[จบแล้ว] โชคสะท้านฟ้าของซุปเปอร์สตาร์ชาวไร่

    บทที่ 45 หากชอบแล้วก็ต้องรีบลงมือ

    คุณนายโจวกลับไปเรียกสามีซึ่งทำงานง่วนอยู่ในร้านเหล้าของตัวเอง พวกเขาทักทายกันเล็กน้อย ก่อนจะพากันขึ้นรถม้าไป เมื่อท่านลุงสี่ตระกูลถังเห็นรถม้า เขาก็จะรู้สึกอยากได้มาก เขานั่งอยู่ด้านนอกพลางถามโน่นถามนี่ไม่หยุด ซึ่งฉีจิงเองก็ตอบทุกคำถามโดยไม่รู้สึกรำคาญเลย 


    ฉีหยางยังเด็กจึงนั่งข้างในตัวรถกับพวกถังฉือเย่ คุณนายโจวและเสี่ยวเหยาที่กำลังตื่นเต้น เพราะตั้งแต่เกิดมาเด็กหญิงยังไม่เคยออกจากหมู่บ้านจวี้เป่าเลย แม่หนูน้อยเอาแต่เปิดหน้าต่างมองออกไปข้างนอกไม่หยุด ถังฉือเย่เฝ้ามองด้วยรอยยิ้ม ทุกคนกำลังมีความสุขเพราะกำลังพูดคุยกันว่าเข้าเมืองแล้วจะไปซื้ออะไรดี


    ในวันที่ห้าเดือนห้าเป็นวันที่ชาวบ้านเรียกว่า “วันแห่งความโชคร้าย” ในชนบทจะไม่มีการแข่งเรือมังกรตามประเพณี นอกจากทำบ๊ะจ่างแล้วก็ต้องกินของอีกห้าอย่าง คือ ปลาไหล ปลาเหลือง ไข่แดงเค็ม แตงกวา และเหล้าเหลือง อีกทั้งยังต้องแขวนของห้าอย่างไว้ที่หน้าบ้านประกอบด้วย ว่านน้ำ อ้ายเฉ่า กระเทียม หรงจือ และดอกทับทิม แต่โดยปกติแล้วจะไม่ต้องตระเตรียมอะไรเยอะขนาดนั้น ชาวบ้านจะแขวนเพียงอ้ายเฉ่า กินปลาเหลืองสักตัวและดื่มเหล้าเหลืองสักนิดหน่อยก็ถือว่าเป็นอันครบแล้ว 


    แต่ถังฉือเย่ไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะในเมื่อทำแล้วก็ต้องทำให้เต็มที่ เพราะครั้งนี้จะเป็นเทศกาลแรกตั้งแต่นางเดินทางข้ามกาลเวลามา แล้วก็ใช่ว่าตอนนี้นางจะไม่มีเงิน เหตุใดจึงไม่จัดเต็มให้ครบไปเลยล่ะ


    หญิงสาวจึงเตรียมซื้อทุกอย่างจำนวนอย่างละหนึ่งชิ้น รวมทั้งเลือกซื้อเสื้อผ้าอีกสักสองสามชุด เมื่อคุณนายโจวได้ยินนางคำนวณจึงโน้มตัวมากระซิบตรงข้างหู


    “เงินที่เจ้าช่วยพ่อหนุ่มฉี เขาคืนเจ้ามาแล้วหรือ?”


    “คืนแล้วเจ้าค่ะ แถมยังเกินมาตั้งยี่สิบตำลึงเป็นคำขอบคุณ”


    คุณนายโจวได้ยินก็รู้สึกโล่งในทันที หัวเราะเบา ๆ “ตอนที่เขาให้เงินกับซุ่นจึ ข้ายังคิดว่า หากเขาตอบแทนซุ่นจึเช่นนั้น เขาก็ยิ่งต้องตอบแทนเย่เอ๋อร์ด้วยถึงจะถูก เด็กคนนี้แม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรแต่เขาก็กลับมีเหตุผลและจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน” 


    ฉีจิงที่นั่งอยู่ข้างหน้าเอียงศีรษะเล็กน้อย ท่านลุงสี่ซึ่งนั่งอยู่ข้างกันถาม “เจ้าจะว่าอะไรไหมหากข้าจะขอลองขับดู?” 


    “ได้สิขอรับ ท่านขับเกวียนมานาน ข้าเองก็วางใจในตัวท่าน” ชายหนุ่มกล่าวโดยเร็ว พร้อมกับถอยออกมาแล้วให้ท่านลุงสี่ตระกูลถังเข้าไปนั่งแทน 


    คุณนายโจวซึ่งได้ยินบทสนทนาด้านนอก นางก็อดที่จะขำไม่ได้ “ดูท่าท่านลุงสี่ของเจ้าคงอยากได้รถม้าน่าดู เมื่อเห็นว่าฉีจิงจูงรถม้าออกมาเขาก็ยิ่งอยากได้มัน ตอนนั้นเขายังขอทางเพื่อวิ่งไปดูรถโดยเฉพาะเลยล่ะ” 


    ความจริงวัวมีราคาแพงกว่าม้า แต่ว่าวัวนั้นกลับสามารถใช้งานได้มากกว่า อีกทั้งการเลี้ยงม้าก็ต้องใช้ค่าใช้จ่ายมหาศาล ดังนั้นชาวบ้านทั่วไปจึงไม่นิยมมีรถม้ากัน ถังฉือเย่ยิ้มเอื้อมมือไปจับคุณนายโจวแล้วบอกว่า


    “ต่อไปในอนาคตก็ไม่แน่ ท่านป้าอาจจะมีรถม้าอย่างนี้ก็ได้” 


    คุณนายโจวไม่ได้กล่าวอะไรอีก ทั้งสองคนพูดคุยกันได้ไม่นานรถม้าก็วิ่งมาถึงตัวเมือง ท่านลุงสี่ตระกูลถังอาสาอยู่ดูแลม้า ฉีจิงจึงทำหน้าที่พาหญิงสาวสองคนรวมทั้งเด็ก ๆ อีกสองคนไปเดินเที่ยวในตลาด ซึ่งคนที่ดูเหมือนจะดีใจมากที่สุดก็คือเสี่ยวเหยา เพราะเป็นครั้งแรกที่นางได้เข้ามาในเมือง เห็นอะไรจึงรู้สึกแปลกใหม่ไปเสียหมด นางจึงวิ่งไปมาด้วยความตื่นเต้น 


    ฉีจิงแม้ใบหน้าของเขาจะเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แต่เพราะถังฉือเย่ได้บอกไว้ก่อนแล้วว่าเขามีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของเสี่ยวเหยา ดังนั้นเขาจึงตั้งใจเป็นอย่างมาก เมื่อนางหยุด เขาเองก็จะหยุดเพื่อรอ บางครั้งเสี่ยวเหยาเอาแต่ชวนคุยไม่รู้จบ เขาก็ยังคงพยักหน้าอย่างเรียบเฉย ราวกับเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อย ๆ 


    คุณนายโจวเห็นว่าน่ารักดี จึงอดถามเขาไม่ได้  “พี่น้องตระกูลฉี แม้ว่าจะไม่ค่อยพูดจา แต่น้ำใจของเขานั้นยิ่งใหญ่นัก แม้แต่เด็กคนนี้เองก็ยังรู้จักสัมมาคารวะ พ่อหนุ่มฉีเองก็ดูโตเป็นหนุ่มขึ้นแล้ว" 


    นางโน้มตัวเข้าไปกระซิบถังฉือเย่ “แม่เจ้าเป็นคนที่ไม่ได้เรื่อง เจ้าเองก็น่าจะรู้ดีแก่ใจ ชายหนุ่มดี ๆ ก็มีตั้งเยอะแยะไป หากเจ้าชอบใครก็ต้องรีบลงมือ อย่าให้ใครมาแย่งไปได้”


    “….” ไม่มีเสียงตอบรับจากหญิงสาว นอกจากกล่าวอย่างช่วยไม่ได้ว่า “ท่านป้าคิดมากไปแล้ว” 


    “ข้าเห็นว่าเจ้าเป็นเด็กที่รู้จักคิด จึงพูดเรื่องนี้กับเจ้า หากเป็นหญิงสาวที่บ้าคลั่งพวกนั้น ข้าก็ไม่พูดหรอก ครอบครัวเจ้าเป็นเช่นนี้ ยิ่งเจ้าตัดสินใจเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ไม่เช่นนั้น ข้าเองก็ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นคิดจะเล่นลูกไม้สกปรกอะไรอีกหรือเปล่า?”


    เมื่อถังฉือเย่เห็นคุณนายโจวกล่าวเตือนอย่างจริงใจ นางก็รู้สึกซาบซึ้ง พลางกระซิบเบา ๆ “ข้า…เข้าใจแล้ว” 


    คุณนายโจวค้อมศีรษะลงเล็กน้อย หลังจากนั้นหญิงสาวทั้งสองคนก็เดินเล่นจนหมดวัน ๆ รอเวลา หลังจากนั้นก็ไปรอถังฉือหรงและถังจวิ้นเชินที่ประตูสำนักศึกษา โดยทั้งสองครอบครัวได้ตกลงกันดีแล้วว่าพรุ่งนี้จะไปร่วมเทศกาลกันที่บ้านท่านลุงสี่ตระกูลถัง รวมทั้งเอ่ยปากชวนสองพี่สองสกุลฉีด้วย  


    ฉีจิงตอบด้วยรอยยิ้มอย่างเต็มใจ “เช่นนั้นก็ต้องขอรบกวนท่านแล้ว” 


    ในขณะที่พูดคุยตกลงกันนั้นถังฉือเย่ก็ยกม่านขึ้นแล้วลงจากรถม้า พอเห็นร่างของพี่ชายก็ตะโกนเรียก ทันทีที่ถังฉือหรงเงยหน้าขึ้นเขาก็พบกับใบหน้าและรอยยิ้มสดใสของนาง เขาเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ


    “เย่เอ๋อร์…เจ้ามาได้อย่างไร?” 


    ถังฉือเย่หันกลับไปด้านหลังแทนคำตอบ พร้อมกันนั้นก็แนะนำให้เขาได้รู้จักกับฉีจิง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่มีชายหนุ่มผู้สวมชุดสีเขียวได้ยินเข้าพอดี เขาผงะไปเล็กน้อยพลางจ้องมองอย่างละเอียดแล้วรีบเดินจากไป ทุกคนไม่ทันได้สังเกตเห็น 


    จากนั้นขบวนจึงเคลื่อนกลับเข้าหมู่บ้าน พอตกค่ำถังฉือเย่ได้ต้มน้ำเอาไว้เพื่อให้ถังฉือหรงและเสี่ยวเหยาได้อาบน้ำสระผม เปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่ ความสุขอบอวลไปทั่วบ้าน เสียงหัวเราะคลอมากับเสียงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ทันใดนั้นจู่ ๆ วังซื่อก็คว่ำโต๊ะ นางลุกขึ้นแล้วพูดเสียงดังว่า 


    “ในสายตาของพวกเจ้ายังเห็นข้าเป็นแม่อยู่หรือไม่ เจ้าพวกอกตัญญู พวกเจ้ามันไม่เชื่อฟัง!”


    ถังฉือเย่ได้ยินก็เลิกคิ้ว พลางอุ้มเสี่ยวเหยาขึ้นมาแล้วเดินเลี่ยงไปอีกทาง บ้านเก่าหลังนี้มีเตียงนอนเพียงตัวเดียว ซึ่งในทิศตะวันตกถังฉือหรงได้ใช้ฟางปูเอาไว้อีกที่หนึ่ง หลังจากนั้นถังฉือเย่ก็ปูอีกที่หนึ่ง ดังนั้นตอนนี้พวกเขาทุกคนจึงนอนรวมกันที่นี่


    เมื่อชายหนุ่มเห็น คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน สัมผัสถึงความผิดปกติได้ตั้งแต่ตอนทานอาหารเย็น วังซื่อและน้องสาวทั้งสองไม่ได้พูดคุยกันเลย ตอนนี้วังซื่ออาละวาดซึ่งน้อยครั้งมากที่วังซื่อจะทำเช่นนี้เพราะ ปกตินางจะต้องร้องไห้เท่านั้น


    ถังฉือหรงเดินตรงเข้าไปถาม “ท่านแม่…ท่านเป็นอะไรหรือ?” 


    วังซื่อที่ไม่ได้หวีผมเลย นางเอ่ยพร้อมกับผมเผ้าที่กระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิง “เจ้ายังมีหน้ามาถามข้าอีกงั้นเรอะ คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!”


    “ไม่ต้องคุกเข่า!” เป็นเสียงของถังฉือเย่ที่กล่าวเรียบ ๆ เย็นชา “ชุดที่เจ้าสวมอยู่แปดร้อยอีแปะเชียวนะ คุกเข่าอะไรกัน”


    “เจ้าเด็กเวร…เจ้ามันเป็นเดรัจฉาน” วังซื่อโกรธจนมือไม้สั่นไปหมด แต่หญิงสาวหากลัวไม่


    “เสือแม้จะดุร้ายเพียงใดก็ไม่กินลูกของมันเอง เจ้ายังเทียบไม่ได้แม้แต่เดรัจฉานเลย” ถังฉือเย่หมดความอดทน ความจริงนางไม่ใช่คนที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ หากนางอยู่บ้าน ไม่ว่าวังซื่อจะทำอะไร หญิงสาวเพียงจัดการด้วยการพูดคุยอย่างใจเย็นไม่กี่คำมันก็ผ่านไปแล้ว แต่ตอนนี้ถังฉือหรงกลับมาแล้ว ชายผู้เป็น ‘หัวหน้าครอบครัว’ กลับมาแล้ว วังซื่อยังทำตัวอารมณ์เสียขี้โมโหเช่นนี้อีก เหตุใดนางจึงต้องอดทนไปตลอด! 


    แต่สีหน้าของถังฉือหรงเรียบเฉย เขายกชายเสื้อขึ้นพลางคุกเข่าลง ถังฉือเย่รู้สึกโกรธเล็กน้อย แต่ใครจะไปรู้ว่าถังฉือหรงเอามือไว้ด้านหลัง พลางปัดเบา ๆ เมื่อมองอีกครั้งก็เห็นว่าเขาคุกเข่าอยู่บนฟูก เพราะฉะนั้นเสื้อผ้าเขาไม่มีทางเปื้อน


    วังซื่อเมื่อเห็นว่าสั่งถังฉือหรงได้ก็ได้ใจดุด่าเขาพร้อมกับฟ้องว่าถังฉือเย่ไม่กตัญญู ไม่เคารพนาง ที่สำคัญคือวันนี้พวกเขาได้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่มา แต่กลับไม่มีส่วนของนาง ทั้งปิ่นปักผม แป้งและเครื่องประทินโฉมต่าง ๆ 


    ถังฉือเย่ได้แต่นึกในใจว่าครั้งก่อนเจ้าขายลูกสาวแท้ ๆ ซ้ำยังเอาเงินไปซื้อเสื้อผ้าใหม่มาสามชุด ซื้อแป้งมาเป็นกอง คิดว่านางตาบอดมองไม่เห็นอย่างนั้นหรือ? 


    แต่ด้วยความที่คร้านจะสนใจวังซื่อ ถังฉือเย่จึงอุ้มเสี่ยวเหยาเข้าไปนอน ปล่อยให้วังซื่อระเบิดอารมณ์ต่อว่าบุตรชายไม่หยุด จากนั้นนางก็ผล็อยหลับไป ถังฉือหรงรอจนนางหลับสนิทจึงจะกลับมานอนลงอย่างเงียบ ๆ


    ล่วงเข้ามาอีกวัน หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ถังฉือหรงก็ขึ้นภูเขาไปหาอ้ายเฉ่าและว่านน้ำกับถังฉือเย่ เมื่อเห็นว่ารอบ ๆ ไม่มีใคร เขาจึงถามสิ่งที่ค้างคา “ตกลงแล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ เจ้าบอกพี่ทีสิ”


    หญิงสาวกลอกตามองฟ้า ครั้งนี้นางโกรธมาก จึงเล่าทุกอย่างจนหมดรวมถึงเรื่องของถังหย่งฟู่ด้วย และแน่นอนว่านางก็เล่าถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย หลังเล่าจบนางก็เหลือบมองเขาอย่างเย็นชา นึกในใจว่า หากเขากล้าสั่งสอนนางสักคำว่า ‘ถึงอย่างไรนางก็เป็นแม่เจ้านะ เจ้าก็ควรจะยอม ๆ นาง’ ล่ะก็ ถังฉือเย่จะไม่ทำอาหารอร่อย ๆ ให้เขากินอีกต่อไป จบกันเพียงเท่านี้!

    .

    .

    .


    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว] โชคสะท้านฟ้าของซุปเปอร์สตาร์ชาวไร่ ที่คุณอ่าน

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774