที่แท้จริงของหลินชิงเหยา ผู้หญิงที่ถูกทำลายและกลับมาเพื่อทำลายผู้ที่ทำร้ายนาง
นางมองดูดวงจันทร์ที่ส่องแสงเ็า เหมือนกับหัวใจของนางที่เ็าและไร้ความเมตตาต่อศัตรู นางรู้ว่าการล้างแค้นของนางเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น และนางจะไม่หยุดจนกว่าตระกูลเฉิงจะต้องจ่ายราคาสำหรับสิ่งที่พวกเขาทำ
ในความมืดมิดของคืนนั้น เซี่ยอวี้เริ่มวางแผนสำหรับขั้นตอนต่อไป นางจะทำให้ความขัดแย้งในตระกูลเฉิงรุนแรงขึ้น จนกว่าพวกเขาจะทำลายกันเองจากภายใน และเมื่อถึงเวลานั้น นางจะเป็ผู้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของตระกูลที่เคยทำลายชีวิตของนาง