หลินเฉี่ยนในเวลานี้เป็นเหมือนกับผีที่โผล่ออกมาจากที่นั่งด้านหลังท่ามกลางความมืด การโผล่หัวมาตรงกลางระหว่างที่นั่งคนขับของเธอทำให้หู่จือและตำรวจต่างก็พากันตกใจ
“เชี่ย!” ยังไม่ทันที่ตำรวจจะได้ทำอะไรหู่จือก็รีบเปิดประตูรถออกไปอย่างแรงจนทำให้ตำรวจถูกชนกระเด็นถอยไปหลายเมตร
ท่าทางของหู่จือในตอนที่ความลับยังไม่เผยออกมาก็ดูเหมือนจะเป็นพลเมืองดีไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่เมื่อความลับถูกเผยออกมา เขาก็เลือกที่จะหนีทันทีซึ่งมันเป็นทางเลือกเดียวเท่านั้น
ถ้าเขาไม่สามารถขับรถได้ เขาก็หนีไม่ได้เหมือนกัน
เขารีบชักปืนออกมาก่อนที่จะเล็งไปที่ตำรวจแล้วยิงออกมาหนึ่งนัดจนเสียงดังก้องไปทั่ว
*ปังงงง!!!*
เสียงปืนก้องกังวานทำให้คนที่อยู่รอบ ๆ เกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้นมา มีทั้งเสียงกรีดร้อง เสียงตะโกน และเสียงเด็กร้องไห้จ้าดังระงมไปทั่ว
“เอากุญแจมา! ไอ้ตำรวจบ้าเอ๊ยไปตายเถอะไป๊!”
หู่จือรีบแย่งกุญแจมาจากมือตำรวจทว่าตำรวจยังคงกำมันไว้ในมือแน่นแม้ว่าเขาจะถูกยิงเข้ากลางอกจนเลือดไหลออกมาไม่หยุดก็ตาม
หลินเฉี่ยนในเวลานี้ใช้พลังทั้งหมดที่มีไปจนหมดแล้วและเธอยังคงทรุดอยู่ในรถ เธอมองดูตำรวจตรงหน้าที่ดูเหมือนใกล้ตายเต็มทีและคนร้ายโหดเหี้ยมนั่นก็กำลังลงมือทำร้ายร่างกายตำรวจ ทันใดนั้น เธอก็คิดอะไรออกและเอื้อมไปบีบแตรรถจนเสียงดังสนั่น
“ไปตายซะ!” หู่จือได้ยินเสียงแตรรถก็ตื่นตัว เขารีบเตะเท้าไปที่ตำรวจอย่างแรงจนทำให้ตำรวจลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น แล้วเขาก็รีบคว้ากุญแจรถก่อนที่จะขึ้นมาบนรถพร้อมทั้งผลักหลินเฉี่ยนไปด้านหลังอย่างแรง “ยัยงั่งเอ๊ย! ฉันคงประเมินเธอน้อยไปสินะ!”
ในตอนนั้นหลินเฉี่ยนรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น หลังและศีรษะของเธอกระแทกเข้ากับพื้นโดยตรงจนทำให้เธอรู้สึกราวกับกระดูกของเธอกำลังแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ห่างออกไปไม่ไกลเสียงไซเรนก็ดังขึ้น หู่จือรีบออกรถไปพลางเหลือบมองไปที่แสงที่อยู่ด้านหลังไปพลาง ตอนนี้มีรถตำรวจตามมาติด ๆ แล้ว “แม่งเอ๊ย! จะซวยอะไรนักหนาวะ”
หู่จือรีบเหยียบคันเร่งเพื่อเพิ่มความเร็วซึ่งความเร็วมากขนาดนี้ทำให้หลินเฉี่ยนกลิ้งไปด้านหลังราวกับเป็นลูกบอลจนไม่สามารถทรงตัวได้ไปชั่วขณะ ร่างของเธอกระแทกกับรถทางโน้นทีทางนี้ทีจนเริ่มเกิดรอยช้ำไปตามร่างกาย
ความเจ็บปวดที่รุนแรงนี้ทำให้สติของเธอกลับมาอีกครั้ง อีกทั้งความเร็วที่น่าตกตะลึงของรถก็ทำให้เธอรู้สึกกลัวมากอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยในชีวิตนี้
นี่สินะถึงจะเรียกว่าพลังชั่วร้ายที่แท้จริงในสังคม ไอ้ที่เธอใช้กำลังเพื่อต่อสู้กับคนอื่นในการแก้ปัญหาแทนการเจรจานั่นกลายเป็นแค่เรื่องเด็ก ๆ ไปเลย
เมื่อนึกถึงจางเยี่ยนและนึกถึงตำรวจที่โชคร้ายเมื่อกี๊นี้ เธอก็เข้าใจในทันทีว่าในช่วงเวลาที่เดือดร้อนก็ยังมีคนที่เข้ามาช่วยอยู่
...
การขับรถของหู่จือเร็วจนเรียกว่าบ้าคลั่งเลยก็ว่าได้ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาเลิกงานที่คนเยอะที่สุดจึงทำให้การจราจรติดขัดมาก แต่เขาก็ยังคงปาดซ้ายปาดขวาโดยไม่สนใจแม้แต่คนข้ามถนน
หลินเฉี่ยนยังคงกลิ้งไปกลิ้งมาตามความเร็วของรถและตอนนี้เธอก็ไม่เหลือแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืนด้วยซ้ำ
เสียงไซเรนยังคงดังไล่ตามมาและดูเหมือนว่าจะยิ่งดังมากขึ้นเรื่อย ๆ และใกล้เข้ามามากขึ้น ตำรวจกำลังไล่ตามพวกเขาเพื่อพยายามล้อมรถของหู่จือให้ได้อย่างสุดความสามารถ
หลินเฉี่ยนรวมพลังทั้งหมดที่เหลือเพื่อจับยึดเหล็กตรงที่นั่งไว้แน่นก่อนที่จะปีนเพื่อลุกขึ้น พอลุกได้กำลังใจก็มาเป็นกอง เธอรู้สึกว่าพละกำลังของตัวเองค่อย ๆ ฟื้นฟูกลับขึ้นมาอีกครั้งแล้ว เย้!!!
ด้านนอกยังคงมีเสียงดังเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเสียงตะโกนด่า เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ เสียงร้องไห้ของเด็กรวมไปถึงเสียงเฉี่ยวชนของรถบนท้องถนนด้วย
หลินเฉี่ยนไม่รู้หรอกว่าตอนนี้รถขับมาถึงไหนแล้วและก็ไม่รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายจะขับไปที่ไหน แต่ที่เธอมั่นใจคือตอนนี้หู่จือคงจะกำลังตื่นตระหนกมากแน่ ๆ ‘เอาวะ ลองขู่มันดูหน่อยก็คงไม่เสียหายหรอกมั้ง’
“มอบตัวเหอะ ยังไงตอนนี้นายก็ไม่รอดหรอก” เธอพูด
“ไม่มอบโว้ย! มอบก็โง่ดิวะ”
“แต่...”
“ยัยบ้า ขืนยังพูดอีกคำเดียวฉันยิงแสกหน้าแน่!”
คำขู่ที่น่ากลัวนี้ทำให้หลินเฉี่ยนตกใจจนเข่าอ่อนทันที แต่เสียงไซเรนที่ดังตามหลังมาก็ยังทำให้เธอใจชื้นขึ้นบ้างอยู่เหมือนกัน
ในเวลานั้นเอง ถนนด้านหน้าก็มีแม่ลูกคู่หนึ่งกำลังเดินออกมาจากร้านดอกไม้ข้างทางซึ่งแม่ที่เป็นวัยรุ่นจูงมือลูกสาวตัวน้อยเอาไว้ เด็กน้อยคนนั้นดูเหมือนจะอายุแค่สี่ห้าขวบเท่านั้นและกำลังกระโดดไปมาด้วยท่าทางร่าเริง
“เฮ้ย เบรกก่อนสิวะ ไม่เห็นรึไงว่ามีเด็ก!” หลินเฉี่ยนตะโกนขึ้นมา “มีเด็กอยู่ข้างหน้า เบรกเซ่!” เธอตะโกนพร้อมกับรีบพุ่งตัวไปด้านหน้าก่อนจะคว้าพวงมาลัยอย่างไม่ยอมวางมือ
“เฮ้ย! อยากตายรึไงวะ! หลีกไป!” หู่จือยกข้อศอกขึ้นมากระแทกหน้าของเธออย่างแรง
ต่อให้แม่ลูกเล็กคนนั้นจะไหวตัวทันก็คงไม่ทันรถที่ขับเร็วจนเกือบจะบินได้แบบนี้อยู่ดี แน่นอนว่าปฏิกริยาของสองแม่ลูกช้ากว่าความเร็วของรถที่กำลังพุ่งเข้ามา ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นเองที่แม่ลูกหันมามองรถที่กำลังจะชนพวกเขาพร้อมกับเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ
“เอี๊ยดดดดดด...” ล้อและพื้นเสียดกันจนเกิดเสียงแหลมบาดหู หลินเฉี่ยนใช้โอกาสตอนที่หู่จือยกข้อศอกขึ้นมากระแทกหน้าเธอใช้แรงทั้งหมดที่มีหักพวงมาลัยหันรถไปข้างทางซึ่งเป็นพุ่มไม้อย่างกะทันหัน
ถึงแม้ว่ารถจะหักหลบไปแล้วแต่ความเร็วยังคงอยู่ ในเวลานั้นเอง รถทั้งคันก็พุ่งชนเข้าใส่พุ่มไม้ข้างทางอย่างแรง
“อ๊ากกกกกกกกกกกก!” เสียงดังขึ้นจากด้านนอกรวมถึงหลินเฉี่ยนและหู่จือที่อยู่ในรถด้วย
ด้านหลังพุ่มไม้เป็นทางลาดและจากทางลาดที่ลงไปนั้นเป็นแม่น้ำที่สวยงามสำหรับชมทิวทัศน์
ด้วยความเร็วในเวลานี้จึงทำให้รถตู้พลิก 90 องศาทันที กระจกทุกบานแตกละเอียดและตัวรถก็พุงทะลุแนวกั้นของจุดชมทิวทัศน์อย่างแรงก่อนจะค่อย ๆ ไถลลงไปในแม่น้ำ
ตอนนี้อุณหภูมิในเมือง B ลดลงเหลือศูนย์องศาแล้วและแม่น้ำก็ลึกมาก ด้านบนผิวน้ำก่อตัวจนกลายเป็นน้ำแข็งบวกกับในน้ำที่มีเกล็ดน้ำแข็งรวมอยู่ด้วยทำให้หนาวบาดลึกเข้าไปถึงกระดูก
รถตู้ไถลลงน้ำไปเรื่อย ๆ และเป็นเพราะไม่มีกระจกป้องกันอีกต่อไปจึงทำให้สองคนในรถรับรู้ได้ถึงความหนาวเหน็บทันที
ตอนที่รถตู้พลิกก่อนที่จะไถลลงไปด้านล่างนั้น หลินเฉี่ยนก็รู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกายจนเกินกว่าจะรับได้ แถมเธอยังไม่คิดด้วยว่าตัวเองจะตกลงไปในน้ำที่เย็นจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็งชั้นหนา ๆ แบบนั้น
ความเย็นที่เย็นเข้ากระดูกดึงสติเธอขึ้นมาจากความตายอีกครั้ง ตอนนี้เธอได้รับประสบการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอีกครั้งแล้ว และระดับความเจ็บปวดทั่วร่างกายก็ทวีคูณไปเรื่อย ๆ ด้วย
ในที่สุดรถก็ค่อย ๆ จมลงด้านล่างและตอนนี้ภาพที่เห็นก็มีเพียงคลื่นน้ำที่ซัดผ่านเข้ามาท่ามกลางแสงไฟหน้ารถเท่านั้น
‘หนาววว... หนาวเหลือเกิน เราอาจจะตายจริง ๆ แล้วล่ะทีนี้ แต่ก็อาจมีใครเข้ามาช่วย ใครก็ได้…’ ในเวลานั้นหลินเฉี่ยนมีความหวังเล็ก ๆ ว่าเธอคงจะรอดชีวิต ถึงแม้ว่าความหวังนั้นมันจะริบหรี่มากก็ตาม
ในเวลานั้นเอง เงาของคนคนหนึ่งที่ดูแข็งแรงก็กระโดดลงมายังแม่น้ำอย่างไม่ลังเล หลินเฉี่ยนพยายามพุ่งตัวขึ้นไปหวังจะให้ใครก็ตามที่เพิ่งกระโดดลงน้ำเข้ามาช่วยเธอ ทว่า...
ฟึบ! มีเสียงของน้ำดังขึ้นขณะที่ร่างร่างหนึ่งผลักเธอเพื่อดันร่างของตนเองให้พุ่งขึ้นไปรับการช่วยเหลือแทน
หู่จือ!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตายเป็นใครก็ต้องกลัว ซึ่งการที่ได้รับบาดเจ็บแถมยังแรงหมดแบบนั้นหู่จือจึงเลือกที่จะไม่หนีแต่พยายามที่จะเรียกร้องขอความช่วยเหลือ น่าทุเรศที่เขาใช้วิธีดันหญิงสาวเพื่อยันตัวเองให้พุ่งสูงขึ้น
หลินเฉี่ยนเหลือเพียงความคิดเดียว ‘ข้าคงไม่รอดแล้วสินะ...’
...
ในเวลานั้นเอง เจ้าหน้าที่นายหนึ่งที่เมื่อครู่ได้กระโดดลงน้ำเพื่อมาช่วยก็สามารถช่วยหู่จือขึ้นมาได้สำเร็จ เขาส่งหู่จือให้ตำรวจควบคุมตัวไปแล้วรีบหันหลังจะกลับลงไปในน้ำอีกครั้งทันที
เจ้าหน้าที่ผู้นี้คือ กูเฉิงเซียว...
ในส่วนของหู่จือนั้น ต่อให้เขาจะเป็นฆาตรกรโหดเหี้ยมขนาดไหนก็ต้องช่วยขึ้นมาเพื่อจะได้นำตัวไปรับบทลงโทษตามกฎหมาย เมื่อกี๊ที่เฉิงเซียวลงไปในน้ำ เขาไม่ทันเห็นหลินเฉี่ยน และการที่เขาเห็นผู้ต้องสงสัยก่อนมันก็เป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องควบคุมตัวขึ้นมาแต่เขาก็มั่นใจว่าตัวเองจะกลับลงไปช่วยหลินเฉี่ยนได้แน่
ขณะที่เขากำลังเร่งฝีเท้ากลับไปที่แม่น้ำ ทันใดนั้นก็มีเสียงใครบางคนเรียกขึ้นมา “หัวหน้าครับ... หัวหน้าดูนี่...” ซ่งจิ่งหยีที่วิ่งตามมาด้านหลังมองมาที่กู้เฉิงเซียวด้วยความรู้สึกสำนึกผิด
“ไว้ก่อน ฉันต้องรีบไปช่วยหลินเฉี่ยน” เฉิงเซียวรีบตอบโดยไม่หยุดวิ่ง
“......”
หลังจากที่ไวด์วูล์ฟรับคดีที่จางเยี่ยนหายตัวไป พวกเขาก็ได้ล็อกเป้ารถที่น่าสงสัยผ่านกล้องวงจรปิด และรถคันนี้คือหนึ่งในนั้น
จากการวิเคราะห์ ทีมพิเศษได้ล็อกเป้ารถคันนี้ไว้เป็นพิเศษ เพราะรถคันนี้ผลิตขึ้นมาจากซากรถแถมยังเป็นป้ายทะเบียนที่มีการปลอมแปลงด้วยจึงทำให้หน่วยงานไม่สามารถค้นหาชื่อของเจ้าของรถได้
รถคันนี้จอดทิ้งไว้ในโรงจอดรถเป็นเวลากว่าครึ่งเดือนพวกเขาจึงทำได้เพียงแค่นั่งรอเวลาเพื่อดูการเคลื่อนไหวเท่านั้น
แต่แล้ว ช่วงกลางคืนของวันนี้ รถคันนี้ก็ถูกขับออกมาในที่สุด
หลังจากที่ฐานทัพของแก๊งค้ายาสามเหลี่ยมทองคำถูกทลายลง แม้ว่าจะมีผู้นำที่สำคัญถูกจับตายมาหลายคนแต่ก็ยังมีคนที่สามารถหลบหนีออกไปได้เยอะพอสมควร แถมพวกเขายังใช้วิธีติดต่อสื่อสารกันแบบลับ ๆ อีก
ตกกลางคืน เมื่อรู้ว่ารถได้มีการเคลื่อนตัวอีกครั้งหลังจากที่นิ่งอยู่นาน ฝ่ายกำลังพิเศษของกู้เฉิงเซียวจึงรีบติดตามรถตู้ที่หู่จือกำลังขับในทันที
ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ที่สถานีรถไฟทำให้พวกเขาได้เห็นฉากลักพาตัวผู้หญิงต่อหน้าต่อตาทุกขั้นตอน และท้ายที่สุดคนเหล่านั้นก็ได้ตัวของหญิงสาวไป
การทอดแหออกไปเพื่อตกปลาใหญ่เป็นสิ่งที่กู้เฉิงเซียววางแผนไว้ให้เป็นแบบนั้นตั้งแต่แรก เขาตั้งใจจะช่วยจางเยี่ยนและผู้หญิงที่โชคร้ายคนอื่น ๆ ออกมาและอยากจะเรียกตัวลุงสี่ให้ออกมาด้วยเช่นกัน
ทว่าการที่มีตำรวจโผล่มาตรวจตราและเช็คระดับแอลกอฮอล์รวมถึงขอตรวจบัตรของหู่จือทำให้แผนการของพวกเขาพังลง แต่เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้มันก็ทำให้สมาชิกในทีมกองกำลังพิเศษต่างตระหนักขึ้นมาได้ว่า พวกทำทุกอย่างอย่างดีก็จริงแต่พวกเขาก็ยังขาดความรอบคอบ
ย้อนกลับไปตอนที่พวกเขาดูกล้องวงจรปิด กู้เฉิงเซียวเพิ่งได้ซูมหน้าดูว่าผู้หญิงที่ถูกลักพาตัวคือใคร และเมื่อเขาเห็นแล้ว ทั่วทั้งร่างของเขาก็สั่นสะท้านแถมยังมีสีหน้าตกใจจนผิดสังเกต
‘ผู้หญิงที่พวกนั้นลักพาตัวไปคือหลินเฉี่ยน!’ กู้เฉิงเซียวเครียดแทบบ้า เขาตะโกนสั่งการให้เจ้าหน้าที่เอารถออกติดตามเพิ่มเติมทันทีก่อนที่ตัวเขาเองก็รีบออกไปด้วยเช่นกัน “ตามไป! รีบตามไปเร็วเข้า!”
ทุก ๆ คนที่เห็นกู้เฉิงเซียวตกใจต่างก็มองไปยังใบหน้าของผู้หญิงในจอแล้วพากันตกตะลึงนิ่งค้างไปตาม ๆ กัน
หลินเฉี่ยน... นั่นมันภรรยาของหัวหน้ากู้หนิ ?