รัตติกาลอันไร้ซึ่งความฝัน นิทราอันแสนเงียบงัน
เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงร้องเจื้อยแจ้วของนกกระจอกบนต้นสาลี่ใหญ่ปลุกชีเยวี่ยให้ตื่น
เธอยืดเส้นยืดสาย ก่อนจะเข้าไปในมิติเพื่อล้างหน้าแปรงฟันแล้วจึงออกจากห้อง
ภายในบ้านนั้นเงียบสงบ เพราะยังไม่มีใครตื่นนอนเลย
ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาทำงาน หลายคนในบ้านยังคงหลับใหล
ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง การนอนหลับเป็วิธีที่ดีที่สุดในการเติมเสริมพลังงาน
ชีเยวี่ยเดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ่ต้นเดือนเก้าอากาศยามเช้าเย็นสบาย ลมพัดเบาๆ ผ่านผมที่ปรกข้างๆ หูทำให้รู้สึกสดชื่น
ชีเยวี่ยพบสมุนไพรบางชนิด เธอจึงเก็บติดมือมาด้วย
ขณะที่เธอกำลังขุดสมุนไพรอยู่นั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างในพุ่มหญ้าเข้า
เธอมองเข้าไปอย่างระแวดระวัง แต่กลับไม่เห็นอะไรในนั้น
คิดไปเองหรือเปล่านะ?
ชีเยวี่ยเคยเป็ิญญาเร่ร่อนมานานหลายปีจึงมีจิตใจที่กล้าหาญเธอตัดสินใจเดินเข้าไปดู
หญิงสาวเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพบกับร่างไร้ิญญาร่างหนึ่ง…
หานชีเยวี่ยใะโถอยหลังกลับ หล่อนะโร้องเสียงหลงสมุนไพรในมือต่างหล่นกระจัดกระจาย
แต่เมื่อถอยมาอยู่ในระยะปลอดภัยแล้ว เธอก็ตัดสินใจมองกลับไปที่ร่างนั้นอีกครั้ง
ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนพื้นนั้น สีหน้าหน้าซีดเผือดไร้ซึ่งสีเืหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงเบาๆ
เขายังมีชีวิตอยู่!
บนใบหน้าของชายหนุ่มมีร่องรอยของความตายปรากฏให้เห็นหากไม่มีใครมาช่วย เขาคงต้องตายแน่ๆ!
บรรพบุรุษของบ้านสกุลหานเป็หมอ แต่ปู่ของชีเยวี่ยด่วนจากเร็วเกินไปจึงไม่มีใครสืบทอดวิชาแพทย์แผนจีน
ชีเยวี่ยชอบอ่านหนังสือ ั้แ่อ่านออกเขียนได้ก็เริ่มอ่านตำราแพทย์จึงมีความรู้ด้านแพทย์แผนจีน
เธอย่อตัวลง กลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจชั่วขณะ
หล่อนระงับความรู้สึกไม่ดีภายในจิตใจ นิ้วมือเรียวเล็กทว่าหยาบกร้านจับไล่เส้นชีพจรของชายหนุ่ม
ชายหนุ่มคนนี้หมดสติเนื่องจากเสียเืมาก หากได้รับการรักษาทันเวลาก็มีโอกาสรอด
หานชีเยวี่ยสำรวจบริเวณโดยรอบ แล้วจึงวิ่งออกไปทางหนึ่ง
ชีเยวี่ยพบหญ้าห้ามเืหลายต้นใต้พุ่มไม้เหมือนอย่างที่คิดเอาไว้และที่น่ายินดียิ่งกว่านั้นคือข้างๆ หญ้าห้ามเืยังมีไข่นกกระทาอีกสองฟอง
ชีเยวี่ยเก็บหญ้าห้ามเืขึ้นมา หยิบไข่นกกระทามาไว้ในมือแล้วกลับไปหาร่างของชายหนุ่มทันที
ระหว่างทางเธอก็เก็บก้อนหินสองก้อนมาด้วย นำมาทำความสะอาดลวกๆแล้วใช้ทุบหญ้าห้ามเืจนแหลก
หลังจากเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ชีเยวี่ยจ้องมองชายหนุ่มด้วยความลังเล
าแอยู่ที่เอว การทายาต้องถอดเข็มขัดและถลกเสื้อผ้าออก
แต่เธอเป็หญิงสาวที่บรรลุนิติภาวะเเล้วนะ……
หลังจากเตรียมใจพร้อมแล้ว หานชีเยวี่ยที่หน้าแดงก่ำจึงค่อยๆถลกเสื้อผ้าของชายหนุ่มขึ้นและถอดเข็มขัดของเขาออก
าแไม่ใหญ่แต่กลับเป็รอยลึกมาก เืไหลออกมาไม่หยุดคาดว่าแผลน่าจะโดนเส้นเื
ชีเยวี่ยรีบนำสมุนไพรที่บดละเอียดผสมกับน้ำมาพอกบนาแของชายหนุ่ม
หญ้าห้ามเืมีสรรพคุณห้ามเืได้ดี แต่เมื่อยาัักับาแจะทำให้รู้สึกเจ็บแสบมาก
คนในท้องที่กล่าวไว้ว่า คนเป็เจ็บเจียนตาย คนตายเจ็บจนฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง[1]
ถึงแม้จะหมดสติอยู่ แต่เมื่อชีเยวี่ยทายาลงบนปากแผลร่างของชายหนุ่มก็กระตุกเล็กน้อย
เมื่อชีเยวี่ยทำการรักษาต่อ ชายหนุ่มก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะความเ็ป
เขาร้องออกมาเบาๆ แล้วลืมตาขึ้นอย่างยากเย็น
เมื่อเห็นท่าทางระแวดระวังของชายหนุ่มที่เพิ่งลืมตาขึ้นมานั้นชีเยวี่ยก็รีบเปิดปากอธิบาย
“คุณาเ็ ฉันกำลังห้ามเืให้คุณค่ะ”
ชายหนุ่มจ้องมองก้อนหินในมือชีเยวี่ย สงสัยว่าเขาคงเจอกับโจรบนเขา
แววตาระแวดระวังคู่นั้นของเขายิ่งชัดเจนขึ้น
“ฉันเห็นคุณหมดสติอยู่ที่นี่ตอนลงเขา ก็เลยทายาให้”
ชายหนุ่มเพิ่งรู้สึกถึงาแที่ได้รับการทายาไว้แล้วสิ่งที่เธอพูดเป็เื่จริง
ยานี่มันแสบจริงๆ!
เพราะความเ็ป เส้นเืบนใบหน้าของเขาจึงปูดโปนราวกับจะะเิใบหน้าบิดเบี้ยวไปหมด
“คุณใช้ยาอะไรกับผม?”
ชายหนุ่มเอ่ยปาก เสียงแหบแห้งไม่น่าฟัง
“หญ้าห้ามเื มันห้ามเืได้ดี แต่ว่า… มันจะแสบนิดหน่อย!”ชีเยวี่ยอธิบายอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา วิธีรักษาแบบนี้ช่างทรมานคนป่วยจริงๆ!
แต่เธอช่วยชีวิตเขาไว้ ถือว่าเป็ผู้มีพระคุณ
“ขอบคุณสหายที่ช่วยชีวิต…” ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
เมื่อพูดอีกครั้ง เสียงของเขายังคงแหบแห้งเล็กน้อยแต่น่าฟังขึ้นมากไม่ลากต่ำเหมือนไม้พายขูดหม้ออีกต่อไป
ชีเยวี่ยรีบพูดว่า “คุณฟื้นขึ้นมาก็ดีแล้ว การช่วยชีวิตคนหนึ่งย่อมดีกว่าการสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น [2]…”
พูดไปได้ครึ่งหนึ่ง ชีเยวี่ยก็นึกขึ้นได้ว่ายุคนี้ไม่ควรพูดแบบนี้เธอจึงรีบหุบปาก แสร้งทำเป็ว่าไม่ได้พูดอะไร
“ถึงแม้จะไม่ต้องเอ่ยคำขอบคุณสำหรับบุญคุณอันยิ่งใหญ่แต่วันหน้า แซ่ลู่ผู้นี้จะตอบแทนบุญคุณอย่างแน่นอน!” ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปาก
รอยยิ้มจางๆ กลับทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้ายิ่งดูดีขึ้นมากถึงแม้หน้าจะซีดเซียวแต่ก็ยังดูมีเสน่ห์ดึงดูดไม่น้อย
ชีเยวี่ยเลียริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว
กับผู้มีพระคุณที่หน้าตาหล่อเหลาหญิงสาวอยากจะบอกว่าฉันขอมอบกายถวายตัวเป็การตอบแทน
แต่กับผู้มีพระคุณที่หน้าไม่หล่ออยากจะบอกว่า ฉันขอเกิดชาติหน้าเป็วัวเป็ม้าเพื่อตอบแทนก็แล้วกัน
สำหรับชายหนุ่มผู้นี้ คู่ควรที่จะตอบแทนด้วยการมอบกายถวายตัว…
เดี๋ยวก่อน เขาไม่ใช่ผู้มีพระคุณของเธอ เธอต่างที่เป็ผู้มีพระคุณของเขาคิดผิดแล้ว!
หานชีเยวี่ยรีบแก้ตัว “สหาย ต้องพันแผลให้คุณด้วยป้องกันไม่ให้าแฉีกขาดอีก”
ชายหนุ่มไม่รู้ว่าชีเยวี่ยคิดอะไรมากมายในใจ เพียงพยักหน้ารับ
แต่ชีเยวี่ยกำลังลำบากใจ ที่นี่ไม่มีผ้าพันแผล…
“ฉีกจากเสื้อผมก็ได้” ชายหนุ่มเห็นชีเยวี่ยกำลังลำบากใจจึงเอ่ยปาก
จากนั้นเขามองหญิงสาวร่างบอบบางตรงหน้าก่อนเอ่ยถาม“คุณมีแรงเหลือไหม?”
หากเป็เวลาปกติเขาสามารถฉีกเองได้ แต่ตอนนี้เขาเนื้อตัวเขาอ่อนแรงไม่มีแรงเลย
ชีเยวี่ยออกแรงดึง ผ้าก็ขาดออกจากกัน
ตอนพันแผลต้องเข้าใกล้ชายหนุ่ม ชีเยวี่ยได้กลิ่นหอมไม้จันทร์จางๆจากตัวชายหนุ่ม ทำให้ทั้งหน้าทั้งหูของเธอแดงก่ำ
ด้วยความประหม่า เธอจึงออกแรงพันแผลแน่นไปหน่อย
โชคดีที่ชายหนุ่มคนนี้ทนได้ แต่ก็ยังหน้าเบี้ยวด้วยความเ็ป
สายตาล้ำลึกของเขาจ้องมองไปที่บนกระหม่อมของหญิงสาวพลางคิดในใจว่าหญิงสาวคนนี้เป็หมอก็คงเป็หมอที่ชอบทรมานคนป่วยแน่ๆ
หลังจากชีเยวี่ยพันแผลเสร็จ เมื่อเห็นเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนหน้าผากของชายหนุ่มเธอถึงรู้ว่าตัวเองออกแรงมากเกินไป
แต่ช่างเถอะ อย่าใส่ใจเื่ยิบย่อยมากเกินไปเลยรอดตายมาก็ดีแล้ว!
“เรียบร้อยแล้ว ถ้าคุณขยับตัวได้ก็รีบไปจากที่นี่เถอะฉันไปก่อนนะคะ”
เธอหยิบไข่นกกระทาสองฟองที่วางไว้ข้างๆ ใส่ในมือชายหนุ่ม
“ไข่นี้ให้คุณ”
ขณะที่วางไข่ไว้บนมือชายหนุ่ม มือของทั้งสองคนก็ัักัน
มือของชีเยวี่ยนั้นเย็นเฉียบ ในขณะที่มือของชายหนุ่มนั้นอบอุ่นการัักันเพียงครู่เดียวทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกไฟช็อต เธอจึงรีบลุกขึ้นยืน แล้วรีบจากไป
ใบหน้าของชายหนุ่มก็แดงก่ำอย่างประหลาด
หญิงสาวที่บอบบางอ่อนช้อยเช่นนี้ทำไมถึงพูดจาหยาบคายแบบนั้นได้?
ชายหนุ่มมองไข่นกกระทาสองฟองในมือด้วยสีหน้ายากจะบรรยายเมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าชีเยวี่ยเดินไปไกลแล้ว
“สหาย ผมชื่อลู่จิ่งิ คุณช่วยบอกชื่อให้ผมรู้ได้ไหม?”
การที่เราได้รับความช่วยเหลือ ก็ต้องรู้ให้ได้ว่าผู้มีพระคุณคือใคร!
“ไม่ต้องหรอก!” ชีเยวี่ยรีบเดินไปข้างหน้าหลายก้าวแล้วตอบ“สหาย คุณาเ็อาจจะทำให้เกิดไข้สูง จำไว้ว่าต้องไปซื้อยานะคะ…”
บนเขาก็น่าจะมีสมุนไพรแก้ไข้ แต่เธอรอไม่ได้แล้ว
ลู่จิ่งิมองแผ่นหลังของชีเยวี่ยที่ค่อยๆ หายลับไป…
ผู้หญิงคนนี้ช่วยเหลือคนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนจริงๆหรือ?
มีคนแบบนี้อยู่บนโลกด้วยเหรอ?
“สหาย!” ชายหนุ่มะโ “คุณไม่อยากได้เงินหรืออะไรจากผมเหรอ?”
ชีเยวี่ยหันกลับมาพูดว่า “ฉันอยากได้นะ แต่คุณมีให้ฉันไหมละคะ?”
ลู่จิ่งิ: …
ตอนนี้เงินในตัวเขาเหลือน้อยจริงๆ ไม่เพียงพอที่จะแสดงความขอบคุณ
ชีเยวี่ยหันหลังเดินไปโดยไม่หันกลับจนลับสายตาของลู่จิ่งิ
ลู่จิ่งิพยายามลุกขึ้นยืน ขมวดคิ้วมองพื้นดินที่ย้อมไปด้วยเืจนกลายเป็สีแดงเข้ม
ต้องทำความสะอาด เดี๋ยวมีคนมาเห็นแล้วจะเกิดเื่
เขามองไข่นกกระทาในมือแล้วทุบกินดิบๆ
ไข่นกกระทาดิบมีกลิ่นคาว แต่ก็ช่วยเพิ่มพลังได้มากทีเดียว
[1] 活人疼死、死人疼活 คนเป็เจ็บเจียนตาย คนตายเจ็บจนฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้งใช้เปรียบเปรยถึงความเ็ปอย่างรุนแรงหรือสถานการณ์ที่ทรมานจนเหมือนตายแล้วเกิดใหม่(เ็ปมาก)
[2] 救人一命胜造七级浮屠 การช่วยชีวิตคนหนึ่ง ย่อมดีกว่าการสร้างเจดีย์เจ็ดชั้นสำนวนนี้มีรากฐานมาจากความเชื่อทางพุทธศาสนาในจีน ซึ่งสื่อถึงการกระทำความดีที่ยิ่งใหญ่และมีผลบุญมหาศาลโดยเปรียบการช่วยชีวิตคนหนึ่งชีวิตว่ามีคุณค่ามากกว่าการสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น (สัญลักษณ์ของบุญกุศลอันยิ่งใหญ่)การที่ชีเยวี่ยรักษาลู่จิ่งิที่ใกล้จะตายบนเขานับว่าเป็การสร้างความดีและได้บุญมหาศาล