“ เดี๋ยวสิเหมยเม่ย ข้ายังไม่พร้อมที่จะไปเจอท่านพ่อตอนนี้ได้ยินที่ข้าบอกไหม ?!!!~ ”
ไม่ทันไรซินหยานกับเฟยฉีก็เดินมาหยุดที่หน้าห้องโถงเสียแล้วซินหยานบอกให้เฟยฉีหลบที่ข้างหลัง พวกเขาแอบฟังตงหยางกับเยี่ยนฟางคุยกัน
“ท่านพ่อต้องช่วยข้านะ ข้าไม่สนอะไรทั้งนั้น ข้าอยากจะเป็ชายาขององค์ชาย ”
“ ฟางเอ่อร์เื่นี้ใช่ว่าพ่อจะช่วยลูกได้ ไม่โกรธพ่อสิฟางเอ่อร์ ”
ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองเฟยฉีที่แอบฟังอยู่ข้างนอกก็โกรธมาก
“ แล้วข้าไม่ใช่ลูกสาวท่านหรอกเหรอ ? ”
“เราเข้าไปพบท่านพ่อกันเถอะ ” ไม่รอให้เฟยฉีได้พูดอะไร ซินหยานก็จับแขนเฟยฉีลากเข้าไปที่ห้องโถง
“คาระวะท่านพ่อ คาระวะท่านพี่ ” ซินหยานมองมาที่เฟยฉี นางได้แต่ทำหน้างงๆ
“ คาระวะ.... ”
“ เฟยฉี !!! เ้ายังมีหน้ามาพบข้าหรือ ?!! เ้ากล้าดียังไงหนีงานแต่งตามชายอื่นไปเช่นนี้ !!! ข้าจะลงโทษเ้าอย่างไรดี?!!! ”
ตงหยางโกรธเฟยฉีมากเยี่ยนฟางยืนอยู่ข้างๆก็รีบเดินเข้าไปนวดไหล่ให้ตงหยางให้ท่านคลายโทสะลงรอยยิ้มบนใบหน้านั่นดูถูกเฟยฉีอย่างเห็นได้ชัดเฟยฉีแทบยากจะเข้าไปตบสั่งสอนเสียจริง
“ ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด !!! ข้าไม่ควรถูกลงโทษ !!!” ซินหยานได้ยินที่เฟยฉีกล่าวก็ใเล็กน้อยหันขวับไปมองหน้านางอย่างอึ้งๆ หนีตามชายอื่นไปไม่ผิดได้อย่างไรกัน
“ สามหาว !!! คุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าข้าเดี๋ยวนี้ !!! ”
“ เพราะเหตุใดกัน ?!!! ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดไยข้าต้องเชื่อฟังท่าน!!! ท่านไม่ใช่พ่อแท้ๆข้าเสียหน่อย !!! ”
นี่สินะ จางเฟยฉี สตรียุคใหม่ปกตินางไม่ได้มีนิสัยก้าวร้าวเช่นนี้ อย่าให้นางได้โกรธเชียวนางด่าไม่ไว้หน้าผู้ใด เฟยฉีลืมไปเลยว่าตัวเองอยู่ในร่างของคุณหนูเฟยฉีซินหยานใไม่น้อยรีบสะกิดเรียกสติเฟยฉี แต่ครานั้นตงหยางโกรธแทบเสียติไปแล้ว
“ คนอยู่ไหน ?!! ลากนางออกไปเฆี่ยนจนกว่านางจะยอมรับผิด !!!”
สิ้นเสียงบ่าวรับใช้วิ่งมาจากที่ไหนไม่รู้ลากเฟยฉีออกไปเฟยฉีพยายามดิ้นแต่ก็ไร้ประโยนช์ ซินหยานเห็นท่าไม่ค่อยดีก็รีบวิ่งไปขอร้องให้ท่านพ่อปล่อยเฟยฉีไป
“ ท่านพ่อ !!! ท่านพี่พึ่งกลับมาที่จวนสมองได้รับความกระทบกระเทือนหนัก ท่านพ่อโปรดให้อภัยท่านพี่ด้วย ”
“ ซินหยานเ้ากลับไปที่จวนของเ้าซะ !!! อย่ามายุ่งเื่ของข้า !!! ”
“ ท่านพ่อ .... ” ทางด้านนอก บุรุษสองคนกดเฟยฉีนอนราบที่พื้นอีกสองคนหยิบเอาไม้ยาวออกมา ยกขึ้นกำลังจะตีนาง ทันใดนั้นก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้น
“ หยุดเดี๋ยวนี้ !!! ” เสียงเข้มตวาดมาแต่ไกล เสียงนี้คุ้นหูยิ่งนัก เหมือนเฟยฉีจะเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อนน้ำเสียงทรงพลัง เ็าใครที่ได้ยินต่างก็ต้องเสียวสันหลังรอยยิ้มร้ายบนใบหน้าเยี่ยนฟางถึงกับหายไป
“พวกเ้าช่างบังอาจนักที่กล้าแตะต้องชายาของข้า !!! ” เสียงทรงอำนาจตวาดขึ้นทำให้บรรยากาศอึดอัดยิ่งนัก สีหน้าทุกคนต่างก็ถอดสีร่างกายสั่นกลัว
คงจะมีเพียงเฟยฉีที่ยังงงๆอยู่ไม่รู้ว่ากำลังเกิดเื่อะไรขึ้นเฟยฉีรีบลุกขึ้นจัดอาภรณ์ให้เข้าที่ หันหน้าไปเฟยฉีถึงกับนิ่งไปหลายวิบุรุษที่ดูสง่างามกำลังเดินตรงมาคือลี่หยางสามีของนางั์ตาคมกริบจ้องมองหน้าตงหยางอย่างเอาเื่
“ เขาอีกแล้วเหรอ ? ” เฟยฉีตะลึงไปชั่วขณะ สมองเบลอไปหมดบุรุษที่อยู่ตรงหน้านางไม่ใช่คนที่ช่วยชีวิตนางไว้หรอกเหรอทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้
คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของนาง ลี่หยางกำลังเดินตรงมาที่เฟยฉีตามสัญชาตญาณเฟยฉีใถอยหลังไปหลายก้าว แต่ก็ไม่พ้นมือแกร่งเขาได้อยู่ดีเฟยฉีได้แต่ยืนเงียบๆอยู่ข้างๆลี่หยาง สายตาคมที่มองมาช่างน่ากลัวยิ่งนักราวกับว่าถ้านางคิดที่จะตุกติกเท่ากับตาย
“ข้าบอกกับท่านแล้วไม่ใช่หรือ ?!! ชายาของข้า !!! ข้าจะเป็คนสั่งสอนนางเอก ท่านไม่ฟังที่ข้าบอกงั้นหรือ?!!! ”
แค่คำพูดที่แสนจะธรรมดาทำไมถึงได้น่ากลัวเช่นนี้บุรุษผู้นี่ช่างเป็คนที่น่ากลัวเสียจริง
“ องค์ชายใจเย็นเพคะ องค์ตั้งใจมาหาหม่อมฉันใช่หรือไม่เพคะ ? ”
เยี่ยนฟางยืนเงียบอยู่นาน สุดท้ายก็ยอมปริปากพูดนางเดินเข้าไปประจบประแจงลี่หยางหวังให้เขาคลายโทสะลงเล่ห์มารยาของเยี่ยนฟางอาจจะใช้กับบุรุษท่านอื่นได้แต่ใช้ไม่ได้สำหรับลี่หยางสายตาคมดั่งมีดเหลือบมองไปที่เยี่ยนฟางราวกับจะเฉือนเนื้อนางให้ได้
แขนแกร่งออกแรงกอดเอวบางเฟยฉีแน่น เฟยฉีถึงกับหน้านิ่วด้วยความเ็ปแต่นางก็ไม่กล้าแม้แต่จะปริปากร้องออกมา เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะ ? นางอยู่ของนางดีๆทำไมเขาจะต้องทำนางเจ็บเช่นนี้ด้วยเฟยฉีแอบมองเขา ทว่าตอนนั้นลี่หยางหันมาสบตาเข้ากับเฟยฉีพอดี
เฟยฉีได้แต่ะโอยู่ในใจ ทำไมถึงได้โชคร้ายเช่นนี้ แล้วเหตุการณ์ต่อจากนี้จะเป็ยังไง ? ต้องฆ่าแกงกันเหมือนในนิยายไหมนะ ? เฟยฉีสะกิดลี่หยางเบาๆ แล้วส่งสายตาอ้อนวอนขอร้องไม่ให้เขาทำอะไรนางนางกลัวแล้ว
“ ข้ามารับชายาของข้ากลับไปที่ตำหนักอีกเื่นึง ชายาแสนน่ารักของข้าไม่ชอบให้ข้าสนิทสนมกับสตรีอื่นข้าพูดถูกใช่หรือไม่ ? ”
น้ำเสียงที่เปร่งออกมาทั้งอ่อนโยนทั้งน่ากลัวแค่คำพูดจากปากของเขาทำให้เฟยฉีกลัวฉี่แทบราด เฟยฉีปั้นหน้ายิ้มเอ่ยวาจาอย่างอ่อนน้อม พยักหน้าเบาๆ
“ ใช่ๆ หม่อมฉันไม่ชอบให้สามีของหม่อมฉันสนิทกับหญิงอื่นแฮ่ๆ ” ฝีมือการแสดงขอให้บอกเฟยฉีเรียนแบบทีท่าเยี่ยนฟางซินหยานที่ยืนอยู่ข้างๆเห็นเช่นนั้นก็ไม่อาจกลั้นขำได้
“ องค์ชาย กระหม่อมมิกล้าเฟยฉีไม่รู้ความยั่วโมโหกระหม่อม กระหม่อมผิดไปแล้ว องค์ชายโปรดให้อภัย ”
ตงหยางรีบคุกเข่าลงตรงหน้าอย่างสำนึกผิด น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยเฟยฉีเห็นเช่นนั้นรู้สึกสะใจยิ่งนัก เมื่อครู่ยืนกรานที่จะทำโทษนางให้จงได้ ทว่าตอนนี้กลับโยนความผิดให้นางน่าจับลงโทษเสียจริงๆ
“ จริงหรือ ? ฉิงเอ๋อร์ ” เฟยฉีถึงกับนิ่งไป อะไรคือฉิงเอ๋อร์ สมองเขามีปัญหาหรือยังไง
นานแค่ไหนแล้วที่เฟยฉีไม่ได้ยินคนอื่นเรียกชื่อนี้ของตน เฟยฉีคิดถึงพ่อกับแม่อีกแล้วพลันแววตาของเฟยฉีเปลี่ยนเป็เศร้าในทันที คิ้วหนาเสี้ยวพระจันท์ขมวดแน่น
“เ้ากำลังคิดอะไรอยู่ ? ” เสียงเข้มเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงนี่เป็ครั้งแรกที่ลี่หยางรู้สึกห่วงคนอื่น นอกจากสตรีผู้นั้น ....
“ ไม่มีอะไรเพคะเรากลับกันเถอะ ” เสียงทุ้มของลี่หยางเรียกสติให้นางตื่นจากภวังค์ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเฟยฉีถึงได้รู้สึกเศร้าเช่นนี้ เฟยฉีอยากจะรีบๆออกไปจากที่นี่เสีย
“ ได้ ” เอ่ยจบลี่หยางก็จับมือนางเดินออกจากจวนสกุลจางไปขึ้นรถม้าที่รออยู่หน้าจวน
เยี่ยนฟางยังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะแย่งลี่หยางมาเป็ของนางให้ได้ที่เยี่ยนฟางต้องให้เฟยฉีแต่งงานแทนนางก็เพราะนางคิดว่าองค์ชายมีรูปลักษณ์เหมือนตาแก่อ้วนหัวล้าน โรคจิต ที่ผ่านมาเยี่ยนฟางได้ยินเพียงคำเล่าลือว่าองค์ชายเ็า โเี้จากปากชาวบ้านเท่านั้น ไม่คิดว่ารูปลักษณ์ภายนอกองค์ชายจะมีรูปโสมหล่อเหลาถึงเพียงนี้
ลี่หยางรับรู้ได้ถึงความผิดแปลกภายในใจของสตรีที่อยู่ตรงหน้า แต่เขาก็ไม่ถามนางออกไปเดินพานางขึ้นรถม้ามุ่งหน้าไปที่ตำหนัก อารมณ์เฟยฉีเปลี่ยนไปตามสถานการณ์นางพึ่งเข้าใจได้ว่าที่นางทะลุมิติมาที่นี่ไม่ได้มาเพียงแค่เปลี่ยนโชคชะตาแต่นางมาทนใช้กรรมของคุณหนูเฟยฉี ยิ่งคิดก็ยิ่งท้อเฟยฉีเอนศรีษะไปที่หน้าต่างรถม้า ลี่หยางสังเกตุทีท่าของนางอย่างไม่ละสายตา
“ มีเื่อันใดหรือ? ” ลี่หยางเอ่ยถามอย่างสงสัยสายตาคมทอดมองไปข้างหน้า
มองดูดีๆเขาช่างเป็บุรุษรูปงามเสียจริง จมูกโด่งเป็สันผิวพรรณขาวพ่องทำให้เฟยฉีถึงกับอิจฉา ริมฝีปากอมชมพูโดยไม่ต้องพึ่งลิปสติกถ้าเขาเป็สตรีคงเป็สตรีที่งดงามอันดับหนึ่งในเมืองนี้เป็แน่ มัวแต่จ้องใบหน้าอันหล่อเหลาของลี่หยางเฟยฉีถึงกับลืมคำถามที่เขาถามก่อนหน้านี้
“เ้าเอาแต่จ้องข้าเช่นนี้อย่าลืมจ่ายค่าเสียหายให้ข้าด้วย ” ลี่หยางขยับหน้าเข้าไปใกล้ เฟยฉีถึงกับหน้าแดงลามไปถึงหู
“มะ...ไม่...หม่อมฉันแค่....” ยังกล่าวไม่ทันจบ ลี่หยางก็ขยับหน้าเข้าใกล้กว่าเดิมอีกนิดเดียวปากหนาก็จะแตะที่ปากนางแล้ว
“ เ้าห้ามคิดที่จะหนีข้าอีกครานี้เ้าหนีข้าไป ข้าจะไม่เกรงใจเ้าละนะ ”
เฟยฉีถึงกับตัวแข็งทื่อ ร่างบางแน่นิ่งไปมองหน้าลี่หยางไม่กระพริบตาครู่นั้นเฟยฉีถึงนึกได้ว่าเื่ที่ซินหยานบอกกับนางก่อนหน้านี้คือเื่จริงคุณหนูจางเฟยฉีหนีตามชายอื่นไปจริงๆ เฟยฉีขบปากล่างแน่นไม่รู้ว่าชะตาชีวิตนางต่อจากนี้จะเป็อย่างไร ทว่าครู่นั้นเฟยฉีคิดแผนบางอย่างได้อยากมีชีวิตรอดต้องเป็เด็กดี ทำตามที่เขาสั่งเป็พอ
“ ที่รัก หม่อมฉันจะไม่ทำเช่นนั้นอีกแล้วเพคะหม่อมฉันสัญญาจากใจจริง องค์ชายอย่าโกรธหม่อมฉันเลยนะ”
ลี่หยางยังคงเ็าเหมือนเช่นเคย ได้ยินที่นางพูดลี่หยางก็ค่อยๆผละออกจากร่างของนางแต่ลึกๆในดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความสงสัยเขาเคยพบเจอนางเพียงครั้งเดียวก่อนจะเข้าพิธิไหว้ฟ้าดินเขากับนางไม่ต่างจากคนแปลกหน้า ไม่พอแค่นั้น นางยังทิ้งเขาหนีตามชายอื่นไป ทว่าบัดนี้ทำไมนางถึงได้ดูเหมือนไม่รู้เื่อะไรเลยเช่นนี้
เฟยฉีถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ลี่หยางไม่คิดจะเอาโทษครานี้เฟยฉีได้ตัดสินใจแล้ว นางสัญญากับตัวเองว่าจะไม่หาเื่ให้ตัวเองต้องเดือดร้อนใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่จวน ทางที่ดีที่สุดคือห้ามมีเื่กับคนอื่นในจวนเด็ดขาด
ที่ตำหนักหลัวอากาศสดชื่นมาก ทันทีที่ก้าวขาเข้าไปข้างในก็ได้กลิ่นของดอกไม้โชยมาแตะจมูก กลิ่นดอกไม้ช่างหอมนักเดินขยับเข้าไปข้างในพบกับสวนดอกไม้ใหญ่ ตรงข้างๆทางเดินประดับด้วยดอกไฮยาซินธ์หลากหลายสีอยู่ไม่ไกลมีโต๊ะโบราณอยู่ ข้างหลังคือต้นไม้ใหญ่สวยสะดุดตาภายในจวนตกแต่งอย่างงดงาม เรียบง่ายด้วยวัตถุโบราณเฟยฉีไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าสิ่งที่เห็นจะงดงามถึงเพียงนี้ เฟยฉีดูตื่นเต้นมากยิ่งอยากรู้ว่าที่พักของตัวเองจะเป็อย่างไร
“ นี่ห้องนอนหม่อมฉันอยู่ไหนเพคะ ? ” เฟยฉีวิ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าลี่หยางแต่กลับถูกเขาเมินเฉย ลี่หยางไม่สนใจเดินผ่านเฟยฉีไปเฟยฉีโกรธมากวิ่งตามหลังร่างสูงโปร่งไปก่อนจะะโไล่หลังลี่หยาง
“ นี่ไม่ได้ยินที่หม่อมฉันพูดเหรอเพคะ ?! ” ลี่หยางหยุดเดินแล้วหันมามองหน้าเฟยฉีด้วยสีหน้าที่เยือกเย็นสายตาที่มองมาไม่ต่างจากปีศาจตนนึง
“เ้าไปนอนที่ครัวนู่น ” เอ่ยจบลี่หยางก็หันหลังเดินหน้าไปที่เรือนของตัวเอง
เฟยฉีเหมือนถูกน้ำร้อนสาดหน้ายืนแน่นิ่งไปหลายวิ ไฟในอกเริ่มปะทุ โกรธให้ตายยังไงก็ต้องพยายามสงบสติอารณ์ไว้เฟยฉีกรี๊ดร้องก่อนจะเดินไปตามหาเรือนพักของตน
เฟยฉีเดินหาอยู่หนึ่งชั่วยามก็ไม่เจอเสียที ตำหนักนี่ช่างกว้างใหญ่นักนางเดินจนหมดแรงก็ยังเดินไม่ทั่ว เฟยฉีเหนื่อยมากหยุดพักข้างๆต้นไม้ใหญ่ต้นนึง
“เื่บ้าอะไรเนี่ย ตอนนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ” เฟยฉีมองดูรอบๆตัว ทว่าบังเอิญไปเจอเข้ากับประตูใหญ่บานนึง
ประตูบานนั้นดูแตกต่างจากที่อื่น เฟยฉีเลยอยากจะลองเข้าไปในนั้นดูทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เฟยฉีถึงกับประหลาดใจ