ตอนที่ 4 พวกเราอยู่ด้วยกันไม่สะดวก
ความจริงแล้วหลิงเย่ว์ไม่ได้คิดจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้หญิงคนนี้มากนัก ดังนั้นสาเหตุที่ไม่พูดก็เพราะไม่อยากอธิบายอะไรมากกับผู้หญิงแปลกหน้าอย่างกู้อันซิน
ตอนนี้เขาแค่้าที่ซ่อนตัวเพื่อความปลอดภัยสักระยะเท่านั้น
อย่างเช่นห้องเช่าเล็กๆ ของกู้อันซิน
“เธอเหลือเงินแค่ 700 หยวนและยังจะยกเงินให้ประเทศอีก คิดจะให้ฉันอดตายกับเธอหรือไง” หลิงเย่ว์มองเธอเหมือนมองคนโง่
หลิงเย่ว์เคยเห็นผู้หญิงตาลุกวาวเพราะเงินมามาก เมื่อผู้หญิงเ่าั้เห็นกล่องใส่ธนบัตรวางอยู่ในบ้าน ความคิดแรกของพวกเธอคือเอามาเป็ของตนเอง
เขาคิดว่ากู้อันซินก็คงไม่แตกต่างกัน แต่กู้อันซินกลับจะยกเงินให้ประเทศชาติงั้นเหรอ
อีกทั้งยังเห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้ล้อเล่นด้วย!
“พี่สามงั้นเหรอ” กู้อันซินกางมือออก นี่มันชื่ออะไรกัน
“นายบอกชื่อจริงฉันไม่ได้เหรอ นายแซ่อะไร ฉันถือว่าเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตนายนะ ต่อให้จะไม่ตอบแทนบุญคุณอย่างน้อยก็ช่วยทำให้ฉันเข้าใจก็พอ”
หลิงเย่ว์ส่ายหน้า ดวงตาลึกล้ำยากจะเข้าใจ เขาค่อยๆ เปิดปากพูดว่า “ฉันไม่มีครอบครัว”
“จะเป็ไปได้ยังไง นาย...”
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่มีครอบครัว!” หลิงเย่ว์พูดย้ำอีกรอบ
กู้อันซินนิ่งอึ้ง น้าป๋ายแยกจากลูกชายั้แ่เขายังเด็กมาก เขาอาจจะจำน้าป๋ายไม่ได้ หรือไม่ก็อาจมีแม่ใหม่ในภายหลังก็เป็ได้
เขาปฏิเสธเช่นนี้ กู้อันซินก็ถามอะไรไม่ออกอีก
เธอทำได้เพียงหยุดชั่วคราว “แต่ในเมื่อนายมีเงินก็ไปหาห้องที่ใหญ่กว่านี้อยู่เถอะ บ้านของฉันเล็กเกินไป อีกอย่าง...พวกเราจะอยู่ด้วยกันมันไม่สะดวก”
พูดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าเล็กๆ ของเธอก็แดงระเรื่อ
เช้าวันนั้นถูกถังเมิ่งเห็นพวกเขาสวมใส่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย ตอนนี้เธอนึกถึงแล้วก็ยังรู้สึกอับอายอยู่เลย
“ฉัน้าคนดูแล” หลิงเย่ว์ปฏิเสธข้อเสนอที่ให้หาห้องห้องใหญ่ของเธอ
“ฉันไม่ใช่พี่เลี้ยงของนายและฉันก็ไม่อยากเป็พี่เลี้ยงด้วย” กู้อันซินไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเขา
หลิงเย่ว์มองเงิน “ตอนนี้เธอขาดเงินไม่ใช่เหรอ”
เขาทำหน้าเหมือนเธอดูแลฉัน ฉันก็จะจ่ายเป็เงินเดือนให้เธอ
“นาย!” กู้อันซินถูกพูดแทงใจดำ จึงพูดไม่ออก
เหตุผลที่เธอออกไปแต่เช้าและกลับมาดึก เพราะอยากออกไปหางานพาร์ตไทม์อีกงาน
เธอเป็นักวาดมืออาชีพและค่าต้นฉบับจะออก่กลางเดือนถัดไป เธอต้องหาวิธีแก้ปัญหาไม่สามารถจ่ายค่าเช่าห้องในตอนนี้
หลิงเย่ว์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย รู้ว่าเธอกำลังหวั่นไหว เขาจ้องและรอคำตอบจากเธอ
“เอาเถอะ” ในที่สุดกู้อันซินก็พ่ายแพ้ความเป็จริง พี่เลี้ยงก็พี่เลี้ยง อย่างไรซะตอนนี้ก็ใจแข็งไล่เขาไปไม่ลง
“แต่นายต้องบอกฉันว่าเงินมาจากไหน ฉันไม่้าเงินสกปรก”
กู้อันซินยังคงสงสัยที่มาของเงินก้อนนี้ ตอนที่เธอช่วยหลิงเย่ว์ แม้แต่เสื้อผ้าก็ยังขาดรุ่งริ่งแล้วเขาจะมีเงินมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร
“ข้างในมีทั้งหมด 300,000 หยวน” หลิงเย่ว์พูด “เป็เงินก้อนสุดท้ายของฉัน เป็ทรัพย์สินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีอะไรต้องสงสัย”
เงินก้อนสุดท้ายเหรอ
สีหน้าของกู้อันซินอึดอัดเหมือนหายใจไม่ออก นั่นหมายความว่าหลิงเย่ว์มอบเงินทั้งหมดให้เธอเหรอ
กู้อันซินรู้สึกทำตัวไม่ถูกกับความไว้วางใจที่ได้มากะทันหัน
“ฉัน้าโทรศัพท์มือถือกับโน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่ง ซื้อมาให้ฉันก่อนอาหารเย็น” หลิงเย่ว์ใช้เธอเป็พี่เลี้ยงทันที
เมื่อได้ยินคำพูดที่ดูเหมือนออกคำสั่งของเขา ทำให้ความรู้สึกทำตัวไม่ถูกของกู้อันซินหายไป
เธอเบ้ปากมองหลิงเย่ว์ “ค่ะ พี่สาม พี่มีเงิน ซื้ออะไรก็ได้ แต่นี่เป็ค่าเลี้ยงดูก้อนสุดท้ายในชีวิตนาย ถ้าไม่จำเป็ก็อย่าเสียเงินไปแบบเปล่าประโยชน์ นายจะซื้อโทรศัพท์มือถือกับโน้ตบุ๊กไปทำไม”
300,000 หยวนสำหรับผู้ชายที่ขาพิการไม่มีรายได้อย่างเขาไม่ใช่เงินก้อนโต ชีวิตที่เหลือของเขาต้องพึ่งพาเงิน 300,000 หยวนก้อนนี้ กู้อันซินคิดว่ายังจำเป็ต้องเตือนเขาว่าอย่าใช้เงินฟุ่มเฟือย
หลิงเย่ว์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “เล่นเกม”
“อะไรนะ”
กู้อันซินรู้สึกจนปัญญา “ตอนนี้นายไม่มีแรงทำงาน ชีวิตที่เหลือนายก็มีแค่ 300,000 หยวน นายต้องใช้ชีวิตด้วยเงิน 300,000 หยวนไปอีกหลายสิบปีนะ!”
ผู้ชายคนนี้้าใช้เงินจนหมดก่อนแล้วเดินเร่ร่อนไปตามถนนงั้นเหรอ
แต่หลิงเย่ว์กลับส่งสายตาที่ไม่อาจโต้แย้งได้ให้เธอ “ไปจัดการซะ!”
กู้อันซิน “...”
แม้ว่าเธอไม่ใช่พนักงานออฟฟิศ แต่น้ำเสียงของหลิงเย่ว์เหมือนน้ำเสียงที่ประธานใหญ่พูดสั่งเลขาในโทรทัศน์เป๊ะเลย
“ฉัน...” กู้อันซินยังอยากพยายามเกลี้ยกล่อมว่าไม่ให้ใช้จ่ายเงินเพื่อเล่นเกม แต่เมื่อถูกหลิงเย่ว์ชำเลืองมองมา ดวงตาเ็าของเขาแผ่รัศมีความโกรธ!
ทันใดนั้นแผ่นหลังของกู้อันซินก็เย็นเฉียบ เธอหวาดกลัวขึ้นมา
เขาเป็แค่คนง่อยที่ไม่มีความสามารถทำงานคนหนึ่งเท่านั้น แต่รัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับดูทรงอำนาจ
“เอาละ!” กู้อันซินหันหน้า หยิบเงินไปซื้อโน้ตบุ๊กกับโทรศัพท์มือถือให้เขา อย่างไรซะมันก็ไม่ใช่เงินของเธอ ในเมื่อเ้าของใจกว้างไม่สนใจชีวิตในอนาคตตนเอง เธอก็ี้เีจะเป็ห่วงเขาแล้ว
“ซื้อที่ดีที่สุด” หลิงเย่ว์พูดเสริม
กู้อันซินหยุดเดิน ก่อนจะกลอกตามองบน
เงินแค่ 300,000 หยวนไม่ใช่เหรอ ทำตัวซะอย่างกับเป็เศรษฐี
ตอนที่เธอเดินออกจากบ้าน กู้อันซินก็ได้พบเพื่อนบ้านถังเมิ่งพอดี ถังเมิ่งเห็นเธอ ความอยากรู้อยากเห็นเหมือนดั่งเปลวไฟลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง รีบเข้ามาดึงเธอไว้ “พี่อันซิน เขายังอยู่กับพี่ใช่ไหม!”
ขณะที่พูดสายตาและท่าทางของถังเมิ่งก็ดูมีเลศนัย
ราวกับกำลังพูดว่า “พี่อันซินยอมรับเถอะ! เห็นได้ชัดว่าพวกพี่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก!”
เมื่อเผชิญหน้าความอยากรู้อยากเห็นของถังเมิ่ง กู้อันซินก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายเื่นี้อย่างไรดี
ก่อนหน้านี้บอกถังเมิ่งว่าพี่สามจะอยู่บ้านเธอแค่ไม่กี่วัน แต่ตอนนี้มันต่างออกไปแล้ว
ก่อนที่พี่สามจะหาที่พักใหม่ได้ก็ต้องอยู่บ้านเธอตลอด
กู้อันซินไม่รู้ว่าจะอธิบายความบริสุทธิ์ของตัวเองอย่างไรดี
ถังเมิ่งเห็นเธอไม่พูดอะไรก็หัวเราะคิกคัก “พี่อันซิน เขาดีกับพี่ขนาดนั้น พี่ไม่ลองคบกับเขาดูล่ะ”
“ดีกับฉันงั้นเหรอ” กู้อันซินทำหน้าสงสัย เขาหน้าบึ้งทั้งวันแถมยังสั่งให้เธอทำนั่นทำนี่ ดีกับเธอตรงไหนกัน
“เสี่ยวเมิ่ง เธอพูดเพ้อเจ้อหรือไง”
“เอ๊ะ เขาเอาไส้กรอกจากบ้านฉันไป ไม่ใช่เอาไปทำกับข้าวให้พี่เหรอ” เสี่ยวเมิ่งเกาศีรษะ
กู้อันซินเข้าใจทันที ที่แท้ไส้กรอกก็มีที่มาแบบนี้นี่เอง...
แต่เธอยังอยากปฏิเสธคำพูดของถังเมิ่ง “เสี่ยวเมิ่ง อย่าพูดเหลวไหล เขาเป็คนพิการที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้า ระหว่างฉันกับเขาไม่มีความสัมพันธ์อะไรกันหรอก”
เสี่ยวเมิ่งได้ยินกู้อันซินพูดแบบนี้ถึงพยักหน้าจริงจัง “พี่อันซิน พี่ระวังตัวหน่อยก็ไม่ใช่เื่ผิด ความจริงแล้วฉันรู้สึกคุ้นหน้าผู้ชายในบ้านพี่เหมือนเคยเห็นที่ไหน แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก”
“แต่ถึงยังไง พี่ต้องระวังคนที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าแบบนี้นะ หากพูดในแง่ร้าย ฉันกลัวว่าเขาจะเป็พวกนักต้มตุ๋นที่เคยขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์เอา!”