บ้านของคุณยายหวันนับว่าเป็บ้านที่มีฐานะดี บนเนื้อที่เกือบ 300 ตารางวา มีสนามหญ้าเขียวขจีอยู่หน้าบ้าน ทางเข้าบ้านปูกระเบื้องสีอิฐแผ่นใหญ่ ลาดเป็ถนนเข้าไปถึงหน้าชานบ้าน
บริเวณหน้าบ้านปลูกต้นปาล์มเป็แนว แซมสลับกับต้นม่วงส่าหรีที่ออกดอกงามทั้งปี ประดับด้วยดอกกุหลาบที่ปลูกในกระถางดินสี่เหลี่ยมยาว ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว รั้วหน้าบ้านปลูกต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ตลอดแนวรั้ว
ทรงบ้านดีไซน์สมัยใหม่ทาสีขาวตัดกับหลังคากระเบื้องสีแดงตั้งอยู่ตรงกลาง ตัวตึกมีสองชั้นแต่เนื่องจากทั้งสองชั้นมีเพดานสูง จึงดูสูงกว่าบ้านสองชั้นหลังอื่น เพื่อนบ้านมักใช้บ้านคุณยายเป็แลนด์มาร์คเวลาอธิบายบอกทางว่า
“บ้านหลังคาสีแดง”
และบางทีชาวบ้านแถวนั้นเรียกบ้าน “เกาะดอกท้อ” เพราะดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ดูไกล ๆ แล้วเหมือนดอกพีชบล็อสซัม หรือดอกท้อในเื่ัหยก
ชั้นล่างด้านซ้ายมีเรือนไม้เป็ศาลานั่งเล่น คุณยายและคุณป้าของหวันมักใช้ที่ศาลานี้รับแขก เพราะมองออกมาทางหน้าบ้าน ยิ่งดูร่มรื่นสวยงามด้วยดอกสีชมพู หวันเองก็ชอบต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ทั้งแนวนี้เหมือนกัน แต่แค่สงสารลุงทวีที่ต้องคอยกวาดดอกร่วงทุกปลายปี ซึ่งบางปีกวาดไม่ไหว ต้องไปขอแรงคนงานที่บ้านของบุ๋นมาช่วยกวาด
ส่วนบ้านของบุ๋นอยู่ไกลไปอีกถนนฟากหนึ่ง คุณตาซื้อที่ไว้สองแปลง บ้านที่บุ๋นอยู่เล็กกว่าหน่อย ก่อนคุณตาจะเสีย ได้ยกให้ลูกชายคนเล็กตอนแต่งงาน เพื่อจะได้สร้างครอบครัวของตัวเอง
บ่ายวันศุกร์ ตะวันเริ่มคล้อย หวันเห็นคุณยายและป้าทิพย์นั่งอยู่ในศาลาเรือนไม้ คุยกันไปหัวเราะกันไป
“กลับมาแล้วหรือหวัน? หิวมาละซิ นั่นซื้ออะไรมา?” ป้าพรทิพย์ หรือป้าทิพย์เอ่ยทักขึ้น พร้อมรับไหว้
หวันไหว้คุณยายและป้าทิพย์ก่อนไปโรงเรียนและกลับจากโรงเรียนทุกครั้ง และโดยเฉพาะตอนที่ลากลับบ้านและตอนพ่อแม่มาส่ง หวันจะกราบคุณยายเสมอ
“หวันซื้อซาลาเปาไส้ครีมกับขนมก๊าก้วยมาค่ะ ซื้อมาฝากคุณยาย ป้าทิพย์ ลุงวีและป้าทองศรีด้วยค่ะ”
หวันจะซื้อขนมฝากผู้ใหญ่หรือผู้สูงวัย ส่วนแม่บ้านสาวๆ จะได้เป็เครื่องประดับตุ้มหูกำไลที่ซื้อจากตลาดนัดบ้านพ่อที่ลาดกระบังเป็ของกำนัล
“คงยังไม่ได้ทานกลางวันน่ะสิ? หิวแย่แล้ว” คุณยายจำได้ว่าทุกวันศุกร์ ร้านอาหารมังสะวิรัติที่โรงเรียนจะหยุด “ไปเรียกทองศรีทำอะไรมากินรองท้องก่อนอาหารเย็นสิหวัน”
“หนูทานขนมปังมาแล้วค่ะ ยังไม่ค่อยหิว แล้วก็มีขนมก๊าก้วยนี่อีก”
“ตกลงกินขนมอิ่ม?” ป้าทิพย์พูดแซว
หวันหัวเราะ พลางถามว่า “แล้วทำไมวันนี้ป้าทิพย์กลับมาเร็วจังคะ?”
“วันนี้ป้าประชุมนอกสถานที่แถวนี้ ก็เลยแว้บกลับ เดี๋ยวจะต้องไปเขียนอิเมลล์แจกและแจงงานให้ลูกค้าสักหน่อย เช้าวันจันทร์ ชีวิตจะได้ไม่ต้องเร่งรีบ”
ป้าทิพย์ทำงานเป็ที่ปรึกษาของบริษัทหลายแห่ง บางทีต้องไปประชุมสัมมนาทั้งในต่างจังหวัดและต่างประเทศ ป้าทิพย์ดีใจมากที่หวันมาอยู่ที่บ้านนี้ เพราะบางครั้งต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำอยู่ไม่ติดบ้าน ก็วางใจที่มีหวันอยู่กับยายที่บ้าน ซึ่งป้าทิพย์ยอมแลกกับการทานอาหารมังสะวิรัติทุกมื้อที่บ้าน เพราะั้แ่หวันมาอยู่ที่บ้านนี้ ในครัวก็ทำแต่อาหารมังสะวิรัติเท่านั้น
ั้แ่หวันโตขึ้น เริ่มทานอาหารเป็เด็กโต ก็ไม่กินเนื้อสัตว์ ทำให้ทุกคนในบ้านั้แ่พ่อแม่ เรื่อยมาจนถึงปู่ย่า ยายป้า แม้กระทั่งแม่บ้านแม่ครัวคนสวน ต้องกลายเป็มังสะวิรัติไปหมด แต่ทุกคนก็ชินกับการกินมังสะวิรัติและเลิกกินเนื้อสัตว์ไปโดยปริยาย
“วันนี้ทองศรีทำอาหารเย็นอะไรหรือทิพย์?”
คุณยายถามขึ้น ทุกวันศุกร์มื้อเย็นจะเป็อาหารมื้อครอบครัว เพราะครอบครัวหวันและครอบครัวบุ๋นทั้งสองบ้านมาร่วมกินข้าวเย็นกัน คุณยายจึงตื่นเต้นทุกเย็นวันศุกร์ ดูได้จากการแต่งกายที่สวยงามขึ้นกว่าปกติ
“เห็นว่ามีแกงเขียวหวานเต้าหู้มะเขือรวม ผัดเต้าหู้ทรงเครื่อง ยำเห็ดรวมมิตร แล้วก็เต้าเจี้ยวหลนค่ะแม่”
“ไปเพิ่มไข่ลูกเขย แล้วก็ฟองเต้าหู้ห่อเห็ดเจี๋ยนน้ำแดง อีกสองอย่างเถอะนะ”
“แหม มีไข่ลูกเขยเอาใจลูกเขย แล้วน่าจะมีไข่สะใภ้เอาใจแม่เ้าบุ๋นด้วย” ป้าทิพย์หยอกหัวเราะ
“หวันไปในครัว บอกป้าทองศรีให้ค่ะ” พอดีแม่บ้านทำความสะอาดเดินเข้ามา “พี่เก๋จ๋า พี่เก๋ช่วยบอกป้าทองศรีด้วยนะคะ ว่าคุณยายอยากทานไข่ลูกเขย และฟองเต้าหู้ห่อเห็ดที่เคยทำ เอ้านี่ตุ้มหูซื้อให้พี่เก๋ใส่สวย ๆ”
สาวเก๋ยิ้มหวาน รับตุ้มหูคู่ละยี่สิบบาทแล้ววิ่งเหยาะๆไปที่โรงครัว
“แหม ใช้คล่องจริงนะแม่เก๋นี่ ทียายสั่ง พูดตั้งหลายรอบกว่าจะไปทำให้” คุณยายหัวเราะ
หวันถือโอกาสเดินไปล้างมือที่ก๊อกน้ำข้างศาลา แล้วกลับเข้ามาในศาลา หยิบเอาขนมก๊าก้วย หรือขนมแป้งน้ำตาลทรายแดง มาบิกินอย่างเอร็ดอร่อย ป้าทิพย์บิมาชิ้นหนึ่งแล้วเอาเข้าปาก