ท่ามกลางท้องทะเลอันกว้างใหญ่ เรือไวกิ้งขนาดเล็กติดเครื่องยนต์ไฮบริดความเร็วมาตรฐาน บนเรือมีทหารไวกิ้งอาสาสมัครชุดสำรวจแต่ความจริงคือกำลังจะไปยึดครองอาณาเขต โดยได้คัดสรรชายวัยรุ่นจากหมู่บ้านเล็กๆ แถบดินแดนชายฝั่งนีโอนอร์ส เพื่อมุ่งสู่เกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งที่พวกเขากว่าห้าสิบคนคาดว่าจะได้ต่อสู้ชี้ดำชี้แดงกันในอีกไม่ช้านี้
บนเรือโลหะที่หุ้มภายนอกด้วยไม้สังเคราะห์รูปทรงอย่างเรือไวกิ้ง ด้านหัวเรือประดับด้วยไม้แกะสลักเป็หัวัดูน่าเกรงขาม ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับกลางที่หมู่บ้านริมฝั่งแผ่นดินนีโอนอร์สพอจะลงขันหาซื้อมาได้
ชายหนุ่มผมสั้นสีบลอนด์ทองไว้หนวดเคราพอให้ดูองอาจ ร่างกายกำยำสมวัยยี่สิบต้นๆ ในมือถือขวานติดมอเตอร์เพื่อเพิ่มแรงเหวี่ยงและสามารถพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้ พร้อมด้วยปืนพกอัตโนมัติะุขนาด 9 มม. เช่นเดียวกับทหารไวกิ้งอีกหลายคนที่มาด้วยกัน
นามของเขาคือเซเก้น ชายหนุ่มผู้มีความฝันในการเป็นักรบระดับชั้นแนวหน้า รวมถึงอนาคตที่จะเต็มไปด้วยชื่อเสียงเงินทองแบบฮีโร่หลายๆ คนอย่างที่เขาเชื่อและศรัทธา ยึดถือเป็ต้นแบบให้เกิดความกล้าจนอาสาออกเดินทางมาในครั้งนี้
“เฮ้ ! นั่งยิ้มอยู่คนเดียวแปลว่ายังไม่รู้ข่าวล่ามาแรงสินะ” เสียงชายสวมหน้ากากกันแก็สพิษใส่ชุดลายพราง ไม่เหมือนทหารไวกิ้งคนอื่นบนเรือร้องทักเซเก้น ที่กำลังนั่งเหม่อมองท้องฟ้าที่รายล้อมไปด้วยผืนน้ำ มองไม่เห็นชายฝั่ง
“ข่าวอะไรรึ ? แล้วนายเป็ใครกัน น่าจะเป็พวกทหารรับจ้างที่อาสาไปรบเพราะเหรียญทองสินะ” เซเก้นมองมายังชายสวมหน้ากากกันแก็สพิษ แล้วถามกลับด้วยหน้าตาสงสัย
“ก็ข่าวที่ว่าหมู่บ้านริมชายฝั่งที่ชื่อ โยฮันคลีฟ ถูกพวกทหารเซนทอร์ ลอบเข้าปล้นและยึดครองไปเมื่อคืนวานน่ะสิ เห็นว่าที่นั่นมีนักรบไวกิ้งเก่งๆ หลายคนแต่ทำไมถึงแตกพ่ายง่ายดายแบบนั้นนะ สงสัยฝ่ายเซนทอร์น่าจะมีนักรบเก่งๆ ร่วมทีมเข้ามาด้วยแน่ๆ” ชายสวมหน้ากากตอบ
“นะ นายว่ายังไงนะ เมืองโยฮะ โยฮันคลีฟ น่ะนะ ไม่ ... ไม่จริง ใช่ไหม ? “ เซเก้นหน้าถอดสี เสียงสั่นเครือเหมือนกับได้รับข่าวร้ายและไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็เื่จริง
“จริงแท้แน่นอน โยฮันคลีฟ ... ทำไมเหรอ ? หรือว่า ... “
“ชะ ใช่ ฉันมาจากที่นั่น ... ฉันถูกห้ามไม่ให้มารบในครั้งนี้เพราะกลัวว่าจะไปแล้วไม่ได้กลับ แต่นี่อาจไม่ได้กลับไปเพราะหมู่บ้านที่ฉันจากมาถูกยึดไปแล้ว เวรกรรมจริงๆ หวังว่าเพื่อนๆ ของฉันจะไม่เป็อะไรนะ ... “ เซเก้นตอบกลับชายสวมหน้ากากอย่างทันควัน สีหน้าเขาไม่ดีเสียยิ่งกว่าตอนแรก
“แล้วนายไม่ห่วงครอบครัวของนายเหรอ”
“เอ่อ ... ฉันไม่มีครอบครัวที่โยฮันคลีฟหรอก จำความได้ฉันก็อาศัยนอนในวิหารของเทพนอร์ด (Njord) จะมีก็แต่เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน ฉันได้รับความช่วยเหลือเื่อาหารการกินจากชาวบ้านที่มีเมตตา นายเองก็คงไม่ได้ใช้ชีวิตแบบนี้สินะ” เซเก้นเล่าเื่ของตน ก่อนที่ชายสวมหน้ากากกันแก็สพิษจะกล่าวบ้าง
“ฉันจำความได้คือตอนที่ฉันร่วมเดินทางกับกลุ่มทหารรับจ้าง ฉันเริ่มฝึกฝนและก้าวขึ้นมาเพื่อไม่ให้เป็ภาระของพวกเขา และตอนนี้ฉันก็เป็ทหารรับจ้างเช่นกัน”
เสียงเงียบปกคลุมการสนทนาจนทำให้ได้ยินเสียงคลื่นและลม รวมถึงเสียงของนักรบไวกิ้งรอบข้างพูดคุยกันชัดเจน พวกเขาได้แต่มองหน้ากันและไม่ได้พูดอะไรต่อ
เซเก้นหันกลับไปมองทางที่เรือแล่นจากมา ในใจคิดว่านี่มันบ้าชัดๆ ไม่ทันไรหมู่บ้านที่ตนจากมากลับถูกยึดครองโดยกองทัพเซนทอร์ นักรบครึ่งคนครึ่งม้าที่น่าเกรงขาม
“(ไอ้การที่ฉันถูกห้ามไม่ให้ออกมารบและบอกว่ามันเป็ความคิดบ้าๆ ที่ฉันอยากจะเป็อย่างโทซี่ ฮีโร่ในตำนาน แต่นี่กลายเป็ว่าการที่ออกมาเป็การยืดอายุให้ตัวเองเสียด้วยซ้ำ เพราะอยู่ที่หมู่บ้าน ฉันคงต้องเป็แนวหน้าไปสู้กับพวกมนุษย์ม้าพวกนั้นแน่ๆ สัญชาตญาณของฉันถูกต้องอีกแล้วสินะ)” เซเก้นคิดในใจ ก่อนที่จะมองเห็นสัญญาณธงโบกไสวและเสียงแตรเขาสัตว์ติดเครื่องขยายเสียงที่ดังกึกก้องเป็สัญญาณว่าใกล้ถึงที่หมายที่ต้องรบพุ่งกันแล้ว
โชคชะตากำหนดทางแยกระหว่างความเป็ความตายของเซเก้น มันอาจเป็เพราะความฝัน เป็เพราะสัญชาตญาณอะไรบางอย่างที่ทำให้เขามานั่งอยู่ตรงนี้ แต่อีกไม่นานโชคชะตาต่อไปจะเริ่มขึ้นแล้ว นี่อาจจะเป็ตำนานบทใหม่ของชายที่ชื่อเซเก้นก็เป็ได้ ... ขอให้เทพเ้าอวยชัยและชนะศึกในครั้งนี้ด้วยเถิด