ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 112 ผลีผลามลงมือ

            ซูหมิงเยว่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับจี๋โม่หานทั้งสองถอยหลังเงียบๆ จี๋โม่หานยกมือขึ้นกุมมือของซูหมิงเยว่เอาไว้ แล้วเกาบนฝ่ามือเบาๆ เพื่อปลอบนาง

            คนชุดดำถือกระบี่ยาวเดินบีบเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พื้นที่ที่ทั้งสองยืนได้เริ่มน้อยลงทุกขณะ

            จี๋โม่หานพูดเสียงเบา “ยืนด้านหลังข้า”

            “เพคะ” ซูหมิงเยว่ถอยไปด้านหลังครึ่งก้าวยืนอยู่ด้านหลังจี๋โม่หาน

            วินาทีต่อมา คนชุดดำคนหนึ่งยกกระบี่พุ่งเข้ามาแต่ยังไม่ถึงตรงหน้าก็ถูกจี๋โม่หานเตะก้อนหินบนพื้นไปโดนกลางหว่างคิ้วจนล้มไปนอนกับพื้นไม่ขยับอีกแล้ว

            หัวหน้าคนชุดดำพอเห็นดังนั้นจิตสังหารในแววตาก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น เขายกมือขึ้นโบกก่อนจะพูดด้วยโทสะ “บุกพร้อมกัน”

            พอคำสั่งออกไปแล้ว คนชุดดำทุกคนก็ยกกระบี่ขึ้นพุ่งไปที่คนสองคนที่อยู่เบื้องหน้า

            ตอนที่พูดจะช้าก็ว่าช้าจะเร็วก็ว่าเร็วซูหมิงเยว่ล้วงขวดผงพิษออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วโยนออกไปพร้อมกับพูดเสียงเข้ม“กลั้นหายใจ”

            จี๋โม่หานดึงซูหมิงเยว่ถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วกลั้นหายใจ

            คนชุดดำเห็นขวดยาพุ่งมาตรงหน้าก็ฟันขวดแตกโดยไม่คิดในวินาทีนั้น ผงพิษในขวดก็กระจายออกมา เพียงครู่เดียวคนชุดดำที่สูดผงพิษเข้าไปต่างก็ล้มลงไปโอดครวญด้วยความเจ็บปวด

            คนชุดดำที่เหลือก็ต่างระวังตัวขึ้นมา ไม่กล้าลงมือผลีผลามอีก

            การตามหาดำเนินมาถึงกลางดึก คนที่ออกไปตามหาต่างก็กลับมากันหมดแล้วแน่นอนว่าไม่เจออะไรกลับมาเลย ไม่ต้องพูดถึงว่าจะเจอคนรอดชีวิต ถึงตายไปแล้ว แม้แต่ศพในตอนนี้ก็ยังหาไม่พบด้วยซ้ำ

            ก้นเหวมีแม่น้ำไหลเชี่ยวขนาดนั้นตกลงไปก็ไม่มีทางมีชีวิตรอดกลับมาได้แล้ว

            พวกหลิงชวนเองก็ไม่ได้รับอะไรกลับมาหนิงหยวนก้มหน้า แล้วกลับไปที่กระโจมด้วยท่าทางเศร้าโศก เสี่ยวอวี่ตื่นแล้วนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง

            ทั้งตัวห่อเป็นก้อน น้ำตาไหลพรากออกมาดวงตาบวมแดง พอเห็นหนิงหยวนกลับมาก็พุ่งเข้าไปหาทั้งเท้าเปล่า “เป็นอย่างไรบ้างหาพวกคุณหนูเจอหรือไม่?”

            หนิงหยวนเงยหน้าขึ้น ขอบตาแดงเล็กน้อยไม่ได้พูดอะไร แล้วส่ายหน้าเงียบๆ

            เสี่ยวอวี่เหมือนได้ยินเรื่องน่าตกใจที่สุดขานางอ่อนแรงเซถอยหลังไปครู่หนึ่ง นาทีต่อมาเสียงร้องไห้ก็ดังขึ้นกว่าเดิม“จะเกิดเรื่องกับคุณหนูได้อย่างไร องค์ชายจะต้องปกป้องนางได้ข้าไม่เชื่อว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณหนู”

            หนิงหยวนมองเสี่ยวอวี่มีหลายครั้งที่อยากจะบอกความจริงกับนาง แต่ซูหมิงเยว่ได้สั่งเอาไว้แล้ว เขาจึงพูดไม่ได้“ข้าไปหามาแล้ว ที่ก้นเหวมีแม่น้ำอยู่ ซึ่งน้ำก็ไหลเชี่ยวมาก ตกลงไป....ไม่มีทางที่จะรอดกลับมาได้จริงๆ”

            “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้!”

            เสี่ยวอวี่ร้องไห้จนแทบจะขาดใจ นางส่ายหน้าแรงๆ

            ขอบตาหนิงหยวนเองก็บวมจนทรมาน “องครักษ์ข้างกายขององค์ชายก็ออกไปตามหาแล้วแต่ก็ไม่พบอะไรกลับมาเลย รอบๆ หน้าผาหลายลี้ก็ค้นหาแล้ว แต่กลับไม่เจอร่องรอยของคุณหนูกับองค์ชายเลย”

            คืนนี้ที่ตั้งกระโจมจุดไฟสว่าง ทั้งยังเงียบมากผิดปกติ

            คนที่ออกไปตามหาเปลี่ยนกะกันหลายกลุ่ม พวกเขาก็ยังคงไม่ได้อะไรกลับมา

            พวกคนที่มาเข้าร่วมงานล่าสัตว์เองก็ต่างเงียบไม่พูดอะไรไม่ว่าพวกเขาจะมีความคิดอะไรอยู่ในใจ แต่อย่างไรก็มีคนตายไปแล้วสองคน

            เช้าวันที่สองกลุ่มสุดท้ายที่ออกไปตามหาก็กลับมา แต่ก็ยังไม่พบอะไร สีหน้าฮ่องเต้เจ็บปวดมากสุดท้ายก็ประกาศให้ยุติงานล่าสัตว์ในครั้งนี้ แล้วเดินทางกลับเมืองหลวง

            ทุกๆ ครอบครัวไม่ได้บ่นอะไรแล้วกลับไปเก็บข้าวของของตัวเองเงียบๆ จากนั้นก็เริ่มออกเดินทางกลับเมืองหลวง

            แต่ในเวลานี้เอง ณ เขตเล็กๆ แห่งหนึ่งไม่ไกลจากสถานที่ล่าสัตว์ของราชวงศ์นัก

            หน้าประตูโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเสี่ยวเอ้อร์กำลังพิงเสาหน้าประตูด้วยใบหน้าเบื่อหน่ายและเหม่อลอยในสถานที่ทุรกันดารแบบนี้ กิจการโรงเตี๊ยมปกติแล้วก็ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไรบางครั้งหนึ่งวันก็มีลูกค้าแค่ไม่กี่คน

            ตอนที่กำลังเหม่อลอยอยู่นั้นด้านหน้าก็มีแขกสองคนเดินมา ดวงตาของเสี่ยวเอ้อร์วาวขึ้นมา แต่ตอนที่เห็นเสื้อผ้าของแขกสองคนนั้นดวงตาก็หม่นลงกลับไปเป็นใบหน้าไม่ยินดีเช่นเดิม

            ทั้งสองคนสวมชุดสกปรกมาหยุดตรงหน้าประตู เด็กหนุ่มชุดขาวมอมแมมหยุดยืนตรงหน้า ใบหน้าเองก็สกปรกไม่ต่างกันแต่หน้าตาก็จัดได้ว่าดูดีอยู่

            ส่วนคนที่อยู่ด้านหลังรูปร่างสูงหน่อยผมยาวกระเซอะกระเซิง ใบหน้าสกปรกจนมองหน้าตาเก่าไม่ออก มีแค่ดวงตาที่ถือว่าสวยอยู่ในมือยังถือไม้เท้าเอาไว้หนึ่งด้าม

            เสี่ยวเอ้อร์พูดอย่างเกียจคร้าน “พวกท่านจะมานอนพักหรือว่ามาพักทานอาหารหรือที่นี่พวกเราไม่ใช่โรงทานนะ ไม่รับขอทาน”

            เด็กหนุ่มชุดขาวได้ยินก็ไม่ได้โกรธยิ้มตาหยีแล้วหยิบเงินหนึ่งก้วนออกมา

            แล้วยื่นไปตรงหน้าเสี่ยวเอ้อร์ดวงตาของเสี่ยวเอ้อร์ก็วาวขึ้น ท่าทีก็เปลี่ยนไปราวกับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือรอยยิ้มปรากฏเต็มหน้า เขาพยักหน้าแล้วโค้งตัวลง“เชิญท่านทั้งสองเข้ามาด้านในขอรับ”

            เด็กหนุ่มชุดขาวโยนเงินในมือไปให้กับเสี่ยวเอ้อร์ของร้านด้วยท่าทางไม่ยี่หระก่อนจะหันกลับไปพยุงคนด้านหลัง “เตรียมห้องให้คุณหนูของข้าหนึ่งห้องแล้วก็เตรียมถังอาบน้ำร้อนให้สองถัง แล้วก็ชุดบุรุษสองตัวกับชุดสตรีสองตัว และเตรียมอาหารมาส่งที่ห้องด้วย”

            คุณหนู?

            เสี่ยวเอ้อร์ชะงักไป เขาเหลือบไปมองคนเสื้อดำด้านหลังอย่างละเอียดถึงได้พบว่าถึงแม้ดวงตาของคนคนนี้จะสวย แต่ดวงตาทั้งสองข้างกลับไร้แววเป็นคนตาบอดนี่เอง ถึงแม้ใบหน้าของคนคนนั้นจะสกปรกไปหน่อย

            เขามองอยู่นานก็มองไม่ออกว่าเป็นบุรุษหรือสตรีถึงแม้จะสวมชุดบุรุษ แต่ในยุคนี้ก็ยังมีคุณหนูที่ไม่ชอบใช้ชีวิตดีๆชอบแต่งตัวเป็นบุรุษออกไปท่องยุทธภพ แต่รูปร่างของคุณหนูคนนี้ก็สูงเกินไปจะมีบุรุษคนไหนสามารถล้มได้กัน

            “ได้ยินหรือไม่?” เด็กหนุ่มชุดขาวพูดเสียงดังขึ้นมา

            เสี่ยวเอ้อร์ได้สติกลับมา “ขอรับๆ ๆข้าน้อยจะไปเตรียมให้ท่านขอรับ”

            เสี่ยวเอ้อร์พาพวกเขาขึ้นไปยังห้องที่จัดเตรียมไว้ชั้นบนก่อนจะรีบเตรียมของที่เด็กหนุ่มชุดขาวได้สั่งเอาไว้

            พอปิดประตูซูหมิงเยว่ก็พิงกับประตูอย่างหมดแรงแล้วถอนหายใจออกมา

            พวกเขาปลอมตัวหลังจากตกลงมาจากหน้าผาแล้วก่อนจะรีบมาที่นี่ระยะทางจะบอกว่าไกลก็ไม่ไกล แต่จะบอกว่าใกล้ก็ไม่ใกล้ ทั้งสองรีบเดินทางทั้งที่ยังต้องหลบการค้นหาของฮ่องเต้ไปด้วย

            จี๋โม่หานโยนไม้เท้าทิ้งแล้วยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าของซูหมิงเยว่ก่อนจะพูดเสียงอ่อนโยน “ลำบากแม่หนูแล้ว”

            ซูหมิงเยว่หอบหายใจจนพอก่อนจะยืดตัวไปมองใบหน้าของจี๋โม่หานนางอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้แล้วก็รู้สึกปวดใจไปด้วย เพราะจี๋โม่หานหน้าตาโดดเด่นเกินไปเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คนจำได้จึงต้องทำแผนนี้ขึ้นมา แล้วเอาโคลนมาทาบนหน้าของเขาทำให้ผมกระเซิง ทั้งยังเรียกเขาว่าคุณหนู คนที่เคยโดดเด่นมากราวกับเทพเซียนบริสุทธิ์ขาวราวกับกระเบื้อง ตอนนี้กลับมาอยู่ในสภาพแบบนี้

            “องค์ชายสามของเมืองหลวง ตอนนี้กลับต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้อย่าให้ลูกน้องของท่านเห็นเชียวล่ะ”ซูหมิงเยว่พูดพร้อมยื่นมือไปเช็ดโคลนบนหน้าของจี๋โม่หานออก

            จี๋โม่หานจับมือของนางแล้วหัวเราะเบาๆ“ข้าไม่สนใจ ขอแค่ได้อยู่กับแม่หนูก็พอ”

            ซูหมิงเยว่หัวเราะไม่ออกแล้ว ไม่รู้ว่าซึ้งใจหรือว่าปวดใจดี

            เพื่อนางแล้วจี๋โม่หานสามารถวางมือจากอำนาจทุกอย่างได้จริงๆ

            ทั้งคู่นั่งพักอยู่ครู่เดียวเสี่ยวเอ้อร์ก็มาเคาะประตูบอกว่าของได้เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

     

    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730