บรรยากาศการมอบเงินต่อจากนั้นสบายและมีความสุขมาก
เจ้าหน้าที่กองทุนนำเงินออกมาเตรียมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วพวกเขาแบ่งเงินไว้สี่สิบชุด ทุกชุดบรรจุในซองแดงเพื่อให้ความร่วมมือในการบันทึกภาพของสถานีโทรทัศน์ซองแดงเหล่านั้นถูกเปิดให้เห็นธนบัตรหนึ่งร้อยหยวนโผล่ออกมาและนำไปจัดวางบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ
เงินหกหมื่นหยวนดูไม่ใช่จำนวนมากเท่าไรเมื่อถูกเปลี่ยนเป็นธนบัตรหนึ่งร้อยหยวนแต่เมื่อนำมาจัดเรียงเช่นนี้กลับดูเยอะเมื่อถูกบันทึกภาพก็ยิ่งดูเหมือนป้ายประกาศเกียรติคุณ
นักข่าวที่มาสัมภาษณ์ในครั้งนี้ถือกล้องเดินเข้ามาเพื่อถ่ายภาพระยะใกล้จัดมุมที่เลี่ยงใบหน้า บันทึกภาพบรรยากาศในงาน เสร็จแล้วจึงปิดกล้อง
ต่อมาก็ถึงขั้นตอนลงนามในสัญญาและมอบเงิน
ซูอินรับซองแดงทั้งสี่สิบใบเพื่อมอบให้กับมือแก่ผู้ปกครองทั้งสี่สิบครอบครัว
จนถึงขณะนี้ ครอบครัวเหล่านี้ยังคงเก็บงำความสงสัยก่อนหน้านั้นเหล่าเจ้าหน้าที่ติดต่อไปหาพวกเขา พูดให้ฟังมากมาย อยู่ดีๆก็จะมาให้เงินแบบนี้ ใช้ชีวิตมาตั้งนานไม่เคยพบเคยเห็นทำให้ในตอนแรกพวกเขาไม่เชื่อสักเท่าไร
แต่วันนี้เมื่อซองแดงมาอยู่ในมือ เปิดออกดูก็พบธนบัตรหนึ่งร้อยหยวนเป็นจำนวนหลักพันเมื่อธนบัตรเหล่านี้อยู่ในมือ พวกเขาจึงตระหนักได้ว่ามันเป็นเรื่องจริง
ให้เงินจริงๆ ด้วย!
ค่าเล่าเรียนลูกมีทางออกแล้ว!
เพิ่มลายดอกไม้บนผ้าดิ้นนั้นง่าย[1] ส่งถ่านท่ามกลางหิมะนั้นยาก[2]ครอบครัวเหล่านี้ที่แม้แต่ค่าเล่าเรียนลูกก็ยังไม่มีจ่ายอันที่จริงพวกเขาถือเป็นกลุ่มคนระดับล่างของสังคมชีวิตในวันธรรมดาพบเจอทั้งความเย็นชาและความอบอุ่นจากผู้คนแต่ในวันนี้เมื่อมีคนใจกว้างเข้ามาช่วยเหลืออีกทั้งยังแก้ปัญหาเรื่องการเรียนซึ่งเป็นเรื่องใหญ่เช่นนี้ในใจของทุกคนจึงรู้สึกประทับใจ คงไม่ยากที่จะรู้ได้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร
พวกเขาไม่เพียงหันไปมองเด็กสาวรูปร่างเพรียวบาง ผิวขาวผ่องแต่ยังเปิดเผยอารมณ์ของตนเอง และดึงมือของซูอินมากล่าวคำขอบคุณด้วยความตื่นเต้น
เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความประทับใจมองมาซูอินก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ
ซูอินรับรู้ความรู้สึกบางอย่าง ทำให้เธอเผลอมองไปที่ห้วงมิติ
ในเวลานี้น้ำพุแห่งจิตวิญญาณยังคงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ
ใช่แล้ว น้ำพุแห่งจิตวิญญาณที่มีประสิทธิภาพอันน่าอัศจรรย์เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้สามารถช่วยอัปเกรดน้ำพุ
หากมองในอีกมุมหนึ่ง เธอตระหนักได้อย่างรวดเร็วเมื่อดึงสติกลับมาเธอจึงหันมาให้ความสนใจบรรดาผู้ปกครองที่เต็มไปด้วยความปีติที่อยู่เบื้องหน้าเธอในตอนนี้
เหลือบมองเพียงครู่หนึ่งซูอินก็รีบดึงสติกลับมาให้ความสนใจบรรดาผู้ปกครองจึงไม่ได้สังเกตว่าบนกำแพงหินดำปรากฏฟองอากาศที่เหมือนกับไข่มุกเพิ่มขึ้นทีละเม็ดลอยขึ้นมาแล้วหายลงไปในบ่อน้ำ
รอจนพิธีการทั้งหมดเสร็จสิ้น เวลาก็ล่วงมาถึงเที่ยงวัน อวี๋หมิงกวงเสร็จจากงานยุ่งๆของตนเองพอดี จึงเสนอเชิญเจ้าหน้าที่กองทุนรวมไปถึงนักข่าวให้มาร่วมรับประทานอาหาร
สถานที่รับประทานอาหารคือห้องอาหารของอวี๋หรงกรุ๊ปซึ่งมีห้องส่วนตัวแยกออกมา ผู้เข้าร่วมรับประทานอาหารราวสิบคนนั่งลงบนเก้าอี้พ่อครัวใหญ่ตั้งใจรังสรรค์อาหารออกมาหลายอย่างเมื่อรู้ว่าท่านประธานจะมารับประทานอาหาร พ่อครัวใหญ่จึงตั้งใจทำเป็นพิเศษรสชาติที่ทำออกมาไม่ด้อยไปกว่าร้านอาหารชื่อดังที่อยู่ด้านนอกเลย
สำหรับวัฒนธรรมของประเทศจีนบนโต๊ะอาหารสามารถเชื่อมสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น บรรยากาศมื้ออาหารในวันนี้ก็ไม่ต่างกัน
ครั้งก่อนที่ซูอินมาที่นี่ทำให้เธอคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่กองทุนการกุศลทุกคนครั้งนี้ยิ่งทำให้ความสนิทสนมของพวกเธอเพิ่มขึ้น
เจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการเรื่องกองทุนอายุยังน้อยเฉลี่ยอยู่ที่ยี่สิบห้าปี แม้ว่านักข่าวที่มาจากสถานีโทรทัศน์ในเมืองเพิ่งจะอายุย่างเข้าเลขสามอวี๋หมิงกวงที่อายุขึ้นเลขสี่อยู่คนเดียวจึงทำตัวสบายๆ ไม่ถือตัวทำให้บรรยากาศในห้องอาหารและการพูดคุยของทุกคนเป็นกันเองมากขึ้น
อาหารอร่อย บรรยากาศดีทำให้ทุกคนรับประทานอาหารมื้อนี้กันอย่างมีความสุข
เมื่อกินเสร็จซูอินแลกช่องทางการติดต่อกับทุกคนแม้แต่เบอร์โทรศัพท์ของนักข่าว เธอก็บันทึกเก็บไว้
การบันทึกเบอร์โทรศัพท์เป็นเพียงการให้ความเคารพกันในตอนนี้เธอไม่ได้คาดคิดว่าการกระทำโดยไม่ได้ตั้งใจนี้จะสามารถช่วยเธอในเรื่องสำคัญที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าอีกไม่ไกลถึงขั้นช่วยจัดการปัญหากวนใจที่เข้ามารุมเร้าเธออยู่ตลอดในระยะนี้เป็นปัญหาที่เธอคิดว่าไม่มีทางแก้ไขอย่างแน่นอนหากอายุยังไม่ถึงสิบแปดปี
แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้เมื่อดื่มกินกันเสร็จแล้ว พวกเขาก็แยกย้าย
ซูอินจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากตึกสูงของอวี๋หรงกรุ๊ปก่อนจะย่อตัวเพื่อเอ่ยชื่นชมเขา“เมื่อกี้อันอันเป็นเด็กดีมากไม่งอแง คอยอยู่กับพี่ตลอด”
เด็กชายตัวน้อยเพิ่งจะอายุสี่ขวบครึ่ง สำหรับเด็กในวัยเดียวกับเขาเป็นช่วงที่กำลังซุกซนและชอบวิ่งไปมาแต่ตลอดช่วงเช้าไม่ว่าจะเป็นตอนที่อยู่ในห้องทำงานของคุณครูหลินซิ่วหรือตอนที่เธอกำลังยุ่งอยู่กับเรื่องมอบเงินช่วยเหลือนักเรียนยากจนเขาก็นั่งเงียบๆ ไม่วุ่นวายเลยสักนิด
ซูอินเอ่ยชื่นชมน้องชายตัวน้อยของเธออย่างไม่คิดลังเลโดยไม่กลัวว่าเขาจะหลงตัวเอง
ถูกพี่สาวชมแล้ว
เด็กชายตัวน้อยเม้มปาก ความสุขเล็กๆ เผยออกมาในดวงตาของเขา
“ฉิงฉิง ไปสวนสัตว์ตอนนี้ยังทันไหม”
เมื่อเช้าตอนอยู่ที่โรงเรียนเธอรับปากเด็กชายตัวน้อยไว้แล้วว่าจะพาเขาไปสวนสัตว์อีกทั้งวันนี้เขาก็เป็นเด็กดีมาก เธอต้องทำตามสัญญาหากไม่ทันวันนี้เธอคงต้องโทรศัพท์ไปบอกที่บ้านว่าจะนอนที่โรงแรมสักหนึ่งคืนพรุ่งนี้ค่อยพาน้องชายกลับบ้าน
“ทันแน่นอน!”
เมื่อได้รับคำยืนยัน ซูอินจึงหันไปบอกน้องชาย “ตอนนี้พี่ทำธุระเสร็จแล้วครึ่งวันหลังจากนี้พี่จะพาอันอันไปเที่ยวดีไหม”
อวี๋ฉิงที่อยู่ข้างๆพยักหน้าอย่างอดไม่ได้ “อันอันเป็นเด็กดีขนาดนี้สมควรต้องให้รางวัล รถมาแล้ว ขึ้นรถกันเถอะ”
สวนสัตว์ถูกสร้างขึ้นก่อนถึงตัวเมืองแต่ว่ามีรถแค่เหยียบคันเร่งก็ถึง
แม้ว่าจะเป็นช่วงปิดเทอม และเป็นวันหยุดแต่เพราะเมื่อเช้ามีฝนโปรยปราย ทำให้คนที่มาสวนสัตว์ในวันนี้ไม่เยอะเท่าไรนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่น บวกกับอากาศหลังฝนตกที่เย็นสบาย ทำให้การเที่ยวสวนสัตว์ในครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก
สองเพื่อนสนิทจูงมือเด็กชายตัวน้อย เดินพักผ่อนหย่อนใจช้าๆอยู่ในสวนสัตว์ เพราะคนน้อยทำให้เห็นสัตว์ต่างๆ ได้ชัดเจน
ช้างแอฟริกา ยีราฟ ฮิปโป…
จนเดินมาถึงหมีแพนด้า สองพี่น้องก็แทบเดินไม่ไหวแล้ว
ในสวนที่จำลองป่าไผ่ เจ้าแพนด้าไร้เดียงสากลิ้งไปมาตัวหนึ่งอยู่บนชิงช้า อีกตัวหนึ่งจับใบไผ่ อ้าปากและออกแรงกัดเจ้าแพนด้าตัวที่อยู่บนชิงช้านั่งไม่ดีทำให้ร่วงลงมาชนตัวที่กัดใบไผ่ใบไผ่ร่วงลงพื้น พวกมันขาชี้ฟ้าก่อนจะกอดกันและกลิ้งไปพร้อมกัน
“น่ารักมาก!”
สองพี่น้องพูดพร้อมกัน จากนั้นโน้มตัวลงไปตรงราวกั้น มองเจ้าแพนด้าตาไม่กะพริบ
ใช้ชีวิตมาสองชาติภพนี่เป็นครั้งแรกที่ซูอินได้เห็นหมีแพนด้าตัวเป็นๆ กลิ้งไปมากับตาตัวเองได้เห็นพวกมันเคลื่อนไหวใกล้ๆ น่ารักกว่าที่เคยเห็นตามสื่อต่างๆ เสียอีก
กรี๊ด!!!!!
ความรู้สึกเอ่อล้นในใจของเธออย่างอดไม่ได้
อวี๋ฉิงที่ยืนอยู่ด้านข้าง ท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆกับครอบครัว เธอเคยเห็นมากกว่ากลิ้งไปมาแบบนี้ ถึงแม้มันจะน่ารักแต่เมื่อเห็นหลายครั้งทำให้เธอไม่ตื่นเต้นมากนัก
ปฏิกิริยาของสองพี่น้องดูซื่อบื้อกว่าแพนด้าที่กลิ้งไปมาเสียอีก
เธอยกกล้องดิจิทัลขึ้นมา แชะ แชะกดถ่ายท่าทีที่ดูซื่อบื้อของสองพี่น้องโดยไม่ลังเลใบหน้าเย่อหยิ่งเผยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ
จากนั้นไม่นานเธอก็ถูกคำพูดประโยคหนึ่งดึงความสนใจ
หลังจากที่อิ่มเอมกับความรู้สึกเอ่อล้น ซูอินก็ดึงสติกลับมา สายตาเหลือบไปเห็นชุดหมีแพนด้าที่แขวนอยู่ในศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ๆและเมื่อมองเด็กชายตัวน้อยข้างๆ เธอจึงเกิดความคิดบางอย่างขึ้นในหัว
“อันอัน แพนด้ากลิ้งๆ น่ารักไหม”
เด็กชายตัวน้อยพยักหน้าโดยไม่คิดลังเล
“ถ้างั้น อันอันอยากน่ารักเหมือนแพนด้าไหม”
เหมือนแพนด้าหรือ
เด็กชายตัวน้อยเอียงศีรษะดวงตาที่เหมือนผลองุ่นเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น เขาพยักหน้าและตอบด้วยความมั่นใจ “อยากครับ!”
-----------------------------------------------------------------------------
[1] เพิ่มลายดอกไม้บนผ้าดิ้นนั้นง่ายหมายถึง การแต่งเติมเสริมแต่งสิ่งที่สวยงามหรือดีงามอยู่แล้วเป็นเรื่องง่าย
[2] ส่งถ่านท่ามกลางหิมะนั้นยากหมายถึง การหยิบยื่นความช่วยเหลือให้แก่ผู้ที่กำลังลำบากไม่ใช่เรื่องง่าย