หยางได้รับรายงานจากเลขาว่าผักจากไร่เคียงดาวที่ขายในห้างสรรพสินค้านั้น ไม่เพียงพอต่อความ้า ของลูกค้าที่้าซื้อเลยทำให้ลูกค้าหลายคน มาโวยวายใส่พนักงานขาย และบางรายก็ขอให้ห้างสรรพสินค้า ขายผักในปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม
หยางก็คิดอยู่ว่า ปริมาณผักที่มีไม่เพียงพอต่อความ้าแน่นอน ถึงแม้ว่าเขาจะตั้งราคาสูงแต่ก็ยังมีคนที่้าผักพวกนี้ โดยที่ไม่สนใจจำนวนเงินที่จ่ายไปเลย
‘ใช่สิของดีใครจะไม่อยากกินล่ะ’
“ฮัลโหลดาวคุยได้ไหม?” หยางโทรหาดาวทันที ที่คิดเื่บางอย่างออก
[สวัสดีครับคุณหยางคุยได้ครับ มีอะไรหรือเปล่า?]
“ตอนนี้ผักที่ขายในห้างไม่พอขายเลย มีแต่คน้ากันทั้งนั้น”
[คุณจะให้ผมปลูกผักเพิ่มให้เหรอครับ?] ดาวคิดว่าต้องเป็เื่นี้แน่นอน
“ก็ประมาณนั้นเธอโอเคไหม?”
[โธ่! คุณหยางทุกวันนี้เวลาพักผ่อนผม ก็แทบไม่มีแล้ว มีเื่ในไร่ให้จัดการเยอะมากขอให้ผมมีเวลาพักบ้างเถอะ] ดาวอดบ่นออกมาไม่ได้
“ฉันเข้าใจเธอนะงั้นพับเื่นี้ไปก่อนก็ได้” หยางไม่อยากทำให้ดาวไม่สบายใจ
“เื่รีสอร์ตเปิดใหม่ฉันดีใจกับเธอด้วยนะ ถ้าฉันว่าง ก็ว่าจะไปพักผ่อนสักหน่อย”หยางได้ข่าวเื่ดาวเปิดรีสอร์ตที่ใหม่ แต่ยังไม่มีโอกาสกล่าวคำยินดี
[ขอบคุณครับถ้าคุณว่างก็โทรมาบอกก่อนนะ ผมจะได้ล็อกห้องพักไว้ให้]เพราะรีสอร์ตมีคนเข้ามาพักตลอด เขากลัวว่าห้องจะไม่ว่าง
[แล้วที่คุณบอกว่า อยากให้ผมปลูกผักเพิ่มให้ผมก็พอมีเวลาทำได้อยู่นะ] ดาวรู้สึกเสียดายเงินก้อนโตทันทีเหนื่อยหน่อยแต่ถ้าทุกอย่างลงตัว เขาก็จะนอนนับเงินเล่นสบายเลย
“เธอพูดจริงเหรอ?ฉันจะให้ราคาผักเพิ่มมากขึ้น ถ้าเธอตกลง” หยางพูดด้วยความยินดี
[แล้วคุณจะได้กำไรเหรอ?] เพราะทั้งค่าขนส่ง ค่าซื้อที่ดิน หยางเป็คนออกเงินทั้งหมด
“ได้สิฉันขายผักของเธอที่เมืองหลวง แพงกว่าราคาผักทั่วไปหนึ่งเท่า”
[โหคุณ!เอาเปรียบผู้บริโภคหรือเปล่าเนี่ย? ขายแพงจัง] ดาวอดว่าชายหนุ่มไม่ได้ ที่ขายผักแพงมาก
“ขนาดขายแพง ยังไม่พอขายเลยเธอก็น่าจะรู้ว่าผักของเธอ มีประโยชน์ยังไงบ้าง ขนาดที่บ้านฉันยังกินแต่ผักของเธอเลย ผักทั่วไปไม่สามารถกลับไปกินได้แล้ว แม่ฉันชอบมากบอกว่ากินแล้วรู้สึกร่างกายแข็งแรง กระปรี้กระเปร่า ผิวพรรณดีขึ้นประโยชน์เยอะขนาดนี้ ฉันว่าขายราคานี้ ยังถูกไปด้วยซ้ำ”
แต่ดาวกลับคิดต่างเพราะเขาอยากให้ชาวบ้านทั่วไปได้กินผักเหล่านี้ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรง
[ถ้าคนเมืองหลวงรู้ว่าที่เวียงฟ้าไม่ได้ขายผักราคาเหมือนที่นั่น จะไม่เป็อะไรเหรอครับ?] ดาวกังวลใจ
“เธออย่ากังวลเลยที่นั่นอยู่ใกล้ไร่ของเธอ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีเยอะเหมือนที่นี่อีกอย่างเธอคงไม่รู้ว่า พ่อค้าที่ไปรับผักผลไม้ของเธอที่ไร่ก็ขายราคาแพงกว่าผักผลไม้ทั่วไปเหมือนกัน เธออย่าลืมนะทุกอย่างต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น ทั้งค่าแรง ค่ารถ ค่าน้ำมันฉันว่ามันสมเหตุสมผลแล้วนะ”
[ก็ได้ครับ แล้วแต่คุณเลย] ดาวที่ฟังหยางร่ายยาว ก็ไม่มีคำจะเถียง เพราะที่เขาพูดมา ก็เป็เื่จริงทั้งหมดหากขายแพง แต่ผู้ซื้อไม่ซื้อก็ได้ คนขายก็ไม่ได้บังคับ แต่ถ้าขายแพงแล้วคนซื้อยังซื้ออยู่ นั่นก็เป็ความเต็มใจของผู้ซื้อ คนขายก็ไม่ได้บังคับอีก
“ฉันจะให้ศักดิ์ไปหาซื้อที่เพิ่มจะให้อยู่ใกล้ไร่ของเธอให้มากที่สุด ฉันฝากเธอจัดหาที่พักให้เขาด้วย”
[ได้ครับไม่มีปัญหาแล้วคุณศักดิ์จะเดินทางมาวันไหนครับ?]
“อีกสองวันเดี๋ยวฉันโทรบอกเธออีกที”
[โอเคครับ]
“แล้วก็ขอบใจ เื่ที่เธอฝากทุเรียนมาให้ด้วยนะคุณแม่ฉันท่านชอบมาก แล้วท่านก็อยากสั่งซื้อจากเธออีก”
[ผมดีใจนะครับที่ท่านชอบไว้ผมจะฝากไปกับรถบรรทุกอีกนะครับ]
“อือ ได้สิแล้วก็แม่ของฉัน ท่านอยากเจอเธอมากเลย ฉันบอกเื่ที่เธอเป็คนรักษาฉันแล้วนะแล้วท่านก็รับปากแล้วว่าจะไม่บอกใคร”
[อ๋อ ครับ ถ้าผมมีโอกาสไปเมืองหลวงผมจะไปไหว้ท่านครับ]
แล้วทั้งสองก็จบการสนทนาเพียงเท่านั้นดาวจึงกลับไปเดินดูความเรียบร้อยในไร่ต่อ
สองวันต่อมา
ศักดิ์เดินทางมาถึงที่ไร่เคียงดาวและเข้าพักในรีสอร์ตที่เปิดใหม่ เขาเดินชื่นชมกับธรรมชาติไปเรื่อย ๆ ทั้งน้ำตกลำธาร และไร่ลูกท้อที่เริ่มออกดอกเต็มแล้ว ที่บริเวณน้ำตก ก็มีต้นพญาเสือโคร่งปลูกไว้รอบๆ ถ้าโตและออกดอก คงสวยเหมือนรีสอร์ตด้านล่างแน่นอน ศักดิ์รู้สึกขอบคุณเ้านาย ที่ส่งเขามาเหมือนได้พักผ่อนเลย
จากนั้นเขาก็เริ่มไปติดต่อผู้ใหญ่บ้านให้สอบถามให้หน่อยว่า มีใคร้าขายที่ดินหรือไม่ โดยให้ค่าน้ำร้อนน้ำชาไปด้วย
ไม่นานก็เริ่มมีชาวบ้านหลายรายเข้ามาสอบถามกับผู้ใหญ่บ้าน ถึงราคาที่รับซื้อ ผู้ใหญ่บ้านก็นัดแนะวันให้ศักดิ์ และชาวบ้านมาพูดคุยกัน
ศักดิ์สนใจเฉพาะที่ดินที่ติดกับไร่เคียงดาวมากกว่า หรือที่ดินที่เป็ผืนใหญ่อยู่ไม่ไกลมากจนสามารถรวบรวมมาได้จำนวน 300 ไร่ แต่เขาก็ต้องเสียค่าที่ดิน ในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดเกือบสองเท่าเพราะชาวบ้านส่วนมาก ไม่ได้้าขาย แต่เมื่อถามศักดิ์ว่า จะเอาที่ดินไปทำอะไรศักดิ์ก็บอกจะเอาไปให้ไร่เคียงดาวปลูกผัก แล้วส่งผักไปขายที่เมืองหลวงชาวบ้านจึงยอมขายให้ เพราะไร่เคียงดาว พวกเขาจึงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เมื่อได้เงินมา ชาวบ้านก็พากันไปซื้อที่ดินผืนใหม่ต่อแม้อาจจะอยู่ไกลบ้าน แต่ราคาก็ถูกกว่าที่ขายให้ศักดิ์อยู่มาก และยังมีเงินเหลืออีก
ศักดิ์ติดต่อหาหยางทันทีเมื่อได้ที่ดินมาเยอะพอสมควรแล้ว
“นายจะให้ผมแจ้งคุณดาวเลยไหมครับ?”ศักดิ์ต้องรอเ้านายอนุมัติคำสั่งก่อน
[แจ้งดาวได้เลยบอกเขาเกี่ยวกับที่ดิน และชี้เขตแดนให้ชัดเจน จากนั้นก็แล้วแต่ดาวที่จะจัดการเมื่อเื่เสร็จก็กลับมาได้เลย]
“ครับนาย”ศักดิ์รับคำ และไปดำเนินการทันที
ดาวได้ดูเขตแดนที่ดินจากศักดิ์ก็ใที่เห็นว่า สามารถหามาได้ตั้ง 300 ไร่
100 ไร่ ติดกับไร่เคียงดาวสองทางทิศใต้ ส่วนอีก 200 ไร่ ติดกับไร่ของหยางฝั่งถนนทิศตะวันออก
ดาวจ้างคนงานในหมู่บ้านภูวาและหมู่บ้านใกล้เคียง มาจัดการปรับหน้าดินทันที เดิมที่ดินเป็พื้นที่ราบและเป็เนินบ้างแต่ไม่ได้ติดูเามาก ต้นไม้ก็ไม่ค่อยมี เพราะเป็พื้นที่การเกษตรของชาวบ้านมาก่อนจึงทำให้ง่ายต่อการปรับพื้นที่
ดาวได้ให้ช่างก่อสร้างมาสร้างบ้านพักคนงานที่ไร่ของหยางเพิ่ม จำนวนสามที่ ที่ละสี่หลังเพราะตอนนี้พื้นที่มีเยอะมาก จึงต้องให้คนงานมานอนเฝ้าไม่อย่างนั้นอาจมีคนไม่หวังดี เข้ามาขโมยหรือทำเื่บางอย่างก็ได้ดาวจึงต้องหาทางป้องกันไว้
และดาวยังให้สร้างบ้านพักคนงานของไร่เคียงดาวหนึ่ง ที่มีอยู่จากสี่ห้อง ให้เพิ่มเป็สิบห้อง เพราะจำนวนพนักงานเพิ่มมากขึ้น และสร้างเพิ่มที่ไร่ลูกท้ออีกสิบห้อง
ดาวจ้างคนงานชั่วคราวอีกห้าสิบคนเพื่อช่วยทำงานที่แปลงผัก เพราะพื้นที่เพิ่มมากขึ้น งานก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
“พี่มิ่ง”ดาวทักมิ่งที่กำลังเดินตักข้าวเช้าไปนั่งกิน ดาวจึงตักข้าวไปนั่งกินด้วย
“ครับคุณดาวมีงานอะไรให้ผมทำครับ” มิ่งคิดว่าดาวคงมีเื่ด่วนให้ทำ
“ไม่ใช่เื่งานครับผมอยากถามพี่ว่า ที่วัดยังมีลูกหมาอีกไหม? ผมอยากเอามาเลี้ยงเพิ่ม สักสี่หรือห้าตัวก็ได้”ดาวอยากเอาสุนัขมาเฝ้าไร่เพิ่ม
“มีครับเพิ่งคลอดเลย แต่ไม่รู้กี่ตัว เดี๋ยวผมไปดูให้ครับ” มิ่งเพิ่งไปที่วัดมาจึงสังเกตเห็นลูกสุนัขที่เพิ่งคลอด
“แล้วนี่บ้านพี่ สร้างใกล้เสร็จหรือยังครับ?”ดาวถาม เพราะเห็นมิ่งกับเมือง ลงขันกันสร้างบ้านเป็ของตัวเอง
“ใกล้แล้วครับถ้าทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ผมเชิญคุณดาวแน่นอนครับ”
มิ่งกับเมืองสองพี่น้องซื้อที่ดินใกล้ ๆ กับวัดเวียงวิคาราม แล้วก็ทำการสร้างบ้านหลังแรกของพวกเขาทั้งสองเลือกที่ตรงนี้ เพราะจะได้กลับไปดูแลหลวงพ่อ ที่เลี้ยงดูพวกเขามาได้อย่างสะดวก
ดาวให้คนงานเตรียมลงเมล็ดผักและต้นกล้าผักทันที ที่สภาพดินพร้อมแล้วครั้งนี้ดาวไม่ได้แบ่งที่ดินของหยางไปปลูกผลไม้ เพราะเขากลัวว่าจะได้ผลผลิตช้าจึงปลูกแต่ผักให้เท่านั้น
เพียงสองอาทิตย์ ผักที่ไร่ของหยางก็สามารถเก็บขายได้แล้วดาวจึงโทรบอกกับหยาง ให้ส่งรถบรรทุกมารับผักเพิ่ม จากที่อาทิตย์หนึ่ง จะมาสองถึงสามวันตอนนี้คงต้องส่งมารับทุกวันเสียแล้ว เพราะผักเริ่มทยอยโต และพร้อมเก็บตาม ๆ กัน เมื่อเก็บเสร็จก็ปลูกใหม่ เป็วงจรอยู่แบบนี้
เมื่อพื้นที่เพิ่มมากขึ้นดาวจึงต้องแบ่งพื้นที่การดูแล ให้รองผู้จัดการใหม่อีกครั้ง
ดาวให้เมืองดูแลไร่ที่หยางซื้อเพิ่มมา 100 ไร่ ที่อยู่ติดกับไร่เคียงดาวสอง
ส่วนมิ่งดาวให้ดูแลไร่ของหยาง ที่ติดกับที่จอดรถ 50 ไร่
ดาวปรับตำแหน่งให้ลุงหาญเป็รองผู้จัดการ ดูแลไร่ของหยางที่ติดกับที่จอดรถ 130 ไร่และไร่ที่เพิ่งซื้อเพิ่มที่อยู่ติดกันอีก 200 ไร่
ลุงหาญดีใจมากถึงกับพูดขอบคุณไม่หยุด
“ขอบคุณคุณดาวมากนะครับ ที่ให้โอกาสลุง ลุงจะทำหน้าที่ให้ดีเลยครับ” ชายอายุ 45 ปียกมือขอบคุณชายหนุ่มรุ่นหลาน ที่ปรับตำแหน่งให้
ดาวยกมือไหว้กลับทันที“ครับ ถ้าลุงสงสัย หรือไม่เข้าใจตรงไหน ถามผม หรือเจ ได้เลยนะครับ”
“ได้ครับ”ลุงหาญดีใจมาก เย็นนี้ต้องรีบไปบอกข่าวดีให้กับครอบครัวรู้ว่า เขาได้ปรับตำแหน่งแล้วเงินเดือนเพิ่มอีกตั้งหลายเธียร์
นอกจากนั้นดาวยังปรับตำแหน่งคนงานชั่วคราว เป็คนงานประจำ จำนวนสามสิบคนเื่นี้ทำให้คนงานที่ได้ปรับตำแหน่งดีใจมาก เพราะมีหลายคนที่พลาด จากการปรับตำแหน่งครั้งที่แล้วครั้งนี้พวกเขาก็สมหวังเสียที เงินจากที่ได้รายวัน ก็เปลี่ยนเป็รายเดือน
ชีวิตในไร่ของดาวก็ยังดำเนินไปแบบปกติทุกวัน โดยที่ไม่รู้เลยว่า ที่เมืองหลวงจะเกิดข่าวใหญ่ขึ้น
ช่องข่าววีทีเอสนิวส์(VTSNews) รายงานเกี่ยวกับข่าวของผัก ที่ซื้อจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งซึ่งมีราคาที่สูงกว่าผักทั่วไป ที่ขายตามท้องตลาด เมื่อนำไปประกอบอาหารทำให้รู้สึกว่าผักอร่อยขึ้น มากกว่าผักทั่วไป กินแล้วรู้สึกว่าร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่าไม่ปวดเมื่อยเนื้อตัว
เื่ราวเหล่านี้ ทำให้ผู้คนต่างพากันถกเถียงถึงข้อเท็จจริง จึงเรียกร้องให้สถาบันวิจัย ตรวจสอบคุณภาพของผักเ่าั้เมื่อสถาบันวิจัย ได้นำผักแต่ละชนิดไปตรวจสอบ ผลลัพธ์ที่ออกมา ก็ทำให้ทุกคนต้องแตกตื่นกันเลยทีเดียว
ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคือผักมีสารอาหารกับวิตามิน ที่มากกว่าผักทั่วไปถึงสิบเท่าและยังมีสรรพคุณทางยาอีกมาก นั่นจึงทำให้เมื่อกินผักเข้าไปแล้วร่างกายถึงไม่รู้สึกเหนื่อยล้า กระปรี้กระเปร่า มีกำลังวังชาเพราะมีคุณประโยชน์สูงมากนั้นเอง
เมื่อได้รับการรับรองจากสถาบันวิจัยผู้คนต่างก็พากันหลั่งไหลเข้ามาหาซื้อผัก ที่ห้างสรรพสินค้าเอสทีพี (STP)กันอย่างบ้าคลั่ง มีทั้งคนที่เคยซื้อประจำ และคนที่อยากลองซื้อไปกินบ้างจนเกิดการแย่งผัก และทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้น วุ่นวายจนพนักงานขาย ต้องเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยเข้ามาระงับเหตุ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ในอีกสองสาขา ของห้างสรรพสินค้าเอสทีพี(STP)
“นายครับผักของคุณดาวเป็ข่าวแล้วนะครับ นายจะให้ทำยังไงต่อครับ?”ศักดิ์หลังจากทราบข่าว ก็รายงานหยางทันที
“สถาบันวิจัยออกมารับรองเองขนาดนั้นก็คงหาทางปฏิเสธไม่ได้ เดี๋ยวฉันจะโทรบอกดาวเอง”
“เอ่อ แล้วก็ที่ห้างสรรพสินค้าท็อปรายงานมาว่า มีลูกค้าแย่งซื้อผักกันจนวุ่นวาย เพราะจำนวนผักไม่พอขายครับ”
“ขนาดเราเพิ่มพื้นที่ปลูกผักแล้วก็ยังไม่เพียงพอต่อความ้าอีก แต่ถึงยังไง ก็ให้ขายในจำนวนที่กำหนดต่อวัน แล้วก็จำกัดจำนวนซื้อต่อคนด้วยล่ะ”หยางหาทางออกที่คิดว่าดีที่สุด
“ได้ครับ”
เมื่อศักดิ์ออกจากห้องไปแล้วหยางก็โทรหาดาวทันที
[สวัสดีครับ คุณหยาง]
“สวัสดีดาวฉันมีเื่จะบอกเธอ”
[เื่อะไรเหรอครับ?]
“เื่ผักของเธอตอนนี้สถาบันวิจัยประกาศออกมาแล้วว่า ผักของเธอมีสารอาหาร และวิตามินมากกว่าสิบเท่าของผักทั่วไปและพวกสำนักข่าว ก็พากันออกข่าวเต็มเลย พอคนรู้ก็พากันมาซื้อผักที่ห้างวุ่นวายเลยฉันกลัวมันจะมีผลกระทบกับเธอ”
[จริงเหรอครับ? ผมจะทำยังไงดี?]
“ฉันกลัวว่า จะมีคนสืบเื่ราวไปจนถึงไร่ของเธอแล้วเขาจะเข้าไปวุ่นวาย เดี๋ยวฉันจะส่งคนไปคอยดูแลที่ไร่ช่วยคนที่ส่งไปมีวิชาต่อสู้ สามารถปกป้องเธอได้”
[ขอบคุณครับเพราะที่ไร่ก็มีแต่พวกชาวบ้าน คุณส่งคนมีฝีมือมา ผมก็เบาใจ]
“ดูแลตัวเองดี ๆ นะเมื่อฉันเคลียร์งานเสร็จ ฉันจะเดินทางไปหาเธอ”
[ได้ครับงั้นผมขอตัวไปทำงานต่อนะครับ]
ดาวกดวางสายทันทีแต่แปลกที่ครั้งนี้ หัวใจของเขามันเต้นแรงผิดจังหวะ ความรู้สึกมันบรรยายไม่ถูกรู้แต่ว่า เขาดีใจที่หยางเป็ห่วง และจะมาหาเขา การรู้สึกว่าได้รับการปกป้อง มันเป็แบบนี้หรือเปล่านะ?
_ _ _ __
ทำไมหัวใจเต้นแรง เกิดอะไรขึ้นค่ะ? น้องดาว ฮัลโหล
*ไรต์ฝาก E-Book เล่ม 1 ด้วยนะคะ มีตอนที่ 1-28 จำนวนหน้า 342 หน้าค่ะ ตอนนี้ลด 20% ถึง 20/04/2569
ลงขายแล้วที่พี่ Meb ค่ะ ฝากด้วยนะคะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTM2MzYyMCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQzMzEwOSI7fQ