หลิวชิงหยู่พาแม่มดน้อยหานเซียงยี๋ออกจากโรงแรมและเดินไปทางทิศตะวันออก 100 เมตร จนถึงสี่แยกแล้วเลี้ยวไปทางทิศตะวันตก และแล้วเขาก็มาถึงถนนที่เรียกว่า ถนนฉีกวง ซึ่งเต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านเนื้อย่างเต็มสองข้างทาง และตามสภาพอากาศในเดือนกรกฎาคม ทำให้การดื่มเบียร์สดพร้อมกับเนื้อเสียบไม้เป็สิ่งที่โปรนปรานของผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในถนน ฉีกวงแห่งนี้ เหล่าข้าราชการรุ่นที่สอง คนดัง และคนรวยในเมืองชางชานมักจะมาหาอะไรกินอย่างเพลิดเพลิน
พวกหลิวชิงหยู่เดินไปเจอกับแผงเนื้อย่างยอดนิยม พวกเขาจึงนั่งลงบนโต๊ะริมถนน แล้วสั่งเบียร์มาหนึ่งทาวน์ และขาแกะย่างอีกหลายสิบขา มานั่งดื่มและพูดคุยกัน
แม้แม่มดน้อยจะอายุเพียงสิบเจ็ดปี แต่ความสามารถในการดื่มของเธอยอดเยี่ยมจนน่าใ เธอกับหลิวชิงหยู่พึ่งดื่มเบียร์ไปคนละแก้วแต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย มีแค่ผิวที่แก้มที่เริ่มแดงราวกับลูกแอปเปิลทำให้ผู้คนต่างอดที่จะรู้สึกมันเขี้ยวไม่ได้
ทั้งสองดื่มเบียร์และพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลิน
อย่างไรก็ตามในเวลานั้น ก็มีกลุ่มคน สองกลุ่มเดินออกมาจากโรงแรมหรูไม่ไกล ด้านหน้าเป็ชายหนุ่มอายุประมาณ 20 ปี เขาสวมชุดสูทแต่มีหัวที่โล้นเตียน เขาเดินนำออกมาด้านหลังของเขามีวัยรุ่นนับสิบคน อายุราวๆ 20ปีเช่นกัน ส่วนใหญ่ในกลุ่มนั้นย้อมผมสีเหลือง หรือสีแดง พวกเขาเดินตามออกมาแล้วะโออกไปว่า "ถังจื่อหย่ง เ้าหลานชาย หากแน่จริงก็หยุดสิ."
ชายหัวโล้นหันกลับมาแล้วะโด่าขึ้นว่า "แม่แกเถอะ ต่งเทียนปา แกโกหกฉัน แกพาคนมามากขนาดนี้ฉันไม่หนีสิแปลก แน่จริงมาเจอกันตัวต่อตัวไหมล่ะ"
ในกลุ่มวัยรุ่น ชายผมสีเหลือง ร่างสูงอ้วนลงพุงก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า " จะบ้าหรือไง ฉันได้เปรียบแล้ว จะไปสู้กับแกตัวต่อตัวทำไม ฉันไม่สนใจหรอก เวลานี้ฉันจะจัดมื้อใหญ่ให้แก"
"เห้ย ฉันเป็แชมป์วิ่งมาราธอนประจำโรงเรียนนะ พวกแกจับฉันไม่ได้หรอก"ชายหัวโล้นพูดจบก็วิ่งทิ้งระยะห่างออกไปทันที
อย่างไรก็ตามชีวิตก็ไม่ได้ราบรื่นนัก เมื่อเขาวิ่งเข้ามาใกล้พวกหลิวชิงหยู่ เขาไม่ทันได้เห็นเปลือกแตงโมใต้เท้าจึงเหยียบมันแล้วลื่นหัวทิ่มคะมำ
ในเวลาเดียวกันคนด้านหลังก็รีบวิ่งเข้ามาล้อมชายหัวโล้นแล้วเริ่มทุบตีเขา
ชายหัวโล้นนั้นฉลาดมาก เขารู้ว่าเขาสู้อีกฝ่ายไม่ได้เขาจึงก้มตัวลงเอามือปิดส่วนหัว ใช่ร่างกายรับมือรับเท้าของกลุ่มคนที่ทุบตีเขา
ในเวลาเดียวกัน ชายอ้วนนาม ต่งเทียนปา ก็เดินเข้ามาแล้วเตะไปที่ชายหัวโล้นแล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า"ถังจื่อหย่ง ปากดีนัก ตอนนี้แกหนีไม่พ้นแล้ว ดังนั้นเพื่อนที่แสนดีคนนี้จะไม่ทำให้แกอับอาย คุกเข่าโขกพื้นสามครั้งเรียกฉันว่าปู่ซะ แล้วฉันจะปล่อยแกไป เป็ยังไงล่ะ? "
ในเวลานี้ แม้จะถูกล้อมแต่ชายหัวโล้นก็ไม่ยอมแพ้ เขาพูดตอบกลับไปว่า “แม่แกเถอะ ต่งเทียนปา แกคิดว่าฉันจะยอมคุกเข่าให้หรือ สหาย ฉันยอมคุกเข่าให้ฟ้า คุกเข่าให้ดิน ให้บุคคลในตระกูล แต่ฉันไม่ยอมคุกเข่าให้ไอ้ลูกเต่าขี้ขลาดแบบแกเด็ดขาด ไม่มีทาง”
ต่งเทียนปา ได้ยินเช่นนั้น ก็สะบัดแขนแล้วพูดขึ้นมา "กระทืบมันซะ จนกว่ามันจะร้องขอความเมตตาออกมา”
ด้วยคำสั่งของต่งเทียนปา เหล่าวัยรุ่นก็เริ่มทุบตีชายหัวโล้นอีกครั้ง แต่ชายหัวโล้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมขอโทษเลย
เื่ที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นต่อหน้าพวกหลิวชิงหยู่ หลังจากดูได้สักพัก หลิวชิงหยู่ก็ขมวดคิ้ว ในเวลาเดียวกัน แม่มดน้อยก็ทนไม่ไหวแล้ว เธอหยิบกระบองซ่อนไว้ที่หลังแล้วเดินไปหากลุ่มคนกลุ่มนั้นแล้วพูดขึ้นว่า "เห้ มันน่าภูมิใจนักหรอใช้คนมากรังแกคนคนเดียว."
ในเวลานั้น ต่งเทียนปาหันหัวไปตามเสียงของหานเซียงยี๋ เมื่อเห็นใบหน้าที่งดงามของเธอ เขาก็ตกตะลึงไปแล้วพูดพึมพำว่า "สาวน้อยคนนี้สวยมาก สเปคฉันเลย” เขาพูดจบก็เดินปลีกตัวออกจากกลุ่มเพื่อนแล้วตรงไปหา หานเซียงยี๋ จากนั้นยื่นมือออกไปจะััใบหน้าหานเซียงยี๋แล้วพูดว่า "น้องสาว คืนนี้ไปเล่นกับพี่ชายไหม พี่ยินดีให้ 2000 หยวนเลยนะ” หานเซียงยี๋ เคลื่อนตัวหลบมือต่งเทียนปา แล้วควักกระบองฟาดเข้าไปที่มืออ้วนฉุของต่งเทียนปา
ต่งเทียนปามีหรือจะคิดว่า สาวน้อยคนนี้จะแอบซ่อนกระบองเอาไว้ และเขาก็ไม่คิดว่าสาวน้อยคนนี้จะรุนแรงขนาดนี้ เขาจึงไม่ได้ตั้งตัวแล้วถูกฟาดลงไป เขากรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปแล้วลงไปนั่งอยู่กับพื้นที่ข้อมือของเขามีเืไหลออกเพราะถูกหานเซียงยี๋ตี
แต่ต่งเทียนปาก็เป็คนที่ไม่ยอมคน เขากุมข้อมือของเขาแล้วมองไปยังหานเซียงยี๋ด้วยความโกรธแล้วะโออกไปว่า "ฉันไม่คิดเลยว่านังนี่ จะกล้าทำร้ายฉัน หากฉันไม่ทำให้แกรู้สำนึก ฉันคงไม่ใช่ ต่งเทียนปา” หลังจากพูดจบเขาก็หันไปพูดกับคนด้านหลังว่า “พี่น้องจับนังนี่ซะ คืนนี้ฉันจะเล่นกับนังนี่สักหน่อย”
ได้ยินคำพูดของต่งเทียนปา ลูกน้องของเขาก็วิ่งเข้าหา หานเซียงยี๋ทันที
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ ชายหัวโล้นถังจื่อหย่ง ก็ยืนขึ้นแล้วะโหาต่งเทียนปา "ต่งเทียนปา ถ้าแน่จริงก็มาเจอกับฉัน อย่าไปรังแกเด็กสาว. "
ถังจื่อหย่ง รู้จักต่งเทียนปาดี เขารู้ว่าอีกฝ่ายเป็คนที่หื่นกาม และด้วยภูมิหลังที่ใหญ่โตในเทศบาลเมือง ทำให้คนไม่กล้าทำอะไรเขา เขาไม่อยากให้หานเซียงยี๋ประสบเคราะห์เพราะเขา ดังนั้นจึงยืนขึ้นเผชิญกับต่งเทียนปา โดยไม่ลังเล
อย่างไรก็ตาม ต่งเทียนปาที่ถูกหานเซียงยี๋ตี เขาก็มองไปยังถังจื่อหย่ง แล้วพูดขึ้นว่า "ถังจื่อหย่ง วันนี้แกโชคดีไป ฉันจะจัดการกับแกในอนาคต ไสหัวไปซะ อย่าเสนอหน้ามายุ่งอีก”
ถังจื่อหย่ง วิ่งเข้าไปขวางลูกน้องของต่งเทียนปาเอาไว้ แล้วพูดขึ้นว่า "ต่งเทียนปา น้องสาวของฉันผู้นี้ออกหน้าช่วยฉัน ฉันจะรับผิดชอบอาการาเ็ของแกเอง แต่แกอย่าไปลากคนอื่นมาเกี่ยวข้อง.”
ต่งเทียนปาแสยะยิ้มเขาเพิกเฉย ถังจื่อหย่งแล้วะโขึ้นว่า “พวกแกจะรออะไรอีก จับนังหมูน้อยนี่มาให้ฉัน”
ในเวลานั้นหานเซียงยี๋ได้ยินอีกฝ่ายเรียกว่านังหมูน้อยก็โมโหจัด เธออาศัยถังจื่อหย่งที่ขวางหน้า ในขณะที่ต่งเทียนปาไม่รู้ตัวพุ่งออกไปทางซ้ายมือของถังจื่อหย่ง แล้วเหวี่ยงกระบองฟาดไปที่หว่างขาของตงเทียนปา หากถูกเข้าไปแน่นอนว่า ต่งเทียนปาจะต้องแน่นิ่งไปแน่นอน
ต่งเทียนปา เคยพลาดท่าครั้งหนึ่งดังนั้นจึงระวัง หานเซียงยี๋ เมื่อเห็นหานเซียงยี๋วิ่งออกมาเขาก็โกยแนบไปหลบหลังลูกน้อง ทำให้หานเซียงยี๋โกรธมากจึงวิ่งตามด้วยกระบอง
เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ลูกน้องของต่งเทียนปา ก็ล้อมหานเซียงยี๋เอาไว้ หวังจะหาโอกาสจับตัวเธอ
ในเวลานั้น หลิวชิงหยู่ก็ลุกขึ้นยืน เขารู้ว่าตอนนี้เขาจะต้องยื่นมือเข้าไปยุ่งแล้ว เขาเข้าใจดีว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามให้หานเซียงยี๋เป็อะไรไปเป็อันขาด หลิวชิงหยู่ จึงะโออกไปด้วยน้ำเสียงเ็า “อะไรกัน? พวกแกใช้คนมากรังแกคนน้อยหรอ”
ลูกน้องของต่งเทียนปา ต่างเป็คนที่ฝึกฝนเื่ต่อยตีมาเป็อย่างดี เมื่อเห็นหลิวชิงหยู่ปรากฏตัว พวกเขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันดังนั้นจึงขัดคำสั่งถอยออกมา เขามองไปยังหลิวชิงหยู่แล้วพูดขึ้นว่า “พ่อหนุ่ม แกเป็ใคร ฉันขอเตือนแกนะ นายน้อยต่งไม่ใช่คนธรรมดา ผลที่ตามมาจะรุนแรงมาก ทางที่ดีอย่างสร้างปัญหาจะดีกว่า”
หลิวชิงหยู่ยิ้มบางๆ แล้วพูดขึ้นว่า “หึหึ ผลที่ตามมาหรือ คิดว่าฉันจะกลัวหรือไง พวกแกรังแกน้องสาวของฉัน แล้วจะให้ฉันอยู่เฉยได้หรอ เซียงยี๋มาทางนี้ ฉันอยากรู้ว่าใครกล้าขวางฉัน” หลิวชิงหยู่ กวาดสายตามองด้วยความเ็า
ทุกคนรู้สึกได้ถึงสายตาอำมหิตที่ทิ่มแทง
หานเซียงยี๋เองก็เชื่อฟัง หลังจากที่ได้ยินหลิวชิงหยู่พูดเธอก็เดินไปหาหลิวชิงหยู่ทันที
ในเวลานั้นตงเทียนป่าก็ะโขึ้นว่า “จัดการมันซะ กล้ามาหาเื่ฉันหรอทำให้พวกมันพิการให้หมด”
เมื่อได้ยินคำสั่งลูกน้องของต่งเทียนปา ก็ยกมือขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม หลังจากต่งเทียนปา พูดจบทุกคนก็รู้สึกได้ว่าร่างของพวกเขาเหมือนกับไม่สามารถควบคุมได้พวกเขาวิ่งเข้าหาหานเซียงยี๋ แต่ก็ถูกหลิวชิงหยู่เตะอัดลอยออกไป
หานเซียงยี๋เดินมาทางหลิวชิงหยู่ จากนั้นก็จับแขนหลิวชิงหยู่แล้วพูดว่า “พี่หลิวดูเหมือนพี่จะดูดีกว่าเมื่อก่อนเสียอีก”
หลิวชิงหยู่ยิ้มอย่างขมขื่น หานเซียงยี๋แม่มดน้อยคนนี้สร้างปัญหาให้เขาแล้ว แต่ว่า หานเซียงยี๋แม้จะชอบสร้างปัญหา แต่ก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผล ต่อให้หานเซียงยี๋ไม่เคลื่อนไหว เขาก็ต้องลงมือเอง ทว่าการที่ต่งเทียนปา เรียกหานเซียงยี๋ว่านังหมู มันทำให้เขารู้สึกขุ่นเคือง นอกจากนี้หานเซียงยี๋ยังช่วยเขาไว้เมื่อคืน แต่ต่งเทียนปากลับคิดจะทำร้ายเธอต่อหน้าเขา นี่ยิ่งทำให้เขาโกรธมากขึ้น
ย้อนเกล็ดั ใครหาญกล้ามาััย่อมไม่ตายดี
หลิวชิงหยู่เดินเข้าไปหาต่งเทียนปาที่กำลังสั่นกลัวแล้วพูดว่า “ต่งเทียนปา กล้ามากนะที่มารังแกน้องสาวฉัน ดูเหมือนว่าแกจะมีภูมิหลังอยู่บ้างสินะ”
ในเวลานั้น ต่งเทียนปาก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก เขารู้สึกได้ว่าชายตรงหน้านี้รวดเร็วและเหี้ยมโหด เมื่อเห็นอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ เขาก็พูดขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเทาว่า “ฉันจะบอกแกไว้ พ่อของฉันเป็เลขาธิการคณะกรรมการรัฐบาลประจำเมือง."
หลิวชิงหยู่ผงะไปเล็กน้อยเมื่อได้ยิน เขาไม่คิดว่าคนที่เขามีเื่ด้วยจะเป็ลูกชายของเลขาธิการพรรคประจำเทศบาลเมือง
และเมื่อต่งเทียนปา เห็นท่าทีของหลิวชิงหยู่ความกล้าของเขาก็เพิ่มมากขึ้น เพราะใครก็ตามเมื่อรู้ตัวตนของเขาย่อมยอมสยบให้กับเขา “พ่อหนุ่ม ขอให้ฉันบอกแกนะ ในเทศบาลเมืองชางชาน แห่งนี้ใครก็ตามที่กล้าหาเื่ฉันต่งเทียนปา ล้วนมีจุดจบไม่ค่อยสวย ฉันจะให้แกได้ลิ้มรสชาติความสิ้นหวังไร้หนทาง แกจะถูกขังโดยไม่ได้รับน้ำหรืออาหารใดๆ ทั้งนั้น เพราะเื่ที่แกกล้าทำในวันนี้ เื่นี้จะจบลงหากแกยอมให้น้องสาวของแกมาหลับนอนกับฉันคืนนึง ไม่อย่างนั้นฉันจะโทรแจ้งตำรวจจับแกทันที”