บทที่ 20 ช่วยฉันหน่อยได้ไหม (รีไรต์)
ทันทีที่ได้ยินเสียงนับถอยหลัง เจียงอี้อิ่นก็ะโออกจากรถ ระหว่างนั้นก็ระมัดระวังไม่ให้ตัวไปโดนโคลนที่กระจัดกระจายเต็มไปหมด เธอโอบแขนรอบคอของเจียนปิ่งแน่น พยายามหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อยกหน้าท้องและสะโพกขึ้น พร้อมกับใช้ขาเกี่ยวรัดรอบเอวของเจียนปิ่งเอาไว้
ตอนนี้เธอดูเหมือนทารกตัวใหญ่ ๆ ที่พยายามแนบตัวเข้ากับเจียนปิ่งให้ได้มากที่สุด
วินาทีต่อมา แสงสีฟ้าก็วาบขึ้น พริบตาเดียวเธอกับเจียนปิ่งก็หายไปจากรถ
โคลนยังคงไหลไปเรื่อย ๆ รถเสบียงคันนั้นก็ค่อย ๆ จมลง
ไม่กี่นาทีหลังจากที่เธอหายไป รถก็จมลงไปในโคลนจนมิด มองดูราวกับโคลนกินจนอิ่มหนำสำราญแล้วค่อย ๆ คายรถที่จมลงไปหนึ่งในสามออกมา จากนั้นโคลนทั้งหมดก็หายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผ่านไปสิบกว่านาที กู้ไฮว่ถิงและพรรคพวกถึงกลับมา
พอเห็นรถยังจอดอยู่ที่เดิม ทุกคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่าวินาทีถัดมากู้ไฮว่ถิงกลับเอ่ยบางอย่างออกมา “แบบนี้ไม่ถูกต้อง”
พวกเขาทำงานร่วมกันมานานจนรู้ใจกันดี การเคลื่อนไหวของคนอื่นจึงหยุดชะงักโดยไม่พูดอะไรสักคำ พร้อมกับตั้งท่าต่อสู้
เขาขมวดคิ้วแล้วส่งสายตาไปทางอาสยง
ชายร่างใหญ่ผงะไปเล็กน้อย ก่อนจะะโลั่นออกมาว่า “เถ้าแก่! เถ้าแก่!”
ภายในรถยังเงียบสนิท ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใด ๆ
เวลานั้นเองที่ซุนเฮาสังเกตเห็นความผิดปกติ “ตำแหน่งของรถขยับไปสองนิ้ว”
กู้ไฮว่ถิงโบกมือขวาส่งสัญญาณอย่างรวดเร็ว ลูกน้องทั้งห้าคนต่างเข้าใจโดยอัตโนมัติ พวกเขากระจายกำลังออกเป็รูปวงกลม รุกคืบเข้าหาตัวรถอย่างเชื่องช้า
อาสยงซึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่เดินนำหน้าไปส่องกระจกหน้าต่างเป็คนแรก “เถ้าแก่กับหุ่นยนต์หายไปแล้ว! รถเข็นขายอาหารก็หายไปด้วย!”
ซุนเฮาะโขึ้นไปบนหลังคารถอย่างคล่องแคล่วและตรวจสอบโดยรอบอย่างรวดเร็ว ก่อนรายงานผล “ไม่พบสิ่งผิดปกติ ทุกอย่างปลอดภัยดี”
เมื่อได้รับการยืนยัน กู้ไฮว่ถิงจึงรีบเปิดประตูรถ
ภายในรถว่างเปล่า ไร้ร่องรอยของการต่อสู้ ทุกอย่างดูราวกับว่าเจียงอี้อิ่นตั้งใจออกไปเอง
ซุนเฮาเอ่ยสิ่งที่คิดในใจออกมา “หรือว่าเถ้าแก่จะรู้สึกไม่ปลอดภัย เลย…”
“เป็ไปไม่ได้หรอก เธอไม่คุ้นเคยกับสถานที่แถวนี้ การวิ่งออกไปมั่ว ๆ มีแต่จะเพิ่มความเสี่ยง เธอไม่ใช่คนที่ทำอะไรบุ่มบ่ามแบบนั้น”
ซุนเฮาไม่ได้พูดอะไรอีก เขามองดูกัปตันเดินไปเดินมาในรถ
“มีคนรอซุ่มโจมตีอยู่ ใช้พลังพิเศษโจมตีเถ้าแก่” เขาเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น “ไปถามว่ามีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับการโจมตีของสัตว์กลายพันธุ์หรือไม่”
สมาชิกที่วิ่งเร็วที่สุดในทีมรีบวิ่งออกไปทันที อาสยงถามด้วยความเป็ห่วง “เถ้าแก่จะไม่เป็ไรใช่ไหมครับ”
“ตอนนี้อาจจะยังไม่เป็ไร คนที่จับเธอไปต้องเห็นมูลค่าในตัวเธอ แต่…”
ทุกคนเข้าใจสิ่งที่เขายังพูดไม่จบ ชีวิตอาจรักษาไว้ได้ แต่การถูกทรมานจำเป็ต้องเกิดขึ้นแน่นอน
อาสยงรีบร้อน “งั้นเราต้องรีบหาเถ้าแก่ให้เจอ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แบบนั้นจะทนการทรมานได้ยังไง”
กู้ไฮว่ถิงปิดปากสนิท มีเพียงหมัดที่กำแน่นเท่านั้นที่เผยให้เห็นอารมณ์ที่ไม่คงที่ของเขา
สมาชิกที่ออกไปสืบข่าวกลับมาอย่างรวดเร็ว “ลูกพี่ การโจมตีของสัตว์กลายพันธุ์ครั้งนี้มันแปลกจริง ๆ การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ได้ยินมาว่าก่อนที่เราจะไปถึง สัตว์พวกนั้นก็เหมือนกับคลุ้มคลั่งเหมือน่ผสมพันธุ์เลย”
ซุนเฮาถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “มีใครทำให้สัตว์กลายพันธุ์เสียสติไหม”
กู้ไฮว่ถิงค่อย ๆ พยักหน้า ในหัวของเขาเชื่อมโยงทั้งสองเื่เข้าด้วยกันแล้ว
“ลูกพี่ ตอนนี้จะทำยังไงดี”
“ไปรายงานผู้บัญชาการจางก่อน ไม่ว่าเื่นี้จะเกี่ยวข้องกับเถ้าแก่เจียงหรือไม่ ใครกล้ามาก่อเื่ในฐานทัพอู๋ถงก็ห้ามปล่อยไป”
กองกำลังของกู้ไฮว่ถิงแข็งแกร่ง ข้อมูลที่พวกเขามอบให้ย่อมได้รับความสำคัญอย่างยิ่ง ทางฐานอู๋ถงจึงสั่งปิดล้อมฐานอย่างเร่งด่วน
……
ขณะเดียวกัน ณ จุดลับตาแห่งหนึ่งนอกฐานอู๋ถง เจิ้งหยวนมองรถเข็นขายอาหารคันเล็กที่ถูกพ่นออกมาจากกองโคลนด้วยสีหน้าบึ้งตึง
จ้าวเซี่ยงเทียนตกตะลึง “ผู้หญิงคนนั้นหนีไปแล้วเหรอ เธอก็แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ทำได้ไงน่ะ!”
ความโกรธสุมทรวง เจิ้งหยวนตวาดเสียงดังลั่น “แกถามฉัน แล้วฉันจะไปถามใครได้!”
โคลนนั้นคือพลังพิเศษของเขา สามารถควบคุมจากระยะไกลให้กลืนกินสิ่งมีชีวิตหรือวัตถุในตำแหน่งที่กำหนดได้ แล้วยังบดบี้จนไม่เหลือซากหลังจากกลืนกินได้อีก หรือจะเคลื่อนย้ายสิ่งที่กลืนไปยังตำแหน่งอื่นแล้วคายออกมาในสภาพเดิมได้ตามใจชอบ
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือตอนที่กลืนกินจากระยะไกล เขาไม่สามารถควบคุมอะไรได้มากกว่านั้น และรับรู้ได้เพียงเลือนรางว่าการกลืนกินนั้นสำเร็จหรือไม่
แต่เจิ้งหยวนรู้สึกว่านั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะเป้าหมายเป็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง
หลังจากได้รับสัญญาณยืนยันว่าผู้หญิงคนนั้นขึ้นรถแล้ว เขาก็ใช้พลังพิเศษทันที
หลังจากรู้สึกได้ว่าโคลนดูดกลืนทุกอย่างสำเร็จ เขาก็เก็บพลังพิเศษกลับทันที เพื่อไม่ให้ใครล่วงรู้เบาะแส ใครจะคาดคิดว่าสิ่งที่ถูกกลืนกินดันเป็แค่รถเข็นขายอาหารเปล่า ๆ!
ผู้หญิงคนนั้นมันกล้าดีนัก กล้าหลอกลวงเขาแบบนี้ รอให้เขาจับตัวได้เมื่อไหร่ เขาจะต้องสั่งสอนให้หลาบจำเลยคอยดู!
ณ พื้นที่โล่งในพื้นที่อันตรายระดับ C กลางท้องฟ้าเกิดหลุมอากาศหมุนวง ร่างสองร่างพันธนาการกันอยู่กลางอากาศ ก่อนจะร่วงลงมาจากความสูงครึ่งเมตร
เจียงอี้อิ่นรีบปล่อยแขนขาออก แต่ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป ตอนร่วงลงบนพื้นจึงข้อเท้าแพลง
“ซี๊ดดด” เธอะโไปนั่งที่โต๊ะปิกนิก ก้มลงดูข้อเท้าของตัวเอง
โชคยังดีที่แค่แพลงเล็กน้อย พักผ่อนสักสองสามวันก็น่าจะหาย
ในที่สุดเธอก็กลับมายังพื้นที่ปลอดภัยได้สำเร็จ โล่งอกไปที โลกนี้มันอันตรายเกินไปจริง ๆ ถึงแม้ว่าเธอจะโชคดีที่คนกลุ่มแรกที่ได้รู้จักล้วนแข็งแกร่งและใจดี แต่การพึ่งพาการปกป้องจากพวกเขาตลอดไปก็คงไม่ได้ เธอต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเอง
ไม่งั้นครั้งหน้า หากเจอภารกิจที่ต้องออกไปทำข้างนอกแล้วเกิดอันตรายขึ้นมา เธออาจไม่โชคดีหนีรอดมาได้เหมือนครั้งนี้
เธอเรียกดูร้านค้าบลูไดมอนด์ นอกจากยาฟื้นคืนชีพแล้ว สิ่งที่ร้านนี้ขายเยอะที่สุดก็คือพลังพิเศษต่าง ๆ มีเยอะขนาดที่เธอคาดไม่ถึงเลยแหละ ไม่มีอะไรที่ระบบไม่มีขาย
แต่ราคาแต่ละอย่างก็สูงจนน่าใ พลังที่ถูกที่สุดก็ปาเข้าไป 100 บลูไดมอนด์แล้ว
เธอเหลือบมองบลูไดมอนด์ของตัวเองที่มีอยู่แค่สิบกว่าก้อน ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงรวบรวมสติแล้วถามว่า “ระบบ ฉันจะหาบลูไดมอนด์เพิ่มได้ยังไงบ้าง”
[ทำภารกิจของระบบให้สำเร็จ ปลดล็อกความสำเร็จ ยิ่งร้านอาหารพัฒนามากเท่าไหร่ ก็จะมีวิธีหาบลูไดมอนด์มากขึ้นเท่านั้น]
เอาเถอะ ดูเหมือนเธอคงต้องตั้งใจบริหารร้านอาหารให้ดี ๆ เสียแล้ว
หวังว่าใบปลิวที่เธอแจกไปเมื่อวานจะพาลูกค้าใหม่ ๆ มาที่ร้านได้นะ
เหมือน์จะได้ยินคำขอของเธอ เพราะจู่ ๆ บนถนนเล็ก ๆ ในป่าก็มีเงาปรากฏขึ้นมาหลายร่าง
เธอตอบสนองด้วยรอยยิ้มโดยอัตโนมัติ “ยินดีต้อนรับสู่ร้านเมืองอาหารอวี้ซานไห่ค่ะ ไม่ทราบว่ารับอะไรดีคะ”
ผู้มาเยือนมีสีหน้าตกตะลึง “ที่นี่มีร้านอยู่จริง ๆ ด้วย!”
เธอเห็นใบหน้าที่ดูคุ้นตาอยู่สองสามคน เมื่อลองนึกดูแล้วก็น่าจะเป็คนที่ซื้อเจียนปิ่งและรับใบปลิวไปเมื่อวาน
พวกเขามองอย่างอยากรู้อยากเห็นอยู่หน้าร้านอาหารทั้งสองร้าน มองดูรายการอาหารและราคาอยู่สักพักใหญ่ สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะสั่งทั้งหมด โดยสั่งอย่างละหนึ่งที่สำหรับทานที่ร้าน
เธอรีบลงมือทำตามออร์เดอร์ที่ได้ ชั่วพริบตาก็ยกอาหารมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ
ตอนเก็บคริสตัลกลับมา ระบบก็แจ้งว่าเงื่อนไขการอัปเกรดของร้านบะหมี่หยางชุนสำเร็จแล้ว
แต่ตอนนี้ร้านของเธอยังมีลูกค้าอยู่ เธอจึงต้องอดใจรอ เอาไว้รอเวลาให้เหมาะสมก่อนค่อยอัปเกรดร้านบะหมี่ทันที
พวกเขากินบนโต๊ะจนหมดอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังรู้สึกไม่พอใจ พวกเขาจึงสั่งสิ่งที่แต่ละคนชอบมาเพิ่ม
หลังจากที่พวกเขากินจนอิ่มหนำสำราญแล้ว เธอจึงเอ่ยว่า “รบกวนพวกคุณช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ”