บทที่ 53
คนสืบข่าว
“ นั่นผู้ใด!!! ”หวงหมิงเร่งเสียงขึ้นดวงตาของเขามองมองตรงไปบริเวณด้านหลังในตอนนี้เขาใช้ดวงตาของตนเองมองตรงไปยังต้นเสี่ยงที่ตนเองนั้นได้ยิน
เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเขาเองก็สามารถได้ยินได้เพราะว่าประสาทสัมผัสที่ดีเป็นพิเศษหลังจากที่ฝึกฝนมาเป็นเวลานานตอนนี้ประสาทสัมผัสของเขาดีจนขนาดที่สามารถได้ยินเสียงรอบกายได้ชัดเจนมากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้หลาย
เพราะแบบนั้นในตอนนี้ก็ได้ยินอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นมาจากบริเวณด้านหลังเมื่อดวงตาหันไปมองบริเวณด้านหลังพบเห็นร่างเงาของคนผู้หนึ่งอยู่ใต้ต้นไม้
หวงหมิงยกกระบี่ภายในมือของตนเองขึ้นมาเข้าชี้ตรงไปยังบริเวณใต้ต้นไม้ในตอนนี้กระบี่ภายในมือของเขาชี้ตรงไปตรงบริเวณนั้นพร้อมกับพูดขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ“ ออกมาถ้าไม่ออกมาตัวของข้าจะลงมือ ”
หลังจากที่เขาพูดข่มขู่ออกไปแบบนั้นผู้ที่ยืนหลบอยู่บริเวณหลังต้นไม้ก็ค่อยๆเดินออกมาอย่างช้าๆ
ผู้ที่เดินออกมาจากหลังต้นไม้เป็นบ่าวผู้หนึ่งที่ก้าวเท้าออกมาตัวของมันเมื่อทำการก้าวเท้าออกมากวงหมิงก็มองเห็นว่ามันเป็นเด็กหนุ่มที่มีช่วงวัยราวๆสักประมาณสิบหกถึงสิบเจ็ดปี
เด็กหนุ่มผู้นี้มีร่างกายผอมสูงมีผิวสีขาวมีใบหน้าและท่าทางรวมไปถึงผิวกายที่สะอาดสะอ้านมันมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาวและก็มีท่าทางที่ดูแตกต่างจากบุรุษ
มองดูเสื้อผ้าที่เด็กหนุ่มผู้นี้สวมใส่ก็มองเห็นว่าชุดที่มันสวมใส่นั้นเป็นชุดของขันทีฝึกหัด“ ขันทีน้อยอย่างงั้นเลย? ”
หวงหมิงมองตรงไปที่ขันทีผู้นั้น หลังจากมองเห็นว่ามันสวมใส่ชุดขั้นที่ก็รู้ได้ในทันทีว่าน่าจะเป็นขันทีน้อยที่โดนเข้ามาฝึกภายในวังหลัง
โดยทั่วไปแล้วตามกฎระเบียบของวังหลังบุรุษส่วนใหญ่ห้ามเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ถ้าไม่ใช้ราชนิกูล
โดยบุรุษที่อยู่ภายในวังหลังมีอยู่สามประเภทด้วยกันหนึ่งราชนิกูล สองขุนนางหรือไม่ก็ทหารองครักษ์ ส่วนอย่างที่สามก็คือขันที
นอกจากสามอย่างนี้ไม่มีบุรุษผู้ใดที่ได้รับอนุญาตเข้ามาภายในวังหลังถ้าไม่ได้รับอนุญาตโดยตรงจากองค์ฮ่องเต้
องครักษ์ของวังหลังจะทำการอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้อยู่แล้วส่วนพวกขุนนางเองก็ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาพวกมันได้รับอนุญาตเข้ามาในบางครั้งที่เข้ามากล่าวเรื่องราชโองการ
โดยผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าก็เป็นประเภทที่สามมันเป็นขันทีน้อยผู้หนึ่งก้าวออกมาด้วยท่าทางหวาดกลัว
หลังจากที่มันก้าวเท้าออกมาหลังต้นไม้มันคุกเข่าลงอย่างรวดเร็วและก็กล่าวพลางกับก้มหน้า“ขออภัยรัชทายาทขอประทานอภัยรัชทายาท หม่อมฉันเข้ามาโดยไม่รับอนุญาต ”
คนผู้นี้เกร็งตัวความผิดการที่เข้ามาภายในตำหนักของรัชทายาทในช่วงนี้แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่มีความผิดอย่างใหญ่หลวง
ตำหนักบูรพาไม่อนุญาตให้ใครเข้าออกยามที่พระอาทิตย์ตกดินเรียบร้อยแล้วเพราะแบบนั้นการที่มีผู้คนลักลอบเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ถือได้ว่าเป็นความผิดอันใหญ่หลวง
โดยความผิดขณะนี้สิ่งที่ได้รับกลับมานั้นคือการโดนประหารอย่างแน่นอนไม่ต้องสงสัยขันทีผู้นี้เลยแสดงท่าทางหวาดกลัวเช่นนี้เมื่อรู้ว่าตนเองนั้นโดนจับได้
หวงหมิงลดกระบี่ของตนเองลงมองตรงไปที่ขันทีผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า
[ ชื่อ ???? LV.10]
“ ไม่อันตรายวรยุทธ์ไม่ได้อยู่ในระดับสูงร่างกายก็ธรรมดาธรรมดาทั่วไป”
หวงหมิงมองเห็นความสามารถจากสายตาของตนเองมันเป็นเพียงขันทีธรรมดาที่อยู่ภายในวังแห่งนี้หวงหมิงอยากรู้ว่ามันเข้ามาทำอะไรภายในสถานที่แห่งนี้เขาจึงถาม “เจ้าเข้ามาทำอะไรที่ตำหนักของข้าในช่วงเวลานี้?”
“ รัชทายาท เอ…เออ… คือ… ”แสดงท่าทางอ้ำอึ้งราวกับว่าตนเองนั้นไม่อยากจะพูดออกมาเกี่ยวกับเรื่องนั้น
หวงหมิงมองเห็นพิรุธบางอย่างเขาจึงพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “เจ้ารู้ดีสินะว่าการที่ตัวของเจ้าเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตมันเป็นความผิด”
“ ภายในตำหนักแห่งนี้ไม่มีขันทีที่คอยรับใช้อยู่ภายในตำหนักการที่เจ้าเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้โทษทัณฑ์ของเจ้าคือการตัดหัว ”
ในอดีตตัวของหวงหมิงตัวของมันชื่นชอบสตรีมากที่สุดเพราะแบบนั้นภายในตำหนักของมันล้วนแล้วแต่มีพวกสตรีน้อยใหญ่ที่รับใช้อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้
เลยทำให้ภายในตำหนักแห่งนี้ไม่มีพวกขันทีคอยรับใช้ส่วนใหญ่ก็จะมีแต่พวกสตรีอย่างเช่นพวกนางกำนัลที่มีใบหน้างดงาม
เพราะแบบนี้ผู้คนส่วนใหญ่มันเลยให้ฉายากับรัชทายาทผู้นี้ว่าปีศาจกามราคะ
เมื่อได้ยินคำว่าตนเองนั้นจะโดนตัดหัวขันทีผู้นั้นก็แสดงท่าทางแตกตื่นมากขึ้นไปเอง“ รัชทายาทโปรดไว้ชีวิตกระหม่อมด้วย”
มันรีบทำการโขกศีรษะของตนเองลงไปที่พื้นอย่างรุนแรงเพื่อเป็นการถ่ายทอด
หวงหมิงมองเห็นว่ามันนั้นทำการโขกศีรษะของตนเองลงไปที่พื้นอย่างรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาจึงพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ ข้าไม่ได้สนใจสักนิดอันที่จริงแล้วตัวของข้าเพียงแค่อยากรู้เท่านั้นว่าเจ้านั้นเขามาทำอะไรภายในสถานที่แห่งนี้”
“ ถ้าเจ้าบอกข้าว่าเจ้าเข้ามาทำอะไรภายในสถานที่แห่งนี้ข้าจะปล่อยเจ้าออกไป”
หลังจากที่ย้อนถามไปอีกหนึ่งครั้งขณะที่ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าก็ยังคงหวงหมิงขมวดคิ้วแสดงใบหน้าไม่พึงพอใจกับมัน
หลังจากที่มองเห็นใบหน้าและสีหน้าของรัชทายาทเปลี่ยนไปมันก็ตื่นตัวและรีบสารภาพออกมา“ ตัวของหม่อมฉันโดนไหว้วานให้เข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ ”
“ ไหว้วานเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้อย่างงั้นหรอผู้ใดเป็นคนไหว้วานให้เจ้าเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ ? ”
หวงหมิงคิดว่าคนที่ไหว้วานให้ขันทีผู้นี้เข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้น่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับพวกที่ส่งคนเข้ามาตามหาของก่อนหน้านี้
ในขณะที่เขานั้นเอ่ยถามออกไปขันทีผู้นั้นก็รีบสารภาพออกมาในทันที“ คนที่ให้ข้าเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้เป็น…. ”
…
ยามเช้าหวงหมิงนั่งอยู่ภายในห้องโถงของตำหนัก
ในตอนนี้ดวงตาจ้องมองไปยังรายชื่อบริเวณด้านหน้าที่อยู่ภายในแผ่นกระดาษที่ตนเองนั้นรวบรวมออกมา
หวงหมิงมองดูรายชื่อที่อยู่ภายในนั้นพยักหน้าขึ้นลงแล้วก็คิดภายในใจของตนเอง“ ขุนนางหย่ง”
“ คนผู้นี้สั่งให้ขันทีผู้นั้นเข้ามาภายในตำหนักในช่วงยามราตรีมีเป้าหมายหรือว่ามีความตั้งใจอะไรกันแน่จากที่สืบมารู้สึกว่ามันเองก็จะเป็นผู้ที่ต่อต้านตัวของรัชทายาทหวงหมิงอยู่ไม่น้อย”
“ หรือว่าตัวของมันจะเป็นผู้ที่เป็นคนสั่งให้เจ้าคนผู้นั้นเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้เพื่อที่จะมาขโมยของสิ่งนั้นออกไป”
หลังจากที่ทำการสืบความจริงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นปากของขันทีน้อยผู้นั้นแล้วตัวของเขาเองก็ได้ความจริงว่าคนที่ให้มันเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้มันคือขุนนางหย่ง
มันเป็นหนึ่งในขุนนางที่เป็นขุนนางผู้อาวุโสของสำนักรู้สึกว่าพวกผู้คนมากมายจะให้ฉายามันว่างจิ้งจอกเฒ่า
ในครั้งนี้มันทำการส่งขันทีน้อยผู้หนึ่งเข้ามาภายในตำหนักของเขาไม่รู้ว่ามีเจตนาหรือว่ามีจุดประสงค์อะไรกันแน่
แต่มองดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนักการที่ลักลอบให้คนเข้ามาภายในตำหนักของเขาในยามดึก
หวงหมิงกำลังนั่งคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้การที่เขาต้องมาคิดเกี่ยวกับพวกรวมขุนนางแล้วพวกเรื่องการเมืองทั้งที่ตอนที่ตัวเองเป็นผู้เล่นไม่เคยทำนั่นก็เพราะว่าเพื่อรักษาชีวิตของตนเอง
เหนื่อยตอนนี้ไม่ว่ามองอย่างไรต่ออย่างไรเขาก็ต้องรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้พวกขุนนางที่เป็นตัวละครเป็นตัวแปรสำคัญ แน่นอนว่าพวกมันทุกคนล้วนแล้วเป็นอันตรายเขาจำเป็นจะต้องระวังพวกมันเอาไว้มากกว่าพวกผู้เล่นเสียอีก
หวงหมิงก็มวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันและก็ทำการคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับเรื่องในตอนนี้ในขณะที่ตนเองกำลังนั่งคิดอยู่แบบนั้น
มีคนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาภายในห้องทำการกล่าวขึ้นมา “รัชทายาทพะยะค่ะตอนนี้ด้านนอกมีกงกงมาขอเข้าเฝ้า ”
ผู้ที่ทำการก้าวเข้ามาแล้วก็มารายงานเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นทหารที่เฝ้าอยู่บริเวณด้านหน้าประตูตำหนัก
หวงหมิงเงยหน้าขึ้นมามองมันแล้วก็ถาม “มีเรื่องอันใดอย่างนั้นหรือเหตุใดกงกงถึงมาพบข้า?”
“ มีเรื่องสำคัญพะยะค่ะ ”
“ เรื่องสำคัญ? ”
หวงหมิงแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยออกมา
จบบท