ยุทธวิธีไต่เต้าสู่ความโปรดปรานของนางสนม

    บทที่ 52 เมินเฉย

    ต่งเอ้อซื่อมองดูอี้เฟยและหว่านซีที่กำลังพูดคุยพลางหัวเราะไปด้วยราวกับเป็นแม่ลูกกันจริงๆหัวใจของนางเต็มไปด้วยความขมขื่น นางอยากแย่งชิงความโปรดปรานนั้นมาเหลือเกิน แต่อี้เฟยไม่แม้แต่จะปรายหางตามามองนางด้วยซ้ำอิ่นหมัวมัวเตือนนางครั้งแล้วครั้งเล่าว่าให้นางอดทนให้มากดังนั้นต่งเอ้อซื่อจึงทำได้เพียงบังคับให้ตนเองนิ่งเอาไว้พลางขบฟันสีเงินเข้าด้วยกันแน่นจนแทบแตก

            ส่วนจ้าวเจียซื่อที่ยืนอยู่ด้านข้างกำมือแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อเพื่อรักษาความสงบ

            นางต่างหากที่เป็นคนของตำหนักอี้คุน แต่อี้เฟยกลับเอาแต่สนใจนางคนต่ำช้าหวันเหยียนซื่อคนนั้นทั้งคอยดูแลเอาใจใส่ ทั้งคอยสนับสนุนผลักดันอยู่ตลอดเวลาแต่กลับปฏิบัติต่อนางอย่างเย็นชา นี่จะให้นางทนได้อย่างไรจะให้นางไม่หันไปหาผู้อื่นได้อย่างไรกัน

            สุดท้ายคนที่ผลักนางลงเหวลึกเช่นนี้ก็คืออี้เฟย

            จ้าวเจียซื่อจดจ่ออยู่กับการกล่าวโทษผู้อื่นแต่ลืมไปว่าก่อนที่นางจะเข้าไปในเรือนหลังของอิ้นถัง นางก็หันหลังให้กับอี้เฟยและสวามิภักดิ์ต่อคนอื่นแล้ว

            อี้เฟยไม่รู้ความในใจของต่งเอ้อซื่อและจ้าวเจียซื่อ สำหรับนางแล้วไม่ว่าจะเป็นสะใภ้หรือสนมชายาตัวเล็กๆ ที่นางเป็นคนประทานเองกับมือพวกนางจะคิดอะไรก็ช่าง แต่ไม่อาจมีความคิดทำลายบุตรชายหรือหลานชายของนางได้เด็ดขาดแต่พวกนางกลับไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของแต่ละคน

            ต่งเอ้อซื่อโจมตีหว่านซีตอนกำลังตั้งครรภ์อยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อผลประโยชน์ของนางเองจ้าวเจียซื่อลงมือกับต่งเอ้อซื่อระหว่างที่นางคลอดบุตรก็เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและเพราะการกระทำของพวกนางทั้งสองคนจึงทำให้อี้เฟยตัดสินใจเรียกพวกนางเข้าวังมาในวันนี้

            กระทั่งถึงเวลาเข้าเฝ้าไทเฮา อี้เฟยวางถ้วยชาลงเหลือบมองจ้าวเจียซื่อด้วยท่าทางเย็นชาแฝงไปด้วยคำเตือนจากนั้นก็พาต่งเอ้อซื่อและหว่านซีตรงไปยังตำหนักหนิงโซ่ว

            เมื่อถูกอี้เฟยมองอย่างตักเตือนเช่นนี้ จ้าวเจียซื่อก็พลันตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกก่อนหน้านี้นางถูกอีเอ่อร์เกินเจวี๋ยหลัวซื่อทำลายเส้นสายที่นางสร้างขึ้นมากับมือจนหมดสิ้นครอบครัวของนางต้องมาประสบเคราะห์ไปด้วย ตอนนี้แม้จะดูเหมือนว่าอี้เฟยกำลังตำหนินางแต่ความนัยที่แฝงอยู่คือการผลักนางให้ห่างจากตำหนักอี้คุนนั่นหมายความว่าหากนางถูกจับได้อีกครั้งการถูกตัดหูตาที่วางเอาไว้ออกไปคงไม่ใช่เรื่องเดียวที่นางต้องเผชิญ!

            เร็วเท่าความคิดจ้าวเจียซื่ออาศัยความได้เปรียบที่เคยทำงานในตำหนักอี้คุนหลบเลี่ยงหูตาของบ่าวไพร่มาหาคนที่กำลังรออยู่

            "พี่หลิว ท่านต้องช่วยข้านะ ช่วยข้าส่งข่าวถึงพระสนมให้ช่วยข้าด้วยเถิด”จ้าวเจียซื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน รู้ดีว่าหากอีกฝ่ายไม่ยอมยื่นมือมาช่วยหญิงงามครั้งนี้ก็ไม่มีวันที่นางจะมีโอกาสโงหัวขึ้นมาอีกแล้ว

            นางกำนัลนามว่าอวี้หลิวได้ยินคำพูดนั้นก็เม้มริมฝีปากเป็นรอยยิ้มทว่าไม่ได้พูดคำใดออกมา

            ยังไม่ต้องเอ่ยถึงเจ้านายพระองค์นั้นเลยแม้แต่ในตำหนักอี้คุนยามนี้นางก็เป็นเพียงสาวใช้ที่ไม่มีความสำคัญอันใดนางซึ่งเป็นเพียงบ่าวไพร่เป็นใครเล่า จึงจะสามารถชี้นำการตัดสินใจของเจ้านายได้ที่สำคัญคือเจ้านายไม่ได้มีความเคลื่อนไหวใดเลยเห็นได้ชัดว่าต้องการละทิ้งหมากไร้ค่าตัวนี้แล้วเพียงแต่ว่าคนตรงหน้านางถูกความโลภที่มากเกินไปบดบังความจริงเท่านั้นเอง

            "พี่หลิวได้โปรดช่วยข้าด้วยเถิด"จ้าวเจียซื่อพูดพลางหยิบถุงเงินมายัดใส่มืออวี้หลิวหวังว่านางจะช่วยส่งข่าวไปให้ได้เร็วที่สุด

            อวี้หลิวรับถุงเงินมาไว้ในมือ สัมผัสเบาโหวงทำให้รู้ว่าด้านในเป็นตั๋วเงินทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของนางยิ่งกดลึกมากยิ่งขึ้น “แม่นางจ้าวเจียช่างอ่อนน้อมเสียจริง ด้วยฐานะของแม่นางในยามนี้บ่าวไม่มีทางขัดคำสั่งท่านเป็นแน่”

            “เช่นนั้นรีบส่งข่าวให้ถึงพระสนมให้เร็วที่สุดข้าจะรอฟังข่าวจากท่าน”จ้าวเจียซื่อเห็นอีกฝ่ายไม่มีท่าทีรีบร้อนก็อดที่จะสำทับไปอีกครั้งไม่ได้

            “แม่นางวางใจเถิด บ่าวจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”อวี้หลิวพยักหน้าตอบแต่มีร่องรอยของความรังเกียจเต็มเปี่ยมฉายอยู่ในดวงตาของนาง

            ในเมื่ออยู่ในเรือนหลังขององค์ชายเก้าแล้วก็ยังทำตัวไม่ซื่อสัตย์อีกไม่แปลกที่ตั้งแต่นางเข้าไปแล้วก็ไม่เคยได้รับความโปรดปรานเลยแม้สักครั้งเรื่องเท่านี้ก็แสดงออกถึงนิสัยรีบร้อนไม่สุขุมรอบคอบแล้วจะถูกเจ้านายทอดทิ้งก็ไม่แปลกอันใดเลย

            มองร่างของอวี้หลิวที่เดินห่างออกไปทุกที จ้าวเจียซื่อยังคงไม่คลายวิตกนางขยำผ้าเช็ดหน้าในมือจนเป็นก้อนกลม

            การเข้าวังในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนางเลยไม่ว่าอี้เฟยต้องการเพียงตักเตือนนางเพราะความสัมพันธ์ฉันนายบ่าวครั้งเก่าหรืออันใดก็ตามนางรู้ดีกว่าหากไม่รีบติดต่อกับท่านผู้นั้นในตอนนี้นางก็จะจมหายไปในเรือนหลังและไม่มีโอกาสพลิกฟื้นสถานการณ์อีกเลย

            จ้าวเจียซื่อตกอยู่ในภวังค์แห่งการคำนวณผลได้เสียไม่ได้รู้ตัวเลยว่าไม่ไกลจากตนเองกำลังมีเงาร่างหนึ่งจับจ้องทุกการกระทำของนางอย่างไม่ตกหล่น

     

    ภายในตำหนักหนิงโซ่ว กลิ่นอบร่ำจากอาภรณ์งดงามกระจายไปทั่วเรือนผมถูกตกแต่งด้วยเครื่องประดับงดงามเสียงของสตรีพูดคุยราวนกน้อยขับขานรื่นรมย์นี่คือบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่น

            แม้ว่าไทเฮาจะไม่ใช่พระมารดาผู้ให้กำเนิดคังซีทว่านางก็รู้จักวางตัวถูกต้องตามกาลเทศะและโอนอ่อนตามอารมณ์ของฮ่องเต้คังซีเองก็ตอบแทนนางด้วยความกตัญญูมารดาและบุตรชายปรองดองอยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดี

            เมื่อฮ่องเต้กตัญญู บรรดาสนมชายาจึงไม่มีผู้ใดกล้าทำตัวเหลวไหลต่อหน้าไทเฮาแม้แต่คนเดียว

            เช่นเดียวกับไทเฮาที่ทรงปฏิบัติต่อบรรดาสนมชายาทุกคนอย่างเท่าเทียม คนเดียวที่แตกต่างคืออี้เฟยที่เป็นเพราะพระนางให้ความสำคัญกับองค์ชายห้ามากเป็นพิเศษ

            ถงกุ้ยเฟยและพระสนมคนอื่นไม่ได้สนใจความโปรดปรานพิเศษนี้แต่อย่างใด พวกนางมาที่นี่ทุกวันเพียงเพื่อต้องการใช้โอกาสนี้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อหน้าฮ่องเต้เท่านั้นหากจะพูดถึงความกตัญญู จะมีใครที่คิดถึงสิ่งที่ไทเฮาต้องการจริงๆ อย่างจริงใจกันเล่า

            พูดตามตรง สิ่งที่คนเหล่านี้ต้องการไม่มีอะไรมากไปกว่าชื่อเสียงที่ดีหรือหากให้ตรงกว่านั้นก็คือความโปรดปรานจากคังซีนั่นเอง

            ในฐานะชายารองแล้ว หว่านซีไม่มีสิทธิเอ่ยปากในสถานการณ์เช่นนี้ทว่าเพราะนางเคยทิ้งความประทับใจอันดีไว้กับไทเฮาในคราวก่อนดังนั้นไทเฮาจึงปฏิบัติกับนางเป็นอย่างดีเช่นกัน

            กับเรื่องของต่งเอ้อซื่อแม้จะมีข่าวลือเรื่องการตกเลือดระหว่างคลอดแพร่กระจายออกไปแต่ต่อให้นางตกเลือดจริงๆ ในสายตาของเชื้อพระวงศ์แล้ว ความปลอดภัยของพระชายาคนหนึ่งจะเทียบได้กับความปลอดภัยขององค์ชายได้อย่างไรกัน

            การที่ต่งเอ้อซื่อปัดความรับผิดชอบในตอนนั้นทำให้คังซีไม่พอพระทัยเป็นอย่างมากและนั่นก็ทำให้ทุกคนต่างไม่พอใจไปด้วย เมื่ออยู่ในวังหลวงแล้วใครจะกล้าทวนกระแสลมและทำตัวแปลกแยกได้เล่า แม้แต่พระชายาขององค์ชายสามที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของนางยังเลือกที่จะทำตัวเหมือนกับคนอื่นๆและปฏิบัติต่อต่งเอ้อซื่ออย่างเย็นชาเช่นกัน

            “วันหน้าก็พาเด็กน้อยมาหาอายเจียบ่อยๆ สิ”ไทเฮายังคงชมชอบหว่านซีเหมือนเช่นเดิม

            ท่ามกลางผู้คนโดดเด่น หว่านซีก็ยังเป็นที่สะดุดตาที่สุดเช่นเดิม

            “เพคะ ไทเฮา” หว่านซีค้อมคำนับไทเฮาด้วยท่าทางสง่างาม

            เมื่อเห็นไทเฮาทรงเกษมสำราญ อี้เฟยก็ไม่หันมามองต่งเอ้อซื่อแม้แต่แวบเดียวนางยิ้มและเอ่ยกับไทเฮาว่า “ได้ยินมาว่าหงหมินกำลังฟันขึ้นแล้วเพคะครั้งต่อไปหากได้เจอกันอีกเขาอาจจะเรียกเสด็จย่าทวดเลยก็ได้นะเพคะ”

            ไทเฮาได้ยินก็คลี่ยิ้มอ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม “ดียิ่งนักอายเจียจะรอเขามาก็แล้วกัน”

            เต๋อเฟยและคนอื่นๆ มองดูอี้เฟยที่ยิ้มอย่างภาคภูมิใจแล้วมีสีหน้าแตกต่างกันพวกนางเริ่มคิดอย่างจริงจังว่าควรให้บุตรสะใภ้พาหลานๆมาเยี่ยมไทเฮาที่นี่ให้บ่อยกว่าเดิมดีหรือไม่

            อี้เฟยไม่รับรู้ถึงความคิดของเต๋อเฟยและสนมชายาคนอื่น แต่ถึงแม้นางจะรู้นางก็ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไร ท้ายที่สุดแล้ว แม้แต่หลานชายเองไทเฮายังไม่ได้ผูกพันใกล้ชิดทุกคนแล้วนับประสาอะไรกับเหลนชายเล่า ว่าตามตรงไทเฮาเป็นผู้ที่จะเลือกเองว่าต้องการใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้ใดก็ได้ตามพระอารมณ์หากพระนางไม่ล้ำเส้นของฮ่องเต้แล้ว จะมีใครแตะต้องพระนางได้อีก

            ความจริงแล้ว ไทเฮาคือผู้ที่ทรงรักษาระยะห่างได้ดีเสมอมายกเว้นองค์ชายห้าที่พระนางทรงฟูมฟักมาด้วยองค์เองแล้ว และรัชทายาทที่ทรงมีสถานะพิเศษพระนางปฏิบัติต่อองค์ชายที่เหลืออย่างเท่าเทียมกันยิ่งเป็นเหลนชายแล้วยิ่งจดจำได้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

            ใช่ว่าพระนางเย็นชา แต่เพราะตำแหน่งอันสูงส่งนี้ จึงมีเพียงไม่กี่คนที่จะสามารถปรากฏตัวต่อหน้าพระนางได้

            บุตรชายสายตรงขององค์ชายที่เกิดจากพระชายานั้นมีน้อยนัก ส่วนชายารองนั้น หากไม่มีรับสั่งจากไทเฮาก็ไม่อาจเข้าวังมาได้ด้วยตนเองนับประสาอะไรกับการพาบุตรชายเข้าวังมาให้ไทเฮาทอดพระเนตรได้เล่าหากจะหวังว่าในยามปีใหม่พระนางจะทอดพระเนตรเห็นใครจะรับประกันว่าการมองเพียงแวบเดียวจะสามารถทำให้พระนางสนพระทัยได้

            หลังออกมาจากตำหนักหนิงโซ่ว หว่านซีประคองแขนอี้เฟยเดินออกไปด้วยกันไม่มีใครสนใจต่งเอ้อซื่อที่เดินตามมาข้างหลังว่าจะรู้สึกเช่นไร ไม่ว่าเมื่อไร ภายใต้กำแพงวังแห่งนี้ก็ไม่เคยขาดคนที่ถูกทอดทิ้งอยู่แล้ว

            ไม่ว่าจะเป็นพระสนมในวังหรือพระชายาขององค์ชาย สตรีในราชวงศ์ที่มีจุดจบที่ดีอาจไม่จำเป็นต้องเคยได้รับความรักและผู้ที่ได้รับความรักนั้นอาจไม่ได้พบจุดจบที่ดีเสมอไปเช่นกัน

            ครั้งนี้ที่อี้เฟยเรียกต่งเอ้อซื่อและจ้าวเจียซื่อเข้าวังก็เพื่อตักเตือนคนทั้งคู่เท่านั้นแม้ว่าพระนางจะยังไม่หายขุ่นเคือง ทว่าเพื่อเห็นแก่สถานการณ์โดยรวมอี้เฟยจึงไม่มีทางเลือกนอกเหนือไปจากการตักเตือน เพราะสุดท้ายแล้วการเลือกผู้ที่จะมาเป็นพระชายาก็ขึ้นอยู่กับฮ่องเต้อยู่ดี

            ใกล้เวลาเที่ยงเข้าไปทุกขณะ หว่านซีที่รับของรางวัลประทานมาจากไทเฮาและอี้เฟยติดตามต่งเอ้อซื่อออกจากวังไปในที่สุด

            พวกนางสามคนเข้าวังไปพร้อมกัน สองคนถูกตักเตือน อีกคนได้รับรางวัลไม่น่าแปลกใจที่ต่งเอ้อซื่อและจ้าวเจียซื่อจะตีสีหน้าบูดบึ้งใส่นางแต่หว่านซีเองไม่ได้สนใจนางคาดเดาได้อยู่แล้วว่าเมื่อนางคือคนเดียวที่ได้ของประทานก็ต้องลงเอยเช่นนี้เอง

            ขณะเดินทางกลับจวน ต่งเอ้อซื่อซึ่งเป็นพระชายาแยกไปนั่งรถม้าส่วนตัวต่างหากปล่อยให้หว่านซีและจ้าวเจียซื่อที่นั่งอยู่ในรถม้าคันเดียวกันตกอยู่ในความเงียบไปตลอดทางความจริงแล้วควรพูดว่าจ้าวเจียซื่อต้องการสนทนาแต่หว่านซีกลับไม่เปิดโอกาสให้นางเลยแม้แต่น้อย

            จ้าวเจียซื่อรู้สึกว่านางกำลังเอาใบหน้าร้อนๆของตนไปแนบอยู่กับบั้นท้ายเย็นเฉียบของหว่านซี หลังจากพยายามอยู่หลายครั้งนางก็หมดความอดทนในที่สุดพวกนางทั้งคู่ต่างเข้าเรือนหลังของอิ้นถังในระยะเวลาห่างกันเล็กน้อย แต่ในยามนี้กลับมีสถานะแตกต่างกันเหลือเกินทำให้จ้าวเจียซื่ออดที่จะรู้สึกไม่พอใจไม่ได้จริงๆ

            เมื่อกลับมาถึงจวนต่งเอ้อซื่อเดินนำเข้าไปในเรือนโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองหว่านซีและจ้าวเจียซื่อแม้แต่แวบเดียวหว่านซีเองก็ไม่ได้อยากมองใบหน้าบึ้งตึงของอีกฝ่ายเช่นกันดังนั้นเมื่อได้ลงจากรถม้าแล้ว นางก็พาทิงอวี่และทิงฉินกลับเรือนชิงอี้ทันที

     

    หลังจากยืนอยู่ในวังเป็นระยะเวลาครึ่งวันต่อให้ร่างกายของหว่านซีจะแข็งแรงเพียงใดก็ย่อมรู้สึกเหนื่อยล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนางยังต้องสวมรองเท้าทรงกระถางอยู่ด้วยเช่นนี้

            เกาหมัวมัวสั่งให้คนเตรียมน้ำร้อนเอาไว้ ก่อนจะแช่เท้าและนวดเท้าของผู้เป็นนายด้วยตนเอง

            "หมัวมัว ปล่อยให้สาวใช้คนอื่นจัดการเรื่องนี้เถอะ ท่าน..."หว่านซีเป็นห่วงเกาหมัวมัวจากใจจริงยิ่งมองดูนางซึ่งอายุมากขึ้นนานเท่าใด หว่านซีก็ยิ่งรู้สึกลังเลที่จะให้เกาหมัวมัวทำงานหนักเช่นนี้ต่อ

            "บ่าวรู้ว่าชายารองเป็นห่วงบ่าวแต่บ่าวเองก็ไม่อาจทำให้ท่านผิดหวังได้เช่นกันอีกอย่างบ่าวยังคงขยับตัวเคลื่อนไหวได้ไม่มีปัญหาหากวันใดบ่าวขยับตัวทำงานไม่ได้แล้วถึงตอนนั้นค่อยให้บ่าวเกษียณออกไปอย่างมีความสุขเถอะเจ้าค่ะ”เกาหมัวมัวพูดพลางนวดต่อไปไม่หยุด

            ครอบครัวของเกาหมัวมัวทุกคนรับใช้หว่านซี ตัวเกาหมัวมัวเองนั้นติดตามนางมาโดยตลอดส่วนสามีและบุตรคนอื่นๆ หากไม่อยู่ที่จวนก็ดูแลร้านค้าแม้จะเป็นที่โปรดปรานของเจ้านายแต่สิ่งนี้กลับทำให้ครอบครัวไม่ค่อยได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากัน หว่านซีจึงรู้สึกผิดในเรื่องนี้ยิ่งนัก

            ในชีวิตที่แล้ว นางไม่รู้ว่าเกาหมัวมัว ทิงจู๋ และคนอื่นๆ สามารถออกจากตำหนักองค์ชายเก้าได้สำเร็จหรือไม่ แต่ที่นางรู้แน่แก่ใจคือคนเหล่านี้สามารถทำทุกอย่างได้เพื่อนางอย่างแท้จริง

            "ในเมื่อหมัวมัวต้องการดูแลข้าไปอีกสองสามปี ท่านก็ทำงานให้น้อยลงหน่อยหากข้าเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมาอีก ท่านเองก็จะได้ช่วยข้าดูแลลูกด้วย"หว่านซีเอนกายลงบนตั่งหญิงงามพลางยิ้มอย่างจริงใจ

            "ท่านชายน้อยหงหมินก็กำลังจะอายุครบขวบปีแล้ว ชายารองควรไตร่ตรองเรื่องการตั้งครรภ์อีกคนแล้วเช่นเดียวกันเจ้าค่ะ"เกาหมัวมัวนั้นหวังดีกับหว่านซีจากใจจริงดังนั้นนางจึงคำนึงถึงสุขภาพของนายสาวเป็นอันดับแรก

            ทิงหลานเข้าใจเรื่องหลักการแพทย์ ส่วนคนอื่นๆนั้นเมื่อมีประสบการณ์ก็พอเข้าใจในเรื่องทั่วไปบ้างบรรดาสตรีในจวนทุกคนต่างหวังที่จะมีบุตรเพื่อความมั่นคงของพวกนางเองแต่ในบรรดาบ่าวไพร่ของหว่านซีแล้ว พวกนางหวังให้เจ้านายมีบุตรหลายคนเช่นกันแต่ทั้งนี้ทุกอย่างล้วนต้องเอาสุขภาพของหว่านซีเป็นหลัก

            มุมปากของหว่านซียกขึ้นเล็กน้อย หัวใจคันยุบยิบแผ่วเบาคิดใคร่ครวญในใจว่าการมีลูกอีกคนคงไม่เป็นไรกระมัง

            ตั้งแต่ที่นางเข้าวัง อิ้นถังก็ไม่ค่อยได้ไปเยือนสนมคนอื่นเลยและยิ่งหลังจากกลับมาถึงเมืองหลวงแล้วเขาก็ย้ายมาอยู่ในเรือนชิงอี้กับนางด้วยถึงอย่างไรก็ตามหว่านซีก็รู้ว่าเขาไม่อาจมีนางได้เพียงผู้เดียวแม้ว่าเขาจะเต็มใจเช่นนั้นเองก็ตาม แต่ว่าฮ่องเต้คงไม่เต็มพระทัยไปด้วยอย่างแน่นอน

            ยิ่งไปกว่านั้น การคัดเลือกสาวงามในรอบสามปีกำลังใกล้เข้ามาอีกครั้งเวลาของนางเองก็เหลือน้อยลงแล้วเช่นกัน!

    "ใช่! คงถึงเวลาที่ข้าจะต้องมีลูกอีกสักคนแล้ว”

    คล้ายกับเรื่องยุทธวิธีไต่เต้าสู่ความโปรดปรานของนางสนม ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498