เ้าแมนติคอร์ตัวนั้นจ้องเด็กหญิงตัวเล็กอย่างหิวกระหายก่อนที่มันจะก้าวเท้าเดินตรงไปหาเธอ ทว่า...เดินไปไม่ถึงสองก้าว ทั่วร่างก็พลันหยุดชะงักขยับไปต่อไม่ได้ มันพลันหันขวับมามองด้านหลัง ก่อนจะพบว่ายามนี้หางแมงป่องขนาดั์กำลังโดนมนุษย์ผู้ชายกึ่งเปลือยคนหนึ่งจับไว้แน่น ซึ่งคนคนนั้นก็คือ ผมเอง..
“จะกินเด็กเหรอไอ้เหมียวั์หางแมงป่อง ฝันไปเถอะ!!”
ผมใช้สองมือจับหางของมันไว้แน่น ก่อนจะออกแรงเหวี่ยงสุดกำลัง และด้วยพลังของแสงศีลธรรมในร่างก็ทำให้เ้าแมนติคอร์ลอยกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้แถวนั้นจนเกิดเสียงดังโครมใหญ่ มันร้องโหยหวนด้วยความเ็ป ทว่า...พริบตาเดียวสีหน้าก็เปลี่ยนเป็ความโกรธสุดขีด มันลุกขึ้นยืนคำรามลั่นจนแสบแก้วหู ก่อนจะพุ่งทะยานมาหาผมด้วยความรวดเร็ว และสิ่งแรกที่พุ่งลงมาจู่โจมก็คือหางแมงป่องที่มีเหล็กในแหลมเปี๊ยบ
ถ้าเป็นักผจญภัยคนอื่นอาจจะโดนจนหางนี่เสียบทะลุกลายเป็โดนัท แต่ไม่ใช่กับผมแน่ ๆ ผมะโถอยหลังหลบการโจมตีได้อย่างสบาย ๆ จากนั้นเ้าแมวั์ขี้โมโหก็พุ่งร่างขนาดมหึมาของมันพร้อมกรงเล็บแหลมที่อุ้งเท้าเข้าใส่ผมอย่างต่อเนื่อง
เห็นตัวโต ๆ แบบนี้ไม่คิดว่าจะเคลื่อนไหวได้เร็วสุด ๆ
ทุกการตะปบ ทุกการจู่โจมด้วยหางแมงป่อง ล้วนอันตราย และทรงพลังสุด ๆ ผมะโหลบไปมาพร้อมคิดไปด้วยว่าจะเอายังไงดี และในตอนนั้นเสียงของเ้าลักซ์ก็ดังขึ้นในหัว
“ใช้ ไอ้นั่น ตัดหางมันเลย”
“ไอ้นั่น ที่นายว่าหรือจะหมายถึง...
“ถูกต้อง ฉันหมายถึงอาวุธหนึ่งเดียวอันนั้นที่นายฝึกใช้มาอย่างเอาเป็เอาตาย...”
...ผมนิ่งไป 3 วิ ที่นิ่งไม่ใช่เพราะใ แต่นิ่งเพราะนึกถึงตอนที่ใช้เ้านั่นเป็ครั้งแรก มันก็ทรงพลังอยู่หรอก แต่....แต่... เออ ช่างเถอะ ชีวิตนี้ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
พอคิดได้แบบนั้นผมก็ะโถอยหลังไปเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือขวาลงไปในแสงแห่งศีลธรรมต่างหว่างขา
“เอาล่ะนะ เ้าเหมียวั์ลองเจออาวุธชิ้นนี้หน่อย ออกมาเลย!! ดุ้นดาบแสง (Lightsword) ”
ยามนี้ในมือของผมมีอาวุธเรียวยาวคล้ายหลอดนีออนสว่างจ้ากำลังส่งเสียง หวึ่ง หวึ่ง อยู่ตลอดเวลา และใช่ครับหากมองผ่าน ๆ มันเหมือนไลท์เซเบอร์จากหนังลิเกอวกาศ ไม่รู้เ้าลักซ์มันไปดูภาคไหนมาเลยตั้งชื่อให้แบบนี้...
โฮกกกกกกกกกกกก....กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!
เ้าแมวั์แมนติคอร์คำรามลั่น คล้ายจะบอกว่า ‘ข้าไม่กลัวของเล่นในมือเ้าหรอกนะไอ้มนุษย์วิตถาร’
จากนั้นมันก็พุ่งกระโจนเข้าใส่ผมด้วยความรวดเร็วอีกครั้ง
ฉับ...!! หวึ่ง หวึ่ง (เสียงเอฟเฟคเวลาแกร่งดาบ)
แค่พริบตาเดียวผมก็เอี้ยวตัวหลบการจู่โจมของมัน ก่อนใช้ดุ้นดาบแสงฟันเข้าไปหางแมงป่องหางนั้นจนขาดเป็สองท่อน เ้าแมวั์ไถลไปกับพื้นเป็ทางยาวก่อนร้องโหยหวนออกมาด้วยความเ็ป ผมไม่ได้พุ่งเข้าไปซ้ำ หากแต่ใช้ดุ้นชี้หน้ามัน หมายถึง..ใช้ดุ้นแห่งแสงที่ถือไว้ในมือชี้หน้ามัน ประหนึ่งจะบอกว่าให้มันไสหัวไปไกล ๆ ก่อนที่จะกลายเป็สิงโตสับละเอียด เ้าแมนติคอร์หน้าถอดสีด้วยความกลัว ดูเหมือนยามนี้มันจะเข้าใจแล้วว่ากำลังสู้ผิดคน มนุษย์โรคจิตวิตถารตรงหน้าไม่ใช่เหยื่อ หากแต่เป็ผู้ล่าต่างหาก มันรีบหมุนตัวก่อนจะกระโจนร่างหายเข้าไปในพุ่มไม้อย่างรวดเร็ว จากนั้นผมจึงเก็บดุ้นดาบแสงกลับคืนที่เดิม ก่อนจะหันไปหาเด็กผู้หญิงคนนั้น คิดหนักเหมือนกันว่าเธอจะใ จะกรีดร้อง จะกลัวผมเหมือนคนอื่น ๆ มั้ย
“ปะ..ปลอดภัยแล้วนะ มะ...ไม่ต้องกลัวเ้าแมวใหญ่ตัวนั้นหนีไปแล้ว”
ผมยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
เด็กหญิงคนนั้นมองผมตาแป๋ว ไม่มีทางหวาดกลัว ไม่มีท่าทางใ เฮ้ออออ....ออ เห็นแบบนี้ก็สบายใจขึ้นเยอะ
“หนูชื่ออะไร มาจากไหนเหรอ? ให้พี่ไปส่งที่บ้านเอาไหม...”
ผมพยายามยามระบายยิ้มกว้างอย่างเป็มิตรเพื่อให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย แต่สิ่งได้รับกลับมาคือ...เด็กหญิงคนนั้นยังคงมองจ้องผมตาแป๋ว เช่นเดิม ไม่กลัว ไม่ใ แต่ก็ไม่พูดอะไรตอบกลับมาเช่นกัน
“อะ...อ้าว ยังไงล่ะเนี่ย ถามอะไรก็ไม่ตอบสักอย่าง เอ๊ะ! หรือเธอจะเป็ใบ้หูหนวก งั้น...ลองแบบนี้ก็แล้วกัน”
ผมนั่งลงกับพื้นก่อนจะใช้นิ้วจิ้มดิน แล้วเริ่มเขียนภาษาของโลกนี้ (ไม่ต้องถามว่ารู้ภาษาของโลกนี้ได้ยังไง เื่แฟนตาซีก็แบบนี้แหละ ไม่้าตรรกะ หรือเหตุผล)
พอเขียนจบเด็กหญิงก็ก้มมอง ก่อนที่เธอจะจิ้มนิ้วลงบนพื้นดินแล้วเริ่มเขียนบ้าง
โอ้! ผมเดาถูกเธอพูดไม่ได้จริง ๆ ด้วยไหนดูสิเขียนว่าไง
“เนย์ร่า”
...
เนย์ร่า? สงสัยจะเป็ชื่อเธอล่ะมั้ง
“หนูชื่อเนย์ร่าเหรอ”
ผมเงยหน้ามอง ซึ่งยัยหนูตรงหน้าก้พยักหน้าหงึก ๆ
อ้าว...หูไม่หนวกนี่หว่า แต่พูดไม่ได้เฉย ๆ
“งั้นบ้านหนูอยู่ไหน เดี๋ยวพี่จะไปส่ง...”
ยัยหนูเนย์ร่ามองตาผมปริบ ๆ ก่อนยิ้มแป้น แถมไม่ยอมเขียนอะไรเพิ่มบนพื้น..
โอยยย...ยย อิหยังวะครับ บอกแค่ชื่อแล้วพี่จะไปส่งเธอยังไงล่ะเนี่ย เอาไงดีวะสื่อสารกันไม่รู้เื่ ถ้างั้นก็ต้องตัวใครตัวมันละกัน
ผมพ่นลมหายใจยาว ๆ ออกมาจากปาก ก่อนจะลุกขึ้นยืน จากนั้นก็ระบายยิ้มให้ยัยหนูเนย์ร่าตรงหน้า
“งั้นพี่ไปก่อนนะ อยากจะพาหนูไปส่งบ้านแต่หนูเล่นไม่บอกอะไรนอกจากชื่อ พี่จนใจจริง ๆ หวังว่าจะกลับบ้านอย่างปลอดภัยนะ...”
พูดจบก็เหมือนเดิมยัยหนูเนย์ร่า ยิ้มแป้นเป็คำตอบ ผมยิ้มตอบเธอก่อนจะยกมือโบกให้ ก่อนจะหมุนกายเดินจากมา
“ให้ตายสิ แต่ล่ะมื้อแต่ล่ะเดย์เราเจอแต่อะไรเนี่ย ช่างเป็การมาต่างโลกที่...หือ?”
ขณะที่ผมกำลังเดินไหล่ห่อคอตก บ่นอิดออด จู่ ๆ หูก็ได้ยินเหมือนเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินอยู่ด้านหลัง ซึ่งพอหันไปมองก็พับกบ! พบกับ...
ยัยหนูน้อยเนย์ร่าที่อุ้มลูกฮิปโปมีปีกคนนั้น กำลังเดินตามมาติด ๆ
“เอ้า จะตามพี่มาทำไมเนี่ย?”
...เงียบ ยิ้มแป้น มองหน้า ทำตาแป๋ว
การสื่อสารล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
“เอาไงดีลักซ์”
“ดูเหมือนนายจะเจอตัวปัญหาของแทร่เข้าให้แล้วว่ะ สื่อกันไม่รู้เื่ แถมไล่ก็ไม่ยอมไป ถ้างั้นก็มีทางเดียว...”
“จะให้พายัยหนูนี่ไปด้วยเนี่ยนะ? จะบ้าเหรอ! นี่เราไม่ได้มาเดินเล่นในป่านะเฟ้ย!! และฉันก็ไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็กด้วย”
“แล้วจะทำไงล่ะคุณพี่? ไหนตอบให้ผมชื่นใจหน่อยสิ...”
“ระ...เื่นั้น...”
“ทำอะไรไม่ได้ก็ทำใจซะ พาไปด้วยนั่นแหละ จนกว่าจะรู้ว่าเธอเป็ใคร บ้านอยู่ไหน...”
T T บ้าเอ๊ย!! นี่ชีวิตตูยังลำบากไม่พอใช่ไหม มาต่างโลก ผจญภัย มีปาร์ตี้มันก็เป็เื่ปรกติพอเข้าใจได้ แต่ไหงสมาชิกปาร์ตี้คนแรกของเรา ถึงกลายเป็เด็กหญิงตัวน้อยที่พูดไม่ได้ล่ะเนี่ย...
บูววว...วว บูววว...วว
หือ?
เวลานั้นผมเห็นเ้าลูกฮิปโปมีปีกในอ้อมกอดของยัยหนูเนย์ร่าลืมตาตื่น ก่อนที่มันจะมองยังผม และส่งเสียงขึ้น
“ลูกฮิปโปมีปีกงั้นเหรอ? พึ่งเคยเห็นครั้งแรกน่ารักจัง...”
“โอ้ ลูกฮิปโปันี่ มอนสเตอร์หายากเลยนะเนี่ย”
“ตัวอะไรนะลักซ์ ฮิปโปั?”
“ใช่ฮิปโปั มอนสเตอร์โบราณระดับหาโคตรยากกกก ว่ากันว่าปัจจุบันเหลืออยู่น้อยสุด ๆ ในตำนานเล่าว่าพวกมันตอนโตเต็มวัยจะแข็งแกร่งมาก แกร่งขนาดยืนวัดฝีมือกับดรากอนคิงได้แบบสู้สีเลยนะ”
ขะ...ขนาดนั้นเลยเหรอ สะ...สุดยอด แล้วยัยหนูนี่ไปเอาลูกฮิปโปัมาจากไหนกัน? - - ถึงถามไปก็คง..
...เงียบ ยิ้มแป้น มองหน้า ทำตาแป๋ว เหมือนเดิมสินะ
“งั้นก็ช่างเถอะ ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็คงต้องทำใจยอมรับอย่างที่เ้าลักซ์บอก
“เนย์ร่าถ้างั้นก็ไปกับพี่แล้วกัน ส่วนแก เอ่อ...แกมีชื่อไหมเนี่ย?”
บูววว...ววว บูววว..วว
“บูววงั้นเหรอ? ตอนแรกคิดจะเรียกแกว่า หมูเด้ง แต่เดี๋ยวโดนฟ้องเื่ลิขสิทธิ์ งั้นฉันเรียกแกว่า บูววว ก็แล้วกันมักง่ายดี ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
บูววววว..ววว บูววววววววว...ววว!!!!!!!!
โอ้ ร้องเสียงดังตีปีกพึ่บพั่บ แบบนี้แสดงว่าชอบสินะ(คิดเองเออเอง) ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ เนย์ร่า บูววว หนทางยังอีกยาวไกล...
จบตอน