มาม่าซังที่ได้ยินก็รีบเข้ามาต้อนรับทันที
“ ที่แท้คุณชายภูผานี่เอง เชิญนั่งก่อนเด็กของเรามีมากมาย คุณชายลองดูหน้าดูตาก่อนดีไหมเ้าคะ”
“ ไม่ ฉัน้ามูมู่คนเดียว”
“ คุณชายคะอย่าให้มาม่าต้องลำบากใจเลยนะคะ คราวก่อน คุณชายก็เอาเด็กของเรากลับไปเป็เดือนกว่าจะปล่อยกลับมา”
มาม่าซัง ถึงกับปวดหัวจ่ายกับผีอะไร ให้เงินค่ารถกลับมาแค่สองร้อย ค่าเท็กซี่ยังแทบไม่พอเลยคุณชายห้านี่อะไร พาเด็กไปนอนค้างเป็เดือน แต่มาม่าซังก็แค่คนทำธุรกิจจะไปกล้ากับคุณชายห้า ตระกูลกิเลนทองที่เป็มาเฟีย ได้อย่างไรคราก่อนมาม่าซังต้องยอมควักเนื้อให้เด็กไป เพื่อความสบายใจแต่ครั้งนี้จะให้ส่งไปอีก โดยเฉพาะมูมู่ เป็ตัวเรียกแขกเลยด้วย
“ ว่าไง มูมู่อยู่ไหนออกมาเร็ว”
ลูกน้องสี่คนถือปืนส่ายอาดๆเดินกร่างไปทั่วร้าน เอาไฟฉายส่องไปตามโต๊ะ คนของมาม่าซัง สี่ห้าคนก็ได้แต่ยืนมองไม่กล้าสู้กับปืน
“เสียงใครมาเห่าหอนในที่นี้ น่ารำคาญเสียจริง”
อัสนีเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันดังนายภูผา ได้ฟังก็ถึงกับหยุดนิ่ง เพราะเสียงนี่รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดลูกน้องอีกสี่คน ก็รีบกรูกันเข้ามาใกล้ลูกพี่ของมัน
“เสียงใครวะทำไมคุ้นๆ” ใจของภูผารู้สึกลัวเสียงนี้เป็พิเศษ
“ผมก็เคยได้ยินเสียงนี้เหมือนกัน แต่จำไม่ได้ว่าใครครับ”ลูกน้องที่ถือปืนอยู่ถึงกับ ถือปืนส่ายไปมารอบๆแขกที่เข้ามาต่างหลบลงไปกับพื้นโต๊ะอย่างหวาดกลัว
สุดท้ายร่างของอัสนีก็ปรากฏตัวต่อหน้าคนทั้งห้า
“ พวกแกมีปัญหาอะไรอยากมีเื่อีกใช่ไหม”
คุณชายภูผากับลูกน้องอีกสี่คนถึงกับ ถอยหลังกรูดไปกองรวมกันหมด
“ เอ่อ อย่าเข้ามานะพวกเรามีปืนนะเว้ย” ภูผารีบหลบอยู่ด้านหลังลูกน้องที่เล็งปืนมาที่อัสนีด้วยมืออันสั่นเทา
“ จะยิงก็ยิงแต่ถ้าฉันไม่ตาย พวกแกได้ตายแน่ๆ” อัสนีขู่ออกไป
“ ยิงมันเลย พวกแกมีปืนนะเว้ย”
ภูผาตะคอกเสียงดังลูกน้องแม้นจะมีปืนแต่ก็ไม่เคยยิงใครมาก่อน แต่มีบางคนเคยเป็มือปืนมาก่อนมันยิงใส่ร่างของอัสนีก่อนทันที แต่ทว่าะุหาได้ทำอะไรเขาได้หมัดตรงของเขาพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของมันจนจมูกหัก หงายหลังสลบไปในทันที
อีกสามคนใจไม่กล้าอยู่แล้วทิ้งปืนแล้ววิ่งหนีไปในทันที
เหลือเพียงนายภูผาที่ตอนนี้คุกเข่าไปกับพื้น แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากอัสนีเขาเตะเสยเข้าปลายคางของมัน จนตัวลอยออกจากร้านไป ร่วงลงพื้นเสียงดังตุ๊บ
สลบเหมือด
“ กลับมาแบกเ้านายของพวกแกไปด้วยที่หลังอย่ามาให้เห็นหน้าอีกเข้าใจไหม”
อัสนีออกคำสั่งออกไปลูกน้องของ ภูผาก็รีบมาลากคนออกไปจนหมด
“แย่แล้วพวกมันไม่รามือแน่ๆ คุณหมอไม่กลัวคนของตระกูลกิเลนทองมาแก้แค้นหรือคะ”
มาม่าซังเข้ามาถามด้วยความห่วงใย
“ ไม่กลัวพวกมันยังไม่มีสิทธิ์ขนาดนั้น มาม่าล่ะกลัวไหม”
“ ที่นี่เราเคลียร์แล้วให้ทางเ้าของเขาจัดการกันเองดีกว่า เชิญ เชิญตามสบายนะคะ”
อัสนีกลับมานั่งโต๊ะเดิมพบอาหารถูกส่งมาเต็มโต๊ะ มีเรือสองลำ สาแกร้อนอีกสองชุดกินสองคนยังไงก็กินกันไม่หมดแน่
“ มาม่าแถมมาให้ขอบคุณที่พี่หมอไล่พวกมันไปหากวันนี้พี่หมอไม่มา มูมู่คงต้องไปกับเขาแน่ๆเลย”
อัสนีมองหน้าของมูมู่ด้วยสายตาที่เมตตาสงสาร เพราะเขารู้ว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงจากนี้ มูมู่จะต้องถูกพาไปในโรงแรมหรูเจ็ดดาว แล้วร่างของเธอจะต้องถูกทรมานจากโรคจิตกลุ่มหนึ่งจากนั้น พวกทรชนเหล่านี้ก็จะทำการฉีดยาให้เธอจนเสียสติ แล้วรุมย่ำยีข่มขืนเธอราวกับสัตว์ป่าสุดท้ายโยนร่างของเธอลงมาจากดาดฟ้าของโรงแรมเจ็ดดาว พวกเดนคนเ่าั้ก็ต่างแยกย้ายกันไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เพราะพวกมันเป็เหล่าคุณชายตระกูลดังบิดาเป็ทั้งนักการเมือง ตำรวจและทหาร นั่นคือเื่ราวของชาติที่แล้วของเธอ อัสนีในยามนั้นยังคงอยู่ในคุกได้แต่ดูหน้าข่าวจากทีวีเท่านั้นไม่อาจช่วยเหลือได้แต่บัดนี้เขาจะไม่ยอมให้เหตุร้ายเกิดขึ้นกับเธอเป็อันขาดดวงตามัจจุราชบอกกับเขาว่า หากเขาช่วยเธอ และสังหารคนชั่วทั้งเจ็ด จะได้รางวัลเป็ยาเม็ดฟื้นความทรงจำ แม้นไม่มีรางวัลอะไร เขาก็จะต้องช่วยมูมู่ให้ได้ในคืนนี้
“ เป็ไรไปคะพี่หมอเงียบเลย ดื่มสาแกร้อนๆ หน่อยไหมคะ หรือว่า คืนนี้ให้มูมู่รับใช้พี่หมอก็ได้มูมู่สามารถไปกับพี่หมอได้เลย” มูมู่กระซิบบอกกับอัสนี
“ ดีถ้าเช่นนั้นพวกเราไปกันเดี๋ยวนี้เลย”
“ จริงๆ นะ ได้เดี๋ยวมูมู่จะไปบอกมาม่าก่อน”
มูมู่นั้นชอบอัสนีมานานแล้วเคยชวนเขาออกไปนอกร้านตั้งหลายคนแต่ไม่เคยไปแม้แต่ครั้งเดียว ทำให้มูมู่คิดว่าอัสนีรังเกียจเธอ ซึ่งในอดีตนั้น เขาก็รังเกียจเธอจริงๆ แต่หลังจากเขาเกิดใหม่เขาไม่เคยรังเกียจเธอเลย มีแต่จะสงสาร และเห็นใจมูมู่ และเพื่อนๆ มากกว่า
แต่แล้วมูมู่ก็เดินเข้ามาทำสีหน้าเศร้าแล้วเอ่ยว่า
“ ขอโทษพี่หมอจริงๆวันนี้มูมู่ไปไม่ได้แล้ว มีคนมารับตัวมูมู่แล้ว”
อัสนีคิดเอาไว้แล้วคนที่เขารอนั้นคงจะมาแล้ว
“พี่จองมูมู่เอาไว้ทั้งคืนแล้ว คนอื่นจะเอาตัวมูมู่ไปได้ยังไง”
“ พี่หมอคนพวกนี้ไม่ใช่คนธรรมดา หากมูมู่ไม่ไป มาม่าและเพื่อนๆ ต้องเดือดร้อนแน่ๆพี่หมอเองก็อย่าเข้ามาเกี่ยวข้องเลย พรุ่งนี้มูมู่กลับมาแล้วจะไปหาพี่หมอสามวันสามคืน จนพี่หมอเบื่อเลยก็ได้นะคะ”
มาม่าซังก็เดินเข้ามาพร้อมกับสลิปบัตรเครดิตที่อัสนีจ่ายไปในคืนนี้ทั้งหมดคืนให้
“ คืนนี้คุณหมอไม่ต้องจ่ายใดใดทั้งสิ้น เอาไว้วันหน้า มาม่าจะเลี้ยงขอโทษคุณหมอนะคะ”
“หากผมไม่ยอมล่ะ” อัสนีลุกขึ้นเอ่ยอย่างไม่พอใจ ชายใส่สูทสีดำ หกคนที่มารับตัวมูมู่ก็เดินเข้ามา พร้อมกับจับปืนที่เอว พร้อมลั่นไกใส่อัสนีทันที ที่มีคนสั่ง
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ มันคือ ผู้พันอนันต์ เป็มือขวาของ ร้อยเอกนพคุณ หาญเทวัญ ที่เป็ลูกชายของ นายพลพร้อมพงษ์หาญเทวัญ
รัฐตรีว่าการกระทรวงกลาโหมควบคุมกองทัพทั้งสี่เหล่า
“น้องชายรู้ไหมว่ากำลังพูดอยู่กับใคร อย่าเอาชีวิตของแกมาเสี่ยงดีกว่า”
“ ผู้พัน ขอโทษด้วยนะคะเขาแค่เป็ลูกค้าใหม่ ไม่รู้เื่อะไร พวกเราไปกันเถอะค่ะ”มูมู่รีบเข้ามาขวางกลางระหว่างสองคน แล้วมูมู่ยังกระซิบบอกอัสนีว่า
“อย่าเสี่ยงอันตรายเพราะมูมู่เลย พี่หมอกลับไปเถอะ พรุ่งนี้เราเจอกันนะคะ”
อัสนีไม่ถอยมองหน้าของผู้พันอนันต์ หมารับใช้ของร้อยเอกนพคุณ อย่างไม่กลัวเกรง
ทำให้ผู้พันอนันต์นั้นไม่พอใจนักแต่ก็ต้องรีบไป เพราะเ้านายรออยู่ แต่พอขึ้นรถตู้แล้วก็สั่งให้ลูกน้องที่เป็ทหารนอกราชการสี่คนว่า
“ หักขาข้างหนึ่งของมันซะโอ้ ไม่พอ หักแขนของมันอีกด้วย คนอย่างมันต้องสั่งสอนให้รู้ซะบ้าง ว่ามันกำลังเล่นกับใคร”
อัสนีตอนนี้ดื่มสาเกไปทั้งหมดสิบขวด ก่อนที่จะขึ้นรถ ก็มีทหารนอกราชการสี่คนเข้ามา
“ ไอ้ขี้เมา แกรู้ไหมว่าแกดันไปหาเื่ผิดคนแล้ว” ชายหัวเกรียนคนหนึ่งเอ่ยออกมา
“ หักขาของมันก่อนหรือแขนของมันก่อนดี”
หัวเกรียนอีกคนหัวเราะออกมา พร้อมกับดัดมือตัวเอง คล้ายกำลังวอร์มร่างกาย
“ เสียเวลากับคนเมาหักขาของมันก่อน” หัวเกรียนอีกคนเอ่ย
“ เดี๋ยวก่อนฉันว่าอัดมันให้น่วมก่อนดีกว่าไหม หักแขนขาของมันเลย เดี๋ยวมันจะไม่จำ”
อัสนีไม่ทันหันไปมองพวกมันะโลอยตัว แล้วแตะตวัดออกไปข้างหน้า ฟาดใส่ปากของพวกมันสองคนจนล้มคว่าเืออกปากสลบคาตีนไปพร้อมๆ กัน
อีกสองคนมองเพื่อนอย่างใ แต่พอหันมามองอัสนีก็มีลูกถีบเสยเข้าปลายคางเข้าไปอีกคนหลับกลางอากาศ อีกคนพุ่งหมัดเข้าใส่แต่ถูกอัสนีเตะเข้าหว่างขาจนคุกเข่าไปกับพื้น แล้วยังโดนเข่าซัดเข้าปลายคาง หงายท้องหลับไปอีกคน
อัสนีขึ้นขับรถออกไปที่โรงแรมที่อยู่ไม่ไกลเขาเดินโซซัดโซเซไป แล้วเข้าไปจองห้องนอนเอาไว้ พนักงานเคาน์เตอร์เห็นเขาเมามาแบบนี้ก็จะไม่ให้เขาเข้าพัก
แต่อัสนี นำเงินสด 3แสนมาวางต่อหน้าพวกเขา
“ ไม่ต้องห่วงหากผมทำของโรงแรมเสียหาย ยึดเงินทั้งหมดนี้ไปได้เลย”
ผู้จัดการที่ยืนดูอยู่ก็ได้แต่พยักหน้าเพราะค่าห้องแค่ห้าพัน แต่มัดจำมาสามแสนไม่มีทางที่จะทำห้องเสียหายได้ถึงสามแสนแน่ ยิ่งเห็นเขาทิปพนักงานที่ยืนอยู่สี่คนคนละ 2 พัน คราวนี้พนักงานถึงสองคนช่วยกันพยุงหรือแทบจะอุ้มเขาขึ้นลิฟท์ไปส่งถึงห้องเลยทีเดียว
“เชิญตามสบายเลยนะคุณท่าน มีอะไรก็เรียกพวกเราได้ตลอดเวลาเลยนะครับ”
“ ไม่เป็ไร เอาไปอีกคนละ สามพัน พรุ่งนี้มอร์นิ่งคอล 8 โมงเช้าด้วยนะ”
สองคนที่ได้รับทิปไปแล้วคนละสองพันและได้เพิ่มอีกคนละสามพันต่างก็ดีใจกันใหญ่ค่อยปิดประตูแล้วออกไปทันที
อัสนีที่นอนบนเตียงก็ขยับตัวออกมายืนบนระเบียงหน้าต่าง ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดสีดำ พร้อมกับสวมหน้ากากมัจจุราชใบหน้าของเขาเป็ชายหนุ่มผู้หนึ่งใบหน้าคมเข้ม มีรอยบากที่หน้า อายุราวๆ สี่สิบปี
“ มูมู่รอพี่ก่อนนะ” อัสนีพุ่งตัวลอยกลางอากาศ ราวกับบินได้เขากลั้นหายใจได้ยาว การลอยตัวของเขา ก็พุ่งไปทีเดียวเกือบสามกิโลเขากลั้นหายใจแค่ สี่ครั้ง
เขาก็มาถึงหน้าโรงแรมหรูเจ็ดดาวนั่นคือ โรงแรมไวท์เฮาท์
อัสนีเดินเข้าไปโรงแรมไวท์เฮาท์เข้าไปที่ห้องล๊อบบี้ แล้วเดินชนชายวัยกลางคนที่กำลังเมามาก ด่าเด็กเสิร์ฟ ว่าซุ่มซ่าม ชนเขา ทั้งๆที่ตัวเขาเองเมาแทบจะเดินตรงๆ ไม่ได้แล้ว
คีย์การ์ดของตัวเองถูกอัสนีฉกเอาไป แล้วก็เข้าไปในลิฟท์ แล้วกดไปที่ชั้นบนสุด คือชั้นดาดฟ้าของโรงแรม
พอถึงชั้นดาดฟ้ามีคนเฝ้าอยู่สี่คน แต่ละคนมีอาวุธปืน พกอยู่ที่เอวทั้งหมด
พอเห็นหน้าของ อัสนีก็เข้ามาหาทันที
“ชั้นนี้เป็ชั้นส่วนตัว คนที่ไม่ได้รับอนุญาตห้ามเข้า”
พลั่ก !!
อัสนีเตะเข้าหว่างเขาแล้วตบหน้าจนคอหมุนได้รอบตายคาที่ อีกสามคนชักปืนออกมาพร้อมกันแต่ช้ากว่าเข็มมัจจุราชที่ปล่อยออกไป ทะลุลำคอ ลงไปนอนดิ้นกับพื้นตายคาที่……………..