ตอนที่21 ผีดิบสาวสเลเยอร์! 3
ห่างออกไปจากหอโคมแดงที่ฟางเซียนเทียนเคยอยู่ตอนนี้ปรากฏร่างหลายร่างเดินไปมาหรือกระโจนเข้าใส่ร่างที่เป็ทหารของเมืองดอกไม้ทองคำ
ผีดิบนั้นมีมากมายจนแทบจะรับมือไม่ไหว
ทางด้านหนึ่งตัวตนระดับลมปราณทองพวกเขาก็ไม่ได้ดูดีนักแม้ว่าเหล่าผีดิบจะไม่ได้เก่งกาจเท่าพวกเขาแต่ทว่ามันก็น่ารำคาญเป็อย่างยิ่งพวกเขาไม่สามารถที่จะสังหารมันลงได้ในทันทีดังนั้นการที่จะไปกวาดล้างเหล่าผีดิบระดับลมปราณเงินแล้วนั้นเป็ไปไม่ได้เลย
"พวกพรรคมารในครานี้ไม่ใช่พวกปลาซิลปลาสร้อยมันพอมีความสามารถอยู่บ้าง"ฟางเฉินเอ่ยขึ้นข้างๆเขาไม่ไกลกันนักมีชายผู้แข็งแกร่งไม่แตกต่างกันมากกำลังรับมือกับผีดิบระดับลมปราณทองอยู่คนผู้นี้นามว่ามู่หลี่!
ก่อนหน้านี้มู่หลี่ได้มาขอคำอธิบายและ้าให้ฟางเฉินรับผิดชอบเื่ที่ฟางเซียนเทียนได้ไปข่มขืนคนในตระกูลของเขาซึ่งเขาไม่ได้ใส่ใจมากนักในเื่นี้หากไม่ใช่ว่าเป็เพราะผู้าุโสองมาขอร้องให้จัดการให้
เพราะหลานสาวของเขาถูกข่มขืนโดยขยะเสเพลตระกูลฟาง!
ถึงแม้ว่ามู่หลี่จะไม่ได้คิดว่าหลานสาวของผู้าุโสองสลักสำคัญอันใดแต่มู่หลี่ก็ไม่อาจจะนิ่งเฉยกับคำขอร้องของผู้าุโในตระกูลของเขาได้
แต่หารู้ไม่ว่าคุยกันไปได้ไม่เท่าไหร่กับฟางเฉินก็ถูกศัตรูบุกจู่โจม
"ไอ้พวกพรรคมารบัดซบนิกายไหนกัน!"มู่หลี่ใบหน้ามืดลงเดือดดาลเขาคือชายผู้มีรูปร่างที่ดูสมส่วนและแข็งแกร่งใบหน้าก็ค่อนข้างดูดีอยู่บ้างผมบนศีรษะนั้นมีสีเงินปนเล็กน้อยอย่างพองามอยู่ในอาภรณ์สีน้ำเงินสลับเทาและดำผสมผสานกันอย่างลงตัวมีลวดลายของัตัวสีทองโชว์เด่นอย่างกลมกลืน
เห็นได้ชัดว่ามู่หลี่ผู้นำตระกูลมู่ฟุ่มเฟือยไม่น้อยเลย! (คนรวย55+)
"เพลงกระบี่ัทองทะยาน!"มู่หลี่คำรามกระบี่ถูกดึงออกจากฝักซึ่งตัวกระบี่นั้นก็มีสีทองเปล่งประกายในความมืดสะท้อนแสงรอบๆแวววาวมีลายแกะสลักรูปคล้ายัจีนอย่างสวยงาม
นี่คือกระบี่ัทองรุ่นผู้ทรงอิทธิพล! แม้แต่ฟางเซียนเทียนที่ร่ำรวยเงินทองก็ยังไม่อาจจะซื้อได้! มีแต่ผู้นำตระกูลที่ร่ำรวยและทรงอำนาจเท่านั้นถึงจะมีมัน
อย่างเช่นฟางเฉินก็มีกระบี่หนักทองคำเทวะ! ซึ่งก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากระบี่ัทองรุ่นผู้ทรงอิทธิพลเลย! เพราะชื่อเต็มๆของกระบี่หนักทองคำเทวะคือ กระบี่หนักทองคำเทวะรุ่นผู้ทรงอิทธิพล!
มู่หลี่ฟาดกระบี่ออกไปด้วยความเร็วในชั่วพริบตานั้นออร่าสีทองสว่างไสวแผ่กระจายออกไปทั่วออร่าปราณสีทองคำไหลไปรวมตัวกันที่กระบี่ัทองรุ่นผู้ทรงอิทธิพลจนปลดปล่อยแรงกดดันทำลายล้างมหาศาลออกมานี่ก็คือสัญลักษณ์ของผู้ฝึกตนถึงระดับลมปราณทอง
( ผู้เขียน : ลมปราณจะมีสีตามชื่อระดับมันนะครับส่วนใครใช้สีแตกต่างจากชื่อระดับก็เป็เพราะวิชาด้วยบางทีครับแต่หากแผ่ปราณออกมาโดยตรงจะเป็สีตามชื่อระดับนะครับ)
พลังกดดันนี้มันราวกับจะสะบั้นูเาลูกใหญ่ให้แหลกราญก็ไม่ปาน!
เมื่อมู่หลี่ออกกระบวนกระบี่แล้วทันใดนั้นก็เกิดัทองตัวใหญ่ยาวหลายเมตรเกิดขึ้นมันทะยานออกไปราวกับตอปิโดที่มุ่งตรงเข้าหาเรือรบฝ่ายตรงข้ามแต่ทว่าเวลานี้คือผีดิบหาใช่เรื่อรบ!
ัทองพุ่งเข้าใส่ผีดิบระดับลมปราณทองอย่างไร้ปราณี!
กร๊าซ!
เสียงัคำรามดังสะนั่นไปทั่วแม้แต่รอบบริเวณที่ไกลออกไปหลายสิบเมตรก็ยังได้รับผลกระทบทำให้พื้นดินสั่นไหวน้อยๆราวกับแผนดินไหว
ลมกระโชกแรงอย่างน่าหวาดหวั่น!
ตูม!
ร่างัทองยาวหลายเมตรพุ่งเข้าไปเขมือบผีดิบระดับลมปราณทอง
"แฮร่!"เมื่อถูกพลังงานทำลายล้างครอบงำผีดิบก็คำรามออกมาอย่างชั่วร้ายก่อนที่จะมีออร่าสีดำแดงแผ่กระจายออกไปทั่วทันใดนั้นผีดิบระดับลมปราณทองวาดกรงเล็บออกไปเบื้องหน้า
รูปพลังราวกับคมเล็บเยี่ยวก็ปรากฏขึ้นมันคือฝ่ามือสีแดงดำที่แผ่กลิ่นอายอันชั่วร้ายน่าสยดสยองออกมาพลังยินก็แผ่กระจายออกไปในอากาศราวกับจะทำให้อากาศแข็งตัวจับกันกลายเป็น้ำแข็ง!
ตูม!
ัทองและฝ่ามือสีดำแดงขนาดใหญ่ปะทะกันกันที่จะเกิดแรงะเิสลายรูปร่างของกระบวนท่าทั่งสองไปสิ้น!
"อันใดกัน! เป็ไปได้อย่างไร!"มู่หลี่ตกตะลึง
ผีดิบสามารถป้องกับวิชาอันร้ายกาจของเขาได้ทั้งหมดมันช่างเหนือความคาดหมาย!
...
ขณะเดียวกันนั้นฟางเซียนเทียนก็ได้เดินทางมาถึงยังที่ชุกชุมของผีดิบซึ่งมันเต็มไปด้วยแรงกดดันอันหนักหน่วงของเหล่าทหารและผีดิบที่ปะทะกันอยู่
"พวกมันแข็งแกร่งยิ่งนักเราจะต้านไม่ไหวแล้ว!"
"รีบถอยร่นโดยด่วน!"เหล่าทหารต่างะโอย่างเร่งรีบและต่อสู้กับผีดิบไปอย่างกดดัน
พวกเขาต้องช่วยให้ชาวเมืองธรรมดาหนีไปที่ปลอดภัยเสียก่อนนั่นคือฐานป้องกันตัวชั่วคราวของเมืองดอกไม้ทองคำ
แม้ว่าโลกแห่งความแข็งแกร่งจะโหดร้ายแต่ทว่ากลับมีเมืองดอกไม้ทองคำแห่งนี้ยังดีกว่าที่อื่นมากนักพวกเขายังให้ความช่วยเหลือและดูแลประชาชนคนธรรมดา
ซึ่งนี่ก็ยกความดีความชอบให้หัวหน้าตระกูลใหญ่ต่างๆที่ไม่ได้ใจดำอำมหิตพวกเขายังมีเมตตาต่อคนธรรมดาอย่างมากเลยทีเดียว
"ไม่ทันแล้ว!"ทหารต่างหน้าเสียเพราะตอนนี้มันสายไปแล้วพวกเขาไม่อาจจะต้านทานผีดิบระดับลมปราณเงินหลายร้อยตัวได้อีกแล้วในตอนนี้ความตายได้เริ่มเกาะกินพวกเขาเรื่อยๆ
"นี่ข้าจะต้องตายแล้วงั้นหรือ?"
"ไม่นะข้ายังไม่อยากตาย!"
"ข้ายังไม่ได้แม้กระทั้งเปิดบริสุทธิ์ของตนเองข้าจะตายไม่ได้!"
หลายคนเริ่มคร่ำครวญพวกเขาทำได้ดีที่สุดแล้วไม่อาจจะทนทานต่อไปได้เห็นทีพวกเขาคงต้องกลายเป็อาหารให้กับผีดิบนับร้อยเสียแล้วในตอนนี้
มันเป็ความเป็จริงอันหดหู่ที่ไม่อาจเลี่ยงได้!
แต่ทว่า่เวลาแห่งความเป็ความตายที่ใกล้เข้ามานั้นก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มที่ดูเท่ห์(คิดเอาเอง)เป็อย่างยิ่งทะยานลงมาจากหลังคาพร้อมด้วยการเอ่ยขึ้นอย่างมีเอกลักษณ์
"ไม่ต้องกลัวไป!..เพราะอะไรนะหรือ?....ก็เพราะข้ามาแล้วยังไงล่ะ!"ฟางเซียนเทียนเหินลงมาจากหลังคาลงมาบนพื้นพร้อมกับอยู่ในท่าสองแขนยืนออกไปข้างหลังในท่านั่งยองๆ
"เพราะข้าคือผีดิบสาวสเลเยอร์!"เสียงของฟางเซียนเทียนดังก้องไปทั่วบริเวณทำให้ทุกอย่างชะงักงันแม้แต่ผีดิบที่โหดร้ายก็กลายเป็จ้องมองอย่างแปลกหลาดใจมายังฟางเซียนเทียน
ทั้งผีดิบทั้งคนหลายร้อยต่างจ้องมองไปยังร่างของคนผู้เดียวที่อยู่ในท่าทางประหลาดนั่งยองๆแขนทั้งสองข้างยืนออกไปข้างหลัง
เหล่าผู้คนนั้นเห็นแบบนี้แล้วก็เริ่มสถบขึ้นมาซึ่งมันต่างจากผีดิบที่แม้จะชะงักไปครู่แต่ต่อมาพวกมันก็กลับมาดุร้ายดังเดิม
"ให้ตายเถอะไอ้บ้าจากที่ไหนกัน!"
"ข้าจะตายแล้วยังต้องมาตายร่วมกับไอ้บ้าปัญาอ่อนแบบนี้อีก!"
"บัดซบ! บัดซับ! ข้าเอาคอไปงัดรูสวาทหมูตายดียังดีกว่า!"
เสียงสถบดังออกมาไม่ขาดสายฟางเซียนเทียนหาได้สนใจไม่ขอแค่เขาได้โชว์เท่ห์ในฐานะผีดิบสาวสเลเยอร์สักครั้งสองครั้งก็ถือเป็ความสุขอันยิ่งยวดแล้ว!
"ข้านี่ช่างเนื้อหอมจริงๆเอาล่ะๆเลิกกรี๊ดข้าได้แล้ว"ฟางเซียนเทียนเปลี่ยนไปอยู่ในท่ายืนพร้อมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางช่วยไม่ได้กับความหล่อเท่ห์ของตนเอง
"ไม่โว้ย! พวกข้าไม่ได้กรี๊ดกร๊าดในความเนื้อหอมของเ้า! ถุ้ย!"เหล่าทหารต่างร้องะโปฏิเสธเสียงแข็งซึ่งในตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าแรงกดดันต่อผีดิบราวกับจะถูกลืมเลือนไปสิ้น!
จบ...โปรดติดตามตอนต่อไป...