ยี่สิบนาทีก่อน
หลังจากแยกจากกลุ่มฟรานซิสมุ่งตรงไปทางทิศตะวันออก แผนที่จำลองขนาดย่อมลอยอยู่ด้านขวาของเขา ฟรานซิสมองไปตามจุดสีแดงต่าง ๆ ในแผนที่ ใช้เวลาสักพักเขาถึงจะพบกลุ่มที่ยังคงอยู่ตำแหน่งเดิม ฟรานซิสหยุดห่างจากจุดเป้าหมายประมาณร้อยเมตรเพื่อสังเกตการณ์ ก่อนยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงเพื่อนที่วางแผนนี้ ซึ่งเขารู้ดีว่าทำไมลินคอร์นถึงเลือกเขาทำหน้าที่นี้ เพราะเขาคือเด็กธาตุลมที่ถนัดธาตุสายฟ้าด้วยทำให้เขาใช้วิชาที่ฝึกได้ยากอย่าง เคลื่อนไหวพริบตา แถมลินคอร์นยังแนะนำให้เขาฝึกอีกหนึ่งวิชาที่จะเป็ประโยชน์กับเขาคือวิชา เนตรทิวา ที่สามารถมองเห็นเวทมนตร์ได้ทุกชนิด แม้แต่เวทมนตร์ที่ถูกซ่อนอยู่
ั์ตาฟรานซิสเปลี่ยนเป็ขาว ก่อนภาพของกลุ่มตรงหน้าจะเปลี่ยนไป เขาเห็นเส้นสีแดงที่น่าจะเป็กับดักเพลิง กลุ่มพลังสีฟ้าที่คงหนีไม่พ้นตาข่ายเวท ฟรานซิสพยายามมองผ่านกับดักอื่น ๆ ที่ถูกวางไว้เพื่อหาธงประจำหอ ก่อนสะดุดกับกลุ่มพลังสีดำ เขายิ้มออกมาแล้วั์ตากลับเป็สีน้ำตาลอีกครั้ง
“ใช้ม่านบังตาในการซ่อนธง ฝีมือไม่ธรรมดานี่”
ทันทีที่พูดจบร่างของฟรานซิสก็หายไปทันที ก่อนไปปรากฏอยู่กลางกลุ่มผู้สอบดังกล่าวโดยไม่โดนกับดักแม้แต่น้อย จนทำให้พวกเขาตื่นตระหนกเป็อย่างมาก แต่ทันทีที่จะร่ายเวทป้องกันร่างของฟรานซิสก็หายกลับไปอยู่ที่เดิมทันที
“ได้มาหนึ่ง ธงหอนภาสินะ”
ร่างของฟรานซิสหายไปอีกครั้ง จนได้ธงหอบัณฑิต หอตุลาการ แล้วยังได้หอนภาซ้ำมาอีก โดยไม่มีกลุ่มไหนจะป้องกันธงไว้ได้ ทำได้แต่กระจายกันออกไปตามหาผู้ที่ขโมยธง โดยมีลักษณะเด่นอย่างเดียวที่จำได้คือผมสีแดงเพลิง
จนผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีฟรานซิสก็มีธงอยู่หกธงพอดี คือ หอบัณฑิต หอตุลาการ หอเอกลักษณ์ หอศิลา และหอนภาสองธง ปัญหาเดียวคือเขายังขาดธงหออัศวิน
เพล้ง~~~~~~~
เสียงบาเรียที่ดังสะท้านออกไปทั่วป่า ฟรานซิสหยุดทันทีก่อนหันกลับไปมองกลางป่า อันเป็ที่อยู่ของเพื่อนเขา เขาเห็นเพียงแสงมากมายจากบริเวณนั้น
“ลินค์ อย่าเป็อะไรไปนะ” ฟรานซิสพุ่งกลับไปกลางป่าทันที แต่ก็ต้องหยุดอย่างกะทันหันเมื่อถูกคนกลุ่มหนึ่งขวางหน้าอยู่
“นายสินะที่ขโมยธงพวกเรา” เด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าเอ่ยถามขึ้น พร้อมกับที่มีกลุ่มอื่นเข้ามาสมทบด้วย จนฟรานซิสถูกล้อมอยู่ตรงกลาง โดยมีคนกว่าสามสิบคนล้อมอยู่
“จมูกไวกันจริง ๆ เลยนะ แต่ช่วยหลบไปหน่อยได้ไหม บังเอิญฉันรีบ” ทันทีที่ฟรานซิสพูดจบพายุเปลวเพลิงนับสิบลูกก็ก่อตัวขึ้นรอบตัวเขา จนผู้เข้าสอบที่ล้อมอยู่ต้องะโถอยออกไปเพื่อตั้งหลักให้พ้นระยะของพายุเพลิง
ครืน~~~~~~
แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทำให้ทุกคนตื่นตระหนกก่อนรีบกางบาเรียป้องกันสิ่งที่อาจขึ้นได้หลังแผ่นดินไหว แต่กับฟรานซิสเขาทำต่างออกไป เขาใช้จังหวะที่ทุกคนใกับแผ่นดินไหวสลายเวทก่อนใช้เคลื่อนไหวพริบตาหายออกไปจากบริเวณนั้นทันที กว่าผู้สอบที่ล้อมอยู่จะรู้ตัวฟรานซิสก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว
ฟรานซิสใช้เวลาไม่ถึงสิบวินาทีถึงต้นไลท์เมลีน แต่ทันทีที่มาถึง เขาก็ต้องขมวดคิ้วกับภาพที่เห็นตรงหน้า ผู้เข้าสอบมากมายที่ควรจะอยู่ที่นี่ได้หายไปหมดแล้ว เหลือเพียงราล์ฟที่อุ้มมีร่าอยู่กับเด็กหนุ่มอีกคนที่เขาไม่รู้ว่าเป็ใครอุ้มลูน่าอยู่ ฟรานซิสพยายามมองหาลินคอร์นแต่ไม่พบ จึงเดินเข้าไปหาราล์ฟเพื่อนถาม
“ราล์ฟ เ้าละ...!!” ฟรานซิสชะงักเมื่อเห็นดวงตาของราล์ฟที่หันมามองเขาตามเสียงเรียก ดวงตาซึ่งไร้ตาขาวมีเพียงสีดำสนิทที่ไร้เงาสะท้อน
“ลินคอร์นไม่เป็อะไร ไม่ต้องเป็ห่วง ทันทีที่บาเรียสลายลินคอร์นก็ร่วงลงมาก่อนถูกเข็มกลัดส่งไปอาคารพยาบาล” ราล์ฟเอ่ยตอบ พร้อมดวงตาที่กลับมาเป็ปกติ
“เอ่อ...ถ้าอย่างนั้นฉันก็สบายใจหน่อย” ฟรานซิสยิ้มรับโดยยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่เดินเข้าไปหาราล์ฟ “อ้อ! ฉันได้ธงมาห้าหอแล้วนะ ขาดแต่ธงหออัศวิน เพราะดันได้ธงหอนภาสองธง”
“งั้นก็โชคดีฉันบังเอิญได้ธงหออัศวินมาพอดี งั้นเรารีบออกไปจากป่ากันดีกว่า” พูดจบราล์ฟก็อุ้มมีร่านำออกไปทันที โดยมีชายอีกคนอุ้มลูน่าตามไป ปล่อยให้ฟรานซิสมองรอบตัวอย่างสงสัยและพึมพำออกมาโดยไม่ให้ราล์ฟได้ยิน
“นายทำอะไรกันแน่ราล์ฟ ผู้เข้าสอบที่ล้อมบาเรียหายไปไหนหมด เฮ้ย!!”
พรืบ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
การปรากฏตัวของคนนับสิบที่ล้อมบริเวณนี้ไว้ ทำให้ฟรานซิสอุทานออกมาอย่างใสุด ๆ เพราะมัวแต่ใจลอย โดยราล์ฟและชายอีกคนทำเพียงหยุดเดิน เมื่อเห็นว่าคนที่มาไม่ใช่ผู้เข้าสอบ
“เกิดอะไรขึ้นที่นี่?” ชายคนหนึ่งถามขึ้นซึ่งพวกเขาจำได้ทันทีว่าเป็เซดริกประธานนักเรียนของโรงเรียน
‘พวกกรรมการคุมสอบสินะ’
แต่ยังไม่ทันที่ราล์ฟจะตอบอะไร ก็มีหญิงสาวั์ตาสีฟ้าน้ำทะเลปรากฏตัวขึ้นและกระซิบอะไรบางอย่างกับเซดริก ก่อนที่เขาจะหันกลับมายิ้มให้กลุ่มของราล์ฟ
“เด็ก ๆ คนอื่นถูกส่งไปห้องพยาบาลสินะ งั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว ว่าแต่พวกเธอทำภารกิจกันเสร็จแล้วใช่ไหม อ้อ! เด็กสองคนนั้นต้องไปอาคารพยาบาลนะ” เซดริกเอ่ยเองเสร็จสรรพก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้งร่างของสองสาวก็ถูกเข็มกลัดส่งไปอาคารพยาบาลทันที พร้อมกับกรรมการคุมสอบคนอื่น ๆ ที่เห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็หายตัวไปทันทีจนเหลือเพียงเซดริก
“ธงสินะครับ” ฟรานซิสหยิบธงออกมา ก่อนรับธงจากราล์ฟแล้วยื่นให้เซดริก ซึ่งรับไว้ด้วยรอยยิ้ม ก่อนเอ่ยขึ้น
“เรียบร้อย พวกเธอสอบผ่านแล้วไปรอเพื่อนที่หอประชุมก่อนนะ”
ร่างของราล์ฟและฟรานซิสถูกเข็มกลัดส่งไปหอประชุมทันที โดยลุคจะค่อย ๆ เลือนหายเพื่อตามราล์ฟไป
“จากสภาพที่นี่แล้ว ฝ่ายซ่อมแซมต้องเหนื่อยมากแน่ ๆ”
เซดริกพูดประโยคสุดท้ายออกมาก่อนหายไปอีกคน
--------------------
ราล์ฟและฟรานซิสมาปรากฏตัวอีกครั้งในหอประชุมขนาดใหญ่โดยมีลุคในร่างภูตอยู่ในกระเป๋าเสื้อของราล์ฟ หอประชุมนี้ประมาณโดยสายตาน่าจะจุคนได้สองพันคน มีที่นั่งชั้นลอยที่ตอนนี้มีพวกรุ่นพี่ปีสองและปีสามนั่งอยู่ ที่ชั้นล่างมีผู้สอบนั่งอยู่ประปรายมีไม่ถึงห้าสิบคน
“นั่งหลังแล้วกันนะ” ฟรานซิสเดินนำไปนั่งแถวหลังสุดเพื่อห่างจากคนอื่น หลังจากทั้งสองนั่ง ฟรานซิสก็เอ่ยถามราล์ฟถึงเื่ที่เกิดขึ้น “เล่าให้ฟังได้ไหม ว่าหายไปไหนมา แล้วเกิดอะไรขึ้นตอนที่บาเรียสลาย”
“ฉันอยากฟังเื่ฝั่งนายมากกว่า เล่าหน่อยสิ ว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่ฉันหายไป” ราล์ฟตอบเลี่ยงโดยถามถึงเื่ฝั่งฟรานซิส
“ได้ฉันเล่าก่อน แต่พอฉันเล่าเสร็จนายต้องเล่าเื่นายเหมือนกัน”
ราล์ฟนั่งฟังสิ่งที่ฟรานซิสเล่าโดยที่ยิ้มตามไปด้วย เพราะฟรานซิสเล่าโดยเติมเสริมแต่งจนสถานการณ์ที่ดูตึงเครียดกลายเป็เพียงเื่สนุกหลังมื้ออาหาร แต่ราล์ฟก็ยังอดทึ่งในความสามารถของสามสมาชิกในกลุ่มไม่ได้ โดยเฉพาะความเก่งของฟรานซิส ที่ราล์ฟต้องเอ่ยถามทันทีที่ฟังจบ
“ถ้านายชิงธงได้ด้วยความเร็วขนาดนั้น ทำไมไม่ทำั้แ่แรก มั่วเสียเวลาไปสังเกตการณ์ และทำแผนล่อกลุ่มชิงธงให้เหนื่อยทำไม”
“ใจคอนายจะให้ฉัน ใช้เนตรทิวาตรวจกลุ่มต่าง ๆ ตั้งแปดสิบกลุ่ม โดยหวังว่าจะเจอธงหรือไง รู้ว่ากลุ่มไหนทำภารกิจปกป้องธงมันง่ายกว่าอยู่แล้ว ถึงแผนจะเสี่ยงก็เถอะนะ แต่ถ้านายอยู่ด้วยคงง่ายกว่านี้เพราะนายกางอาณาเขตเวทได้ ตกลงนายหายไปไหนมา” ฟรานซิสตอบเพื่อไขความกระจ่างให้กับราล์ฟพร้อมถามเื่ที่เกิดขึ้นกับราล์ฟไปด้วย
ราล์ฟถอนหายใจก่อนเล่าเื่ที่ต้องสู้กับอลันโดยไม่ได้พูดถึงสถิตซาตานและลุค พอราล์ฟเล่าจบฟรานซิสกลับหัวเราะออกมา
“นายหัวเราะอะไร”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ กะ...ก็ลองนึกดูสิ เ้าอลันอะไรนั่น มันท้าสู้นาย แต่นาย ฮ่า ๆ ๆ ขอโทษ ๆ ก็นายดันไปวางกับดักใส่หมอนั่น ละ...ลองนึกภาพหน้าหมอนั้นสิคงตลกสุด ๆ เลย ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
“ก็ไม่รู้สิ ก็ไม่ได้ทันสังเกตว่าหมอนั่นทำหน้ายังไง”
“ช่างเถอะ ๆ ฉันอยากรู้เื่ตอนบาเรียสลายมากว่า”
“เื่นั้น...”
“พวกนายทำภารกิจสำเร็จหรือเปล่า” ยังไม่ทันที่ราล์ฟจะตอบอะไร มีร่า ลูน่าและลินคอร์นก็มาถึงพอดีรวมถึงผู้เข้าสอบอีกจำนวนหนึ่ง ถูกเข็มกลัดส่งกลับมา
“ลินค์นายเป็อะไรหรือเปล่า” ฟรานซิสหันไปสนใจลินคอร์นทันทีโดยลืมเื่ที่ถามราล์ฟไปเสียสนิท
“ฉันไม่เป็ไร แค่ใช้เวทมากไปเลยเพลีย ๆ เท่านั้นละ” ลินคอร์นตอบอย่างเลี่ยงถึงอาการที่แท้จริง ก่อนนั่งลงข้างฟรานซิส
“อยู่กันตั้งหลายคน แต่ถามลินค์คนเดียวเลยนะนายนะ” มีร่าเอ่ยแซวก่อนลงไปนั่งข้างราล์ฟตามด้วยลูน่าที่ลงนั่งข้างเธอ
“ก็เ้าลินค์มันสภาพแย่สุดนี่น่ามีร่า”
“มีนอย่าไปแซว พวกเขาสิ” ลูน่าเอ่ยปรามเมื่อเห็นมีร่าเริ่มยิ้มล้อเลียน แต่แทนที่มีร่าจะหยุดกลับหันพูดกับลูน่าโดยจงใจให้ทั้งสองได้ยิน
“ก็สองคนนั้นเป็ห่วงกันยังกับคู่รักวัยใสนี่น่าลูน่า”
ฟรานซิสอ้าปากค้างอย่างอึ้ง ๆ ในขณะที่ลินคอร์นทำสีหน้าไม่ถูกเมื่อถูกแซวซึ่ง ๆ หน้า
“เธอนี่แสบชะมัด” ราล์ฟพูดขึ้นเมื่อเห็นมีร่าทำคนช่างพูดเฮฮาได้ตลอดอย่างฟรานซิสมีสีหน้าไปไม่เป็ได้ ก่อนทั้งหมดจะเริ่มคุยกับเรื่อยเปื่อยเพื่อรอเวลาให้ผู้เข้าสอบมาครบ มีร่ายังคงบ่นเื่ที่เธอและลูน่าจำอะไรไม่ได้่ที่บาเรียสลาย แต่พอจะหันไปเค้นคำตอบจากราล์ฟ ก็ถูกขัดจากกลุ่มผู้สอบจำนวนมากที่ถูกส่งมาจากอาคารพยาบาล รวมถึงกลุ่มจากเหตุการณ์บาเรียสลายด้วย ซึ่งทั้งหมดมีสีหน้างง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นเดียวกัน มีภาพเดียวที่ทุกคนจำได้แม่นคือเงาสีดำที่ปรากฏขึ้นก่อนที่ตัวเองจะถูกส่งไปอาคารพยาบาล
ทันทีที่ทุกคนหาที่นั่งได้บนเวทีก็ปรากฏกลุ่มคณะกรรมการทันที นำโดยเซดริก โรมอนและคาร่า วาเนสก้า เมื่อเซดริกเริ่มพูดเสียงคุยก็เงียบลงทันที
“สวัสดีน้องทุกคน ก่อนอื่นในฐานะประธานนักเรียนคนปัจจุบัน พี่ขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ ทุกคนที่ผ่านการสอบจนมานั่งอยู่ในหอประชุมนี้ได้ หลายกลุ่มอาจทำภารกิจไม่สำเร็จ แต่ภารกิจชิงธงเป็เพียงภารกิจเพื่อคัดเลือกน้อง ๆ เข้าหอที่เหมาะสมเท่านั้น รวมถึงจะทำให้อาจารย์และรุ่นพี่รู้ว่ารุ่นน้องแต่ละคนมีทักษะการใช้พลังเวทอยู่ในระดับไหน เพื่อให้รู้ว่าจะสามารถพัฒนาไปในทิศทางไหน แต่เื่นั้นต้องไปว่ากันตอนเปิดเทอม เรามาเข้าเื่ของวันนี้กันดีกว่า ว่าผลการคัดเลือกหอ ว่าน้องจะได้เข้าเรียนในหอใด”
หลังกล่าวจบไฟในหอประชุมก็ดับลง เหล่ารุ่นพี่ทุกคนยืนขึ้นพร้อมกำมือยกขึ้นแนบอกซ้ายเกิดแสงสว่างจากเข็มกลัดที่พวกรุ่นพี่กลัดไว้ บรรยากาศที่เกิดขึ้นทำให้รุ่นน้องทุกคนต่างอยู่ในความสงบไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุย จนเหล่ารุ่นพี่เริ่มร้องเพลง
“หากจอมเวทค้นหาซึ่งตัวตน ถึงเวทมนตร์ที่ซ่อนเร้นภายในใจ
จงอย่ามองหาออกไปไกล หาคำตอบได้ในเมร์ลิน่า
เราจะให้ที่พำนักได้พักพิง อันคือสิ่งที่เธอยังตามหา
เป็หัวใจหลักเพื่อนำพา แบ่งได้ห้าสิ่งสำคัญอันต้องมี
หนึ่งหอแห่งปัญญานามบัณฑิต ผู้พิชิตความรู้ในที่นี้
สองคือหอผู้กล้าทั่วปฐี ทุกคนเห็นดีเรียกอัศวิน
มาถึงสามนามว่าตุลาการ ผู้สืบสานความถูกต้องไม่สูญสิ้น
และสี่ผู้อดทนดั่งก้อนหิน ต่างได้ยินคนเรียกขานนามศิลา
ต่อไปห้าคือผู้รู้จักให้ เสียสละได้เปรียบดั่งท้องนภา
แต่เหลือผู้ไม่อาจถูกนำพา มีมากกว่าหนึ่งสิ่งในตัวตน
เป็ที่มาของหกที่ถูกเพิ่ม เอกลักษณ์เริ่มถูกเรียกทุกแห่งหน
ทั้งหมดคือเื่ราวของผู้คน ที่ตามหาตัวตนในมนตรา”
ทุกท่วงทำนองที่ถูกร้องถูกเติมเต็มด้วยแสงของเข็มจากเหล่ารุ่นน้องปีหนึ่ง จนหอประชุมเกิดแสงสว่างที่ถูกส่องขึ้นจากเข็มกลัด สร้างมนขลังให้กลับพิธีประทับตราหอได้อย่างดี จนถูกห้วงทำนองสุดท้ายเข็มกลัดทุกอันก็เปลี่ยนไปเป็ตราประจำหอแห่งโรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่า ตราดาบไขว้ประจำหออัศวิน ตราหนังสือประจำหอบัณฑิต ตราดวงตาประจำหอตุลาการ ตรามือโอบอุ้มประจำหอนภา ตราใบไม้ประจำหอศิลา ตราขนนกประจำหอเอกลักษณ์
“หวังว่าจะได้หอที่น้อง ๆ หวังไว้กันนะ สำหรับวันนี้คงจบการสอบแล้ว แล้วพบกันวันเปิดหอ วันที่ 1 มิถุนานะน้องใหม่ทั้งหลาย” หลังพูดจบเซดริกและเหล่ารุ่นพี่ก็หายไปจากหอประชุมทันที
“พวกพี่เขาจะรีบไปไหน แล้วเื่ทำเื่เข้าเรียนละ” ราล์ฟเอ่ยถามขึ้นหลังเหลือแต่เพียงผู้เข้าสอบ เพราะถ้าไม่ทำเื่เข้าเรียน ก็จะทำเื่ภูตประจำตัวไม่ได้
“นายไปสนใจอะไรเื่นั้น เขาทำกันวันเข้าหอ สนใจหอที่นายได้ดีกว่าไหนดูสิ” มีร่าขัดคอก่อนดึงตัวราล์ฟให้หันมาทางเธอ ทันทีที่เห็นสัญลักษณ์ขนนก เธอก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ “เยี่ยมเราได้อยู่หอเดียวกันทั้งกลุ่ม”
“งั้นก็เยี่ยมเลย ไปฉลองกัน” ฟรานซิสเสนอขึ้น ซึ่งลินคอร์นพยักหน้าตกลง ลูน่าได้แต่ยิ้มรับส่วนมีร่า ยกมือยินดีอย่างออกนอกหน้า บนเข็มกลัดของทั้งหอคนตอนนี้ปรากฏเป็ตราขนนกเหมือนกัน
“ฉันขอตัวแล้วกันนะ” ราล์ฟตอบปฏิเสธก่อนลุกขึ้นและแยกตัวออกไปทันที โดยไม่สนคำทักท้วงของมีร่า โดยเขามีสีหน้าเซ็งสุด ๆ พลางนึกว่าต้องลำบากขนาดไหนกว่าจะพาตัวลุคที่ไม่ยอมตื่นมาได้ แต่สุดท้ายกลับยังไม่ต้องทำเื่เข้าเรียน
“อะไรของหมอนั่น อุตส่าห์ได้อยู่หอเอกลักษณ์เหมือนกัน แทนที่จะไปฉลองด้วยกัน เชอะ! หยิ่งชะมัด” มีร่าบ่นขึ้นอย่างหัวเสียในท่าทีของราล์ฟ
“ราล์ฟอาจจะมีธุระก็ได้นะมีน เราไปฉลองกันแค่สี่คนก็ได้นี่จ้ะ” ลูน่าเอ่ยปรามก่อนลุกตามฟรานซิสและลินคอร์นที่ลุกขึ้น
“ใช่ ๆ รีบไปกันดีกว่าฉันหิวแล้ว” ฟรานซิสเอ่ยสนับสนุนก่อนรีบนำออกไป
-------------------
“เด็กนั้นเป็ใคร” แดริลเอ่ยถามขึ้นเมื่อตอนนี้อดีตประธานทั้งหมดกำลังดูภาพบันทึกจากเหตุการณ์ตอนที่บาเรียสลาย ซึ่งภาพที่เห็นมีเพียงเมฆหมองสีดำทมิฬ จนเมื่อหมองหายไปเหลือเพียงร่างของคนสี่คนเท่านั้น ก่อนเด็กหนุ่มอีกคนจะเข้ามา
“เรารู้แค่ชื่อครับพี่ ชื่อว่าราล์ฟ ลอว์ไลท์ นอกนั้นผมว่าคงต้องรอเ้าตัวมากรอกข้อมูลวันเปิดหอเอง” เซดริกที่กลับเข้ามาในห้องตอบข้อสงสัยของแดริลและอีกหลายคนในห้อง
“ธาตุความมืด มีภูตประจำตัวและใช้เวทอดีตกาล เป็เด็กที่น่าสนใจจริง ๆ” ลอเรลเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“เราคงต้องจับตาดูเด็กคนนี้ให้ดี เข้าใจใช่ไหมเซดริก” เวสเอ่ยกำชับเซดริกที่เป็ประธานนักเรียนคนปัจจุบัน เพราะเด็กที่มีพลังจากธาตุมืดมักเป็ตัวปัญหาเสมอ
“ครับพี่เื่นั้น คาร่าอาสาทำแล้ว งั้นไปเลี้ยงฉลองรับน้องใหม่กันไหมครับ” เซดริกตอบก่อนเสนองานเลี้ยงเพราะตอบนี้เขาหิวมากถึงมากที่สุด
“ได้เลยน้องรัก ขอบคุณที่เลี้ยงนะ เจอกันร้านเดิม” ราเชลตอบตกลงพร้อมกอดคอเซดริก ก่อนจะยิ้มเ้าเล่ห์แล้วหายไปจากห้องทันที เมื่อเห็นดังนั้นอดีตประธานคนอื่นก็นึกสนุกเลยหายตัวออกไปจากห้องจนหมดเหลือเพียงเซดริกที่มีสีหน้าอึ้งสุด ๆ เมื่อต้องคำนวณค่าอาหารที่ต้องจ่ายมื้อนี้ ก่อนนึกถึงทางออกได้จึงยิ้มออกมา
“ชิ่งดีกว่าเรา”
โรงแรมเมริดอร์
ราล์ฟนอนอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เมร์ลิน่าอยู่บนเตียงในห้องพัก โดยมีลุคในร่างภูตหลับอยู่บนหมอน ก่อนที่ราล์ฟจะต้องปิดหนังสือลงเมื่อถูกขัดจังหวะจากแสงของสมุดจดหมาย เขาวางหนังสือลงแล้วหยิบสมุดจดหมายขึ้นมาอ่าน ก่อนต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เมื่อมีข้อความจากหน้าติดต่อของโรงแรมปรากฏขึ้นว่า
-เรียนคุณ ราล์ฟ ลอว์ไลท์ ห้อง 202 มีผู้มาติดต่อขอเข้าพบ คุณจะอนุญาตให้เข้าพบได้หรือไม่คะ-
ราล์ฟหยิบปากกาเวทขึ้นมาเขียนตอบ -ได้แจ้งชื่อไหมครับ-
-คุณมีร่า ฮาร์ตฟีเรียค่ะ- ชื่อของมีร่าทำให้ราล์ฟถอนหายใจด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเบื่อหน่าย
-บอกเธอว่าให้รอที่ห้องอาหารครับ เดี๋ยวผมลงไปพบ-
ราล์ฟลุกขึ้นจากเตียง หยิบเสื้อคลุม เก็บสมุดจดหมายเข้าในกระเป๋า พร้อมหันไปมองลุค ก่อนคิดในใจอย่างขำ ๆ ว่าตกลงลุคตามมาปกป้องเขาหรือมานอนกันแน่ แล้วออกจากห้องไป
“อยู่ ๆ ก็มาหาราล์ฟแบบนี้จะดีหรือจ๊ะ” ลูน่าถามขึ้นหลังจากเข้ามานั่งที่ห้องอาหาร ซึ่งตอนนี้เธอ มีร่า ฟรานซิสและลินคอร์น นัดกันมาหาราล์ฟเพื่อพาไปฉลองย้อนหลังที่ได้อยู่หอเดียวกัน
“ดีสิลูน่า คิดดูอุตส่าห์สอบมาด้วยกัน พอได้อยู่หอเดียวกัน กลับไม่ไปฉลองด้วยกัน แบบนี้เขาเรียกดังแล้วแยกวงชัด ๆ” มีร่ารีบตอบลูน่าทันทีด้วยอารมณ์เคืองน้อย ๆ จนลูน่าได้แต่ยิ้มรับแบบเกรง ๆ
“เธออย่าไปเคืองราล์ฟมันเลย ฉันว่ามันดูเงียบ ๆ ไปั้แ่ออกจากป่าแล้วนะ อยากรู้จริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่หมอนั่นเข้าไปช่วยพวกเธอ” ฟรานซิสเอ่ยปรามมีร่า พร้อมตั้งข้อสงสัยถึงเื่ที่เกิดขึ้น
“แต่เพราะเื่นั้น อาจทำให้ราล์ฟมีปัญหานะ” คำพูดของลินคอร์น ทำให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มทำหน้าไม่เข้าใจ ลินคอร์นจึงหยิบหนังสือพิมพ์ออกมาจากกระเป๋า แล้วกางขึ้นกลางโต๊ะ
“หนังสือพิมพ์โรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่านี่” มีร่าพูดขึ้นเมื่อเห็นหนังสือพิมพ์ก่อนดึงมาทางเธอเพื่ออ่านได้ง่าย
“อ่านหน้านี่สิ” ลินคอร์นเปิดไปหน้าที่เป็ข่าวเกี่ยวกับราล์ฟ
รอบรั้วเมร์ลิน่า
สวัสดีพี่น้องชาวเมร์ลิน่าทุกคน ดิฉันเนเน่และข่าวรอบรั้วเมร์ลิน่ากลับมาอีกครั้งกับหนังสือพิมพ์สุดสัปดาห์ ซึ่งสัปดาห์นี้คงไม่พูดถึงไม่ได้กับการสอบคัดเลือกนักเรียนใหม่ที่พึ่งจบไป เื่ผลสอบและจำนวนผู้สอบผ่านแต่ละหอเนเน่คงไม่ขอพูดถึง เพราะคงรู้กันหมดแล้ว มาคุยเื่น่าสงสัยในการสอบคัดเลือกหอที่ป่าวิสทีเรีย กับผู้เข้าสอบที่ชื่อราล์ฟ ลอว์ไลท์ เด็กหนุ่มที่ถูกยืนยันจากผู้เข้าสอบว่าเป็เด็กธาตุมืด รวมถึงเป็คนที่ส่งผู้เข้าสอบกว่าร้อยคนสู่อาคารพยาบาลในเหตุการณ์ธงปลอมที่ต้นไลท์เมลีน โดยที่ไม่มีผู้เข้าสอบรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะทันทีที่หมอกดำคลุมทั่วบริเวณต้นไลท์เมลีน ทุกคนก็ถูกส่งไปอาคารพยาบาลทันที จนหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเด็กหนุ่มที่ชื่อราล์ฟอาจฝึกเวทมนตร์ชั่วร้ายถึงทำได้โดยไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ในบรรดาผู้เข้าสอบที่ต้องไปห้องพยาบาลโดยฝีมือของราล์ฟต่างเรียกเขาว่า ปีศาจแห่งเมร์ลิน่า เรามาจับดูเด็กหนุ่มธาตุมืดคนใหม่แห่งเมร์ลิน่ากันต่อไปดีกว่าว่าเขาจะนำปัญหาอะไรมาสู่โรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่าของพวกเรา แล้วพบกับรอบรั้วเมร์ลิน่าได้ใหม่ในฉบับต่อไปกับเนเน่ พาร์เลรอส นักข่าวสาวที่สวยที่สุดในเมร์ลิน่า
“นี่มันเขียนโจมตีราล์ฟชัด ๆ ทำไมถึงปล่อยให้ลงพิมพ์ได้เนี่ย” มีร่าเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจทันทีเพราะทั้งเจาะจงชื่อ แล้วยังเขียนเสี้ยมว่าราล์ฟเป็คนเลวอีก
“นามสกุลพาร์เลรอส ตระกูลเ้าพ่อสื่อแห่งฟีโอเร่ซะด้วย งานนี้ราล์ฟคงโดนจับตาจากพวกนักข่าวแน่ เพราะเด็กธาตุมืดก็ไม่มีมาเกิดสิบปีแล้ว แต่อยู่ ๆ ราล์ฟก็โผล่มา” ฟรานซิสเข้าผสมโรงออกความเห็นพร้อมยิ้มอย่างนึกสนุกที่ได้เพื่อนใหม่น่าสนใจ
“เราจะบอกเื่นี้กับราล์ฟหรือเปล่าจ๊ะ” ลูน่าอ่านจบก็หันไปถามคนอื่น
“ฉันว่าควรบอกนะ ราล์ฟจะได้ระวังตัวไว้ ถึงความเชื่อเื่เด็กธาตุมืดจะลดน้อยลง แต่ก็ยังคงมีคนที่เกลียดชังเด็กธาตุมืด เนเน่ พาร์เลรอส คงเป็หนึ่งในนั้น” ลินคอร์นวิเคราะห์จากสำนวนและความจงใจเขียนโจมตีของเนเน่ แถมยังจงใจใส่ชื่อราล์ฟเข้าไปตรง ๆ แทนที่จะใช้นามสมมุติ
“แต่ฉันว่าไม่ควรบอก เรามีกันตั้งสี่คนก็ช่วยกันดูสิ หมอนั่นจะได้ไม่เครียดด้วย ั้แ่เจอหมอนั่นเห็นยิ้มนับครั้งได้เลย ไม่รู้จะเครียดอะไรนักหนา” พูดจบมีร่าก็ดึงหนังสือพิมพ์ไปซ่อนในกระเป๋าตัวเอง ส่วนลินคอร์นได้แต่มองตาปริบ ๆ ที่หนังสือพิมพ์ตัวเองถูกยึดไป
“มีอะไรกันหรือเปล่า” เสียงทักของราล์ฟทำให้ทั้งกลุ่มถึงกับสะดุ้ง ก่อนรีบปฏิเสธกันพัลวัน
“เปล่า ไม่มีอะไร พูดอะไรของนาย”
“ไม่มีอะไรเลยเพื่อน”
“ไม่มีอะไรนี่จ้ะ”
“ไม่มีอะไรหรอกราล์ฟ”
ราล์ฟขมวดคิ้วกับท่าทางแปลกของทุกคน แต่ก็นั่งลงร่วมโต๊ะด้วยก่อนมองหน้าแต่ละคนที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้จนน่าสงสัยและผิดสังเกตสุด ๆ ‘โกหกได้แย่กว่าพวกภูตอีกนะ มนุษย์เนี่ย’
“แล้วถ้าไม่มีอะไรจะมาหาฉันกันทำไม”
“อ้อ! เื่นั้น ก็จะพานายไปฉลองย้อนหลังที่ได้อยู่หอเดียวกันไง”
“จำได้ว่าเคยปฏิเสธไปแล้วนะ มีร่า”
“วันนั้นส่วนวันนั้น วันนี้ก็วันนี้สิ”
“เธอนี่เอาแต่ใจนะ คนไม่อยากไปก็จะให้ไป”
“นายก็เสียมารยาทนะ คนเขามาชวนดี ๆ กลับปฏิเสธ”
ภาพการทะเลาะกันระหว่างราล์ฟและมีร่าทำให้อีกสามคนที่เหลือหันไปมาระหว่างเพื่อนทั้งสองก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน จนทั้งสองที่กำลังจะแยกเขี้ยวใส่กันต้องหันกลับมามอง
“หัวเราะอะไรกัน”
“ก็นายกับมีร่าทะเลาะกันอย่างกับเด็ก” ฟรานซิสเฉลย
“ก็หมอนี่มันงี่เง่านี่”
“ส่วนเธอก็น่ารำคาญ”
ราล์ฟสวนกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ แต่พอมองเห็นท่าทีของมีร่าเขาก็ได้แต่ถอนหายใจ
“เฮ้อ ตกลงฉันไปก็ได้”
“ก็แค่เนี่ย ตกลงั้แ่แรกก็สิ้นเื่”
ทั้งกลุ่มยิ้มเมื่อเห็นท่าทีของทั้งสอง ก่อนมีร่าจะลุกเดินนำออกไป แล้วตามด้วยคนอื่นเพื่อมุ่งตรงสู่ร้านลีลอล่า ร้านชื่อดังซึ่งเป็ร้านอาหารของครอบครัวลูน่า
--------------------
“นายหายไปไหนมาทั้งวัน” ลุคหันมาถามทันทีที่ราล์ฟเปิดประตูเข้ามาในห้องตอนค่ำของวันนั้น ราล์ฟหันไปมองด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ก่อนโยนถุงขนมที่ซื้อมาให้ลุค ภูตหนุ่มเปลี่ยนร่างเป็มนุษย์มารับไปทันทีจากนั้นเดินไปนั่งที่โต๊ะแล้วเททั้งหมดออกมา เลือกหยิบเค้กโบบูส ที่นำผลโบบูส ผลไม้สีน้ำเงินที่มีรสหวานอมเปรี้ยวมาผสมกับน้ำผลไม้รวม ลุคตักกินอย่ารวดเร็ว ก่อนหยิบที่เหลือมากินเรื่อย ๆ
“ไปกับพวกที่สอบด้วยกันมา” ราล์ฟตอบก่อนทิ้งตัวบนเตียง แล้วนึกถึงเื่แปลก ๆ ที่เกิดขึ้นวันนี้ ทุกที่ที่เขาไปคนมักลุกหนี ไม่ก็มองด้วยสายตาหวากกลัว รังเกียจและเหมือนโกรธแค้น ถึงบางคนจะทำตัวปกติก็ตาม แต่ที่น่าสงสัยที่สุดกับเป็พฤติกรรมของเพื่อนเขาที่พยายามเหลือเกินที่จะสนุกสนาน แล้วหลีกเลี่ยงจะตอบคำถามที่เขาสงสัย
“ก็ดีแล้วนี่ไปเที่ยวกับเพื่อน นายจะทำหน้าเครียดทำไม” ลุคถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของราล์ฟ แล้วหยิบน้ำผลไม้มาดื่มต่อ ตามด้วยเค้กอีกชิ้น
“ลุค คนกลัวเด็กธาตุมืดขนาดไหน” ราล์ฟคิดได้เพียงเหตุผลจึงเอ่ยถามขึ้น
“ทั้งกลัว รังเกียจและอยากฆ่า นายอาจยังไม่รู้สึกเพราะคนยังไม่รู้ว่านายธาตุมืด แต่ถ้าโรงเรียนเปิดนายคงเจอคนพวกนั้นเยอะ” ลุคตอบพร้อมสังเกตสีหน้าของราล์ฟผู้เป็ทั้งเพื่อนและนาย รวมถึงเป็เหมือนน้องชายของเขา ก่อนคิดอย่างเป็ห่วง ‘นายไปเจออะไรมานะราล์ฟ’
“งั้นหรอ” ราล์ฟตอบรับก่อนพลิกตัวนอนให้สบายแล้วหลับตาลง ‘ทุกคนคงรู้แล้วสินะ’
ลุคมองราล์ฟพลางถอนหายใจ เปลี่ยนเป็ร่างภูต แล้วบินออกไปนอกหน้าต่างเพื่อพบใครบางคน
-------------------
1 มิถุนายน วันเปิดหอ
ราล์ฟเดินออกจากโรงแรมั้แ่เช้าตรู่ เพราะอยากคิดอะไรเพลิน ๆ ส่วนเพียร์ซเขาบอกให้บินเที่ยวจนถึงเวลา แล้วมาพบกันที่หอเอกลักษณ์ ส่วนลุคก็ไม่รู้หายไปไหน ยิ่ง่หลังมักหายไปบ่อย ๆ พอราล์ฟถามก็มักจะบอกว่าไปเที่ยวจนเขาเบื่อที่จะถาม
ราล์ฟเดินผ่านร้านค้าต่าง ๆ ที่เริ่มทยอยกันเปิด ั้แ่วันที่เขาออกมากับพวกมีร่า เขาก็มักจะเลี่ยงการออกมาเดินที่จัตุรัสถึงพวกเพื่อนในกลุ่มจะผลัดกันมาหาราล์ฟ แต่เขาก็มักจะขออยู่ที่โรงแรมมากกว่า วันนี้เขาเลือกที่จะทิ้งความกลัว แล้วเผชิญกันมันเพราะยังไงสิ่งที่เขาสนใจมีแค่สถิตซาตานกับฆาตกรที่ฆ่าครอบครัวของเขา
ราล์ฟใช้เวลาไม่นานก็มาถึงประตูหน้าของโรงเรียน ซุ้มประตูมีสัญลักษณ์ยูนิคอร์นอยู่ตรงกลาง ล้อมด้วยสัญลักษณ์ทั้งหกของหอต่าง ๆ ราล์ฟละสายตาจากซุ้ม ก่อนเดินผ่านเข้าไปพบกับลานน้ำพุขนาดใหญ่ ที่มีนักเรียนใหม่มาประปราย เหนือน้ำพุมีจอเรืองแสงที่แสดงแผนที่ของโรงเรียน มีสัญลักษณ์ทั้งหกของหออยู่ตามจุดต่าง ๆ ของโรงเรียน
สัญลักษณ์ขนนกของหอเอกลักษณ์ส่องสว่างอยู่ใกล้กับป่าวิสทีเรีย ราล์ฟเดินผ่านอาคารต่าง ๆ และสวนของโรงเรียน ก่อนพบกับป่าวิสทีเรีย เขามองซ้ายมองขวาก่อนเห็นปราสาทอิฐขนาดกลางที่ซ่อนอยู่ในแมกไม้สีเขียว รอบปราสาทมีสวนที่ถูกจัดแต่งอย่างดี มีพันธุ์ไม้มากมาย มีไม้เลื้อยขึ้นไปตามผนังของปราสาท ลานด้านหน้ามีน้ำพุขนาดเล็ก ที่ตอนนี้มีเด็กสาวที่เขารู้จักนั่งอยู่
“สวัสดีราล์ฟ มาคนแรกเลยนะ” เด็กสาวผมสีน้ำตาลหันมาโบกมือให้ด้วยรอยยิ้ม “เพื่อนน้องละ ไม่มาพร้อมกันหรือไง”
“พี่คาร่ามาทำอะไรที่นี่ครับ” ราล์ฟไม่ตอบคำถามแต่กลับถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัยแทน คาร่าเอียงคอมองน้องใหม่ด้วยใบหน้าสงสัย ที่เด็กหนุ่มดูไม่รู้จริง ๆ ก่อนยิ้มเมื่อเขายังคงมองแบบ้าคำตอบจริง ๆ จึงเอ่ยปากตอบ
“ถามอะไรแบบนั้น หัวหน้าหอก็ต้องมารับน้องใหม่สิ อ้อ นี่ใบสมัคร” ตอบเสร็จเธอก็หยิบใบสมัครเรียนให้ทันที ราล์ฟจึงรับมาก่อนตอบรับสั้น ๆ
“ครับ”
คาร่ามองเด็กหนุ่มที่กำลังกรอกเอกสารอย่างสงสัยในตัวเด็กคนนี้ ‘ธาตุความมืด มีภูตประจำตัวงั้นหรอ? เธอดึงดูดความสนใจของผู้คนจริง ๆ ราล์ฟ’
ห้านาทีต่อมาราล์ฟก็ยื่นใบสมัครคืน ก่อนเดินออกไปนั่งที่เก้าอี้ในสวนห่างออกไปจากคาร่า ทำให้คาร่าได้แต่มองอย่างแปลกใจกลับพฤติกรรมห่างเหินเกินเหตุของราล์ฟ ‘ไม่คิดจะชวนคุยหรือไงเนี่ย’
คาร่าละสายตาจากเด็กหนุ่มก่อนก้มมองใบสมัคร ที่ใคร ๆ ก็อยากอ่านว่าเด็กหนุ่มธาตุมืดที่อยู่ ๆ ปรากฏตัวเป็ใคร
สมัครเรียนโรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่า
ชื่อ: ราล์ฟ ลอว์ไลท์
วันเกิด: วันจันทร์ที่ 3 มกราคม 2894
เพศ: ชาย อายุ: 16 ปี
สูง: 178 เิเ น้ำหนัก: 62 กิโลกกรัม
ธาตุหลัก: ความมืด
ธาตุอื่นที่ถนัด: ไฟ แสง ลม ดิน
ธาตุที่ด้อย: น้ำ พืช
บิดา: ลูซิล ลอว์ไลท์
มารดา: มอรีล ลอว์ไลท์
วุฒิการศึกษา: สอบเทียบระดับนักเวท
หอพัก: เอกลักษณ์
สัตว์ติดตาม: ภูต เพกาซัส
อาวุธประจำตัว: -
‘สอบเทียบเข้ามา?’
นั่นคือสิ่งแรกที่มีร่าคิดหลังจากอ่านใบสมัครจบ เพราะคนที่สอบเทียบไม่เคยสอบผ่านเข้ามาในโรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่ามาก่อน เธอหันไปมองเด็กหนุ่มที่ตอนนี้ล้มตัวลงนอนบนพื้นสนามหญ้าในสวนด้วยความสนใจ ‘เป็เด็กหนุ่มที่มีแต่เื่น่าสนใจ’
--------------------
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงนักเรียนใหม่ของหอเอกลักษณ์ก็มากันจนเต็มลาน รวมถึงมีร่าและลูน่าที่เพิ่งมาถึง ก่อนจะขมวดคิ้วกับภาพของราล์ฟที่นอนอยู่บนสนามหญ้า โดยมีฟรานซิสและลินคอร์นยืนอยู่ใกล้ ๆ
“ทำไมพวกนายไม่ปลุกราล์ฟละ” มีร่าเอ่ยถามเด็กหนุ่มทั้งสองทันทีที่เดินเข้ามาใกล้ ฟรานซิสได้แต่หยักไหล่ก่อนตอบ
“ก็อยากจะปลุกนะ แต่ราล์ฟกางบาเรียไว้นะ”
“ว่าไงนะ กางบาเรียตอนนอนเนี่ยนะ โอ๊ย!” มีร่าถึงกับร้องออกมาเมื่อลองยื่นมือไปปลุก แต่มือกับชนกับบาเรียที่อยู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นมา แถมจุดที่มือเธอไปโดนกับร้อนมากจนต้องรีบดึงมือกลับ แล้วรีบเดินพลังเวทธาตุน้ำไปที่มือ “เจ็บชะมัด อีตาบ้านี่”
มีร่าเขวี้ยงบอลน้ำใส่บาเรีย หวังเอาคืน ฟู่! แต่บอลน้ำกลับสลายไปเหลือแต่ไอ
“ใจเย็นสิมีน เดี๋ยวราล์ฟจะโกรธนะ” ลูน่าเห็นท่าไม่ดีเมื่อมีร่าเสกบอลน้ำขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกกว่าสิบลูก เธอจึงรีบกางเวทซ้อนใส่ไปในบอลน้ำจนมันสลายไป
“ฮ่า ๆ ๆ พอเถอะ พวกเธอมากรอกใบสมัครก่อนดีกว่า ปล่อยราล์ฟมันนอนไปเถอะ” ฟรานซิสหัวเราะขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทีของมีร่า แล้วดึงใบสมัครจากมือลินคอร์นมาส่งให้ ปล่อยให้เ้าของมองใบสมัครที่ตัวเองกำลังจะกรอกไปอยู่ในมือลูน่าเรียบร้อย “อะ นี่ของฉันเธอกรอกก่อนเลยมีร่า”
มีร่ารับไว้อย่างเสียไม่ได้ ก่อนเดินไปหาที่นั่ง โดยที่ลูน่าเดินตามไปหลังจากยิ้มขอโทษลินคอร์นที่ตอนนี้ก็เดินไปเอาใบใหม่แล้ว ก่อนกลับมายื่นใบสมัครที่เอามาเผื่อให้ฟรานซิสด้วย
แล้วทั้งสี่ก็เริ่มกรอกใบสมัครเรียนทันที
สมัครเรียนโรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่า
ชื่อ: มีร่า ฮาร์ทฟีเรีย
วันเกิด: วันพุธที่ 14 ธันวาคม 2894
เพศ: หญิง อายุ: 15 ปี
สูง: 162 เิเ น้ำหนัก: 45 กิโลกรัม
ธาตุหลัก: ไฟ
ธาตุอื่นที่ถนัด: ลม ดิน สายฟ้า
ธาตุที่ด้อย: น้ำ พืช
บิดา: เอดิสัน ฮาร์ตพีเรีย
มารดา: คารีน่า ฮาร์ตฟีเรีย
วุฒิการศึกษา: ระดับนักเวทจากโรงเรียนนักเวทโฮเชี่ยน
หอพัก: เอกลักษณ์
สัตว์ติดตาม: นกฟีรอส
อาวุธประจำตัว: -
สมัครเรียนโรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่า
ชื่อ: ลูน่า บลูทาเรีย
วันเกิด: วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม 2894
เพศ: หญิง อายุ: 15 ปี
สูง: 160 เิเ น้ำหนัก: 42 กิโลกรัม
ธาตุหลัก: ไม้
ธาตุอื่นที่ถนัด: น้ำ ดิน ลม
ธาตุที่ด้อย: ไฟ สายฟ้า
บิดา: ไบรอัน บลูทาเลีย
มารดา: มอกาน่า บลูทาเลีย
วุฒิการศึกษา: ระดับนักเวทจากโรงเรียนนักเวทโฮเชี่ยน
หอพัก: เอกลักษณ์
สัตว์ติดตาม: พิกซีรอส
อาวุธประจำตัว: -
สมัครเรียนโรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่า
ชื่อ: ฟรานซิส เบลซ
วันเกิด: วันพุธที่ 25 พฤษภาคม 2894
เพศ: ชาย อายุ: 16 ปี
สูง: 182 เิเ น้ำหนัก: 76 กิโลกรัม
ธาตุหลัก: ลม
ธาตุอื่นที่ถนัด: ไฟ สายฟ้า ดิน
ธาตุที่ด้อย: น้ำ ไม้
บิดา: บาร์ตัน เบลซ
มารดา: บาร์บาร่า เบลซ
วุฒิการศึกษา: ระดับนักเวทจากโรงเรียนนักเวทโครอสเซีย
หอพัก: เอกลักษณ์
สัตว์ติดตาม: ไวเวิร์น
อาวุธประจำตัว: -
สมัครเรียนโรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่า
ชื่อ: ลินคอล์น เดอร์เซอร์
วันเกิด: วันจันทร์ที่ 12 กันยายน 2894
เพศ: ชาย อายุ: 16 ปี
สูง: 170 เิเ น้ำหนัก: 59 กิโลกรัม
ธาตุหลัก: ดิน
ธาตุอื่นที่ถนัด: ไม้ น้ำ ลม
ธาตุที่ด้อย: ไฟ สายฟ้า
บิดา: โรเจอร์ เดอร์เซอร์
มารดา: โรส เดอร์เซอร์
วุฒิการศึกษา: ระดับนักเวทจากโรงเรียนนักเวทโครอสเซีย
หอพัก: เอกลักษณ์
สัตว์ติดตาม: อินทารีส
อาวุธประจำตัว: -
หลังจากทั้งสี่กรองใบสมัครเสร็จลินคอร์นก็รวมใบสมัครของเพื่อนไปส่งก่อนกลับมารวมกันตรงจุดที่ราล์ฟนอนอยู่อีกครั้ง
“แล้วเื่ราล์ฟจะเอายังไง” ลินคอร์นถามขึ้นเมื่อเห็นว่าบาเรียที่ราล์ฟกางมีระดับสูงเกินกว่าที่พวกเขาจะสลายได้
“ปล่อยให้นอนตายอยู่นี่ล่ะ”
“มีน เดี๋ยวราล์ฟก็ไม่ได้เข้าหอหรอก”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะลูน่า มีร่าอาจพูดถูก ถ้าแค่หลับอาจจะปลุกได้ แต่นี่กางบาเรียไว้แบบนี้คงทำอะไรไม่ได้นอกจากจะรอให้ตื่นเอง ราล์ฟมันโตในสนามรบหรือเปล่านอนยังต้องกางบาเรีย”
คำพูดของฟรานซิสทำให้ทั้งสี่คนมองหน้ากันก่อนถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
“น้อง ๆ ทุกคน ตอนนี้ 08.00 น. ได้เวลาที่พี่นัดไว้แล้ว ช่วยมาร่วมกลุ่มกันที่น้ำพุกลางลานด้วย เราจะได้เริ่มกิจกรรมเปิดหอกัน” คาร่ากลับมายืนที่ประตูหน้าของหอ พร้อมมองน้องปีหนึ่งที่ยืนอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของลาน แล้วเรียกทุกคนมารวมกัน แต่สายตาก็ต้องไปหยุดที่เด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนสนามหญ้าซึ่งตอนนี้เพื่อน ๆ คนอื่นในกลุ่มเดินแยกออกมากลางลานแล้ว
“เอาละน้อง ๆ ถ้าทุกคนมารวมกันแล้ว พี่ก็ขอแจ้งรายละเอียดการสอบเข้าหอเอกลักษณ์ให้น้อง ๆ ฟัง” ทันทีที่คาร่าเอ่ยจบ ทำให้ทุกคนถึงกับมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจและสงสัย บางคนถึงกับทำหน้าใ มีเพียงไม่กี่คนที่ยิ้มออกมา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือฟรานซิส โดยมีลินคอร์นส่ายหน้าอย่างระอาในความบ้าเื่สนุกของเพื่อน ส่วนมีร่าก็ทำหน้าใสุด ๆ ลูน่าก็ทำสีหน้าไม่มั่นใจกับการสอบ ก่อนมองไปที่ราล์ฟที่ยังคงหลับอยู่
“พี่คะ พวกเราสอบผ่านเข้าเป็นักเรียนของเมร์ลิน่า รวมถึงได้พักหอเอกลักษณ์แล้ว ทำไมถึงยังมีการสอบอีกคะ” เด็กสาวผมเงินยกมือขึ้นถาม ั์ตาสีฟ้ามองรุ่นพี่หัวหน้าหออย่าง้าคำตอบ ซึ่งตรงกับคำถามในใจของทุกคน
คาร่ายิ้มรับก่อนเริ่มอธิบาย “พี่คงยังอธิบายเหตุผลตอนนี้ไม่ได้ เอาเป็ว่ามันเป็กิจกรรมที่มีมาทุกปี จนเป็ธรรมเนียมของเมร์ลิน่า ซึ่งมันต้องเป็เหตุผลที่ดีแน่นอน มันจึงยังไม่ถูกยกเลิก”
คำอธิบายของรุ่นพี่หัวหน้าหอ ไม่ได้ทำให้ความสงสัยหายไปจากใบหน้าของรุ่นน้อง แต่ทุกคนก็ได้แต่ยอมรับเพราะถ้าทำกันมาทุกปี ก็คงทำอะไรไม่ได้
“ใจเย็นกันนะเด็ก ๆ สบายใจได้ กิจกรรมสอบเข้าหอไม่มีคนสอบตกแล้วไล่ออกแน่นอน ตอนนี้น้อง ๆ เป็สมาชิกของโรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่าเต็มตัวแล้ว แค่ถ้าน้อง ๆ ทำตามเงื่อนไขการสอบไม่ผ่านก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปนอนในหอเท่านั้นเอง”
“อะไรนะคะ/ครับ” ทั้งหมดอุทานขึ้น ก่อนหนึ่งในนั้นจะยกมือถาม
“ถ้าพวกเราสอบไม่ผ่านทั้งเทอม เราก็ไม่มีสิทธิ์เข้าหอเลยใช่มั้ยครับ”
“ใช่จ้ะ” คาร่าบอกด้วยรอยยิ้ม
“แล้วเราจะนอนที่ไหนคะ”
“พวกพี่เตรียมกระโจมไว้ให้ นอนที่ลานหน้าหอได้เลย” เธอตอบนิ่ง ๆ
“ข้อสอบยากไหมครับ”
“ไม่ยากจ้ะ” คาร่าตอบเรียบ ๆ
“พวกเราต้องสอบอะไรคะ”
คาร่ายิ้มออกมาอีกครั้งเมื่อลูน่าถามเข้าประเด็นจริง ๆ สักที ก่อนเริ่มอธิบาย
“อยากที่บอกไปว่าการสอบไม่ยาก แค่น้อง ๆ จับคู่กันแล้วผสมเวทให้เข้ากับเวทของเพื่อนที่น้องจับคู่ด้วย ถ้าน้องทำได้ทุกคนก็เดินเข้าหอได้ทันที”
พอพูดจบทุกคนก็หันไปหาเพื่อนทันที แต่ก็ต้องหน้าเสียทันทีเมื่อคาร่าเอ่ยประโยคต่อไป “อ้อ แต่ต้องไม่ใช่เพื่อนที่อยู่กลุ่มเดียวกันตอนสอบนะ และห้ามจับคู่กับคนที่มีธาตุเดียวกันเด็ดขาด รออะไรจับคู่กันเลยสิ”
รุ่นน้องทั้งหลายไม่มีเวลาให้ตั้งสตินานนัก ต่างรีบหาคนที่อยู่ใกล้ตัวทันทีจนเกิดความวุ่นวายขึ้น โดยกลุ่มฟรานซิสได้คู่ไม่ยากเย็นนักเพราะเป็กลุ่มที่สอบเข้ามาได้ที่หนึ่ง โดยเพื่อนในกลุ่มต่างมองไปที่ราล์ฟอย่างไม่สบายใจนัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
จนความวุ่นวายสงบลงทุกคนก็มีคู่กันจนครบ ทำให้คาร่าขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจเพราะเด็กปีหนึ่งของหอเอกลักษณ์มีทั้งหมด 42 คน ถ้าราล์ฟยังนอนอยู่ก็น่าจะเหลือเศษหนึ่งคน
“น้อง ๆ มีเพื่อนใครยังไม่มาหรือเปล่า เพราะตอนนี้พ่อหนุ่มขี้เซาของเรายังไม่มีคู่” เด็กปีหนึ่งหันไปมองราล์ฟพร้อมกันเป็สายตาเดียว ซึ่งตอนนี้ยังคงหลับไม่รู้เื่ จนฟรานซิสแอบหัวเราะออกมา อย่างนึกขำกับพฤติกรรมไม่แคร์โลกของเพื่อน
ตุบ
“ว้าย!”
เสียงเหมือนบางอย่างกระทบพื้น ตามด้วยเสียงร้องของเด็กสาวคนหนึ่ง ทำให้ทุกคนละสายตาจากราล์ฟไปมอง
เด็กสาวคนหนึ่งนั่งกองอยู่ที่พื้น ผมสีทองหน้าม้าที่เข้ากับใบหน้ารูปไข่ดูยุ่งเหยิง สีหน้าแสดงความเ็ป ริมฝีปากบางยิ้มออกมาอย่างอาย ๆ ก้มศีรษะเล็กน้อย จัดผมให้เข้าที่ ก่อนลุกขึ้นมายืนแล้วหันไปมองรุ่นพี่ที่ยืนอยู่หน้าหอ รอยยิ้มสำนึกผิดของเธอบวกกับเสียงหวาน ๆ ที่เอ่ยขึ้นทำให้เด็กหนุ่มหลายคนถึงกับยิ้มตาม
“ขอโทษนะคะที่มาสาย”