บทที่31: รางวัลและการกลับมา
เฟยชินไม่ได้หันกลับไปมองความโกลาหลเบื้องหลังแม้แต่น้อยเขากลายเป็นเงาที่เคลื่อนที่ไปตามสันหน้าผาด้วยความเร็วสูงสุด หายลับไปจากสายตาของเว่ยฉางและองครักษ์ที่เหลือรอดของสมาคมการค้าหมื่นสมบัติ
เขาไม่ได้เดินทางกลับไปยังสถานีการค้าป่าดำในทันทีแต่กลับใช้แผนที่หนังแกะนำทางเข้าไปในป่าลึกยิ่งขึ้นเขาเดินทางในเส้นทางที่อ้อมและซับซ้อนเป็นเวลาเกือบสองวันเต็มเพื่อสลัดผู้ติดตามที่อาจจะมีและเพื่อลบร่องรอยทั้งหมดของตนเอง
ระหว่างทางเขาได้เปลี่ยนเสื้อผ้าที่ใช้ในการจู่โจมทิ้งไป กลับไปสวมชุดเดินทางธรรมดาๆที่ซื้อมาในคราแรก เขาเปลี่ยนลักษณะท่าทางการเดินเล็กน้อย ทำให้ตัวตนของ"นักฆ่าแห่งหุบเขาเงาจันทร์" เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียง"อสูร" นักเดินทางพเนจรผู้ลึกลับเท่านั้น
เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยแล้วเขาจึงหาที่พักพิงชั่วคราวและเปิดกล่องโลหะที่ชิงมาได้ออกดู
ภายในนั้น... คือ"หัวใจหินอัคคี" มันไม่ใช่ก้อนหินธรรมดาแต่เป็นผลึกศิลาสีแดงเข้มที่ยังคงเต้นตุบๆ ราวกับมีหัวใจของสิ่งมีชีวิตอยู่ภายในมันแผ่ไอความร้อนที่รุนแรงและพลังปราณธาตุไฟอันบริสุทธิ์ออกมาอย่างต่อเนื่องนี่คือสมบัติล้ำค่าที่สามารถยกระดับคุณภาพของโอสถได้หลายเท่าตัว...และเป็นสิ่งที่เถ้าแก่เนี้ยหงต้องการ
เมื่อจัดการธุระเรียบร้อยเขาก็เดินทางกลับไปยังสถานีการค้าป่าดำอีกครั้งเขาเดินผ่านประตูเข้าไปอย่างเงียบเชียบ ไม่ได้สร้างความสนใจใดๆบรรยากาศในสถานีการค้ายังคงดิบเถื่อนเช่นเดิมไม่มีใครรู้ว่าเด็กหนุ่มหน้าตาธรรมดาคนนี้เพิ่งจะก่อเรื่องสะเทือนฟ้าสะเทือนดินมา
เฟยชินมุ่งตรงไปยังโรงเตี๊ยมขวานบิ่นบรรยากาศภายในยังคงคึกคักเหมือนเช่นเคย แต่ครั้งนี้เมื่อเหล่าทหารรับจ้างเห็นเขาเดินเข้ามาสายตาของพวกเขาไม่ได้มีแววดูถูกหรือหาเรื่องอีกต่อไปแต่กลับแฝงไว้ด้วยความยำเกรงและหลีกทางให้แต่โดยดี ข่าวลือเรื่องการสั่งสอนอาหู่ด้วยตะเกียบเพียงอันเดียวยังคงเป็นที่กล่าวขาน
เขาเดินตรงไปยังบันไดชั้นสองยามสองคนที่เคยขวางทางไว้บัดนี้กลับโค้งคำนับและเปิดทางให้เขาโดยไม่ต้องแสดงป้ายไม้อีก
เมื่อเข้าไปในห้องทำงานของเถ้าแก่เนี้ยหงนางยังคงนั่งรออยู่ที่โต๊ะทำงานเช่นเดิมกำลังจิบชาอย่างสบายอารมณ์ราวกับรู้อยู่แล้วว่าเขาจะมาในวันนี้
เฟยชินไม่พูดพร่ำทำเพลงเขาวางกล่องโลหะที่บรรจุหัวใจหินอัคคีลงบนโต๊ะเบื้องหน้านางอย่างเงียบๆ
"ภารกิจลุล่วง"
เถ้าแก่เนี้ยหงแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจนางเปิดกล่องออกตรวจสอบ และเมื่อเห็นหัวใจหินอัคคีที่ยังคงเต้นตุบๆ อยู่ภายในดวงตาของนางก็ฉายประกายแห่งความยินดีออกมาอย่างชัดเจน
"ยอดเยี่ยม...ยอดเยี่ยมมาก คุณชายอสูร" นางกล่าว"ท่านทำงานได้สะอาดสะอ้านและรวดเร็วกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีกสมาคมการค้าหมื่นสมบัติยังคงคิดว่าถูกกลุ่มโจรภูเขาที่ไม่รู้จักชื่อปล้นไปด้วยซ้ำ"
นางดันถุงเงินที่หนักอึ้งถุงหนึ่งข้ามโต๊ะมาให้เขา"นี่คือโบนัสเล็กๆ น้อยๆ สำหรับฝีมืออันน่าประทับใจของท่าน"
จากนั้นนางก็หยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก...มันคือกุญแจที่ทำจากหินออบซิเดียนสีดำสนิททั้งอันบนตัวกุญแจสลักลวดลายโบราณที่ดูแปลกตา มันให้ความรู้สึกเย็นเยียบเมื่อสัมผัส
"และนี่คือรางวัลที่แท้จริงของท่าน...กุญแจสู่ถ้ำลาวา"
นางอธิบายต่อ"ที่ห้องเก็บเหล้าในชั้นใต้ดินของโรงเตี๊ยม มีกำแพงอิฐอยู่ด้านในสุดจงมองหาอิฐก้อนที่มีสัญลักษณ์เดียวกับกุญแจดอกนี้ แล้วใช้มันไขเข้าไป...ขอให้ท่านเพลิดเพลินกับรางวัลของท่าน"
ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากลายเป็นพันธมิตรทางธุรกิจอย่างสมบูรณ์"โรงเตี๊ยมของข้ามีงานระดับนี้เข้ามาเสมอ...หากท่านต้องการทรัพยากรเพิ่มอีกเมื่อไหร่ ก็จงมาหาข้า"
เฟยชินเก็บกุญแจและถุงเงินเขาพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการขอบคุณ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
เขาไม่ได้ไปที่ห้องพักของตนแต่กลับเดินลงไปยังชั้นใต้ดินของโรงเตี๊ยมตามคำแนะนำมันเป็นสถานที่ที่มืดและเย็นชื้น เต็มไปด้วยกลิ่นอับของดินและกลิ่นหมักของสุราเขาเดินผ่านถังไม้โอ๊คขนาดใหญ่จนมาถึงกำแพงอิฐด้านในสุด
สายตาของเขากวาดมองและพบอิฐก้อนหนึ่งที่มีสัญลักษณ์ขวานไขว้สลักไว้อย่างแนบเนียนเขาหยิบกุญแจออบซิเดียนออกมาและเสียบมันเข้าไป...
ครืด... ครืด...
เสียงหินเสียดสีกันดังขึ้นกำแพงอิฐค่อยๆ เลื่อนออก เผยให้เห็นทางเดินบันไดที่ทอดลึกลงไปในความมืดเบื้องล่าง
ทันทีที่ประตูเปิดออก...คลื่นความร้อนที่รุนแรงก็พวยพุ่งออกมาปะทะใบหน้าของเขา!มันมาพร้อมกับพลังปราณธาตุไฟที่หนาแน่นและบริสุทธิ์มหาศาลจนทำให้เขารู้สึกได้ถึงพลังปราณอสูรในร่างที่สั่นสะเทือนด้วยความตื่นเต้น
เฟยชินยืนอยู่ปากทางเข้าถ้ำลับแห่งนี้...สถานที่ที่จะเป็นเตาหลอมให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองอีกครั้ง
เขาได้ทำภารกิจสำเร็จ ได้รับรางวัลและบัดนี้ประตู่สู่ขุมพลังแห่งใหม่ก็ได้เปิดออกเบื้องหน้าเขาแล้ว