มิณทร์และทิชาเดินทางกลับจากบ้านของคุณปู่ในเวลาถัดมา
พวกเขาใช้เวลาอยู่ที่นั่นได้ไม่นานนักเพราะคุณปู่จะไม่ยอมให้เราออกจากบ้านหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน
เป็เื่ที่มิณทร์และทิชาค่อนข้างคุ้นชินเป็อย่างดี
เธอจำได้ว่าเมื่อสมัยตอนเด็กๆ ทันทีที่เข็มนาฬิกาชี้เวลา 18.00 น.
คุณปู่จะเรียกให้พวกเธอเข้าบ้านทันที และจะไม่ยอมให้ใครอยู่นอกบ้านเป็อันขาด
ถ้าใครคนหนึ่งในพวกเธอขัดคำสั่งจะโดนทำโทษโดยการต้องขัดเครื่องทองเหลืองในห้องทำงานของคุณปู่หลายสิบอันให้แวววับ
ทิชาเคยถามเื่นี้กับคุณพ่อ แต่ท่านบอกว่าคุณปู่เป็พวกเชื่อเื่ภูติผีปีศาจ
เมื่อก่อนเธอก็ไม่ได้สนใจนักเพราะคิดว่ามันไร้สาระแต่ตอนนี้เธอแทบอยากหนีบคุณปู่ให้ไปทำงานด้วยกันซะให้ได้
ยิ่งเธอคิดถึงคำพูดที่คุณปู่พูดส่งท้ายก่อนที่เธอจะขึ้นรถยิ่งทำให้เธอรู้ว่าตอนนี้เธอหมดสิ้นหนทางที่จะหนีจากบริษัทผีนี่ได้
“ไม่ว่าหลานจะปฏิเสธมันยังไง หลานก็ไม่มีทางหนีเื่นี้พ้นเพราะทันทีที่เข็มนาฬิกาชี้ไปที่ 11.00 น.หลานจะไปปรากฏตัวที่ห้องทำงานของบริษัทโดยอัตโนมัติ”
แค่ประโยคแรกทิชาก็แทบจะร้องไห้ออกมาแต่เมื่อได้ฟังประโยคถัดไป
ร่างเล็ก ๆของพนักงานใหม่อย่างเธอแทบจะล้มลงไปกองกับพื้นจนมิณทร์ต้องเข้ามาช่วยประคองเอาไว้
“และแม้ว่าหลานจะตายิญญาของหลานก็จะยังคงอยู่ที่บริษัทต่อไปอีกหนึ่งปีก่อนที่จะได้เกิดใหม่”
นี่มันโหดร้ายเกินไปหรือเปล่า?แม้แต่ความตายก็พรากฉันไปจากบริษัทนี้ไม่ได้เชียวงั้นหรือ !
แสดงว่าต่อให้เธอมีเงินจ่ายค่าปรับสิบเท่าเธอก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากที่นี่ได้สินะ
ทิชาจิตใจล่องลอยตลอดการเดินทางกลับบอกตามตรงว่าการไปเจอคุณปู่ในวันนี้
มันไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเลยแม้แต่นิดเดียว
แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอต้องทำงานที่นั่นต่อไป
เพราะถ้าหากคุณพราวฟ้ายังมีชีวิตอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้
ทิชาก็น่าจะสบายดีตราบใดที่เธอไม่ได้ละเมิดกฏข้อสำคัญของการทำงาน
ทิชามองออกไปนอกหน้าต่างเห็นเส้นทางถนนที่มืดจนแทบมองไม่เห็นทาง
เพราะเราออกจากบ้านคุณปู่ช้าเกินไป ไหนจะแวะทานข้าวกันอีกจนทำให้ค่ำขนาดนี้
หมอกหนาจนเธอกลัวว่าหากฝืนขับต่อไปจะเกิดอุบัติเหตุ
เธอและมิณทร์ตัดสินใจหาโรงแรมในละแวกนั้นเพื่อพักผ่อนถึงพรุ่งนี้เช้าค่อยออกเดินทางต่อ
คงมีเวลาให้เธอเตรียมตัวก่อนที่จะกลับไปทำงาน
หญิงสาวนอนอยู่บนเตียงที่โรงแรมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่ฝ่ามือกลับเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ
เธอพยายามทำใจให้สบายที่สุดเพื่อที่จะกลับไปที่บริษัทอีกครั้ง
บริษัทที่เต็มไปด้วยผี ! และยังมีผีมากกว่าหนึ่งตัวอีกต่างหาก
คิดๆดูแล้วมันก็เป็เื่ที่น่าแปลกทำไมบริษัทผีถึงโผล่มา ?
จุดประสงค์ของการปรากฏตัวคืออะไร ? ใครกันที่เป็คนอยู่เื้ัของเื่ทั้งหมดนี้ ?
ทิชาคิดจนเผลอหลับไปตอนไหนไม่แน่ใจเมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งตัวเธอก็นั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องทำงานของเธอ
เธอเช็คเวลาในโทรศัพท์มือถือตอนนี้เวลา 11.00 น.
นี่สินะถึงบอกว่าไม่สามารถหนีจากการมาที่นี่ได้เลย...
เสียงกระดิ่ง(ที่เธอเพิ่งเคยได้ยินและได้รู้ว่ามันมีก็เมื่อตอนที่คุณพราวฟ้าบอก)
ที่หน้าประตูดังขึ้นและหญิงชราที่มีหน้ากากคนเดิมเดินเข้ามาจากข้างนอก
ทั้งเดือนนี้เธอจองห้องอัดเพลงไว้ทุกวัน
ซึ่งเมื่อทิชาเช็คจากประวัติการจองห้องแล้วทำให้เธอรู้ว่าหญิงชราคนนี้จองห้องติดต่อกันมาหลายปีแล้ว!
หญิงชราคนนี้กำลังอัดเพลงซิมโฟนีเบอร์ใหญ่อยู่หรือไงกัน!
เวลาถัดมาก็มีผีตัวใหม่เข้ามาอีกหลายตัวทั้งชายและหญิงไม่ยากที่จะเดาได้
สิ่งแรกที่ออกมาจากปากพวกเขาไม่ใช่ประโยคที่ว่า “คุณกินข้าวหรือยัง”
แต่กลับเป็ “ชื่อเปลี่ยนแล้วคนถูกเปลี่ยนอีกแล้ว”
จนทิชานึกสงสัยว่าก่อนหน้าเธอมีมนุษย์ที่เคยเข้ามาทำงานที่นี่กี่คนกันแน่
แล้วผีที่เข้ามาใช้บริการที่นี่เป็ผีตัวเดิมั้แ่พนักงานคนก่อนๆเลยงั้นหรอ ?
หรือพวกเขาจะเป็ลูกค้าประจำของที่นี่กันนะแต่ถ้าเป็เช่นนั้นชื่อเสียงของบริษัทนี้ก็ควรอยู่ในแวดวงของพวกผี
แล้วมนุษย์อย่างพวกเราจะพบที่แบบนี้ได้อย่างไร?
นอกจากที่นี่ในเมืองนี้จะมีบริษัทผีอื่นๆตั้งอยู่ที่ไหนอีกบ้าง?
คนงานในหมู่พวกเขาเป็มนุษย์แบบเดียวกับฉันหรือเปล่า ?
จากที่ทิชาได้พบกับเหตุการณ์ที่สยดสยองมาแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมาและจากการที่ได้ไปหาคุณปู่
ทำให้ในวันนี้เธอไม่รู้สึกกลัวผีพวกนี้เลย หญิงสาวลงทะเบียนห้องจองและทำงานได้อย่างรวดเร็ว
และในตอนนี้กลุ่มวงดนตรีแนวพังค์ที่นำทีมโดยเด็กผู้หญิงตาเฉี่ยวเดินนำเด็กผู้ชายอีกสองคนเข้ามา
และมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องของทิชาอีกครั้ง
เด็กผู้ชายมือกลองคนเดิมเดินขึ้นมาข้างหน้าเขามองทิชาด้วยดวงตาสีขาวที่ไม่มีรูม่านตา ปากสีแดงของเขายิ้มมาหาเธอ
“พี่สาวสอนให้ผมสอนตีกลองไหม ?”
เขาพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงทะเล้นทำเอาเธอขนลุกไปหมดทิชานึกถึงสิ่งที่คุณปู่บอกกับเธอไว้ว่า
‘ห้ามให้พวกผีััร่างกาย’ ทิชาทำได้แค่ยิ้มและส่ายหัวปฏิเสธ
ผลั้วะ!!!
เด็กผู้หญิงตาเฉี่ยวคนนั้นตบเข้าไปที่ตรงหน้าของเด็กชาย
ศีรษะของเขากระแทกลงไปที่ด้านข้างของไหล่ ทิชาเห็นชิ้นเนื้อ
หลอดเืแดงและเส้นเืที่เชื่อมต่อของเขาขาดออกจากกัน
เืสีแดงสดไหลเป็ทางยาวลงไปถึงพื้นมันย้อมถุงเท้าสีขาวของเขาให้กลายเป็สีเืภายในพริบตา
“เล่นให้มันรู้จักเวล่ำเวลาหน่อยสิ” หญิงสาวตาเฉี่ยวคนนั้นดุอย่างโกรธเคือง
“ฮึก..ฮือออ..แงงงง !!”
ศีรษะของเด็กผู้ชายที่หัวขาดกำลังร้องไห้น้ำตานองหน้า
น้ำตาที่สีเหมือนเื...ใช่สิ่งที่ออกมามันคือเื
แต่สิ่งที่น่าขนลุกไปกว่านั้นก็คือมือของเด็กผู้ชายที่ยังเคาะไม้กลองเล่นอยู่เหมือนเดิมไม่ยอมหยุด
เสียงเขียนปากกาที่เ้าของมือพยายามบังคับไม่ให้มันสั่นจนตัวหนังสือยึกยือ
แต่ภาพที่น่าสยดสยองเมื่อครู่นี้ทำให้ขนของทิชาลุกชันขึ้นไปหมด
ถึงแม้ว่าพวกคุณจะเป็ผีก็อย่ามาท้าทายความกลัวและความอดทนของฉันแบบนี้ เข้าใจไหม ?
ทิชาพูดกับพวกเขาในใจ
“หยุดร้องไห้สักที !”
เสียงหวีดร้องที่ดังขึ้นเรื่อยๆทำให้สีหน้าของหญิงสาวตาเฉี่ยวเริ่มหงุดหงิด
และฟาดมืดไปที่หัวของเด็กผู้ชายอีกครั้งศีรษะที่เกือบขาดของเขาโดนอัดเข้าไปตรงหน้าอกของเ้าตัว
และแม้ว่าเขาจะร้องไห้เสียงดังขนาดไหน แต่มือของเขายังไม่หยุดเคาะไม้กลองเลย...
ทิชาเครียดจนหายใจแทบไม่ออกภาพที่เห็นอยู่ในตอนนี้มันน่ากลัวจนเธอบรรยายไม่ถูก
จู่ๆผู้หญิงตาเฉี่ยวคนเดิมเหยียดยิ้มให้ฉันเบาๆ
“ขอโทษนะคะที่ให้คุณเสียเวลาดูเื่ตลกตั้งนาน”
แน่นอนว่าไม่มีเสียงใดหลุดรอดออกมาจากปากเธอ
เพราะคุณปู่และคุณพราวฟ้าบอกไว้ว่าห้ามพูดกับพวกผีไม่งั้นเธออาจจะโดนฆ่าก็ได้ !
ทิชาพยายามทำเป็ไม่สนใจพวกเขาและรีบจัดการใบจองห้องอย่างรวดเร็ว
เมื่อทิชาวางกุญแจและบัตรจองไว้ตรงช่องมือขาวซีดก็รีบหยิบมันไปทำทันที เหมือนเธอพยายามจะมองดูว่าฉันอยู่ตรงไหน
ผีที่นี่มองไม่เห็นฉัน...
“พี่สาว...ลูบหัวผม...ลูบหัวผมหน่อยครับ”
ทันใดนั้นเด็กผู้ชายอีกคนที่ตัวเล็กกว่าเดินเข้ามาและยื่นหัวมาทางเธอ
ทิชาจะไม่รู้สึกกลัวเลยถ้าหัวที่เด็กคนนั้นพูดถึงไม่ได้หมายถึงหัวที่เขากำลังถืออยู่ตอนนี้
ใช่...หัวที่ขาดเมื่อวานนี้ เขายิ้มให้เธอราวกับว่ามองเห็นเธอ
ทิชาแทบจะลืมวิธีหายใจไหนคุณปู่บอกว่าเธอว่าผีที่นี่จะมองไม่เห็นเธอไง แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น !?
หญิงสาวยืนตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียวแต่เหงื่อเย็นๆไหลออกมาจากหน้าผากของเธอ
หรือว่าพวกเขากำลังมองเห็นฉัน ?
เมื่อไม่มีการตอบสนองจากทิชาเด็กผู้ชายตัวเล็กที่ถือหัวยื่นให้เธอเขาเริ่มหงุดหงิก
และระบายความโกรธของเขาด้วยการจิกเล็บไปบนแขนขาวๆของหญิงสาวตาเฉี่ยวคนนั้น
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งมีชิ้นเนื้อขนาดใหญ่อยู่ในมือของเขาแล้ว
ในทางกลับกันผู้หญิงคนนั้นบิดใบหน้าด้วยความเ็ปแขนของเธอขาดจนเห็นกระดูกข้างใน
แต่เธอก็ยอมปล่อยให้เด็กผู้ชายจิกเล็บไปที่แขนอีกข้างนึงอีกครั้ง
หญิงสาวตาเฉี่ยวแสดงออกว่าเ็ปมากขึ้นหากแต่ไม่มีความโกรธเคืองแสดงบนใบหน้าของเธอเลย
หลังจากนั้นไม่นานผู้หญิงคนนั้นก็ร้องไห้ออกมาด้วยความเ็ป
เืและน้ำตาของเธอยังคงไหลไม่ยอมหยุด
ดวงตาของเธอมองทิชาอย่างหน้าสงสารราวกับกำลังกล่าวหาว่าเธอเ็าและโเี้ขนาดไหน
เมื่อเห็นภาพตรงหน้าความน่าสงสารทำให้ความอดทนของเธอพังลง
ทิชารีบวิ่งออกไปดึงมือของเด็กผู้ชายคนนั้นออกจากแขนของหญิงสาวตาเฉี่ยว
‘หนาว...’
ความรู้สึกแรกแล่นเข้ามาเมื่อทิชาได้ัักับแขนของเด็กผู้ชายคนนั้น
เธอเพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังถือก้อนน้ำแข็งแท่งยาวๆเอาไว้เธอรีบส่งคืนให้ผู้หญิงคนนั้น
เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างได้เกิดขึ้นทิชาได้แต่ถามตัวเองว่าเธอทำอะไรลงไป !
ทั้งๆที่สัญญากับตัวเองไว้เป็มั่นเป็เหมาะแล้วว่าจะต้องเชื่อฟังคุณปู่และทำตามกฏสองข้อให้ได้
แต่ทุกอย่างได้พังลงเพียงเพราะความขี้สงสารของตัวเธอเอง
เด็กผู้ชายทั้งสองคนส่งยิ้มให้เธอพร้อมกับทำเสียงแปลกๆ
ปากของพวกเขาอ้าราวกับว่าจะเข้ามาตะครุบหน้าเธอเสียให้ได้
ทิชาหน้าซีดยิ่งกว่ากระดาษพวกเขาต้องรู้แล้วแน่ๆว่าฉันเป็มนุษย์
“นี่ สำหรับคุณ!”
จู่ๆหญิงสาวตาเฉี่ยวก็ถอดแหวนทองออกจากนิ้วของเธอแล้วตบลงบนโต๊ะ
ผีให้แหวนทอง?
นี่คือการแสดงความขอบคุณงั้นหรือ?
ฉันควรยอมรับไหม...ก่อนที่ทิชาจะตัดสินใจเื่นี้ได้
พวกเขาสามคนได้จากไป แต่แหวนทองคำยังตั้งอยู่บนโต๊ะ