ม่านหลงกลับมาที่พรรคหลังจากจบพิธีแต่งงานของอวี๋เหมาฉาและท่านหมอเทพสองสามีภรรยาจะเดินทางออกท่องเที่ยวเป็เวลาสามเดือนดังนั้น่สามเดือนนี้ม่านหลงต้องดูแลพรรคแล้วยังต้องดูแลว่านฮวาที่ไม่มีรองประมุขไปพลางๆด้วยและเดิมทีงานทุกอย่างภายในอู่ตู๋ก็เป็ม่านหลงที่จัดการอยู่แล้วอวี๋เหมาฉามักจะโยนงานมาให้เขาแล้วตัวเองหายไปไหนก็ไม่รู้
ภายในอู่ตู๋เป็ระเบียบเรียบร้อยเพราะภายในพรรคมีเพียงอวี๋เหมาฉาและม่านหลงที่เป็ผู้าุโที่สุดดังนั้นคนในพรรคจึงเชื่อฟังทั้งสองและเคารพในฐานะผู้าุโของพรรคเหตุก็เพราะคนที่ควรจะได้เป็ผู้าุโถูกอวี๋เหมาฉากวาดล้างไปจนหมดแล้วเมื่อสามสิบปีก่อน
“ท่านม่านหลง” เ้าของชื่อเงยหน้ามองคนเรียก คนสนิทของเขานำสารฉบับหนึ่งมาให้เมื่อเปิดดูเขาก็พบว่าพรุ่งนี้ถึงกำหนดที่หน่วยลับของถังเหมินจะมารับพิษเพื่อไปทำภารกิจแล้วเขาพยักหน้าให้คนสนิทก่อนจะไปเตรียมพิษที่หน่วยลับต้องใช้นับั้แ่ที่เกิดเื่กับถังเหมินทางประมุขก็หารือกันใหม่โดยเฉพาะการรับพิษของหน่วยลับเพื่อให้สามารถระบุตัวคนที่รับพิษไปได้และรู้ปริมาณที่ชัดเจนที่พิษถูกส่งออกไปจากอู่ตู๋ดังนั้นการรับพิษจะต้องส่งสารมาที่ม่านหลงโดยตรงเท่านั้นเขาจะเป็คนปรุงพิษและทดสอบความรุนแรงให้เรียบร้อยก่อนที่จะส่งมอบให้ถังเหมินอีกทั้งม่านหลงเป็คนเดียวในอู่ตู๋ที่รู้ระบบการทำงานของหน่วยลับดีที่สุดต้องใช้อาวุธพิษแบบไหน พิษแบบใด ความรุนแรงเท่าใดถึงจะเหมาะกับภารกิจอวี๋เหมาฉาจึงยกหน้าที่เตรียมพิษให้กับม่านหลง
ก็เขาเป็หน่วยลับของถังเหมินมาก่อนเขาจะไม่รู้เื่นี้ดีได้อย่างไร
ม่านหลงใช้เวลาเตรียมพิษอยู่ตลอดทั้งวันปกติแล้วการเตรียมพิษของหน่วยลับม่านหลงจะเตรียมเพียงผู้เดียวเท่านั้นแม้จะมีศิษย์คนสนิทหลายคนแต่ทว่าม่านหลงก็จะไม่ให้พวกเขาช่วยเื่เกี่ยวกับหน่วยลับไม่ว่าจะอาวุธ พิษ การทำงานหรือแม้แต่รูปร่างหน้าตาจะมีเพียงม่านหลงที่รู้หนึ่งก็เพื่อไม่ให้คนรู้จักคนของหน่วยลับมากเกินไปสองเพื่อความปลอดภัยของตัวหน่วยลับเองยิ่งมีคนรู้จักพวกเขาน้อยเท่าไหร่พวกเขาก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น
ในขณะเดียวกันหากพวกเขาหายไปก็จะไม่มีใครรู้เช่นม่านหลงในอดีต
่สายๆของวันต่อมาหน่วยลับก็มารับพิษตรงเวลาอย่างที่นัดเอาไว้ก่อนที่จะส่งมอบพิษม่านหลงก็ต้องตรวจสอบพิษเป็ครั้งสุดท้ายเพื่อให้แน่ใจว่าพิษที่หน่วยลับจะได้ไปนั้นไม่มีปัญหา
“หืม?” ม่านหลงส่งเสียงอย่างแปลกใจก่อนจะมองมายังคนคนหนึ่งในหน่วยลับหน่วยนี้มีทั้งหมดหกคน แต่วันนี้กลับมีหนึ่งคนที่แตกต่างไปจากทุกที
“มีคนนี้ด้วยรึ?”หน่วยลับมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าไม่ว่าจะกี่ครั้งขอแค่ภายในหน่วยลับมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยท่านม่านหลงก็จะสังเกตเห็น
“เป็คนใหม่ที่มาแทนคนเดิมที่ตายไปขอรับ”คนฟังทำหน้าเข้าใจ การสับเปลี่ยนหมุนเวียนคนภายในหน่วยลับมักเกิดขึ้นเป็ปกติอยู่แล้วแต่ไม่ค่อยได้เปลี่ยนเพราะว่าไม่ต้องทำภารกิจเสี่ยงตายบ่อยเหมือนมือสังหารปกติในพรรคหน่วยลับมีหน้าที่เพียงอย่างเดียว นั่นคือคุ้มกันนายของตนจนกว่าชีวิตจะหาไม่หรือนายของหน่วยลับคนนั้นสั่งปลดออกจากการเป็หน่วยลับเท่านั้นถึงจะสามารถเลิกใช้ชีวิตในฐานะหน่วยลับและถอนตัวออกไปใช้ชีวิตตามที่้าพวกเขาจะไม่มีภารกิจอื่นใดนอกจากการทำตามบัญชาของคนที่พวกเขาคุ้มกันอยู่
ซึ่งคนที่จะมีหน่วยลับได้จะมีเพียงจักรพรรดิเชื้อพระวงศ์ ประมุข รองประมุข ผู้าุโภายในพรรคจักรพรรดิจะมีหน่วยลับทั้งสิ้นสามสิบสี่หน่วยเชื้อพระวงศ์ที่อาศัยอยู่ในพระราชวังสิบสองหน่วยประมุขจะมีหน่วยลับภายในสังกัดหกหน่วย รองประมุขสามหน่วย ผู้าุโสองหน่วยในหนึ่งหน่วยจะมีห้าถึงเจ็ดคน สับเปลี่ยนเวรกันมาเฝ้าระวังจำนวนหน่วยอ้างอิงจากขั้นตำแหน่งและการพุ่งเป้าโจมตีมากที่สุด
ฉางเอี๋ยนเป็เพียงพรรคเดียวที่คนในพรรคมีหน่วยลับทั้งหมดแต่มีได้เพียงหนึ่งหน่วยเท่านั้นหน่วยลับนี้จะติดตามผู้เป็นายไปทุกที่ไม่ว่านายของตนจะแต่งงานออกเรือนหรือข้ามแคว้นไปไหนก็ตามและหากวัดระดับภารกิจของหน่วยลับ ภารกิจของพวกเขาจะจัดอยู่ในภารกิจระดับสูงและภารกิจสำคัญข้อมูลของหน่วยลับจะมีเพียงนายและคนที่มีหน่วยลับเหมือนกันเท่านั้นที่รู้
คุณสมบัติของหน่วยลับนั้นมีเพียงไม่กี่ข้อซื่อสัตย์ ไร้การโป้ปด และปกปิดตัวตนเป็เลิศ โดยจะมีการคัดเลือกเป็พิเศษจากประมุขและรองประมุขโดยตรงเท่านั้นการคัดเลือกขึ้นอยู่กับนายแต่ละคนว่า้าคนเช่นไรให้อยู่ข้างกายดังนั้นหน่วยลับจึงมีหลายรูปแบบและหลากหลายนิสัยแต่สำหรับถังเหมินนั้นมีกฎตายตัวสำหรับการเป็หน่วยลับ
สังหารไร้ร่องรอยเคลื่อนไหวดุจเงาพราย
ไร้การเคลื่อนไหว ไร้ััแต่สามารถสังหารศัตรูได้จากความว่างเปล่านั่นคือลักษณะพื้นฐานของคนที่จะเป็หน่วยลับของถังเหมิน
อายุของหน่วยลับไม่มีขั้นต่ำและไม่มีสูงสุดไม่ว่าใครก็สามารถเป็หน่วยลับได้ตราบเท่าที่ผู้เป็นาย้าให้อยู่ข้างกายหน่วยลับสามารถมีความรัก มีครอบครัว ใช้ชีวิตเช่นคนทั่วไปบางครั้งเราอาจจะเห็นคนขี้เมานั่งดวลเหล้าอยู่ข้างถนนแต่เนื้อแท้เขาอาจจะเป็หน่วยลับของประมุขสักคนก็เป็ได้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอยู่ประจำอาจจะเป็หน่วยลับที่สามารถสังหารคนได้จากความว่างเปล่าก็ได้หรือแม้แต่คนที่นั่งกินข้าวอยู่ข้างๆหรือหลับนอนอยู่ด้วยกันทุกคืนก็อาจจะไม่ใช่แค่ที่เห็น
การจะแยกแยะให้ออกว่าใครคือหน่วยลับนั้นยากบางครั้งหน่วยลับด้วยกันยังแยกกันไม่ออกก็มี เพราะม่านหลงก็เคยเป็นอกจากจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็หน่วยลับแล้วยังไม่รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายยังเป็หน่วยเดียวกับตัวเอง
และสำหรับพรรคมือสังหารอย่างถังเหมินนอกจากจะมีหน่วยลับแล้ว ยังมีหน่วยลับอีกหน่วยที่น้อยคนนักจะได้เป็นั่นคือหน่วยลับสีแดง
หน่วยลับสีแดงก็ตามชื่อคือสวมชุดของถังเหมินเช่นคนในพรรคแต่ทว่าเป็สีแดงหน่วยลับนี้จะมีเพียงประมุขของถังเหมินและผู้าุโบางคนเท่านั้นที่มีเท่าที่ม่านหลงรู้ก็จะมีประมุขน้อยเยว่เฟยหลิงกับท่านย่าของรองประมุขฉางที่มีหน่วยลับสีแดงหน่วยลับนี้มีหน้าที่ไม่ต่างจากหน่วยลับทั่วไป แต่มีหน้าที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างนั่นคือเป็หน่วยล่าสังหารหรือก็คือเป็หน่วยที่มีไว้เพื่อสังหารคนในพรรคที่กระทำผิดแล้วหลบหนีดังนั้นผู้ที่จะสังกัดชื่อหน่วยลับสีแดงได้คือคนที่เตรียมใจที่จะสังหารพวกเดียวกันหรือแม้แต่ครอบครัวของตัวเองเอาไว้แล้ว
หน่วยลับที่อยู่ภายใต้สังกัดแปดพรรคและราชวงศ์จะถือว่าเป็คนของทางการสิ่งใดที่คนในพรรคได้พวกเขาก็จะได้รับเช่นกันอย่างเท่าเทียมเหล่าตระกูลใหญ่ที่นอกเหนือจากแปดพรรคที่มีหน่วยลับจะไม่นับว่าเป็คนของทางการจะเรียกว่าหน่วยลับเถื่อนก็ไม่ผิดนัก
หน่วยลับจะเป็ใครก็ได้จะเป็คนในพรรคก็ได้ หรือคนนอกก็ได้มีเพียงถังเหมินเท่านั้นที่หน่วยลับจะต้องเป็คนในพรรคเท่านั้นยามที่ไม่ได้ทำหน้าที่พวกเขาจะแฝงตัวเป็คนอื่น อาจจะเป็พ่อครัวอยู่ในห้องเครื่องเป็คนกวาดลานบ้าน หรือแม้แต่เป็ยามเฝ้าหน้าพรรค หน่วยลับส่วนใหญ่จะเลือกเป็เพียงคนธรรมดาที่ไม่มีอะไรโดดเด่นภายในพรรคเพื่อให้ง่ายต่อการพักผ่อนและใช้ชีวิตบางคนก็แกล้งเป็คนขี้โรคเพื่อที่จะได้นอนอยู่ที่เรือนหรือบางคนก็เป็คนจรจัดไปนั่นมานี่อยู่เป็ประจำแทนดังนั้นหากคิดจะหาว่าใครเป็หน่วยลับ ก็มีเพียงทางเดียวคือพุ่งเป้าไปที่คนธรรมดาเป็หลักแต่คนธรรมดามีเป็ร้อยเป็พัน ไม่ใช่เื่ง่ายที่จะหาเจอ
ดังนั้นใครที่คิดจะหาหน่วยลับให้เจอก็ต้องทำใจว่าชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสที่จะหาเจอได้
ใน่ชีวิตของม่านหลงมีเพียงคนเดียวที่สามารถปลดหน่วยลับให้ไปใช้ชีวิตก่อนที่พวกเขาจะตายจากไปได้นั่นคือฮูหยินหลิว หลิวเยว่เทียน
หลังจากที่อดีตแม่ทัพผู้นี้แต่งงานไม่รู้ว่าเป็เพราะความหึงหวงของแม่ทัพหลิวหรือเป็ความ้าของฮูหยินหลิวอยู่แล้วเขาสั่งปลดหน่วยลับทั้งหกหน่วยของตัวเองให้เป็อิสระแม้ว่าหลังจากเหตุการณ์ถูกใส่ร้ายว่าเป็กบฎฮูหยินหลิวจะเหลือหน่วยลับเพียงแค่หน่วยเดียวก็ตามหลังจากนี้จะเป็หน่วยลับของแม่ทัพหลิวที่จะทำหน้าที่ดูแลฮูหยินต่อจากนี้เขาเป็เพียงคนเดียวที่ม่านหลงรู้จักที่สั่งปลดหน่วยลับมีการส่งสารเชิญเพื่อแจ้งความประสงค์ในการปลดหน่วยลับในครั้งนี้มาถึงประมุขและรองประมุขทุกคนตอนแรกทุกคนก็คัดค้านเพราะยังหาตัวฟู่ิซ่านที่หายตัวไปไม่เจอแต่ทว่าหลิวเยว่เทียนก็อยากให้หน่วยลับของตนเป็อิสระอดีตแม่ทัพผู้นี้รู้ถึงความเ็ปของหน่วยลับที่ไม่สามารถปกป้องตนเอาไว้ได้เขาไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองหน่วยลับแม้แต่น้อย เท่านั้นยังไม่พอก่อนที่หน่วยลับจะถูกปลดให้ไปใช้ชีวิตอิสระ หลิวเยว่เทียนยังได้นั่งดื่มสุรากับพวกเขาก่อนลาจากกันเป็ครั้งสุดท้าย
อดีตแม่ทัพแห่งเทียนเช่อเคยเป็ยังไงก็เป็แบบนั้นหากเขาคิดจะทำอะไรสักอย่างก็ไม่มีใครห้ามเขาได้ทัน
“อายุยังน้อยแต่มีฝีมือสินะ”ดูจากสายตาแล้วแม้จะสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าจนมองไม่เห็นรูปหน้าที่แท้จริงแต่ม่านหลงก็ยังมองออกว่าเด็กคนนี้อายุยังไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ
ั้แ่ที่ประมุขน้อยขึ้นรับตำแหน่งภายในถังเหมินก็มีคนอายุน้อยที่มากความสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่ก็ยังคงรักษากฎเดิมที่ว่าต้องอายุสิบปีเท่านั้นถึงจะสามารถรับภารกิจแรกได้
“ท่านม่านหลงไม่ต้องเป็ห่วงอายุน้อยแต่มากประสบการณ์” ม่านหลงพยักหน้าอายุคงจะพอๆกับม่านหลงตอนที่เป็หน่วยลับเขาก็ไม่ได้มองว่าตัวเองอายุน้อยเกินกว่าที่จะทำงานนี้ แล้วยังภูมิใจกับมันมากด้วย
“พิษทั้งหมดได้มาครบถ้วนแล้วขอรับ”หลังจากที่หน่วยลับตรวจสอบพิษเป็ครั้งสุดท้ายเพื่อยืนยันจำนวนก็ถือว่าเรียบร้อยม่านหลงเงยหน้ามองฟ้า วันนี้ที่พรรคเงียบกันเสียจริงั้แ่ที่ม่านหลงเดินจากเรือนมาจนถึงเรือนปรุงพิษก็ไม่เจอใครเลย
ม่านหลงชะงักสีหน้าเปลี่ยนเป็ซีดขาวเล็กน้อยก่อนจะมองไปยังเอวที่ปกติจะห้อยถุงผ้าขนาดเล็กเอาไว้แต่ทว่าวันนี้เขาไม่ได้เอามันมาด้วยเพราะคิดว่าจะส่งมอบพิษแค่ไม่นาน
เมื่อไหร่เขาจะเลิกนิสัยที่ว่าจะไปไหนมาไหนแค่ไม่นานได้สักที
“ท่านม่านหลง?”
“ไม่มีอะไร…” แค่นึกขึ้นได้ว่า่นี้เป็่ที่ร่างกายของคนในอู่ตู๋จะเกิดการแปรปรวนร่างกายของม่านหลงก็มีปฏิกิริยาขึ้นมาทันที ถึงขนาดต้องเท้าเอวสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อควบคุมอารมณ์
่ต้นฤดูร้อนแบบนี้ร่างกายของคนในพรรคอู่ตู๋จะเกิดอาการแปรปรวนส่งผลให้เกิดอาการกำหนัดรุนแรงชนิดที่ควบคุมไม่ได้ขึ้นมาเหตุเป็เพราะวิชาที่ฝึกกันภายในพรรคอวี๋เหมาฉาบอกกับเขาว่าวิชาภายในอู่ตู๋เก้าในสิบเป็วิชาที่อันตรายการที่ร่างกายถูกกระตุ้นขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัวเป็กลไกการปกป้องร่างกายอย่างหนึ่งเพื่อให้ร่างกายลดอาการตรึงเครียดและลดภาระทางร่างกายลงการปลดปล่อยร่างกายผ่านอารมณ์กำหนัดเป็วิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับอู่ตู๋
แต่ข้อเสียคือมันเกิดขึ้นไม่เลือกเวลาและสถานที่!
แล้วม่านหลงยังมาเกิดอาการเอาวันนี้เสียอีก
“ท่านม่านหลง”
“ไม่เป็ไรข้าแค่รู้สึกไม่ดี” ม่านหลงยกมือห้ามคนที่กำลังจะเข้ามาช่วยประคองเขาร่างกายของม่านหลงตอนนี้หากได้แตะต้องสักครั้งเขาคงควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้แน่
“หรือว่าท่านจะ…”ม่านหลงพยักหน้าเป็เชิงว่าใช่สำหรับม่านหลงหน่วยลับของถังเหมินก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่รู้จักกันดีพวกเขามองหน้ากันก่อนที่จะถอนร่นออกไป
“กลับเรือนไหวหรือไม่”
“ไหวพวกเ้ากลับกันไปก่อนเถอะ” หน่วยลับหยิบกล่องพิษไว้ในมือก่อนจะเร้นกายหายไปพวกเขาเข้าใจถึงสภาพร่างกายใน่นี้ของอู่ตู๋ดีจึงไม่รีรอที่จะรั้งอยู่ต่อและยิ่งวันนี้อู่ตู๋ยังเงียบสงัดไปทั้งพรรค เหตุคงเพราะเกิดอาการนี้ขึ้นมาพร้อมกัน
ม่านหลงเท้าเอวหอบหายใจสายตาของเขาพร่าเลือนขึ้นมาเล็กน้อยทำให้เขารู้ตัวว่าต้องรีบกลับไปที่เรือนเดี๋ยวนี้เขาพยุงร่างที่เริ่มสั่นเดินกลับมาตามทางที่มุ่งไปยังเรือนของเขาทั้งๆที่เกิดอาการนี้ขึ้นมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแต่ม่านหลงก็ทำใจให้ชินไม่ได้เสียที
เดิมทีการกลับไปที่เรือนของตัวเองไม่ใช่เื่ยากแต่ด้วยอาการที่ม่านหลงกำลังเผชิญอยู่ทำให้เขาควบคุมร่างกายของตัวเองไม่ได้เขาได้ยินเสียงหอบหายใจของตัวเองที่เริ่มชัดขึ้น ในหัวอื้ออึงไปหมดเดินไปได้สักพักเขาก็ต้องเอามือค้ำกับต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลเพื่อพยุงตัวเขาเดินมาได้ไม่ไกลเท่าไหร่แต่เหมือนกับว่าเดินมาเป็ชั่วยามขาที่สั่นทำให้เขาหยิกตัวเองเพื่อเรียกสติหากเขากลับไปไม่ถึงเรือนมันต้องเป็ภาพที่อเนจอนาถสำหรับเขาแน่
เส้นทางเดินไปยังเรือนของม่านหลงไม่มีคนเฝ้ายามอยู่มากกว่าครึ่งในอู่ตู๋ตอนนี้กำลังเกิดอาการที่ควบคุมไม่ได้และบริเวณนี้ม่านหลงไม่้าให้ใครมาเฝ้ายามจึงได้ขออวี๋เหมาฉาว่าเขาไม่อยากให้ใครมาเฝ้ายามบริเวณเรือนของเขาดังนั้นเมื่อเข้าเขตเรือนของม่านหลงตามเส้นทางจึงว่างเปล่าไร้ผู้คนและเป็เพราะอวี๋เหมาฉาไม่้าให้ใครรู้ถึงความลับของม่านหลงที่ไม่ใช่คนของอู่ตู๋มาั้แ่แรกเขาจึงไม่มีหน่วยลับคอยคุ้มกันดังเช่นรองประมุขคนอื่นๆ
ม่านหลงก็ไม่อยากใครมาจับตามองตลอดทั้งวันทั้งคืนเช่นกันจึงไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของอวี๋เหมาฉา ไม่มีทั้งหน่วยลับไม่มีทั้งคนที่เฝ้ายามอยู่บริเวณเรือนแม้จะฟังดูโดดเดี่ยวแต่ม่านหลงชอบแบบนี้มากกว่า
ถึงอย่างไรก็เป็ถึงอดีตหน่วยลับ แค่สังหารศัตรูสักคนสองคนทำไมเขาจะทำไม่ได้
แต่บางทีสถานการณ์ที่กำลังเป็อยู่ตอนนี้เขาก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าสามารถทำได้
“อึก!” เขาพยายามเดินมาจนถึงหน้าเรือน แต่จนใจที่ร่างกายไม่สามารถทนต่อไปได้ไหวร่างของเขาทรุดลงกับพื้นอย่างไม่อาจควบคุมร่างกายที่สั่นเทิ้มทำให้เขาก้าวขาไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียวพลังที่อยู่ในร่างค่อยๆเอ่อล้นออกมาจนกระจายไปรอบทิศทางพลังนั้นทำให้เกิดกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณร่างกายของม่านหลงเริ่มตอบสนองต่ออารมณ์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆถึงขนาดต้องส่งเสียงออกมาเพื่อระบายอารมณ์
“อื้อ~” ยิ่งััได้ถึงลมหายใจของตัวเองเขายิ่งรู้สึกมีความ้ามากขึ้นภาพตรงหน้าพร่าเลือนจนมองไม่ออกว่าอะไรเป็อะไรเขายกมือขึ้นกุมหน้าอกพยายามดึงสติตัวเองกลับมาให้มากที่สุดสภาพร่างกายแบบนี้เขาไม่ควรอยู่ข้างนอกมันอันตรายทั้งต่อตัวเขาเองและคนที่จะมาพบเจอเขากลิ่นหอมจากร่างกายของม่านหลงที่กระจายออกไปจะฉุดรั้งสติของคนที่เข้ามาใกล้ให้ดำดิ่งสู่ห้วงราคะและล่อลวงให้มาเสพสมกับเขาแม้จะอยู่ภายใต้อาณาเขตที่กางเอาไว้รอบเรือนก็ยังไว้ใจไม่ได้จนกว่าจะได้เข้าไปในเรือนและปิดประตูให้มิดชิด
แต่ทว่าเขาพาตัวเองกลับเข้าไปในเรือนไม่ได้แล้วยังไม่อาจพาตัวเองขยับออกไปจากตรงนี้ได้ด้วยสิ่งที่ภาวนาได้ตอนนี้คือจะไม่มีใครมาเพ่นพ่านแถวนี้แม้จะมั่นใจว่าจะไม่มีใครมาแต่ม่านหลงก็ยังหวั่นใจ
และช่างเป็ที่น่าเสียดายที่คำภาวนาของม่านหลงส่งไปไม่ถึง
ที่เื้ัของร่างโปร่งที่ทรุดตัวลงนั่งอยู่บนพื้นมีร่างสูงของชายผู้หนึ่งที่เดินฝ่าอาณาเขตเข้ามาอย่างง่ายดายเสียงฝีเท้านั้นเบามากราวกับไม่้าให้คนที่นั่งอยู่รู้ตัวแม้ว่าคนที่อยู่ตรงนั้นจะไม่รับรู้สิ่งใดแล้วก็ตามร่างสูงย่อตัวลงที่เบื้องหน้าของรองประมุขดวงตาสีม่วงฉายแววแรงอารมณ์ออกมาเต็มเปี่ยมริมฝีปากเผยอขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจที่แรงขึ้น นิ้วยาวเกลี่ยริมฝีปากนั้นเบาๆก่อนจะสอดนิ้วเข้าไปหยอกล้อลิ้นร้อนที่กำลังใคร่กระหายในอารมณ์
ดวงตาของร่างสูงวาวโรจน์เล็กน้อยริมฝีปากนั้นยกยิ้ม มือหนาคว้าตัวคนที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้นอุ้มขึ้นแนบอกเดินเข้าไปในเรือนที่อยู่เบื้องหน้าทั้งๆที่อีกไม่กี่สิบก้าวก็จะถึงเรือนแล้วแท้ๆหากไม่เห็นด้วยตาของตัวเองเขาก็ไม่รู้ว่าอาการนี้รุนแรงแค่ไหน
ม่านหลงที่สติรู้คิดแทบจะไม่เหลือััได้เพียงกลิ่นหอมอ่อนๆจากร่างกายของใครบางคนเขาไม่มีสติที่จะคิดได้ว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้อยู่เพียงลำพังร่างกายที่ร้อนรุ่มของใครบางคนกำลังััตัวของเขามือใหญ่กวาดต้อนไปทั่วร่างกายราวกับกำลังสำรวจ คนถูกััส่งเสียงครางอย่างพอใจและเรียกร้องเอามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ความทรงจำที่เลือนรางในวันนี้ค่อยๆเลือนหายไปพร้อมกับสติที่ลดลงเรื่อยๆในขณะที่ร่างกายของเขาถูกััซ้ำแล้วซ้ำเล่า