เจียงหยุนเดินออกจากห้องประมูลไปอย่างไร้ความสนใจ ในขณะที่เขากำลังเดินอยู่ เจียงหยุนถามขึ้น
“ข้าไม่ได้เป็นคนเดียวที่ครอบครองระบบสินะ?”
[ใช่แล้ว โฮสต์] ระบบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงเช่นเคย
“เมื่อกี้มีกี่ระบบกัน เจ้ารู้ไหม?” เจียงหยุนถามต่อ
[มีประมาณสามระบบโฮสต์มันคือ ระบบจักรพรรดิ, ระบบผู้นำตระกูล, และระบบลงทุน] ระบบอธิบาย
เจียงหยุนพยักหน้ารับเบา ๆ แม้ว่าเขาจะไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด แต่จากการใช้ดวงตาแห่งการสำรวจมันไม่สามารถมองเห็นผ่านบางคนได้ แต่เขาพอจะคิดได้ว่าใครในโลกนี้ก็ครอบครองระบบเช่นเดียวกับเขา เขายิ้มเล็กน้อยพร้อมคิดว่านี้มันเริ่มจะสนุกขึ้นมาแล้วสิ
ขณะที่เขากำลังเดินผ่านลานกว้าง กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ดูมีอำนาจก็เดินมาขวางทางเขาไว้ พวกเขาคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียง และหนึ่งในนั้นพูดขึ้นด้วยเสียงที่เคารพนอบน้อม
“พวกเราได้พบนายน้อยแล้ว!”
เจียงหยุนหยุดก้าวเดิน เขามองไปยังกลุ่มคนเหล่านั้นและใช้ดวงตาแห่งการสำรวจเพื่อตรวจสอบ ทันทีที่เขาเห็นข้อมูลทั้งหมดของคนกลุ่มนี้ เขาก็รู้ได้ในทันทีว่าพวกเขาเป็นคนจากตระกูลจักรพรรดิเจียง เขาเคยให้โคลนสังสารวัฏไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลเจียงและตัวตนของเขาเองและเขาก็ได้รู้บางอย่างเล็กน้อยที่ทำให้เขาเกลียดคนจากตระกูลเจียงไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตาม
“นายน้อย ท่านต้องการกลับไปที่ตระกูลหรือไม่?” ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นถามขึ้นด้วยความเคารพ
เจียงหยุนไม่ได้ตอบคำถามของพวกเขา เขาเพียงแค่หันหลังและหายไปในความว่างเปล่า ทิ้งกลุ่มคนเหล่านั้นไว้เบื้องหลังด้วยความงุนงงและตกตะลึง
“นายน้อยหายตัวไปแล้ว!” คนในกลุ่มหนึ่งพูดขึ้นด้วยความตกใจ
“เราควรจะรายงานท่านหัวหน้าตระกูลหรือไม่?” ชายอีกคนเอ่ยถามขึ้นด้วยความลังเล
“ข้าว่ารายงานไปเถอะ” ชายคนแรกตอบด้วยเสียงหนักแน่น
“แต่ถ้าชายคนนั้นโกรธ เราจะทำอย่างไร?” ชายอีกคนแย้งด้วยความหวาดกลัว
ทั้งกลุ่มตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครกล้าตัดสินใจได้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป
ในขณะเดียวกัน เจียงหยุนปรากฏตัวขึ้นที่หอการค้าทองคำ เขาก้าวออกมาจากความว่างเปล่าอย่างสง่างาม หัวหน้าสาขา ของหอการค้าทองคำก้าวออกมาต้อนรับเขาทันที เนื่องจากพวกเขาได้ติดต่อกันก่อนหน้านี้ในห้องประมูลแล้ว
“ข้าต้องการที่จะซื้อบางอย่างนะ” เจียงหยุนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจ
หัวหน้าสาขาโค้งตัวเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับด้วยความเคารพ “ท่านสามารถบอกมาได้เลยว่าท่านต้องการอะไร”
ในห้องรับรองหรูหราของหอการค้าทองคำ เจียงหยุนมองไปยังหัวหน้าสาขาด้วยสายตาเย็นชา ราวกับกำลังชั่งใจบางสิ่ง
“ข้าต้องการคัมภีร์ทักษะวิชาที่พวกเจ้ามีทั้งหมด” เจียงหยุนพูดขึ้น น้ำเสียงนิ่งสงบแต่ทรงอำนาจ
“โดยเอาตั้งแต่ระดับอมตะ เต๋า สูงสุด ไปจนถึงจักรพรรดิอมตะ นำทั้งหมดที่พวกเจ้ามีมา ข้าจะซื้อมันทั้งหมด”
ทันทีที่คำพูดของเขาจบลง เจียงหยุนโยนแหวนวิญญาณไปยังหัวหน้าสาขาอย่างไม่ใส่ใจ หัวหน้าสาขารีบใช้พลังจิตตรวจสอบภายในแหวน และทันใดนั้นเขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ภายในแหวนเต็มไปด้วยหินวิญญาณอมตะจำนวนมหาศาลเกินกว่าที่เขาจะคาดคิดได้ หินวิญญาณอมตะเหล่านี้มีมูลค่ามากกว่าหินวิญญาณอมตะที่ได้จากการประมูลวันนี้หลายเท่าเสียอีก
“ท่าน… มีทรัพยากรมากมายถึงเพียงนี้…” หัวหน้าสาขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะปรับท่าทีและหยิบหยกสื่อสารขึ้นมาพร้อมพูดขึ้น “เจ้าจงไปนำคัมภีร์ทั้งหมดที่เรามีในสาขานี้มา และส่งจากสาขาอื่นมาเพิ่มด้วย รีบดำเนินการให้เร็วที่สุด”
หัวหน้าสาขาออกคำสั่งทันที จิตวิญญาณของเขาปลดปล่อยออกไปสั่งการเหล่าลูกน้องและทุกคนเริ่มดำเนินการทันที
เจียงหยุนไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวนัก หลังจากพูดคุยกับหัวหน้าสาขาอีกเล็กน้อย เขานั่งลงจิบชา ทว่าความสงบนี้กลับถูกรบกวนโดยชายชุดดำที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้เสียงจากความว่างเปล่า
“คารวะนายน้อย” ชายชุดดำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย ความกดดันของเจียงหยุนทำให้เขารู้สึกเกรงกลัว
เจียงหยุนมองชายชุดดำผ่านดวงตาคมกริบเพียงแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปจิบชาต่อ ราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงลมผ่านที่ไม่มีความสำคัญอะไร ในขณะที่หัวหน้าสาขาของหอการค้าทองคำกลับแสดงท่าทางไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด การปรากฏตัวของชายชุดดำโดยไม่ได้รับอนุญาตในห้องรับรองนี้ ถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรง
ชายชุดดำยังคงรอการตอบสนองจากเจียงหยุนอยู่พักหนึ่ง แต่เมื่อไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ เขาจึงพูดขึ้นด้วยความรีบเร่ง
“ท่านหัวหน้าตระกูลต้องการพบท่านขอรับ”
เสียงของเขาเพิ่งจบลง หัวของชายชุดดำก็หลุดออกจากร่างในทันที เลือดกระเซ็นลงบนพื้นโดยไม่มีแม้แต่สัญญาณเตือนใด ๆ ก่อนที่ทุกคนจะรู้ตัว ชายชุดดำนั้นก็ไร้ชีวิตไปแล้ว
หัวหน้าสาขามองฉากนั้นด้วยความเย็นชา เขาไม่ได้แสดงความแปลกใจมากนัก เพราะในความเป็นจริงแล้วเขาเป็นคนปล่อยให้ชายชุดดำเข้ามาได้ เพื่อทดสอบอะไรบางอย่าง และตอนนี้ผลลัพธ์ก็ชัดเจนแล้ว
เจียงหยุนพูดขึ้น “ระวังเอาไว้ด้วยละครั้งหน้ามันอาจจะเป็นหัวของเจ้า”
หัวหน้าสาขารีบขอโทษทันที “ขออภัยด้วยขอรับ”
บรรยากาศเริ่มตึงเครียด แต่ไม่นานนัก คัมภีร์ทักษะวิชาต่าง ๆ ก็ถูกนำมาจัดเรียงต่อหน้าเจียงหยุน หัวหน้าสาขากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“นี่คือคัมภีร์ทักษะระดับจักรพรรดิอมตะ 13 เล่ม ระดับสูงสุด 120 เล่ม และระดับเต๋า 842 เล่ม ส่วนคัมภีร์ระดับอมตะมีอีกหลายหมื่นเล่มทั้งหมดถูกนำมาจากสาขานี้”
เจียงหยุนมองไปยังคัมภีร์เหล่านั้นครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มมุมปากเบา ๆ เขารู้สึกพอใจกับสิ่งที่ได้มา
ในห้องรับรองของหอการค้าทองคำ เจียงหยุนนั่งอยู่ท่ามกลางกองคัมภีร์วิชานับไม่ถ้วนที่ถูกนำมาจัดเรียงอยู่ตรงหน้า เขายกมือขึ้นและเปิดคัมภีร์ออกอย่างช้าๆ จากนั้นออร่าแห่งเวลาเริ่มก่อตัวขึ้นรอบตัวเขา ทั้งห้องเหมือนหยุดนิ่ง ทว่าคัมภีร์จำนวนมหาศาลกลับถูกอ่านอย่างรวดเร็ว เวลาภายในอาณาเขตของเจียงหยุนหมุนเวียนด้วยความเร็วที่แตกต่างจากโลกภายนอกมาก
หัวหน้าสาขาของหอการค้าทองคำที่นั่งอยู่ตรงข้าม มองปรากฏการณ์นั้นด้วยความตกตะลึง เขาพึมพำออกมาเบา ๆ
"กฎแห่งเวลา… ไม่สิ… มันคือรูปแบบงั้นเหรอ?"
ไม่นานนัก เจียงหยุนก็วางคัมภีร์เล่มสุดท้ายลง พร้อมกับพูดขึ้นอย่างเรียบง่าย “แค่นี้พอแล้ว”
หัวหน้าสาขารู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่ค่อยๆ คลายลง เขาอยากจะถามว่า ท่านต้องการดูคัมภีร์ของสาขาอื่นหรือไม่ แต่เขาก็ไม่ได้ถามออกไปพร้อมเขารีบคำนวณและจัดการธุรกรรมที่เหลือในทันที เขาคืนหินวิญญาณอมตะส่วนเกินที่เจียงหยุนให้มา ขณะที่ทั้งสองดำเนินการค้าขายกันจนเสร็จสิ้น เจียงหยุนเตรียมตัวจะจากไป แต่หัวหน้าสาขาก็เอ่ยขึ้นด้วยความลังเล
“ท่านเจียงหยุน ท่านสนใจจะเข้าร่วมกับหอการค้าทองคำหรือไม่? หากท่านเข้าร่วม ข้าสามารถเสนอให้ท่านได้รับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ไม่เพียงแต่ทรัพยากรและการเงินประจำเดือนจะมากมายมหาศาล แต่ท่านยังจะได้รับการสนับสนุนจากหอการค้าทองคำทั้งหมด ข้าเชื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์กับท่านอย่างมาก”
เจียงหยุนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหัวเราะ
"แล้วเจ้าละ….เจ้าสนใจมาทำงานให้ข้าแทนหรือไม่?" เขาพูดพร้อมมองไปยังหัวหน้าสาขาด้วยเจตนาบางอย่าง
"ข้าอาจจะไม่มีทรัพยากรหรือเงินเดือนให้เจ้ามากมายเหมือนหอการค้าทองคำ แต่ข้าสามารถรับรองได้ว่า หากเจ้าติดตามข้า ในอนาคตเจ้าจะเป็นจักรพรรดิอมตะอย่างแน่นอนในอนาคต"
หัวใจของหัวหน้าสาขาเต้นระรัว ข้อเสนอของเจียงหยุนนั้นช่างเย่อหยิ่ง จริงๆ เนื่องจากจักรพรรดิอมตะนั้น มีจำนวนน้อยมากถึงน้อยที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่ความทะเยอทะยานในจิตใจของเขาถูกกระตุ้น เขารู้สึกเชื่อในคำพูดนั้นของเจียงหยุนอย่างสุดหัวใจ แต่ในเวลาเดียวกัน ความจงรักภักดีที่เขามีต่อหอการค้าทองคำก็ยึดเหนี่ยวเขาไว้แน่น
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงของหัวหน้าสาขาก็ดังขึ้นอย่างหนักแน่น
“ชีวิตข้าถูกผูกมัดกับหอการค้าทองคำแล้ว ข้าไม่อาจทรยศได้ ขออภัยด้วยเส้นทางของท่าน..ข้าคงไม่สามารถร่วมเดินทางไปได้ด้วยขอรับ”
เจียงหยุนยังคงยิ้ม ก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในความว่างเปล่า เขาทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้เบา ๆ
“น่าเสียดายจริง ๆ นะ”
เมื่อร่างของเจียงหยุนหายลับไป หัวหน้าสาขาก็ทรุดตัวลงนั่งด้วยความอ่อนล้า ความรู้สึกผิดบีบรัดหัวใจของเขาอย่างรุนแรง ราวกับว่าเขาได้ตัดสินใจทำผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต เขาได้แต่ถามตัวเองว่า ทำไม ทำไม ทำไม