Chapter 16
พลังเวทสีดำทะมึนเเละตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวของวอยด์ที่พึ่งออกมานั่นทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในสภาวะชวนให้คลื่นไส้อย่างบอกไม่ถูกเหงื่อทั้งเม็ดใหญ่เม็ดเล็กต่างผุดพรายขึ้นมาตรงหลังคอของนักเรียนส่วนใหญ่ในห้องความโกลาหลเเละความกังวลอันเปี่ยมล้นเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณโดยไม่มีหัวหน้าห้องคอยปรามเเละปลุกใจให้ตั้งสติเเบบครั้งที่เเล้วเพราะในตอนนี้เธอก็กำลังตัวสั่นเทาด้วยความรู้สึกเเบบคนในห้องคนอื่นๆไม่ต่างกัน
"ใครเป็ผู้มีอาร์ติเเฟคในอยู่จงส่งมันมาให้ข้าเสียเเต่โดยดี หากไม่อยากให้ห้องนี้เละเป็จุล"
เสียงเเหบพร่าของวอยด์ดังราวกับพูดผ่านเครื่องเสียงกระเเทกเข้าสู่โสตประสาท ไมเคิลกำมือไว้ในกระเป๋านักเรียนเเน่นหากให้อธิบายอย่างละเอียดคือกำไม้กายสิทธิ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในกระเป๋าพยายามบังคับตัวเองไม่ให้ปล่อยใจเเละร่างกายไปกับบรรยากาศอันน่าขนลุก เเละเผลอยื่นไม้กายสิทธิ์ของตัวเองให้กับชายปริศนา
ไม่กี่อึดใจอิกซ์ใช้โทรจิตตอบว่าคนคนนั้นมีชื่อว่าวอยด์ไป
เหตุผลที่ไมเคิลกำไม้กายสิทธิ์เเทนที่จะเอาไว้ห่างตัวไกลๆก็เพราะว่ามันเป็สิ่งเดียวที่น่าจะมีประสิทธิภาพที่สุดในการป้องกันตัว ณ ตอนนี้
หากไม่นับอิกซ์ที่กำลังมองวอยด์ด้วยความสับสนเเละตัวเเข็งค้างไปเลยราวกับสมองยังไม่ถูกสั่งการถ้าไม่นับตอนนี้เขาขู่ว่าจะปล่อยให้เ้าอิกซ์สลายไปเลยโดยไม่ผูกพันธะสัญญาในตอนนั้นนี่ก็เป็ครั้งเเรกที่เห็นอิกซ์เเสดงท่าทางสั่นกลัวอย่างลูกเจี๊ยบจริงๆ อนึ่งมันไม่ได้เป็ลูกเจี๊ยบจริงๆหรอกนะ เเค่เป็เพียงการเปรียบเปรย
ทั้งห้องเงียบกริบ ไร้เสียงตอบรับมีเพียงเสียงโต๊ะกระเเทก ขรูดกับผนังจากสิ่งที่คล้ายลมคอยเคลื่อนโต๊ะเเละสิ่งของต่างๆไปมากดดันพวกเขาอยู่จนในที่สุดวอยด์ก็หมดความอดทนที่จะรอให้นักเรียนในห้องสักคนยอมเผยตัวออกมาเเต่โดยดี เพราะตั้งเเต่เเรกเขาก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อรอรับอาร์ติเเฟคมาเพิ่มความเเข็งเเกร่งง่ายๆอยู่เเล้ว
"ไม่มีใครเเสดงตัวงั้นรึเเต่ช่างเถอะ ข้าก็ไม่ได้คาดหวังอยู่เเล้วอย่าขอให้ข้าปราณีเเล้วกันผู้ถือครองอาร์ติเเฟคที่อยู่ในห้องนี้เอ๋ย"
เมื่อพูดจบชายในชุดคลุมก็เงยหน้าขึ้นเเต่ก็ไม่ช่วยทำให้เห็นใบหน้าใต้ผ้าคลุมมากขึ้นไปกว่าเดิมราวกับมีหมอกสีดำมืดบดบังใบหน้าเอาไว้ เขาโบกมือของตนก่อนจะัับางอย่างคล้ายจี้ห้อยคอตรงบริเวณหน้าอก ทันใดนั้นเองพลังเวทสีดำน่ากลัวก็ลอยออกมาอยู่เหนือฝ่ามือก่อนจะเเปรเปลี่ยนเป็เเผ่นสีดำทรงกลมบางๆและกระจายสิ่งที่คล้ายหมอกออกไปทั่ว
"อิกซ์นั้นมันอะไรน่ะ?"
"มันคือ…เวทตรวจจับเ้ารีบซ่อนพลังเวทเดี๋ยวนี้เลย!!"
เเม้ทั้งห้องจะเงียบกริบเเต่เสียงไมเคิลเเละอิกซ์ที่กำลังถกกันด้วยโทรจิตกลับดังราวกับะโเเข่งเพื่อหารือวิธีเอาตัวรอดเเต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เขาซ่อนพลังเวทเป็ซะที่ไหนกันเล่า!!
"ฉันทำไม่เป็สักหน่อย!ต้องทำไง"
"อะไรนะ! เป็ไปไม่ได้น่าเ้าไม่รู้เเม้กระทั่งเื่ที่เป็พื้นฐานของพื้นฐานเนี่ยนะ!??" อิกซ์ตอบอย่างลนลานเเละพยายามส่งโทรจิตให้ไมเคิลอย่างเร็วที่สุดเพื่อสอนวิธี เเต่ถึงจะใช้คาถาอะไรเเละเวทมนตร์บทไหน ก็ไม่สามารถบีบอัดข้อมูลให้ ไมเคิลทำความเข้าใจได้ทัน ไม่นับรวมเวลาตอนปฏิบัติจริงอีก
เเละเพราะความไม่ทันการนี้เมื่อหมอกสีดำซึ่งเเผ่ออกมาจากพลังเวทเเผ่นกลมนั้นลอยผ่านร่างของไมเคิลไปชายในชุดคลุมก็เลิกคิ้วในระดับที่เเม้จะไม่เห็นหน้าก็รู้ได้ เพราะอย่างนั้นวอยด์จึงเรียกหมอกดำนั้นกลับคืนมา
ไม่รู้ว่าไมเคิลคิดไปเองหรือเปล่าเเต่รู้สึกได้ถึงเเววตาของอีกฝ่ายใต้ชุดคลุมนั้นมองมาที่เขาอย่างชัดเจนเเละน่าขนลุกอย่างไรชอบกลชายคนนั้นเดินย่างสามขุมเข้ามาหาไมเคิล
คงไม่ได้เป็เเค่เื่คิดไปเองเเล้วที่อีกฝ่ายมองมาทางตนเเถมเป็การมองที่ไม่ได้ความรู้สึกที่ดีสักเท่าไหร่ด้วย
"เ้าสินะ" วอยด์กล่าวด้วยเสียงเเหบพร่าเเละน่าขนลุกกว่าเก่าถ้านี้เป็มังงะ สีของข้อความในช่องของวอยด์นั้นก็คงจะยิ่งกว่าสีดำทะมึนมือของไมเคิลนั้นกระชับไม้กายสิทธิ์เเน่
เขาพยายามไม่ขย้อนอาหารเช้าออกมาจากทางปากด้วยความคลื่นไส้อันเกิดจากตัวตนเเละพลังอันน่าสะพรึงกลัวเเละน่าขนลุกจากคนตรงหน้าเขายิ่งอีกฝ่ายเข้าใกล้ยิ่งพะอืดพะอม เเต่ความอันตรายในตอนนี้นั้นมีเยอะกว่ามากไมเคิลจึงพยายามตั้งสติ
"คุณ้าอะไรกันเเน่?" คิดว่าสู้ไหวไหม หมายถึงฉันน่ะอิกซ์
ไมเคิลกล่าวถามชายตรงหน้าที่ไม่เเม้เเต่จะรู้ว่าเขาคือใครส่วนท่อนหลังนั้นเป็คำที่เขาโทรจิตถามอิกซ์ ซึ่งตอนนี้อีกฝ่ายก็อึกอักไม่ยอมพูดอยู่สักพักด้วยเเววตาค่อนข้างกังวล
เเต่เเล้ววอยด์ก็พูดขึ้นมา
"ข้าพูดไปเเล้วเเละจะไม่ขอพูดซ้ำส่งอาร์ติเเฟคของเ้ามาซะ" วอยด์จ้องมอง (ไมเคิลคิดว่าเเบบนั้นเพราะมองไม่เห็นใบหน้าที่ยังคงซ่อนอยู่ในเสื้อคลุม)
เห็นอีกฝ่ายนิ่งไปชั่วครู่เเล้วจึงพูดต่อ
"เ้า...ดูจากพลังเเล้วเป็นักเวทสินะ พลังเพียงเเค่นี้ คิดจะขัดขืนงั้นรึ"
"นักเวทอะไร?เเล้วอาร์ติเเฟคคืออะไรก่อน ผมไม่รู้จักสิ่งที่ค...คุณกำลังพูดเสียหน่อย"
ไมเคิลพยายามตีหน้าซื่อตอบกลับไปโดยไม่สนใจที่ตนนั้นได้พูดตะกุกตะกักเมื่อครู่เเต่มีหรือที่วอยด์จะเชื่อคำของเด็กชายที่ท่าทางกำลังซุกซอนบางสิ่งในกระเป๋าเเละมีละอองเวทในร่างกายมากเกินคนปกติเเถมในอาร์ติเเฟคยังมีพลังเวทหลงเหลืออยู่
วอยด์ที่เสริมพลังเเละขัดเกลาละอองเวทของตนเองเป็เวลาหลายพันปีไม่มีทางที่จะไม่สังเกตุเห็นพลังเวทนั้นว่าเเล้ววอยด์ก็สร้างลูกบอลทรงกลมสีดำมืดขึ้นมา
“เ้าจะตีหน้าซื่อต่อไปก็ได้เเต่นั้นก็จะช่วยเพิ่มโอกาสการตายของเ้ามากขึ้นเท่านั้น……หรือข้าควรจะหาตัวอย่างมาว่าข้านั้นจะทำจริงๆเ้าจะได้รู้ว่าข้าไม่ได้พูดเล่น”
พูดจบวอยด์ก็กวาดสายตาน่าขนลุกไปทั่วห้องนักเรียนหลายคนที่ถูกจ้องตาเเละได้ยินทุกอย่างตั้งเเต่ต้นต่างก็สั่นกลัวเเม้บางคนจะพยายามโทรหาใครสักคนหรือทำอะไรสักอย่างเเต่ก็ไม่เป็ผล ราวกับว่าที่แห่งนี้กลายเป็สถานที่ที่ไม่มีทางเข้ามาได้เเละเปรียบดั่งมิติอีกมิติหนึ่งที่ไม่สามารถย่างกรายเข้ามา
ถึงไมเคิลจะไม่อยากมอบอาร์ติเเฟคของตนให้อีกฝ่ายหรือไม่อยากยอมรับว่าตัวเองมีพลังเวทจริงๆตามคำสัญญาที่ให้เอาไว้กับครอบครัวว่าจะไม่บอกใครเด็ดขาด
เเต่ไมเคิลก็ไม่ได้เืเย็นถึงขนาดที่ปล่อยให้ชายในชุดคลุมตรงหน้าซึ่งคิดจะคร่าชีวิตเพื่อนด้วยพลังเวททรงกลมสีดำทะมึนไปเสียดื้อๆ
เพราะอย่างนั้นก่อนที่บอลพลังเวทจะเข้าไปครอบงำจิตใจของเพื่อนชายคนหนึ่งซึ่งพยายามจะหลบหนีเเต่กลับทำท่าทีเหมือนถูกอะไรบางอย่างตรึงไว้นั้นไมเคิลก็ร่ายคาถาออกมา
“เฟรย์เยอร์วิซ!”
ปากร่ายคาถาออกมาพร้อมกับไม้กายสิทธิ์ที่ชี้้ไปทิศทางวิธีของบอลสีดำน่าขนลุกซึ่งวอยด์เป็คนสั่งให้พุ่งออกไป
เมื่อบอลเวททั้งสองัักันมันก็ะเิเเสงจ้าในระดับที่ยังพอมองเห็นรอบข้างก่อนจะหายไป
เเต่การทำเเบบนั้นก็ไม่ต่างจากการะโใส่ลำโพงว่าตนนั้นมีอะไรที่เเตกต่างไปจากคนทั่วๆไป
ทั้งห้องต่างหันมาทางไมเคิลซึ่งเป็ต้นทางของลูกบอลเพลิงสีเเดงส้มอันเกิดมาจากเวทมนตร์ ทันที
วอยด์หันมามองไมเคิลด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะการโจมตีเเต่ก็พยายามเก็บอาการเอาไว้เเละเปลี่ยนทิศทางสายตาที่กำลังมองอยู่เดินตรงเข้าไปหาไมเคิล
"เก่งนี่ที่สกัดเวทมนตร์ของข้าได้ เเต่ทีนี่เ้าคงปฏิเสธไม่ได้เเล้วสินะว่าตนเองเป็ใคร
"ก็คงจะอย่างนั้นเเต่ผมคงอยู่เฉยๆปล่อยให้คุณทำร้ายใครไม่ได้หรอก"
"มุ่งมั่นดีเหมือนคนที่ข้าไม่ชอบหน้าคนหนึ่ง…" ใบหน้าของชายกลางคนที่เคยทำให้เขาพ่ายเเพ้จนต้องหลบหนีไปเเย่งชิงอาร์ติเเฟคมาเพิ่มความเเข็งเเกร่งเพื่อกลับมาเเก้เเค้นผุดขึ้นมาในความคิดเป็เวลาเดียวกับที่วอยด์อารมณ์เสียขึ้นกว่าเดิมเขารวบรวมละอองเวทสีดำอีกครั้งเมื่อพินิจได้ว่าพูดเฉยๆอีกฝ่ายคงไม่มอบอาร์ติเเฟคให้ เหมือนกับครั้งอื่นๆที่เขาจะต้องใช้กำลังเเย่งมาเพื่อให้ได้มัน
วอยด์พูดต่อ "เเต่ระดับพลังเเค่นี้เเม้จะมีความมุ่งมั่นก็ไม่ช่วยอะไร ช่างโง่เขลา"
พูดจบร่างของวอยด์ก็เสกลูกศรสีดำนับสิบจากการอัดเเน่นของละอองเวทสีดำจนตัวลูกศรนั้นเเข็งจนสะท้อนเเสงได้เล็กน้อยเมื่อวอยด์โบกมือชี้ไปทางไมเคิลลูกศรก็พุ่งทะยานไปทางที่เขาชี้ทันทีราวกับน้ำที่พุ่งกระเซ็น
"ระวัง!!!"
เสียงอิกซ์ดังขึ้นผ่านโทรจิตก่อนที่เเสงสีขาวจะสว่างวาบขึ้น ร่างของอิกซ์ซึ่งเคยเป็นกอ้วนคล้ายกับลูกเจี๊ยบย้อมสีเเดงตอนนี้เเปรเปลี่ยนเป็นกฟีนิกซ์ตัวเล็กขนาดพกพาเเทนมันสร้างเกราะสีน้ำเงินเข้มเพื่อปัดป้องลูกศรนั้น โดยที่ใช้เวทพรางตาร่างของตัวอิกซ์ไม่ให้คนในห้องเห็นตัวตน
เเววตาของอิกซ์นั้นดูตื่นตระหนกน้อยลงเมื่อเทียบกับที่อิกซ์นั้นเห็นร่างของวอยด์ครั้งเเรกอาการสั่นกลัวที่มีก็ทุเลาลง เปลี่ยนเป็สายตาระเเวดระวังเเทน
เมื่อลูกศรสีดำนั้นเเตะโดนบาเรียป้องกันทรงโดมที่อิกซ์สร้างครอบไมเคิลเเละคนใกล้เคียงอีกสองสามคนนั้นมันก็เกิดเสียงเเปลบปลาบก่อนที่ลูกศรพวกนั้นจหายไป
ในตอนนั้นเอง เเววตาของอิกซ์จึงคลายความกังวลลงเเต่ก็ใช่ว่ารับการโจมตีจากอีกฝ่ายเพียงครั้งเดียวเเล้วจะจบ
วอยด์เลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย
นานเเค่ไหนเเล้วนะที่โจมตีไม่สำเร็จตั้งเเต่ทีเเรก
ในความคิดนึกไปถึงหน้าของโฮบาร์อีกครั้งความหงุดหงิดเเละอารมณ์เสียเริ่มมีมากขึ้นจากความคิดของตน
"เก่งนี่ที่ปัดป้องการโจมตีของข้าได้…อีกครั้ง"
ดูเหมือนว่าวอยด์จะยังไม่รู้ว่าเขามีอิกซ์อยู่ไมเคิลคิดในใจพลางส่งโทรจิตหารือกับอิกซ์อย่างรวดเร็ว
ข้อดีของการโทรจิตคือจะคุยเร็วเเค่ไหนก็ได้เท่าที่สมองเราคิดทันห้าวินาทีคนทั่วไปอาจจะพูดไม่จบประโยค เเต่หากสื่อสารผ่านโทรจิตในเวลาเพียงเเค่หาวินาทีก็สื่อสารกันจนตัดสินใจเื่ง่ายๆได้ไปรอบนึง เเต่ทว่าเื่ที่พวกเขาคุยกันนั้นไม่ได้ตัดสินใจได้ง่ายสักเท่าไหร่
"ทำยังไงดีล่ะ"
ไมเคิลถามอิคอย่างกังวลเล็กน้อย ร่างฟีนิกซ์ที่เป็ฟีนิกซ์จริงๆเเต่ตัวเล็กเป็ร่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนจำได้ว่าในร่างนี้อิกซ์จะดึงพลังออกมาได้มากขึ้น เเลกกับการที่ใช้พลังงานร่างกายไปเยอะหรือเหนื่อยมากกว่าปกติไม่ต่างอะไรกับการวิ่งไปเรื่อยๆโดยไม่หยุดพักปกติแล้วอิกซ์จึงไม่เผยร่างนี้ออกมาตั้งเเต่ถูกอัญเชิญ
"ด้วยปริมาณพลังเวทเเล้วเราคงทำอะไรไม่ได้ไม่สิ อันที่จริงก็พอที่จะมีหนทางอยู่"
"อะไรล่ะบอกมาเร็ว"
"ร่างของเ้านี้ไม่ใช่ร่างที่เเท้จริงเป็เหมือนหุ่นยนต์เเทนตัว ดังนั้นจึงมีสิ่งที่คล้ายเเก่นหรือคอร์อยู่พลังเวทของเ้าที่ฉุดขีดจำกัดความสามารถของเราลงมาทำให้ในตอนนี้เราสองคนน่าจะอัดมันไม่ได้เเน่ๆ การทำลายเเก่นใจกลางคือวิธีการเดียวที่มี เเต่….หลบเร็ว!!"
อิกซ์ส่งโทรจิตยังไม่ทันจบประโยคลูกศรสีดำก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
ไมเคิละโหลบเพราะอิกซ์สร้างโดมที่เเข็งเเกร่งพอจะกันลูกศรทั้งหมดได้ไม่ทันลูกศรนั้นเฉือดสร้างเเผลบาดตรงเเขนเสื้อให้ไมเคิลเล็กน้อยเเต่เพราะยังไม่ได้าเ็หนักถึงขั้นลุกไม่ไหว
ไมเคิลรีบร่ายคาถาเรียกลูกศรน้ำเเข็งพุ่งโจมตีกลับไปเพื่อยื้อเวลาไม่สนใจฟังคำโอ้อวดเเละทำทีเหมือนว่ากำลังดูเขาดิ้นรนให้รอดพ้นไปจากสถานการณ์นี้ยังไง
เด็กหนุ่มพยายามฟังสิ่งที่อิกซ์กล่าวบอกพลางะโให้ทุกคนหลบออกไป เพราะนักเรียนคนอื่นไม่อยู่ในสายตาของวอยด์ อยู่เเล้วตั้งเเต่เเรกคนอื่นๆในห้องจึงไปรวมตัวกองอยู่จุดๆหนึ่งโดยร่วมเเรงร่วมใจสร้างเกราะกำบังโต๊ะเรียนให้เงียบที่สุดโดยไม่ให้วอยด์นั้นหันมา
ยกเว้นเลียมที่กำลังจ้องไมเคิลเเละวอยด์อยู่
ถามว่าวอยด์รู้ไหมว่าข้างหลังเกิดชุลมุนอะไรขึ้นเเละมีคนทำท่าไม่ทุกข์ไม่ร้อนอยู่หนึ่งคน
เเน่นอนว่าเขารู้ เเต่ถามว่าเขาสนใจไม่…..ก็ไม่
จัดการทางนี้เสร็จค่อยปลิดชีวิตพวกมดปลวกทิ้งคงไม่เสียหายอะไร
วอยด์คิดอย่างนั้นดังนั้นจึงยิงลูกศรสลับกับลูกบอลเวทสีดำที่(อิกซ์บอกว่า) พลังนั้นมีคุณสมบัติในการควบคุมจิตใจพุ่งตรงไปหาไมเคิลหมายจะเอาชีวิตอีกฝ่ายเพื่อเเย่งชิงอาร์ติเเฟคมา
วิธีการเเย่งชิงอาร์ติเเฟคมีอยู่สองวิธีใหญ่ๆมันคือเื่ที่วอยด์ได้ยินมาจากบุคคลปริศนาที่เคยเจอกันใน่ที่เริ่มเเย่งชิงอาร์ติเเฟคอย่างจริงจังเื่นั้นยังคงอยู่ในหัวของวอยด์อย่างครบถ้วนแม้เวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ก็ตาม
วิธีเเรกคือการใช้อาร์ติเเฟคเฉพาะทางประเภทหนึ่งซึ่งเป็อาร์ติเเฟคที่มีความสามารถในการยึดสิทธิ์การถือครองของอาร์ติเเฟคซึ่งเป็ประเภทที่อยู่ในระดับที่เทาๆ ออกไปทางผิดกฏหมาย เพราะกฏหมายมีการกำหนดไว้ว่าห้ามยึดสิทธิ์การใช้อาร์ติเเฟคของใครมาใช้ตามใจชอบเเต่กลับไม่ได้สั่งให้อาร์ติเเฟคประเภทนั้นเป็อาร์ติเเฟคต้องห้าม
ส่วนวิธีที่สองรั้นคือ...
การทำให้เ้าของอาร์ติเเฟคเสียชีวิต
สิทธิ์ในการนั้นคล้ายกับการเชื่อมต่อสัญญานบลูทูธ เมื่อเ้าของของอาร์ติเเฟคชิ้นนั้นคนปัจจุบันได้ดับสูญ
อาร์ติเเฟคชิ้นนั้นจะอยู่ในสภาวะที่ไร้คนควบคุมไม่ใช่ว่ามันจะเเสดงพลังอำนาจเเละออกอาละวาดไปทั่วเเต่ไร้การควบคุมในที่นี้หมายถึงว่าไม่มีผู้ถือครองสิทธิ์มันอยู่
เเล้วใครจะเป็คนอาร์ติเเฟคชิ้นนี้ต่อไปล่ะ?
คำตอบนั้นก็ตอบได้ไม่ยาก
นั่นก็คือผู้สืบทอดในวงศ์ตระกูลนั่นเองอาร์ติเเฟคนั้นจะถูกผูกเหมือนสายใยบางๆเอาไว้กับผู้สืบทอดวงศ์ตระกูลหลังจากนั้นรุ่นใดรุ่นหนึ่งเเม้จะไม่มีใครรู้ว่าคนคนนั้นจะถือกำเนิดออกมาใช้ชีวิตยังโลกภายนอกตอนไหนเเล้วอีกนานเเค่ไหนถึงจะมีคนให้กำเนิดออกมาเเต่อาร์ติเเฟคชิ้นนั้นๆเื่ราวลึกลับเหล่านี้เป็อย่างดี เเละที่บอกว่าสิทธิ์การถือครองไม่ต่างอะไรกับสัญญานบลูทูธ ก็เป็เพราะว่าเมื่อผู้ใช้คนปัจจุบันดับสูญเเละกำลังจะสร้างสายใยผูกกับผู้ใช้คนต่อไปนั้นจะมี่หนึ่งที่เเย่งสิทธิ์การถือครองมาได้เพียงเเค่ัั
เเต่เพราะวอยด์เป็คนที่ยึดติดกับการเเก้เเค้นเเละ'ทำลาย' ทุกสิ่งทุกอย่างเขาจึงพึงพอใจที่จะใช้วิธีอย่างหลังเเม้ว่าจะใช้วิธีเเบบเเรกได้ก็ตาม
"เเล้วจะทำยังไงล่ะ!"
ไมเคิลโทรจิตตอบ
อิกซ์เองก็ต้องกางบาเรียปัดป้องการโจมตีที่ค่อนข้างรุนเเรงของวอยด์มาอย่างต่อเนื่องทำให้ไม่สามารถเจียดเวลาเเละพลังมาใช้คาถาพรางตาเพื่อจะพูดคุยกันด้วยเสียงจริงๆ
"เพราะคอร์มันขยับอยู่ตลอดเราเลยชี้จุดเเบบเเน่นอนไม่ได้ เเถมพลังเวทของเราก็กำลังจะหมดอีก บ้าจริง!รู้งี้เราน่าจะให้เ้าขัดเกลาปริมาณพลังเวทก่อน"
"ขอโทษเเล้วกันที่พลังเวทของฉันมันฉุดของนายน่ะเเต่ช่วยคิดเเผนอะไรสักอย่างที!"
ความเร็วของการยิงเริ่มมากขึ้นตามความหงุดหงิดของวอยด์ซึ่งเกิดจากการทนทานเเละหลบหลีกของนักเวทที่อยู่ตรงหน้าตนเพราะเเค่หลบหลีกลูกบอลที่มีฤทธิ์ควบคุมจิตใจที่เร็วขึ้นเรื่อยๆก็เต็มกลืนแล้วลูกศรจึงสร้างรอยเเผลถลอกบริเวณเเขนเเละขาอยู่หลายจุด
จนพอวอยด์หยุดร่ายคาถาจึงพอมีเวลาให้อิกซ์ฟื้นฟูพลังเวทได้บ้างขณะเดียวกันก็ช่วยรักษาเเผลของไมเคิลที่บาดลึกในบางจุดไปด้วย แต่เพราะเวลาไม่ได้มีมากมายจึงทำได้เเค่รักษาพอไม่ให้มีเืเเละปากเเผลเท่านั้น
วอยด์มองไปยังสภาพที่สะบักสะบอมของไมเคิลพลางรวบรวมพลังเวทขนาดใหญ่บนฝ่ามือและพูดย้ำอีกครั้งไปว่า
"บอกให้ส่งอาร์ติเเฟคของเ้ามาดีๆตั้งเเต่ทีเเรกเ้าก็ไม่ฟังช่างโง่เขลายิ่ง เเต่ดูเหมือนจะมีสกิลรักษาตัวเองสินะ อีกทั้งยังปัดป้องการโจมตีของข้าได้นานพอดู น่าเสียดายจริงๆ"
เนื้อความเหมือนชื่นชมไมเคิลเเต่สีหน้าของวอยด์กลับดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นักเเม้จะไม่ได้เห็นหน้าอย่างชัดเจนภายใต้ผ้าคลุมนั้นเเต่ก็พอเดาได้จากบรรยากาศดำทะมึนที่เเผ่ออกมามากขึ้นเเละน้ำเสียงอันเเหบพร่าน่าขนลุก
"จะเลื่อนขั้นเป็ผู้วิเศษเเล้วรึไง"วอยด์กล่าวก่อนจะพึมพำออกมา
"ผมมีพวกพ้องที่พอจะช่วยเหลือได้ยังไงล่ะส่วนเื่เลื่อนขั้นผมไม่จำเป็ต้องบอกคนอย่างคุณ"
"งั้นเหรอเเต่เ้าคงไม่คิดหรอกใช่ไหมว่าพลังที่ข้าใช้เมื่อกี้นั่นมันคือพลังทั้งหมด"
วอยด์กล่าวเเล้วเพิ่มความเร็วในการรวบรวมพลังเวทบนฝ่ามือจากที่เป็ทรงกลมมันเริ่มเปลี่ยนป็นเเท่งเเละกลายเป็หอกเเหลมชวนให้รู้สึกกดดันเป็อย่างมาก
ไมเคิลที่ได้ยินอย่างนั้นก็เหงื่อตกดูจากขนาดเเละบรรยากาศที่เเผ่ออกมาถึงจะไม่ได้บอกก็รู้สึกได้ในทันทีว่าควรจะทำลายมันโดนเร็วเหมือนกับที่เคยร่ายคาถาขัดขวางลูกบอลเวทในตอนนั้น
เขาร่ายคาถาน้ำเเข็งโดยมีอิกซ์คอยสนับสนุนการฟื้นฟูพลังเวทเมื่ออิกซ์ไม่ต้องกางบาเรียป้องกัน หากต้องเลือกสักอย่างระหว่างสนับสนุนพลังเวทให้ไมเคิลเพื่อทำลายหอกความมืดที่กำลังก่อตัวกับกางบาเรียการสนับสนุนพลังเวท คงดีกว่าที่จะพยายามเพิ่มความหนาของบาเรียป้องที่ไม่รู้ว่าจะกันเอาไว้ได้หรือไม่
เพราะในตอนนี้พลังเวทของอิกซ์ไม่ได้มีเยอะเหมือนตอนก่อนจะถูกอัญเชิญออกมา
ก้อนน้ำเเข็งรูปทรงคล้ายหอกก่อตัวขึ้นรอบวงเวทสีน้ำเงินเข้มที่สร้างขึ้นมาจากตรงปลายของไม้กายสิทธิ์ เมื่อสร้างขึ้นครบสามก้อนประมาณเท่าฝ่ามือ ไมเคิลจึงสะบัดไม้กายสิทธิ์อย่างรวดเร็วปล่อยให้ก้อนน้ำเเข็งพุ่งตรงไปทำลายหอกสีดำทะมึนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ที่เกิดจากฝีมือของวอยด์ทันที
เเต่กลับไม่เป็ดังที่ไมเคิลเเละอิกซ์คาดคิดเอาไว้ดูเหมือนว่าหอกความมืดที่วอยด์กำลังสร้างนั้นจะมีขนาดใหญ่เเละเเข็งเเกร่งกว่าพลังเวทของไมเคิลเกินไป
ทว่าไมเคิลยังไม่ยอมเเพ้
หรือจะพูดให้ละเอียดยิ่งกว่านั้น คือเขาไม่สามารถยอมเเพ้ได้เพราะถ้ายอมเเพ้เมื่อไหร่ เขาคงไม่รอดเมื่อนั้น
ไมเคิลพยายามไม่นึกไปถึงเื่น่าหดหู่อย่างการที่หอกนั้นจะเเทงผ่านร่างเเล้วคร่าชีวิตของตนเเต่ถึงจะพยายามไม่คิด กำลังใจในการโจมตีสิ่งนั้นต่อก็ลดฮวบไปพอสมควร
"ชิ้ง...ฟืด...วืบ"
เสียงจากการร่ายคาถาน้ำ ไฟเเละลมเกิดขึ้นในเวลาอันไล่เลี่ยกันดังขึ้นธาตุทั้งสามหลอมรวมกันเป็ะุน้ำร้อนที่หมุนวนไประหว่างพุ่งไปคล้ายสว่าน คาถานี้เขาตั้งชื่อมันว่า‘ะุน้ำร้อนเกลียวสว่าน’ ชื่ออาจจะเชยไปหน่อยเเต่ก็เป็คาถาที่คิดขึ้นเองเเบบที่อิกซ์ไม่ได้เป็คนสอนหรือเเนะนำ
เป็วิธีที่เขาพลิกเเพลงจากคาถาผสานธาตุที่อิกซ์เคยเกริ่นมากลายๆ
อนึ่งที่ไม่ได้สอนอย่างจริงจังก็เป็เพราะปริมาณละอองเวทที่มีของไมเคิลเเต่ตอนนี้มีอิคคอยช่วยฟื้นฟูพลังเวทให้อยู่ตลอดถึงจะไม่ได้ฟื้นฟูเร็วขนาดที่พร้อมใช้ตลอดเวลาเเต่ก็ช่วยให้ใช้คาถาที่ใหญ่ขึ้นอย่างคาถานี้ได้
ะุพลังเวทนั้นทำให้หมอกสีดำที่รวมตัวเป็หอกชะงักไปชั่วครู่เเละก่อตัวช้าลง
เเต่ก็ได้เเค่ชะงัก
หากเป็เมื่อสามสิบวินาทีก่อนการร่ายใส่ไปเรื่อยๆอาจจะพอทำให้ขนาดของมันเล็กลงเเล้วปล่อยให้อิกซ์ะเิพลังเวทเพื่อทำลายมันลงไปได้เเต่ในตอนนี้มันสายเกินไปเเล้ว
ที่สำคัญ ไมเคิลคงไม่มีเวทมนตร์คาถาที่รุนเเรงกว่านี้ในการจัดการคงไม่ต้องพูดถึงว่าหากฝืนเเรงเฮือกสุดท้ายทำลายหอกเเล้ว วอยด์จะทำอะไรต่ออีกเพราะเขาดูไม่สะทกสะท้านเลยสักนิดกับการใช้เวทมนตร์ขนานใหญ่ขนาดนี้
เเต่ก็คงไม่แปลก อิกซ์บอกเขาว่าชายตรงหน้าเป็เพียงหุ่นเเทนตัวนี่นา
สุดท้ายก็เป็ดั่งคาดการณ์( ซึ่งไม่ใช่การคาดการณ์ที่ดีสักเท่าไหร่)เเม้จะร่ายคาถาโจมตีใส่ไปสักเท่าไหร่ก็ทำได้เพียงเเค่ชะลอเวลาเปรียบดั่งการเเก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ
สุดท้ายสิ่งที่เคยคิดเอาไว้ก็เกิดขึ้นหอกสีดำบนมือของวอยด์ซึ่งลอยอยู่บนฝ่ามือของเขานั้นลอยสูงขึ้นช้าๆ มันควบเเน่น พลังเวทจนไม่เหลือละอองเวทที่จะหลอมรวมตัวเข้าไปอีกราวกับอาวุธจากเเร่เเข็งๆชนิดนึง ซึ่งสำหรับไมเคิลเเล้ว ค่อนข้างอันตรายเลยทีเดียวเพราะสิ่งนั้นพร้อมจะพุ่งเข้าใส่เขาได้ทุกเมื่อ
อิกซ์พยายามกางบาเรียเตรียมเอาไว้เมื่อรู้ว่าขัดขวางไม่สำเร็จเเต่เพราะพลังเวทที่ใช้สนับสนุนไมเคิลไปจนหมด อิกซ์ก็ไม่เเน่ใจว่าจะกางได้แ่าสักเเค่ไหนเหมือนกัน
“เ้าเป็คนเลือกเองนะ…ตายเสียเถอะเพื่อความเเข็งเเกร่งของตัวข้าเอง” พูดจบหอกก็พุ่งตรงไปทางไมเคิลทันที
ฉึก!!!…