บทที่ 2: ของขวัญแด่พี่ชาย
ราตรีในอาณาเขตของตระกูลหลี่นั้นเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจของยามราตรีและเสียงจิ้งหรีดที่ขับขานเป็ท่วงทำนอง แสงจันทร์สีเงินอาบไล้หลังคากระเบื้องสีเข้มของหมู่เรือนต่างๆ ก่อให้เกิดเงามืดที่ลึกล้ำราวกับปากเหว เป็ฉากหลังอันสมบูรณ์แบบสำหรับนักล่า
หลี่เฟยเคลื่อนไหวไปตามเงามืดเ่าั้ราวกับเป็ส่วนหนึ่งของรัตติกาล ร่างกายของเด็กหนุ่มที่เคยอ่อนแอปวกเปียก บัดนี้กลับเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นคงและเงียบเชียบ ทุกย่างก้าวถูกคำนวณมาอย่างดีเพื่อไม่ให้เกิดเสียง ทุกการหายใจถูกควบคุมให้เบาและสม่ำเสมอ สัญชาตญาณของทหารรับจ้างผู้โชกโชนในสนามรบกำลังทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ
หม้อเหล็กในมือของเขาให้ความรู้สึกหนักและเย็น มันคือความตายที่จับต้องได้ คือคำประกาศาที่เขากำลังจะส่งไปให้ศัตรู
"ระบบ แสดงแผนผังของอาณาเขตตระกูลหลี่" เขาออกคำสั่งในใจ
[รับทราบ]
ภาพโฮโลแกรมสองมิติของพื้นที่ทั้งหมดปรากฏขึ้นในครรลองสายตาของเขา มันซ้อนทับกับภาพที่ตาเห็นจริงๆ อย่างสมบูรณ์แบบ บนแผนผังมีจุดสีแดงกะพริบแสดงตำแหน่งของยามที่กำลังลาดตระเวน พร้อมกับเส้นทางเดินที่เป็มาตรฐานของพวกมัน และที่สำคัญที่สุด... มีจุดสีแดงที่สว่างกว่าจุดอื่นพร้อมป้ายกำกับชื่อ 'หลี่ห้าว' อยู่ที่เรือนพักทางปีกตะวันออก
"เรือนพักที่ใหญ่และหรูหราที่สุด... สมกับเป็คุณชายน้อยคนโปรด" หลี่เฟยพึมพำอย่างเ็า
เขาไม่จำเป็ต้องเดินไปตามทางเดินหลักที่ปูด้วยหินขัดมันด้วยซ้ำ ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมผสานกับความสามารถในการวิเคราะห์ภูมิประเทศของเขา ทำให้เขามองเห็นเส้นทางที่คนอื่นมองไม่เห็น ตรอกแคบๆ ระหว่างเรือนเก็บของ, กำแพงส่วนที่ต่ำและมีต้นไม้ใหญ่ให้ปีนป่าย, หรือแม้กระทั่งท่อน้ำทิ้งที่ไม่มีใครใส่ใจ
เขาเลือกกำแพงด้านหลังที่ติดกับป่าเขา มันเป็จุดที่การป้องกันหละหลวมที่สุด เขารอจังหวะที่ยามคู่หนึ่งเดินคล้อยหลังไป แล้วจึงทะยานขึ้นไปบนกำแพงอย่างแ่เบาราวกับแมวป่า ก่อนจะทิ้งตัวลงสู่พื้นหญ้าด้านในโดยแทบไม่มีเสียง
ตอนนี้เขาเข้ามาในถ้ำเสือแล้ว
การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและเด็ดขาด หลบหลีกจากเงามืดหนึ่งไปยังอีกเงามืดหนึ่งอย่างชำนาญ เป้าหมายของเขาคือเรือนพักของหลี่ห้าว เขาลัดเลาะไปตามทางเดินเล็กๆ จนกระทั่งมาถึงบริเวณสวนหย่อมส่วนตัวที่อยู่หน้าเรือนเป้าหมาย
จากบนหลังคาของเรือนคนรับใช้ที่อยู่ใกล้เคียง หลี่เฟยหมอบราบลงกับกระเบื้องเย็นเฉียบ สอดส่องสถานการณ์เบื้องล่างด้วยสายตาของพญาเหยี่ยว
เรือนของหลี่ห้าวนั้นโอ่อ่ากว่าเรือนอื่นอย่างเห็นได้ชัด มีศาลากลางน้ำเล็กๆ และสวนหินที่จัดไว้อย่างสวยงาม มียามยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูสองคน และดูเหมือนจะมีอีกสองคนคอยเดินตรวจตราอยู่รอบๆ
และในศาลากลางน้ำนั้นเอง... เขาก็เห็นเป้าหมายของเขา
หลี่ห้าวในวัยสิบเจ็ดปีกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนตั่งไม้ เขาสวมอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อดี บนใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงไว้ด้วยความหยิ่งผยองและเหี้ยมเกรียมกำลังประดับด้วยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ ข้างกายของเขามีหญิงรับใช้หน้าตาสะสวยคนหนึ่งกำลังคอยรินสุราให้ด้วยมือที่สั่นเทา
"รินให้มันเร็วกว่านี้ไม่ได้หรือไง นางทาสชั้นต่ำ!" หลี่ห้าวตวาดเสียงดัง ก่อนจะใช้หลังมือตบไปที่ใบหน้าของเด็กสาวอย่างแรงจนเธอล้มลงไปกองกับพื้น สุราในกาหกกระจายเต็มพื้น
เพียะ!
"ขะ...ขออภัยเ้าค่ะ นายน้อยห้าว! ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจ!" เด็กสาวตัวสั่นงันงก ก้มลงกราบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบหน้าของเธอปรากฏรอยแดงเป็รูปฝ่ามืออย่างชัดเจน
"ไม่ได้ตั้งใจรึ? ของดีๆ ต้องมาเสียเพราะความซุ่มซ่ามของแก!" หลี่ห้าวลุกขึ้นยืน เตะเข้าไปที่ชายโครงของเด็กสาวอย่างแรงจนเธอร้องออกมาด้วยความเ็ป "ไสหัวไปให้พ้น! พรุ่งนี้ไปรับโทษที่เรือนลงทัณฑ์ซะ!"
เด็กสาวรีบคลานหนีออกไปจากศาลาอย่างทุลักทุเล ทิ้งให้หลี่ห้าวยืนหัวเราะอย่างสะใจอยู่คนเดียว
หลี่เฟยที่มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดจากบนหลังคาไม่ได้รู้สึกสงสารเด็กสาวคนนั้นเลยแม้แต่น้อย ในโลกใบใหม่ที่โหดร้ายนี้ ความอ่อนแอคือบาป และความสงสารคือสิ่งฟุ่มเฟือยที่อาจนำความตายมาให้ตัวเอง แต่ภาพที่เห็นกลับยิ่งตอกย้ำความตั้งใจของเขาให้หนักแน่นขึ้น
คนแบบหลี่ห้าว... ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ต่อไป
เขาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ยามสี่คน... หลี่ห้าวหนึ่งคนซึ่งมีความแข็งแกร่งในขั้นรวบรวมปราณระดับสี่ สูงกว่าเขาในตอนนี้หลายเท่า การบุกเข้าไปสู้ตรงๆ คือการฆ่าตัวตาย
แต่ใครบอกล่ะ... ว่าเขาจะสู้ตรงๆ?
หลี่เฟยค่อยๆ หยิบหม้อเหล็กมรณะขึ้นมาอย่างแ่เบา เขาตรวจสอบชนวนที่ทำขึ้นอย่างง่ายๆ มันคือเศษผ้าชุบน้ำมันที่ผูกติดกับเชือกฟางเส้นเล็กๆ แค่จุดไฟแล้วโยนออกไปก็เพียงพอแล้ว
"ระบบ คำนวณรัศมีการะเิและวิถีการขว้างที่เหมาะสมที่สุด"
[รับทราบ... กำลังคำนวณ... เป้าหมาย: ศาลากลางน้ำ... วิถีที่เหมาะสม: มุมเงย 38 องศา, แรงขว้าง 75 นิวตัน... รัศมีสังหารโดยประมาณ: 5 เมตร... รัศมีสร้างความเสียหาย: 10 เมตร]
ภาพเส้นโค้งสีฟ้าจางๆ ปรากฏขึ้นในสายตาของหลี่เฟย มันพุ่งจากตำแหน่งของเขาไปยังใจกลางศาลากลางน้ำอย่างแม่นยำ
เขาล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบกล่องไม้ขีดไฟที่เจอในกระท่อมพรานขึ้นมา นี่คือเทคโนโลยีที่เรียบง่ายแต่ทรงประสิทธิภาพในสถานการณ์เช่นนี้
เขาเหลือบมองไปที่ยามสองคนที่กำลังจะเดินมากับยามอีกคู่ที่หน้าประตู เป็จังหวะที่พวกมันจะรวมกลุ่มกันชั่วครู่... และเป็จังหวะที่หลี่ห้าวอยู่ห่างจากพวกมันมากที่สุด
โอกาสมาถึงแล้ว!
หลี่เฟยไม่ลังเล เขารูดก้านไม้ขีดกับข้างกล่องอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ เปลวไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นในความมืด เขาจ่อมันไปที่ปลายชนวนผ้าชุบน้ำมัน ไฟลามเลียไปตามเชือกฟางอย่างรวดเร็ว
วินาทีนั้น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง!
ยามคนหนึ่งบังเอิญเงยหน้าขึ้นมาเห็นเงาร่างตะคุ่มๆ บนหลังคาพอดี ดวงตาของมันเบิกกว้างด้วยความใ "มีผู้บุก...!?"
แต่คำพูดของมันก็สายเกินไป
หลี่เฟยเหวี่ยงแขนออกไปสุดแรง หม้อเหล็กถูกขว้างออกไปตามวิถีเส้นโค้งสีฟ้าที่ระบบคำนวณไว้ให้ มันลอยละลิ่วข้ามสวนหย่อมไปอย่างรวดเร็ว ตรงไปยังศาลากลางน้ำที่หลี่ห้าวยืนอยู่
หลี่ห้าวเองก็รู้สึกถึงอันตรายได้ในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณของผู้ฝึกยุทธ์บอกเขาว่ามีบางอย่างกำลังพุ่งเข้ามา! เขารีบหันขวับไปมอง เห็นเพียงวัตถุทรงกลมสีดำกำลังลอยเข้ามาใกล้...
ตูมมมมมมมมมมม!
เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวราวกับอัสนีบาตฟาดลงมากลางอาณาเขตตระกูลหลี่ มันไม่ใช่เสียงของการต่อสู้ที่คุ้นเคย ไม่ใช่เสียงของพลังปราณปะทะกัน แต่มันคือเสียงแห่งการทำลายล้างที่ดิบเถื่อนและรุนแรงจนทุกคนต้องตกตะลึง!
แสงสว่างวาบจ้าจนแสบตาตามมาด้วยแรงอัดกระแทกมหาศาล ศาลากลางน้ำที่ทำจากไม้เนื้อดีะเิออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยราวกับถูกค้อนั์ทุบลงมา เสาไม้หักกระจาย หลังคาปลิวว่อน คลื่นกระแทกแผ่ขยายออกไปรอบทิศทาง ทำลายต้นไม้และสวนหินจนพังพินาศ
และที่ร้ายแรงที่สุด... คือสะเก็ดโลหะ
ตะปูและเศษเหล็กแหลมคมนับร้อยชิ้นที่อัดแน่นอยู่ในหม้อเหล็ก บัดนี้ได้กลายเป็ะุสังหารที่พุ่งกระจายออกไปทุกทิศทางด้วยความเร็วสูง มันฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวอันน่าขนลุก
ร่างของยามทั้งสี่คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถูกสะเก็ดเ่าั้เจาะทะลุพรุนไปทั้งร่างราวกับตุ๊กตาฟาง พวกมันไม่มีโอกาสแม้แต่จะโคจรพลังปราณขึ้นมาป้องกันตัวด้วยซ้ำ เืสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ร่างทั้งสี่ล้มลงแน่นิ่งไปทันที
หลี่ห้าวที่อยู่ใจกลางการะเินั้นโชคดีกว่าเล็กน้อย ด้วยสัญชาตญาณและระดับพลังที่สูงกว่า เขาสามารถโคจรพลังปราณขึ้นมาป้องกันร่างได้ทันในเสี้ยววินาทีสุดท้าย แต่ถึงกระนั้น พลังป้องกันของเขาก็ถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย ร่างของเขาถูกแรงะเิซัดกระเด็นออกไปไกลหลายเมตร เสื้อผ้าไหมราคาแพงขาดวิ่น มีาแจากสะเก็ดะเิอยู่ทั่วทั้งแผ่นหลังและแขนขา เืไหลทะลักออกมาไม่หยุด
"อ๊ากกกกกกกกก!"
เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปและตื่นตระหนกของหลี่ห้าวดังลั่นไปทั่วบริเวณ เขานอนกองอยู่กับพื้น พยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ทำไม่ได้ ความเ็ปจากาแฉกรรจ์นั้นมากมายเกินไป
เสียงะเิที่ดังสนั่นได้ปลุกคนทั้งตระกูลให้ตื่นขึ้น เสียงฆ้องสัญญาณเตือนภัยดังรัวขึ้นจากหอคอยยาม แสงไฟจากคบเพลิงถูกจุดขึ้นทั่วทุกสารทิศ เสียงะโโหวกเหวกและฝีเท้าของคนจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามายังทิศทางนี้
บนหลังคา หลี่เฟยยืนมองผลงานของตัวเองด้วยแววตาเรียบเฉย
[ยืนยันการสังหารเป้าหมายระดับต่ำ x 4]
[ท่านได้รับ: 80 แต้มสังหาร]
[ท่านได้รับ: 60 หน่วยพลังงาน]
[ตรวจพบเป้าหมายหลัก 'หลี่ห้าว' ได้รับาเ็สาหัส]
[ภารกิจย่อย: สร้างความโกลาหล... สำเร็จ]
[ท่านได้รับรางวัล: 50 แต้มสังหาร, 50 หน่วยพลังงาน]
[แต้มสังหารปัจจุบัน: 170]
[หน่วยพลังงานปัจจุบัน: 140]
"ได้ผลเกินคาด" เขาพึมพำกับตัวเอง
ภารกิจในคืนนี้สำเร็จลุล่วงไปแล้วขั้นหนึ่ง เขาได้ส่ง "ของขวัญ" ทักทายไปให้หลี่ห้าวเรียบร้อย และที่สำคัญ เขาได้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดกลัวและความโกลาหลลงในใจกลางของศัตรู
เขาไม่รอช้า หันหลังกลับและกระโจนหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว ใช้ความสับสนวุ่นวายเป็ฉากกำบังในการหลบหนีออกจากอาณาเขตตระกูลหลี่กลับเข้าไปในป่ารกชัฏอีกครั้ง
ไม่นานนัก ผู้าุโและยอดฝีมือของตระกูลหลี่ก็มาถึงที่เกิดเหตุ พวกเขายืนตะลึงกับภาพความพินาศตรงหน้า กลิ่นดินปืนและกลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่ว มีเพียงหลุมขนาดใหญ่ใจกลางสวนและร่างที่ไร้ิญญาของยามทั้งสี่เป็พยานถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
"ท่านพ่อ! ชะ...ช่วยข้าด้วย! มันเจ็บ! มันเจ็บเหลือเกิน!" หลี่ห้าวกำลังร้องโหยหวนอยู่ในอ้อมแขนของ หลี่เจิ้ง ผู้นำตระกูลหลี่ ผู้เป็บิดาของเขา
ใบหน้าของหลี่เจิ้งบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "มันผู้ใด! ผู้ใดมันกล้าลงมือเยี่ยงนี้ในอาณาเขตของตระกูลหลี่! ส่งคนออกไป! ค้นหามันให้เจอ! ข้าจะจับมันมาฉีกเป็ชิ้นๆ!"
ไม่มีใครรู้ว่าผู้ลงมือคือใคร... หรือใช้วิชาอะไร
พวกเขามองไม่เห็นร่างของหลี่เฟยที่ยืนอยู่บนยอดไม้สูงบนูเาด้านหลัง มองลงมายังแสงไฟที่วุ่นวายในตระกูลหลี่ด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยียบ
"นี่เป็เพียงแค่การทักทาย... หลี่ห้าว" เสียงของเขาเยียบเย็นราวกับสายลมฤดูหนาว "คืนนี้... ยังอีกยาวไกล"