ริมแม่น้ำคาโมะ
‘อิ’ หัวหน้ากองโอนิ (ั์) นำลูกน้องลากศพแยกวางเป็กอง
โอนิรูปร่างใหญ่โต หนังหนา ดาบธนูไม่ระคายผิว กองหน้าที่บุกทะลวงพลหอกอันแข็งแกร่งของตระกูลทาจิบานะก็คือพวกมัน
องเมียวประจำตระกูลล้วนเศษสวะ แค่ท่านไดโอผลักเบา ๆ ยันต์ป้องกันอาณาเขตก็แหลกสลาย ปราการชั้นในพังทลาย ความตื่นตระหนกแพร่กระจายดุจไฟไหม้ฟาง ทว่ายามนี้ท่านไดโอคร้านจะสู้ต่อ ตระกูลนี้อ่อนแอเกินไปไม่คู่ควร จึงนำกำลังส่วนใหญ่บุกตระกูลทหาร ตระกูลมินะโมะโตะ มอบหน้าที่เก็บกวาดให้ ‘อิ’
‘อิ’ นำกองโอนิฆ่าฟันศัตรูสักพักก็หิว จึงชักชวนกันออกหาอาหาร ไม่รู้เป็โชคหรือเคราะห์ของตระกูลทาจิบานะ ปีศาจบุกมาอย่างฮึกเหิมจากไปเพราะความหิว เหล่าทายาทรอดมาได้เพราะเหตุผลเหลวไหลนี้
มันชอบเนื้อขาวนวลนุ่มนิ่มของสตรีเต็มสาวเป็ที่สุด
ที่ใดในเฮอันรวบรวมสตรีแบบนี้ไว้ด้วยกันมากที่สุด?
...ย่านเริงรมย์ริมแม่น้ำคาโมะ
ยามนี้ลูกน้องของมันแต่ละตนกำลังแยกเนื้อเป็กองตามความชอบ บางตนชอบชายหนุ่ม ชายแก่และสตรีไม่เอา บางตนชอบหญิงสาว เนื้อมีอายุ เนื้อผู้ชายไม่สนใจ บางตนชอบกินเป็ชิ้น ๆ บ้างชอบแขน บ้างชอบขา บ้างไม่ชอบหน้าอกด้วยเกลียดซี่โครงแทงเหงือก
เดิมมันชอบเนื้อสตรีเต็มสาว แต่เมื่อครู่ลองกินเนื้อเด็กหญิงพบว่านุ่มนิ่มเป็พิเศษ เสียดายมีน้อยเกินไป ได้ยินว่าตัวเมืองทางใต้เป็ย่านคนสามัญ เด็กน้อยมากมี
ขณะนอนพักกำลังฝันหวานถึงเนื้อนุ่มติดมันของบุตรพ่อค้า พลันเกิดเสียงประหลาด
ตึง!
ตึง!
ตึง!
ตอนแรกอิไม่สนใจ คงเป็ใครสักตนทะเลาะแย่งชิ้นเนื้อ ครู่หนึ่งเสียงเคลื่อนเข้าใกล้
ตึง!
ตึงงงง!
มันลืมตาเห็นลูกน้องนอนทอดร่างกับพื้น แน่นิ่งไม่ไหวติง ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นและเกิดขึ้นได้อย่างไร รอบตัวว่างเปล่าปราศจากผู้ใด ทำมันเสียวสันหลัง ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือศัตรูที่มองไม่เห็น
มันระงับความแตกตื่น ลุกยืนหยิบกระบองหนามขนาดใหญ่ขึ้นพาดบ่า หากใครเข้าใกล้จะฟาดกระบองให้บี้แบน ต่อให้ทหารในชุดเกราะก็เป็เพียงเศษเนื้อ
เหลียวมองรอบตัว หูเงี่ยฟังเสียง
เงียบ
เงียบสนิท
ได้ยินเพียงเสียงหัวใจเต้นกับเสียงฟืดฟาดของลมหายใจ
ศัตรูคือใคร?
อาวุธอะไร?
สายลมเฉื่อยเนือย คาวเืคละคลุ้ง มันกระดิกใบหูงุ้มแบบดอกกะหล่ำ ในฐานะนายกองหูของมันย่อมดีกว่าโอนิตนอื่น มือธนูซุ่มซ่อนไม่เคยมีใครรอดจากหูคู่นี้ได้
ไม่มีเสียงลมหายใจ
ไม่มีคนดักซุ่ม
อยู่ ๆ มีเสียงพลิ้วไหวเบา ๆ
ซ่า ซ่า
ต้นหลิวไหวเอน
ทันใดนั้นสัญชาตญาณร้องเตือนให้มันหนีไป ออกไปจากเมืองหลวง กลับเข้าป่าลึกไปหาลูกเมีย ทว่าศักดิ์ศรีของนักรบบอกให้รอดูท่าที หากนายกองบุกทะลวงอย่างมันหนีทั้งที่ยังไม่สู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
หางตาเห็นใบไม้สีเขียวร่วงหล่น ลักษณะเหมือนใบหญ้า แคบยาวเรียวเหมือนคมดาบ
หญ้าโชบุ
มันเลือกยืนอยู่กับที่ ยืนหยัดดั่งหินผา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นขอเพียงมันไม่ขยับศัตรูก็ไม่มีโอกาสให้ฉกฉวย อย่างไม่ทันตั้งตัวใบดาบสองใบเฉือนเข้าที่เอ็นร้อยหวาย ร่างกายแข็งแกร่งอ่อนยวบประหนึ่งเต้าหู้ มันทรุดตัวคุกเข่ากับพื้น
บัดนี้ค่อยนึกเสียใจ หากก่อนหน้าตัดสินใจหนีอาจมีโอกาสรอด เสียงซ่า ๆ ราวกับเสียงกระซิบข้างหู
นั่นคือเสียงสุดท้ายที่มันได้ยิน ฉับพลันทันใดรู้สึกปวดแปลบข้างในรูหู ปวดร้าวไปถึงสมอง
จวบจนตายอิยังไม่เข้าใจว่าสิ่งใดทำร้ายมัน
เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทั่วเฮอัน
สองขุนพลเทพ ไดโอและเอ็นมะรับผิดชอบจู่โจมเขตชนชั้นสูง ยกพระราชวังและเขตพระราชฐานให้จิ้งจอกขาวสองพี่น้อง ไม่ใช่พวกมันกริ่งเกรงในอิทธิฤทธิ์ของสองจิ้งจอก แต่เพราะคำสั่งนายท่าน้าศีรษะขององค์ชายองค์หญิง แต่ไม่ได้กำหนดว่าองค์ชายองค์หญิงในรัชสมัยใด
ก่อนหน้าเรเซย์เทนโนยังมีจักรพรรดิถึงหกสิบสองพระองค์ ลูกหลานมากมีต่างคนล้วนทรงศักดิ์เป็องค์ชายองค์หญิงของรัชกาลใดรัชกาลหนึ่ง อีกทั้งพระราชวังป้องกันหนาแน่น ทั้งสองไม่อยากสูญเสียไพร่พลโดยใช่เหตุ มิสู้บุกโจมตีบ้านเรือนพระญาติและชนชั้นสูง
จะเคี้ยวกระดูกไปไย ในเมื่อยังมีต้นหญ้าอ่อนนุ่ม
พวกมันทั้งสองแบ่งงานกันอย่างง่ายใช้ถนนสึซะคุโอจิเป็แนว ด้านอุเกียวฝั่งขวาของพระราชวังมอบให้เอ็นมะ ด้านสะเกียวฝั่งซ้ายของพระราชวังยกให้ไดโอ
ไดโอถือดีว่าตัวแข็งแกร่งมีร่างะยากสังหาร จึงนำหน้าลูกน้องบุกทะลวง ไปถึงที่ใดที่นั่นราพณาสูร เริ่มจากจู่โจมตระกูลทาจิบานะ เสียดายมันดีแต่ใช้กำลัง นิสัยกักขฬะ ปกครองหละหลวม หลังตระกูลทาจิบานะอ่อนแรงดั่งเทียนใกล้ดับ มันกลับพาลูกน้องส่วนใหญ่บุกตระกูลต่อไป
ตระกูลมินะโมะโตะ เชื้อพระวงศ์ คับคั่งด้วยกำลังทหารและนักดาบยอดฝีมือ
ลูกน้องของมัน อย่าง ‘อิ’ และอีกหลายตนกลับละเลยคำสั่ง ปล่อยให้ตระกูลทาจิบานะที่ใกล้ล่มสลาย รอดพ้นเภทภัยถูกฆ่าล้างตระกูลมาได้อย่างน่าฉงน
อิพากองโอนิออกล่าในย่านเริงรมย์ เืนองจนน้ำในแม่น้ำคาโมะแดงฉาน ซากศพลอยเกลื่อน
ขณะที่ ‘ไนโซ’ ปีศาจลิ่น ฉายาจอมควักเครื่องใน นำลูกน้องออกล่าในเขตคหบดี
ขนาดทหารองครักษ์ในตระกูลใหญ่ยังถูกไนโซและสมุนบดเป็เศษเนื้อ นับประสาอะไรกับผู้คุมกันในตระกูลพ่อค้า ไนโซเข่นฆ่าจนย่ามใจ กระทั่งเรือนพ่อค้าหลังที่ห้ามันพบตอเข้าให้
ร้านแพรพรรณทาคิเอะ
เ้าของร้านคือหญิงม่าย นามว่าทาเอะ หลังจากสามีเจ็บป่วยเสียชีวิต ญาติสามีแอบอ้างพินัยกรรมยึดร้านไป นางกับลูกน้อยอาศัยเงินที่เก็บหอมรอมริบเปิดร้านขายผ้าเล็ก ๆ อาศัยลูกค้าเก่าของสามีและการค้าสุจริต ก่อร่างร้านเล็กให้เติบโตจนติดหนึ่งในสิบร้านที่ดีที่สุดในเมืองหลวง
เนื่องจากเคยตกทุกข์ได้ยาก ทาเอะจึงชอบช่วยเหลือผู้คน วันก่อนมีพระธุดงค์แต่งกายแปลกตายืนบิณฑบาตขออาหารอยู่หน้าร้าน นางนิมนต์เข้ามารับประทานอาหารด้านใน พอทราบว่าท่านเดินทางไกลมาจากคาชิมะจึงขอปวารณาตัวเป็โยมอุปัฏฐายิกา* พร้อมกับจัดที่พักให้ในเรือนด้านหลัง
“อิฉันใคร่ขอนิมนต์ท่านพักที่เรือนด้านหลัง อาจอยู่ใกล้กับห้องพนักงานไปสักหน่อย หวังว่าท่านจะไม่รังเกียจ หากท่านสะดวกเดินทางต่อเมื่อไรขอให้บอก อิฉันจะเตรียมข้าวปลาและค่าเดินทางให้”
“อมิตตาภา”
พระธุดงค์ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแต่หันกายเดินเข้าไปในร้านตรงเข้าไปยังเรือนนอนด้านหลัง นับจากวันนั้นผ่านไปเป็อาทิตย์ท่านยังไม่มีทีท่าจากไป จนพนักงานในร้านขอให้นายหญิงแจ้งต่อทางการ คาดว่าพระรูปนี้น่าจะเป็พวกต้มตุ๋นหลอกลวง ทว่านางหาฟังไม่ยังคงดูแลพระธุดงค์อย่างดี จนกระทั่งวันนี้
“กรี๊ด!”
เสียงหวีดร้องดังทั่วย่านการค้า เนื่องจากเวลายังไม่ดึกนักร้านอาหารมีเปิดอยู่ เมื่อเสียงกรีดร้องดังขึ้นลูกค้าต่างกรูกันออกไปดู ไม่เว้นพนักงานร้านทาคิเอะซึ่งเพิ่งเก็บร้านเสร็จ
เสียงร้องใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ขณะพนักงานคนนั้นไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย
ทาเอะซึ่งกำลังยุ่งกับการคิดบัญชี ไม่ใส่ใจกับเสียงนี้เท่าไร ด้วยคิดว่าสามีภรรยาร้านข้าวสารคงทะเลาะกันอีก คู่นี้ทะเลาะกันทีไรภรรยาถ้าไม่ขว้างปาสิ่งของ ก็กรีดร้องไปสามบ้านแปดบ้าน คืนนี้คงเหมือนคืนก่อน
ทว่าพระธุดงค์ซึ่งปกติทำสมาธิอยู่ในห้องพลันออกมาส่วนหน้าร้าน สั่งการด้วยหน้าตาเคร่งเครียดให้เธอกับลูกพร้อมกับพนักงานที่เหลือรีบเข้าไปหลบในห้องพักของท่าน ขณะทาเอะกำลังลังเลว่าจะเชื่อดีหรือไม่ เสียงกรีดร้องเคลื่อนเข้าใกล้ ไม่ใช่เพียงร้านข้าวสาร ร้านน้ำมัน ร้านขนม ร้านสุราก็ด้วย แสดงว่านี่ไม่ใช่สามีภรรยาทะเลาะกันธรรมดา เธอรีบวิ่งอุ้มลูกจากอกพี่เลี้ยง ตามคนงานคนรับใช้ทั้งหมดเข้าไปหลบภัยในห้องพระธุดงค์
ก้าวแรกที่เข้าไปเห็นเชือกถักเป็วง ปักตรึงด้วยตะปูอยู่บนผนัง ตรงกลางมีพระพุทธรูปแกะสลักด้วยไม้ งานหยาบเกินทน แต่แปลกที่ยามก้าวเท้าเข้าใกล้ พระพุทธรูปค่อย ๆ ปรากฏโฉม งดงามสุดพรรณนา ท่านอยู่ในท่าประทับนั่ง พระหัตถ์ขวาถือดาบปลายแหลม พระหัตถ์ซ้ายถือเชือก ด้านหลังเป็เปลวไฟลุกโชน
ปางฟุโดเมียวโอ**ปราบมาร
*อุปัฏฐายิกา ผู้อุปถัมภ์บำรุงพระภิกษุสามเณร (หากเป็ชายใช้ อุปัฏฐาก)
**ฟุโดเมียวโอ ตัวแทนของพระไวโรจนพุทธะ พระพักตร์อยู่ในอารมณ์โกรธเกรี้ยว มุ่งหมายกำจัดกิเลสตัณหาซึ่งอยู่ในจิตใจมนุษย์ พระหัตถ์ขวาถือดาบปลายแหลมใช้ตัดความลุ่มหลงในใจ พระหัตถ์ซ้ายถือเชือกห้าสีใช้จับมัดกิเลส พระพุทธรูปปางนี้ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดอยู่ในวัดนาริตะซันชินโซจิ