"ท่านหลี่ เชิญทางนี้เ้าค่ะ ลูกสะใภ้ของข้าอยู่ข้างหน้านี่เอง ท่านวางใจได้ หน้าตาของนางเลื่องลือว่าสวยที่สุดในสิบหมู่บ้านแปดตำบลแถวนี้ ทั้งยังให้กำเนิดบุตรง่าย หากท่านแต่งนางไป รับรองว่าปีหน้าท่านจะได้อุ้มลูกชายตัวอ้วนท้วนแน่นอนเ้าค่ะ"
เฉิงโจวซื่อก้าวเท้าเล็ก ๆ นำทางชายผู้มีรูปลักษณ์น่ารังเกียจคนหนึ่งมุ่งหน้าไปยังที่พักของตน เมื่อนึกถึงตำลึงเงินที่กำลังจะได้มา ใบหน้าก็อดไม่ได้ที่จะปรากฏรอยยิ้ม
ชายที่ถูกเรียกว่าท่านหลี่ผู้นั้นก็มีอารมณ์ดีมากเช่นกัน เขาแอบหมายปองลูกสะใภ้คนโตของตระกูลเฉิงไว้ตั้งนานแล้ว หน้าตาของนางนั้นไม่มีที่ติจริง ๆ แม้จะเคยมีลูกมาแล้วสองคน แต่เอวบางคอดกิ่วของนางก็ดูน่าทะนุถนอมยิ่งกว่าสาวบริสุทธิ์เสียอีก
หากได้โอบกอดไว้ในอ้อมแขนแล้วกดลงบนเตียง รสชาตินั้นคงจะ...
สายตาของท่านหลี่ยิ่งดูหยาบโลนขึ้นไปอีก ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอย่างอดไม่ได้ จึงเอ่ยเร่งขึ้นสองสามคำ
เฉิงโจวซื่อเห็นท่าทางของเขา ในใจรู้สึกเหยียดหยามแต่บนใบหน้ากลับซ่อนรอยยิ้มไว้ไม่มิด เท้าเล็ก ๆ ยิ่งก้าวเดินเร็วยิ่งขึ้น ทว่า ยังไม่ทันจะนำทางไปถึงที่หมาย ก็เห็นผู้คนยืนล้อมรอบที่พักของตนอยู่กลุ่มหนึ่ง
เมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติ เฉิงโจวซื่อจึงรีบพุ่งเข้าไปแหวกฝูงชนออกดู ก่อนจะพบว่าท่ามกลางวงล้อมมีหญิงสาวนางหนึ่งนอนอยู่ ใบหน้าซีกหนึ่งเขียวช้ำและบวมเป่ง ส่วนเด็กผอมแห้งอีกสองคนกำลังหมอบอยู่บนตัวของหญิงนางนั้น พร้อมร้องไห้ปานจะขาดใจ
เฉิงโจวซื่อรีบถามว่า "นี่มันเกิดเื่อะไรขึ้น?"
เฉิงเยี่ยนผิง ลูกชายคนที่สองของตระกูลเฉิงตอบตะกุกตะกักว่า "ซูซื่อไม่ยอมแต่งงานใหม่ คิดจะพาลูกหนี พวกเราพยายามขวางนางไว้ แต่ไม่รู้ว่าอย่างไรนางกลับชนเข้ากับก้อนหิน... คน... คนสิ้นใจแล้ว"
เฉิงโจวซื่อรีบก้าวเข้าไปยื่นมือเพื่อตรวจดูลมหายใจของหญิงนางนั้น
เด็กชายตัวน้อยที่หมอบร้องไห้อยู่บนตัวมารดาพลันคว้ามือของเฉิงโจวซื่อไว้ แล้วกัดเข้าอย่างแรงไม่ยอมปล่อย
เฉิงโจวซื่อร้องลั่นด้วยความเ็ป มือหนึ่งตบเข้าที่ศีรษะของเด็กน้อย พร้อมกับะโเสียงดัง
"รีบดึงเ้าสัตว์เดรัจฉานตัวน้อยนี่ออกไป เร็วเข้า!"
เฉิงเยี่ยนผิงรีบเข้าไปอุ้มเด็กน้อยหมายจะลากออกไป แต่เด็กคนนั้นราวกับลูกสิงโตที่ดุร้าย กัดหลังมือของเฉิงโจวซื่อไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
เฉิงโจวซื่อทนความเ็ปแล้วบิดเข้าที่โคนขาของเด็กน้อยอย่างแรง เด็กยังเล็ก เมื่อเจ็บมากก็อ้าปากร้องออกมา เฉิงเยี่ยนผิงเลยอาศัยจังหวะนั้นลากเด็กออกไปด้านหนึ่ง พร้อมกับไพล่หลังแขนเรียวเล็กทั้งสองข้างของเด็กน้อยไว้
เฉิงโจวซื่อเพิ่งได้รับอิสระ ยังไม่ทันได้ดูาแของตนก็ถูกเด็กหญิงตัวน้อยที่มีหน้าตาคล้ายกับเด็กชายถึงเจ็ดส่วนโผเข้ากอดขาไว้
"ท่านย่า ได้โปรดช่วยท่านแม่ของข้าด้วย ท่านแม่ยังไม่ตาย ได้โปรดช่วยนางด้วยเ้าค่ะ"
เด็กหญิงตัวเล็กผอมจนเห็นกระดูก แรงก็น้อย เฉิงโจวซื่อทั้งโกรธทั้งเจ็บ จึงสะบัดขาอย่างแรง ทำให้นางกระเด็นกลับไปทับร่างของหญิงที่สิ้นลมหายใจไปแล้ว
ซูชิ่นรู้สึกปวดตุบ ๆ ที่หน้าผาก ในอกราวกับมีก้อนอะไรบางอย่างกดทับไว้ ทำให้รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
นางยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ ก็มีบางอย่างกระแทกเข้าที่หน้าอกอย่างแรง ก้อนที่ถูกกดทับอยู่ในอกจึงถูกขับออกมาในที่สุด และนางก็อดไม่ได้ที่จะครางออกมาด้วยความเ็ป
ก่อนที่จะทันได้ตั้งตัว ภาพแปลกหน้าจำนวนมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวไม่หยุด ทำให้นางรู้สึกทรมานจนต้องยกมือขึ้นลูบหน้าผากของตนเอง
"อ๊าก! ศพคืนชีพแล้ว!"
ไม่รู้ว่าใคระโขึ้นมา ฝูงชนที่มุงดูต่างใจนถอยหลังไปหลายก้าว
"พูดจาเหลวไหลอะไรกัน? ซูซื่อแค่หัวกระแทกจนสลบไปเท่านั้น พวกเ้าที่ชอบดูเื่สนุก รีบไสหัวไปให้พ้น!" เฉิงโจวซื่อด่าทออย่างโกรธแค้น
"ท่านแม่ ไม่ใช่... พี่สะใภ้ใหญ่ เมื่อครู่นี้ นาง... นางสิ้นใจไปแล้วจริง ๆ ..."
คนที่พูดคือเฉิงเหลียนเซียง ลูกสาวคนโตของเฉิงโจวซื่อ เมื่อครู่นางได้ยืนยันอาการของซูชิ่นเหนียงด้วยตนเองแล้ว ตอนนี้จึงใใบหน้าซีดเผือด พูดจาติดขัดสั่นเครือ
หลี่ซื่อ... สะใภ้รองก็พยักหน้าเห็นด้วย นางเองก็ยืนยันแล้วเช่นกัน
เฉิงโจวซื่อถลึงตาใส่ทั้งสองคน ก่อนจะหันไปพูดกับท่านหลี่ว่า "ท่านหลี่ ซูซื่อคนนี้แค่หัวกระแทกาเ็เล็กน้อย ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ หากท่านรู้สึกว่าเสียเปรียบ ค่าสินสอดนี้ข้าจะลดให้หนึ่งตำลึงเงิน ท่านเห็นว่าอย่างไรเ้าคะ?"
ท่านหลี่มองดูท่าทางที่ดูน่าขนลุกของซูชิ่นเหนียงแล้วก็รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เมื่อนึกว่าซูชิ่นเหนียงหน้าตางดงาม อีกทั้งหัวก็ไม่ได้แตก คิดว่าอาการคงไม่หนักและไม่เสียโฉม ผลกระทบไม่น่าจะมีมากนัก จึงเตรียมจะพยักหน้าตกลง
เด็กน้อยได้ยินแบบนั้นก็โผเข้ามาขอความเมตตาอีกครั้ง "ท่านลุง อย่าซื้อท่านแม่ของข้าเลย ท่านแม่ป่วยแล้ว ได้โปรดอย่าซื้อนางไปเลยเ้าค่ะ พวกเราขาดท่านแม่ไม่ได้"
ขณะที่ท่านหลี่กำลังจะเตะนางออกไป กลับพบว่าเด็กหญิงคนนี้ก็หน้าตาไม่เลว จึงเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมาทันที เขาหันไปมองเฉิงโจวซื่อแล้วเอ่ยว่า "เด็กคนนี้ขายพ่วงไปด้วยเลยดีไหม ให้ตามซูชิ่นเหนียงมาปรนนิบัติข้าด้วย?"
เฉิงโจวซื่อฝันอยากจะกำจัดแม่ลูกสามคนนี้ทิ้งใจจะขาด แต่ตาแก่ที่บ้านดื้อรั้นยิ่งนัก ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมให้แตะต้องเด็กสองคนนั้น โดยบอกว่าหากแตะต้องเด็กทั้งสองคน จะนำภัยพิบัติครั้งใหญ่มาให้
นางคิดอย่างไรก็คิดไม่ตก ก็แค่เด็กห้าขวบสองคนจะนำภัยอะไรมาได้? หรือกลัวว่าเ้าใหญ่จะคลานขึ้นจากหลุมศพเพื่อมาคิดบัญชีกับพวกนาง?
แต่ในเมื่อตาแก่ไม่ยอม นางก็ไม่กล้าตัดสินใจเอง ดังนั้นแม้ในใจจะเ็ปเพียงใด แต่ก็ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า "ตระกูลเฉิงของพวกเราแม้จะยากจน แต่เืเนื้อเชื้อไขของตนเอง ต่อให้ฟ้าจะถล่มลงมาก็ต้องเลี้ยงดู การที่ยอมให้ซูชิ่นเหนียงแต่งงานใหม่กับท่าน ก็เพราะไม่นึกอยากให้นางต้องเป็ม่ายั้แ่อายุยังน้อยเท่านั้น"
แต่ท่านหลี่กลับจ้องมองเด็กหญิงไม่วางตา มือไม้ที่อยู่ไม่สุขลูบไล้ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้นางใจนน้ำตาไหลพราก อยากจะหนีแต่ก็ถูกท่านหลี่คว้าตัวไว้แน่น
"ผู้ใหญ่ยังแทบจะอยู่ไม่รอด จะมาพิถีพิถันเื่พวกนี้ทำไม? ให้เด็กตามแม่ของนางมาหาข้า จะได้ช่วยให้เด็กลำบากน้อยลง ท่านว่าเหตุผลนี้ถูกต้องหรือไม่? หรือจะให้ข้าเพิ่มเงินให้อีกสองตำลึง?"
เด็กชายโกรธจนอยากจะพุ่งเข้าไปกัดท่านหลี่ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็สลัดมือของเฉิงเยี่ยนผิงไม่หลุด จึงร้องะโอย่างร้อนรน
"ปล่อยน้องสาวข้า เ้าคนเลว ปล่อยนางนะ ห้ามขายนาง หากท่านพ่อของข้ากลับมา จะไม่ละเว้นพวกเ้าแน่!"
เฉิงเยี่ยนผิงเห็นผู้คนที่มุงดูเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ว่าครอบครัวของตนไร้คุณธรรม จึงรีบกล่าวว่า "พูดเหลวไหลอะไร! ขายที่ไหนกัน! พวกเรากำลังหาสามีให้แม่ของเ้า เพื่อให้นางได้ไปมีชีวิตที่ดีในภายหน้าต่างหาก!"
แม้เด็กชายจะยังเล็กแต่เกิดมาฉลาดหลักแหลม มีหรือจะไม่รู้แผนการของตระกูลเฉิง จึงดิ้นรนเตะต่อยสุดชีวิต
"เ้าลูกเต่า อยู่เฉย ๆ เสีย ไม่อย่างนั้นข้าจะตบเ้าให้ตาย!" เฉิงเยี่ยนผิงเกือบจะจับเขาไม่อยู่ จึงเงื้อมือหมายจะตบหน้า
ทันใดนั้นเอง หญิงสาวที่นอนอยู่บนพื้นก็พลันลืมตาขึ้น แล้วคว้าก้อนหินที่กำไว้ในมือขว้างใส่เฉิงเยี่ยนผิงอย่างแรง ก่อนจะใช้สองมือยันพื้นลุกขึ้นยืนอย่างคล่องแคล่ว ไม่ทันที่ทุกคนจะตั้งตัว นางก็กระชากผมของเฉิงเหลียนเซียงที่ยืนดูเื่สนุกอยู่ข้าง ๆ ให้มาอยู่ตรงหน้าตน
เพียงชั่วพริบตา มีดสั้นเล่มหนึ่งก็จ่อเข้าที่ลำคอของเฉิงเหลียนเซียงอย่างแม่นยำ
เฉิงเยี่ยนผิงรู้สึกว่าภาพตรงหน้าพร่ามัว หน้าผากถูกก้อนหินกระแทกเข้าอย่างจัง เสียง 'ปึก!' ดังสนั่นที่หน้าผาก เขาปล่อยมือจากเด็กน้อยโดยสัญชาตญาณ แล้วกุมศีรษะร้องโอดครวญไม่หยุด
ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้ ทุกคนจึงตกตะลึงอยู่กับที่
ซูชิ่นฝืนประคองร่างกายที่อ่อนแอถึงขีดสุด จ้องมองคนตระกูลเฉิงด้วยสายตาเ็า
"พ่อของพวกเขาตายไปแล้ว แต่แม่ยังอยู่! หากคิดจะตีพวกเขา ต้องดูว่าข้ายอมหรือไม่! ปล่อยลูกของข้า ไม่อย่างนั้นข้าจะแทงเฉิงเหลียนเซียงให้ตาย!"
เมื่อออกแรงกดมีดสั้น ก็ทำให้ลำคอของเฉิงเหลียนเซียงเริ่มมีเืซึม นางใกรีดร้องออกมา
เฉิงโจวซื่อได้สติเป็คนแรก แม้จะไม่รู้ว่าซูชิ่นเหนียงที่เคยอ่อนแอไร้ความสามารถ เหตุใดจู่ ๆ ถึงได้มีความกล้าหาญเช่นนี้ แต่ก็รีบแสดงสีหน้าใจดำอำมหิตตามปกติ
"ซูซื่อ เ้าคิดจะลองดีกับข้าใช่หรือไม่? รีบปล่อยเหลียนเซียงเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะถลกหนังเ้า!"
"ซูชิ่นเหนียง รีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะให้ท่านแม่ตีเ้าให้ตาย!" เฉิงเหลียนเซียงข่มขู่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ซูชิ่นหัวเราะเสียงเย็นพลางเอ่ยว่า "งั้นก็มาลองดูกัน ว่ามือของแม่เ้าจะเร็วกว่า หรือมีดของข้าจะเร็วกว่า"
หลี่ซื่อที่นิ่งเงียบมาตลอด จู่ ๆ ก็โผล่ออกมาจากด้านหลังของซูชิ่น แล้วพุ่งเข้าใส่นางอย่างแรง
"ท่านแม่ ระวังข้างหลัง!" เด็กชายร้องะโลั่น