บทที่ 7
แม่สามีที่คอยตามราวี
“นี่ น้องชายและน้องสาวสามี”
ทั้งเชี่ยเฟิงและชุนฮวาต่างมองพี่สะใภ้อย่างหวาดระแวง
“ข้าคือพี่สะใภ้พวกเ้าก็ต้องาุโกว่าถูกต้องรึไม่”
“กะ ก็ใช่” ชายหนุ่มสะบัดหน้าตอบ
“ส่วนพวกเ้าก็คือน้อง ๆของสามีข้า ฉะนั้นก็ควรจะให้ความเคารพและเชื่อฟังพี่สะใภ้คนนี้ตามศักดิ์าุโ”
“เื่นั้นก็... ไม่ได้น่าสนใจสักหน่อย” น้องสาวคนเล็กพึมพำเสียงอ้อมแอ้ม
“ฉะนั้นแล้วเหตุใดจึงมายืนเท้าสะเอววางอำนาจออกคำสั่งกับข้าเยี่ยงนี้ ฮื้อ~”
ป๊อก!
ป๊อก!
พร้อมเขกมะเหงกเป็ของแถมกลางหน้าผากทั้งสองไปคนละทีเพื่อเตือนสติ
“โอ๊ย! เจ็บนะ!”
“อยากจะกินน้ำชาก็ไปต้มน้ำชงดื่มเอง หากห้องรกก็ต้องจัดการเองรึไม่ก็ให้บ่าวรับใช้ไปจัดการ ไม่ใช่มาออกคำสั่งกับข้า”
“ฮึ่ย! ข้าไม่ยอมแน่ ข้าจะไปฟ้องท่านแม่!” ชุนฮวาออกอาการกระฟัดกระเฟียดแล้วหมุนตัวจากไป
“ข้าฟ้องด้วย!” เชี่ยเฟิงก็มีท่าทางเดียวกันแล้วจ้ำพรวดตามน้องสาวไปติด ๆ
เด็กพวกนี้ถูกสปอล์ยจนเคยตัวสินะ หากไม่มีใครสั่งสอนฉันนี่แหละจะสั่งสอนพวกเธอแทนพ่อแม่เอง
“ส่วนเ้าจะทำเสร็จเมื่อไหร่ ข้าหิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวอยู่แล้วนะ” พราวฝันในร่างซูเมิ่งหันไปเร่งแม่ครัวจำเป็
นางสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ทำไปด้วยใบหน้ากระเง้ากระงอด
“เสร็จแล้ว ๆ เ้าค่ะ”
“ดี ตักใส่จานมาวางให้ข้าที่โต๊ะตรงนั้น” คนเป็นายกรีดนิ้วออกคำสั่ง
อันหยินขมุบขมิบปากบ่น
“เ้าแอบด่าข้าว่ากระไร!”
“เปล่าเ้าค่ะ” ผู้จัดการบ้านกระแทกเสียงย้อนพร้อมยกจานและชามอาหารมาวางบริการฮูหยินน้อย
“หน้าตาประหลาด ดูแล้วไม่สู้จะกินลง” พราวฝันเขี่ย ๆ ของกินตรงหน้าแล้วเบ้ปาก
“ก็เพราะบ่าวไม่ใช่แม่ครัวอย่างไรเล่าเ้าคะ”
หญิงสาวคีบผักบุ้งใส่ปากแล้วก็บ้วนออกมาอย่างไว
“ถุย! เค็มชะมัด เ้าคิดจะให้ข้าไตวายรึอย่างไร”
“ไตวายคืออะไรรึเ้าคะ”
“เ้ากำลังปองร้ายข้าผ่านอาหารสินะ”
“ต่อไปก็อย่าให้บ่าวทำอาหารให้อีกสิเ้าคะฮูหยินน้อย”
“ไม่...” พราวฝันตรึงยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน “ข้ารอได้... เ้าไปทำใหม่ ทำ ๆ ๆ ๆจนกว่าจะอร่อย ไม่อย่างนั้นไม่ต้องออกจากโรงครัว”
“ฮูหยินน้อยจงใจกลั่นแกล้งบ่าวรึเ้าคะ”
“ไม่เท่าที่เ้ายกถังน้ำมาสาดใส่ข้าเหมือนหมูเหมือนหมาหรอกท่านผู้จัดการบ้าน”
ได้ยินอย่างนั้นอันหยินก็งับปากลงโดยพลัน แล้ววกกลับไปที่หน้าเตาทำตามคำสั่งอีกครั้ง
“ไม่ทันไรก็ทำท่าทางวางอำนาจใหญ่โตเสียแล้ว” ไม่ใช่เสียงของอันหยิน หากแต่เป็เสียงของผู้ควบคุมจวนที่โพล่งแทรกขึ้นพร้อมก้าวอาดๆ เข้ามาในโรงครัวแถมยังมีบุตรชายและบุตรสาวห้อยตามหลังกลับมาอีกครั้งด้วย
พราวฝันกะพริบตาปริบ ๆมองผู้มาใหม่อย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“คุณแม่...!”
ยัยป้าแก่นั่นตามมารังควานฉันถึงภพนี้เลยเหรอเนี่ย!
นั่นก็เพราะโต้วหนิงอันฮูหยินใหญ่แห่งจวนแม่ทัพนั้นมีใบหน้าที่ถอดแบบกับนิศมาซึ่งเป็แม่ของแทนคุณราวกับเป็คนคนเดียวกัน
“ดีที่ยังอุตส่าห์จดจำได้ว่าข้าคือแม่สามีของเ้า”
นั่นประไร!
“นี่อะไรกัน เหตุใดเ้าถึงแอบมานั่งกินข้าวคนเดียวไม่รอร่วมโต๊ะกับคนอื่นๆ”
“...”
ดูซิน่ะ ทั้งน้ำเสียงสีหน้า ก็ยังน่าหมั่นไส้ไม่ต่างกันอีก แถมแต่งเนื้อแต่งตัวด้วยผ้าเนื้อดีเสียสวยหรู คงจะราคาแพงไม่เบา ดูเป็ผู้ดิบผู้ดีในยุคโบราณ คาแรกเตอร์แบบนี้จะต้องติดตัวไปทุกภพทุกชาติเลยรึยังไง
“แล้วนั่น...! เ้าให้อันหยินทำอาหารให้กินอีกด้วยรึ”
“ก็นางดูเป็ผู้หลักผู้ใหญ่ ดูน่าไว้ใจที่สุด ข้าจึงอยากลองกินฝีมือของผู้มีประสบการณ์น่ะสิ”
“แต่นางไม่ใช่แม่ครัวของเ้าและของใครทั้งนั้น”
“แต่ลงท้ายอย่างไรนางก็เป็บ่าวใช่รึไม่เ้าคะ เหตุใดจะให้ทำงานบ้านงานเรือนเล็ก ๆ น้อย ๆไม่ได้” นิวซูเมิ่งสวนย้อนทันควัน
ขนาดเกิดใหม่มาถึงเมืองจีนก็ยังไม่วายต้องมาเป็คู่ปรับให้ได้ต่อปากต่อคำปะทะฝีปากกันอีก
โต้วหนิงอันแสดงท่าทีหงุดหงิดอย่างออกอาการ นางรู้สึกสับสนที่จู่ ๆลูกสะใภ้ตัวดีที่ไม่อยากรับเข้าวงศ์ตระกูลก็เกิดปากกล้าขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“ท่านแม่ท่านต้องจัดการนางผู้นี้ให้ข้านะ นางดีดหน้าผากข้าจนปูดขึ้นมาเลย ข้าอาจจะเสียโฉมได้นะท่านแม่! ถึงเวลานั้นก็จะไม่มีชายใดสนใจอยากจะออกเรือนกับข้าด้วยความอัปลักษณ์ ข้าก็จะกลายเป็สาวแก่หัวปูดแสนเปล่าเปลี่ยวที่ไม่มีใครเอา~ ฮือ ๆ” โต้วชุนฮวาละล่ำละลักฟ้องพร้อมเบะปากเตรียมจะร้องไห้
พราวฝันจิ๊ปากด้วยความเหลือเชื่อเมื่อได้เห็นแอคติ้งของน้องสาวสามี
“เป็ตุเป็ตะ... แล้วพูดถึงใครว่านางผู้นี้น่ะหา!” พร้อมง้างมือขึ้นทำท่าจะฟาด
“กรี๊ด! ท่านแม่ นางจะตีข้าอีกแล้ว!” เด็กสาวกรีดร้องพร้อมวิ่งหลบไปอยู่ด้านหลังมารดา
“หยุดเดี๋ยวนี้นะซูเมิ่ง! ต่อหน้าข้าเ้ายังกล้าอีกรึ!”
“กับเด็กดื้อพวกนี้ยิ่งต่อหน้าก็ยิ่งดีเ้าค่ะ ตีให้แม่มันดูจะได้รู้ว่าลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน”
“เจินซูเมิ่ง!”
“ข้าแต่งเข้าจวนนี้แล้ว ช่วยเรียกข้าว่า ‘โต้วซูเมิ่ง’ ด้วยเถิดเ้าค่ะ”
“...!”
เป็ครั้งที่สองที่หนิงอันแสดงท่าทีฮึดฮัดอย่างขัดใจ ทำไมนางถึงได้ดื้อด้านผิดมนุษย์มนาเช่นนี้ ตอนมาทวงถามความยุติธรรมก็ยังสงบเสงี่ยมเรียบร้อยนั่งเงียบเชียบไม่ปริปากสักคำ แถมแววตาก็ยังใส่ซื่อดูไร้เดียงสาอ่อนต่อโลก ผิดกับตอนนี้... นางดูร้ายกาจยิ่งนัก
“อุ๊บ! จู่ ๆ ข้าก็พะอืดพะอมอยากจะอ้วก สงสัยน่าจะเหม็นกลิ่นคนแถวนี้ หากท่านแม่ไม่มีอะไรจะคุยกับข้าแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ อุแหวะ!” พราวฝันแกล้งทำท่าจะอาเจียนใส่สามแม่ลูกจนทั้งสามกระเจิงกันไปคนละทิศละทางก่อนจะหัวเราะร่าแล้ววิ่งออกจากโรงครัวมา
ส่วนอาหว่านก็รีบวิ่งตามนายของตัวเองมาติดๆ
“แต่เื่นี้ข้ามิได้แกล้งนะ” พราวฝันหันไปบอกเด็กสาวที่เดินอยู่ข้าง ๆ “จู่ ๆ ข้าก็อยากจะอ้วกขึ้นมา ตอนนี้ก็ยังมีอาการอยู่”
“นั่นเพราะฮูหยินน้อยแพ้ท้องอย่างไรเล่าเ้าคะ”
“แพ้ท้อง!” คนฟังเบิกตาโต “ข้ากำลังตั้งครรภ์อยู่รึนี่”
อาหว่านทำได้เพียงมองนายตัวเองด้วยสายตาประหลาด
หากแต่พราวฝันกลับตกอยู่ในอาการตระหนก เพราะเธอกำลังจะมีลูก เื่นี้มันเป็เื่ใหญ่สำหรับผู้หญิง แถมยังเป็สิ่งที่เธอกลัวที่สุด เพราะนั่นหมายถึงอนาคตในวงการบันเทิงของเธอก็จะสิ้นสุดลงด้วย... มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นหากเธอยังไม่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็ดาวค้างฟ้าในภพปัจจุบัน
“เปรี้ยวปาก อยากกินอะไรก็ไม่รู้” เธอพึมพำพลางกวาดสายตามองไปยังต้นไม้สูงเบื้องหน้า “นั่นต้นอะไร”
“ต้นกุ้ยฮวาเ้าค่ะ”
อะไรบางอย่างดลจิตดลใจให้หญิงสาวปรี่เข้าไปปีนป่ายบนลำต้นหนาแล้วตะเกียกตะกายตัวเองไปจนสูงขึ้นเรื่อยๆ
“อันตรายเ้าค่ะ ฮูหยินน้อยลงมาเถิด”
“เจอแล้ว! มีจริง ๆ ด้วย! อาหว่านเ้ารีบไปเอากล่องไม้กับกรรไกรมาเร็ว” พราวฝันร้องตาเป็ประกายเมื่อเห็นเป้าหมาย
นั่นคือรังมดแดง...
อาหว่านแม้จะละล้าละลังด้วยความเป็ห่วงเ้านายแต่ท้ายที่สุดก็วิ่งหน้าตั้งไปหาสิ่งที่นาง้ามาจนได้
ด้วยความทะมัดทะแมงเพียงไม่ถึงสองนาทีพราวฝันก็ตัดเอารังมดแดงที่มีไข่สีขาวเม็ดเล็กอยู่เต็มใส่ลงกล่องไม้จนได้ก่อนจะะโกลับลงมาอย่างคล่องแคล่วท่ามกลางสาวรับใช้ที่รอลุ้นอยู่ด้านล่างจนหัวใจจะหลุดออกมา
“ขึ้นไปเอาสิ่งใดมาเ้าคะ”
“นี่ไงล่ะ ไข่มดแดง ข้าเปรี้ยวปากอยากกิน”
ซึ่งแม้แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงอยากจะกินเ้าสิ่งนี้ อาการแพ้ท้องช่างเป็อะไรที่เข้าใจยากจริง ๆ
โชคดีที่เรียนคิวบู๊มานานถึงปีนป่ายได้ราวกับลิงกัง แต่เจินซูเมิ่งผู้นี้กลับมีร่างกายอ่อนแอทำให้เกือบจะตะกายขึ้นไปไม่ไหวในบางจังหวะ เห็นทีจะต้องออกกำลังกายให้เ้าของร่างมากกว่านี้เสียแล้ว
“ได้ยินว่าเ้าเป็ลมล้มไปกับพื้น ไม่คิดว่าฟื้นขึ้นมาแล้วจะมีอาการแปลกประหลาดขนาดนี้” เสียงของแม่สามีจอมรังควานคนเดิม “สตรีแบบไหนถึงปีนป่ายขึ้นไปเก็บรังมดแดง”
“ก็สตรีเช่นข้าเยี่ยงไรเล่าท่านแม่”
ฮูหยินใหญ่ยกผ้าเช็ดหน้าป้องปากทำสีหน้าขยาด
“เ้าจะเอารังมดแดงพวกนั้นไปทำอันใดกันแน่”
“ก็จะเอามาโปรยใส่พวกท่านอย่างไรเล่า!” ไม่พูดเปล่าพราวฝันเปิดฝากล่องแล้วยื่นไปข้างหน้าทำท่าแกล้งจะโยนใส่ผู้ที่มาจุ้นจ้าน
สามแม่ลูกรวมถึงผู้จัดการบ้านพากันะโหนีด้วยความแตกตื่น อย่างไรเสียมดแดงก็เป็สัตว์อันตรายทำให้ร่างกายาเ็ได้
เห็นท่าทางของพวกนั้นเธอก็นึกขันแล้วจึงคว้ามือของอาหว่านวิ่งหนีไปอีกทาง
นายและบ่าวกระหืดกระหอบผ่านโรงทอผ้าขนาดย่อมที่มีคนงานราวสี่ห้าคนนั่งกระตุกกี่กันอยู่ ผ่านห้องหนังสือและห้องทำงานที่มีเพียงบ่าวกำลังทำความสะอาดมาจนถึงเรือนหลังใหญ่ พราวฝันแอบชะโงกหน้าไปทางประตูที่เปิดอ้ากว้างก็เห็นชายสูงวัยหน้าตาดุดันนั่งอยู่ โดยเก้าอี้ตรงกลางโถงก็มีหญิงเฒ่าแก้มห้อยผมขาวโพลนนั่งอยู่ด้วยเช่นกัน ดูเหมือนพวกเขาจะกำลังสนทนากันด้วยอิริยาบถผ่อนคลาย
พราวฝันจึงเลือกจะเดินผ่านไปเงียบ ๆโดยไม่ให้พวกเขารู้ตัว
แต่ทว่า...
“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ!” เสียงแหบแต่กังวานของหญิงเฒ่าดังก้อง รั้งให้ฝีเท้าทั้งสองข้างของหญิงสาวหยุดชะงัก
นี่มันอะไรกันอีก ยังไม่ทันข้ามวันเธอก็ถูกหาเื่ไม่หยุดหย่อน นี่ยังจะมีโจทก์ใหม่มาอีกเรื่อย ๆ
ซูเมิ่งนะซูเมิ่ง! อะไรทำให้เธอเลือกแต่งเข้ามาเป็สะใภ้ในจวนนี้กันเนี่ย